“ไอ้พวกสารเลว ฉันจะหักขาของแก”
“รุ่นพี่กล้ามโตก็พูดแบบนี้ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ อ๋อนั่นไง กำลังนอนขดเป็กุ้งแห้งอยู่ข้างสนาม ฮ่าๆๆ ถ้ารุ่นพี่หัวโตมีอะไรจะสั่งเสียก็รีบบอกนะ เราจะได้สู้กันสักที”
รอยยิ้มเผยออกมาบนใบหน้าของศิษย์ทั้งหมดที่เข้ามามุงดูการต่อสู้ พวกเขารู้สึกสนุกเป็อย่างมากกับการเห็นระดับััิญญาพ่ายแพ้ด้วยการถูกระดับชำระชีพจรขั้น 2 โจมตี
การพ่ายแพ้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ 1 หรือ 2 ครั้งเท่านั้น กลุ่มรุ่นพี่ที่มีนับ 10 ได้พ่ายแพ้ไปแล้ว 9 คน เหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ลงมือ ด้วยพลังระดับััิญญาขั้น 3 ที่กำลังปลดปล่อยออกมา ทำให้ใครหลายๆคนเกิดความกลัว
“ตงฟาง แย่แล้วระดับของมันสูงเกินไป”
ลู่จิวแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน คู่ต่อสู้ทั้ง 9 ที่เขาชนะมาได้เป็เพียงแค่ระดับััิญญาขั้น 1 และ 2 เท่านั้น ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับระดับััิญญาขั้น 3 ด้วยพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกายพุ่งเข้าไปรวมบริเวณฝ่ามือ สร้างความกลัวให้ผู้คนที่พบเห็นไม่น้อย
“จงตายภายใต้ฝ่ามือทลายจันทร์ของฉันซะ ย๊าก~!”
เสียงร้องะโก้องดังทั่วสนามมาพร้อมร่างกายอันเพียวบางพุ่งเข้าหาลู่จิวด้วยความรวดเร็วจนไม่สามารถมองเห็นได้ ทุกคนรอบๆสนามต่างใเพราะไม่มีใครมองเห็นความเร็วของระดับััิญญาขั้น 3 เลยสักคน ทันใดนั้นเองทุกคนที่เห็นรุ่นพี่กลายเป็ภาพเบลอจากความเร็วสูงก็ได้มองจ้องไปยังลู่จิวด้วยความใ เพราะเขาสามารถโยกตัวหลบการโจมตีได้ หนำซ้ำยังชกหมัดอัดเข้าไปใต้ชายโครง จนทำให้ระดับััิญญาขั้น 3 ยืนนิ่งไม่ต่างจากตอไม้
แม้เขาจะมีความเร็วมากมาย การพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วกลับไร้ความหมายเพราะเขาถูกสวนกลับได้ง่ายๆด้วยการหลบแล้วชกเพียงหนึ่งครั้ง
“อ่อนซ้อม แกฝึกทักษะทลายจันทร์คิดแต่จะซัดฝ่ามืออย่างเดียว ไอ้พวกอ่อนซ้อม ทั้งๆที่รู้ว่ามันมีจุดอ่อนแทนที่จะหาทางปกปิดยังเปิดอ้ากว้างขนาดนั้น สมแล้วที่แพ้”
ตงฟางกอดอกพลางพูดออกมาเหมือนผู้มีความรู้ หลังจากรุ่นพี่ทั้ง 10 พ่ายแพ้เขาก็เริ่มฉีกยิ้มหน้าบานพร้อมด้วยท่าทางดีใจของลู่จิวกำลังแสดงออกมาผ่านการะโโลดเต้น
“ฮ่าๆๆ ชนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะชนะ ฮ่าๆๆ ตงฟาง เห็นไหม เห็นหรือเปล่า”
“เอาล่ะรุ่นพี่ อย่างที่เราตกลงกันไว้ ข้อแรกต่อจากนี้ไปหน้าที่ของพวกเรารุ่นพี่ทั้งสิบจะต้องดูแลแทน”
“แก”
“อะอา อย่าคิดจะเข้ามาเชียวนะ ผมมีพลังเยอะกว่าเพื่อนของผมอีก ถ้าไม่อยากเจ็บไปกว่านี้อยู่เฉยๆจะดีกว่า ข้อสองถอดเสื้อแล้วก็แก้ผ้าออกซะ”
“ไม่ ไม่มีทาง”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องสั่งสอนกันสักหน่อย”
ตงฟางดึงแขนเสื้อแล้วเดินไปยังอีกฝั่งของเวที ด้วยการก้าวเท้าไปเรื่อยๆนี้ตงฟางได้ปลดปล่อยพลังััิญญาขั้น 1 ออกมาด้วย แม้มันจะน้อยกว่าชายที่เขากำลังขู่ แต่การให้ลู่จิวที่มีพลังเพียงชำระชีพจรขั้น 2 ต่อสู้แล้วชนะ ทำให้อีกฝั่งหวาดกลัวเพราะตงฟางคือผู้ที่มองเห็นจุดบอดมากมาย
“จะทำหรือไม่ทำ หนึ่ง…”
“ทำๆ พวกเราจะทำ ต่อจากนี้ไปหน้าที่ทุกอย่างของรุ่นน้องทั้งสองเราจะทำให้ทั้งหมด เสื้อผ้าเราก็จะไม่สวมใส่ ทุกครั้งที่อยู่ในสถาบันเราจะใส่แค่กางเกงในเท่านั้น”
เสียงหวาดกลัวพร้อมกับคำพูดถี่รัวดังออกมาจากรุ่นพี่ สร้างความประทับใจให้กับตงฟางไม่น้อยเพราะตอนนี้ในกลุ่มศิษย์ใหม่มีหลายคนสนใจในตัวของเขาแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็แยกย้ายกัน พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงาน”
ตงฟางเดินกลับออกไปจากสนามประลองทันใดนั้นศิษย์ใหม่ที่จ้องมองเขาั้แ่แรกก็เริ่มวิ่งมาดักหน้าแล้วก้มหัวไม่ยอมให้เขาเดินทาง
“พี่ตงฟางได้โปรดรับพวกเราเป็ลูกน้องด้วยพวกเราจะทำทุกอย่าง ขอเพียงแค่พี่ตงฟางช่วยชี้แนะการฝึกให้พวกเรา”
“พี่ตงฟาง~!”
เสียงร้องอ้อนวอนจากคนนับร้อยสร้างความรู้สึกชอบใจให้ตงฟางเป็อย่างมาก ทางฝั่งลู่จิวที่เห็นแบบนั้นถึงขั้นใตื่น ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาขอเป็ลูกน้องตงฟาง หากพวกเขารับทั้งหมดเอาไว้ การใช้ชีวิตในสถาบันจะต้องง่ายดายอย่างแน่นอน
“ไม่ล่ะ ฉันไม่รับลูกน้องง่ายๆหรอก ตอนนี้ฉันมีอะไรที่ต้องทำเยอะแยะ”
“พี่ตงฟาง พี่ตง”
กลุ่มคนนับร้อยเงยหน้ามอง ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่าคนที่ขอเป็ลูกน้องวิ่งหนีไปแล้ว ทางฝั่งลู่จิวที่กำลังวิ่งตามเขาก็เกิดความไม่เข้าใจ ว่าทำไมตงฟางถึงต้องวิ่งหนี แทนที่จะรับเอาไว้
“ตงฟาง เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราต้องวิ่งด้วย”
“พี่ตงฟาง รอพวกเราด้วย~!”
เสียงร้องของคนนับร้อยดังตามหลัง ตงฟางจึงพาลู่จิววิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังแล้วหลบเข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ มองดูคนมากมายวิ่งผ่านพวกเขาไป
“ตงฟาง ทำไมเราต้องหลบ”
“ลู่จิว จำได้ไหมทางรอดที่ฉันบอก”
“จำได้จำได้” ลู่จิวพยักหน้า เขาจำได้ว่าก่อนประลองตงฟางเคยบอกทางรอดให้เขาฟัง
“ตอนนี้เรากำราบรุ่นพี่ได้แล้วเป็การเปิดทางสู่ทางรอดแรกของพวกเรา ต่อไปนี้แกก็จะมีเวลาฝึกมากยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องทำอะไรเลย”
“ต้องขอบคุณแกมากๆ”
“แล้วการกำราบรุ่นพี่ก็มีอีกจุดประสงค์เช่นกัน”
“อะไรเหรอ” ลู่จิวทำหน้าสงสัย
“เราต้องสร้างกลุ่มขึ้นมา”
“เฮ่ย เป็ความคิดที่ดี แต่ทำไมต้องหนีพวกนั้นล่ะ”
“สาเหตุที่เราต้องหนี” ตงฟางจับหัวลู่จิวกดลงบนพื้น หลังจากมีศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาสองคนซ่อนตัว กระทั่งทุกคนเดินจากไปหมดตงฟางก็เริ่มเล่าต่อ
“ตอนนี้หากเราสร้างกลุ่ม มันจะเป็กลุ่มที่สลายเร็วมากๆ ศิษย์ใหม่และศิษย์เก่าที่มาขอเป็ลูกน้องของเรานั้น พวกมันล้วนแล้วมาเพราะอยากแข็งแกร่ง แม้พวกเขาบอกว่าจะทำทุกอย่างให้เรา แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วเพราะรุ่นพี่ทั้ง 10 เป็คนจัดการทุกอย่างแทนเราทั้งหมด”
“นั่นสิ แสดงว่าพวกมันเห็นประโยชน์ข้อนี้ด้วย เลยจะมาขออาศัย”
“ใช่ หากพวกเรารับเข้ากลุ่ม รุ่นพี่ทั้ง 10 ก็จะทำงานหนักขึ้นเพราะลูกน้องของเราจะแอบอ้างชื่อเรา กลายเป็ว่าพวกมันเข้าหาเราด้วยเื่ผลประโยชน์ ดังนั้นเราจึงจำเป็ต้องวิ่งหนี”
“ต้องหนีตลอดเลยเหรอ”
“ไม่ล่ะ เราทำเพียงแค่ปฎิเสธด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ไว้ผ่านไปสัก 5 วันก็ได้แล้ว เดี๋ยวแกจะรู้เองว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้ถึง 5 วัน”
“ตกลง แล้วตอนนี้เราจะนอนที่ไหนกันล่ะ หน้าห้องของเราน่าจะเต็มไปด้วยคนมาขอเป็ลูกน้อง”
“ไม่ต้องกลัว กลับไปนอนเหมือนเดิม เพียงแค่เราต้องสร้างกฎและรู้จักปฎิเสธ”
“งั้นกลับกัน”
ตงฟางและลู่จิวเดินกลับห้องพัก สำหรับตงฟางเขาจะปล่อยให้ลู่จิวรับหน้าแทนเพราะต่อจากนี้ไป เขาจะเดินทางไปยังพื้นที่ล่าของเมืองหลงไห่ ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของสถาบันเฟยเทียน ทุกคนต่างรู้จักในชื่อ ทุ่งสัตว์อสูรคลั่ง
“พี่ฟาง พี่ตงฟางรับพวกเราด้วย”
เสียงกลุ่มคนที่มาดักรอหน้าห้องพักร้องะโให้ตงฟางรับเป็ลูกน้อง เขากลับไม่สนเปิดประตูห้องเข้าไปนอนทันที
“พี่ตง พี่ตงฟาง เปิดประตูก่อน เปิดประตูมาคุยกันก่อน”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นถี่รัว ทันใดนั้นทุกคนต่างเงียบเมื่อตงฟางร้องะโสุดเสียงออกมาจากห้องของเขา
“บอกว่าไม่ก็ไม่ไง ฉันยังไม่ว่าง หนีไปซะ ใครก็ตามที่ทำให้ฉันหงุดหงิดฉันจะเตะก้นมัน”
ตงฟางใช้หูทิพย์ฟังเสียงด้านนอก จนพบว่ากลุ่มคนที่พยายามเคาะห้องพากันเดินจากไปด้วยท่าทางย่องเบาไม่ให้เกิดเสียง
“ตงฟาง แกแน่ใจนะว่าพวกเขาจะไม่โกรธเราแล้วกลับมาแก้แค้นแทน”
“ไม่หรอก แม้จะโกรธก็ทำอะไรเราไม่ได้ วิธีนี้ดีสุดแล้วเชื่อฉัน เอาล่ะนอนได้ ส่วนพรุ่งนี้ไม่ต้องตามหานะ บอกทุกคนว่าฉันจะเข้าไปในเมือง”
“แกจะไปทำอะไร” ลู่จิวที่ย่องมาหน้าห้องของตงฟางถามด้วยความสงสัย พวกเขาพึ่งหนีตายจากเมืองหลงไห่มาได้ ตงฟางกลับคิดจะเข้าไปในเมือง
“มันเป็คำโกหก ฉันไม่ได้จะเข้าเมืองหรอก แต่จะไปดูพื้นที่รอบๆสถาบันเฟยเทียน น่าจะใช้เวลา 5 วัน ่นี้ก็ฝากแกดูคนที่จะมาเป็ลูกน้องหน่อยก็แล้วกัน”
“ได้ๆ”
“งั้นเอานี่ไปอ่าน มันเป็ทักษะพื้นฐานที่แกควรมีติดตัว”
ตงฟางยืนแผ่นกระดาษออกไปทางช่องเล็กของประตูแล้วกลับมานอน
“นี่อะไร”
“มันเป็ทักษะต่อสู้พื้นฐาน เหมาะกับแกที่ใช้พลังิญญาไม่ได้ อย่าให้ใครเห็นล่ะ ฉันว่าจะให้ลูกน้องเราฝึก”
“ได้ๆ” ลู่จิวกลับเข้าห้องนอน ไม่รบกวนตงฟางอีก โดยสิ่งที่ตงฟางมอบให้ เป็ทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้กำปั้นผสมทักษะมวยเข้าไป แม้มันจะไม่สามารถใช้พลังิญญาร่วมด้วยได้ แต่ก็มากพอให้ระดับชำระชีพจรเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เป็ระดับเดียวกัน
สาเหตุที่เขามอบทักษะนี้ให้กับลู่จิวเป็เพราะว่าระดับชำระชีพจรยังไม่สามารถใช้พลังิญญาได้ ต้องเป็ระดับััิญญาขึ้นไป เขาจึงให้ฝึกศิลปะการป้องกันตัวไปก่อน
หากเป็คนอื่นพวกเขาจะฝึกพื้นฐานด้วยการชกลมในท่าเดิมซ้ำๆ โดยมีทักษะที่พวกเขา้าฝึกในตอนเป็ระดับััิญญาเป็รากฐานในการฝึก
ยกตัวอย่างทักษะหมัดกระทิงคลั่ง ศิษย์ทั่วไปที่หวังจะฝึกมันตอนเป็ระดับััิญญา พวกเขาที่เป็ระดับชำระชีพจรจะทำเพียงแค่ชกหมัดทุกๆวัน เพื่อให้การออกหมัดของพวกเขาแข็งแกร่ง โดยการฝึกรูปแบบนี้สำหรับตงฟางมันไม่มีประโยชน์หากใช้งานจริง
ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้น แม้พลังหมัดจะรุนแรง ถ้าไม่สามารถััเป้าหมายได้มันก็เป็การเสียเปล่า เขาจึงวางรากฐานให้ลู่จิวมีการฝึกร่างกายที่ทำให้ร่างมีความยืดหยุ่นก่อน หากปะทะกันกับศัตรู เขาสามารถใช้ร่างกายหลบหลีกแล้วพลิกด้วยการสวนกลับไปได้
“พรุ่งนี้แล้วสินะ”
ตงฟางฉีกยิ้มด้วยความดีใจ พรุ่งนี้เช้าจะเป็วันแรกที่เขาเริ่มทำภารกิจไล่ล่า โดยสิ่งที่เขาหวังจากการไล่ล่าคือการตามหาสมุนไพร ตอนนี้แผนขั้นแรกในการหาคนเข้าร่วมกลุ่มดำเนินไปได้ด้วยดี พอถึงวันที่ 5 ที่เขากลับมาจะเริ่มสร้างกลุ่มและเปิดตัวสินค้าในทันที เพื่อสร้างกลุ่มอำนาจขึ้นมา
การทำงานในสถาบัน เขาจำเป็ต้องมีอำนาจก่อน หากมีเื่ด้วยอำนาจของเขาจะทำให้เขาอยู่อย่างสุขสบาย แล้วมันยังดีต่อตัวเขาเช่นกัน เพราะยิ่งมีอำนาจ เขาก็ยิ่งดึงดูดศิษย์สายนอกให้เข้ามาได้
โดยการที่เขา้าให้ศิษย์สายนอกสนใจ ก็เพราะว่าการประลองที่จะเกิดขึ้นทุกๆเดือนเพื่อเลื่อนระดับศิษย์ จะต้องมีการตกลงปลงใจกันจากทั้งสองฝ่าย แม้เขาอยากจะเปลี่ยนระดับศิษย์หากศิษย์สายนอกไม่สนใจ ทำการปฎิเสธเขาทุกรูปแบบ จะทำให้เขาเสียเวลามาก
ตงฟางจึงวางแผนล่อให้ศิษย์สายนอกเดินทางเข้ามาหาเขาเอง โดยที่เขาไม่ต้องเดินทางไปท้าสู้พวกมันเลย
“หึหึหึ ตาแก่หลี่หยุน ฉันกำลังจะเริ่มความสนุกแล้วนะ ฮ่าๆๆแค็กแค็กแค็ก”
ตงฟางทุบหน้าอกหลังจากกระอักน้ำลาย กระทั่งหายเขาก็หลับตานอนพรุ่งนี้เช้าจะได้เดินทางออกจากสถาบันไปยังทุ่งสัตว์อสูรคลั่ง