ตอนที่ 10 ค่อนข้างใหญ่
"มันค่อนข้าง... เล็กไหม?" ซูเวยมองดูเด็กสาว สายตาเลื่อนต่ำลงไปที่ระดับหน้าอก
เด็กสาวตัวเล็กรู้สึกอับอายขึ้นมาอย่างมาก
ซูเวยมองสำรวจดูดีๆอีกครั้งหลังจากวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้วจึงกล่าวออกมาว่า "สำหรับอายุของเธอ บางทีมันอาจไม่เรียกว่าเล็กเกินไป แต่มันค่อนข้างใหญ่"
"กรี๊ด" เด็กสาวเอามือปิดหน้าอกแล้ววิ่งหนีออกจากโรงน้ำชาไปทันที
ทันใดนั้นดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่ซูเวยอย่างเยือกเย็น
ใบหน้าซูเวยเปลี่ยนเป็สีขาวซีด เป็ชายชราที่ติดตามมารับใช้เด็กสาวมองมาที่ตนอย่างเ็าและรู้สึกอยากฆ่าขึ้นมา
ก่อนที่ชายชราจะตัดสินใจไล่ตามเด็กสาวออกไปอย่างรวดเร็ว
ความเร็วของชายชราเร็วมาก ยืนยันได้ชัดว่าชายชราต้องอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา
ซูเวยปาดเหงื่ออย่างว่องไว เร่งรีบพาม้าออกไปจากโรงน้ำชา เพราะกลัวว่าเด็กสาวกับชายชราจะกลับมาฆ่าตนเองเอาได้
เด็กสาววิ่งออกมาจากโรงน้ำชา มีนามว่า หลิวซือซือ เธอยังคงนึกถึงเด็กหยาบคายที่จ้องมองหน้าอกและทำให้ตัวเองต้องโกรธแค้นมาตลอดทาง
ไม่มีใครเคยกล้ามองตนเองเช่นนี้ หลิวซือซือรู้สึกอับอายและโกรธ ้าอยากจะควักลูกตาของเด็กหยาบคายทิ้งทันที
"หาก้าอยากควักลูกตามันออกมา ข้าจะกลับไปจัดการให้เดียวนี้" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหดขึ้นมา
"อย่า...!!!"
"เมืองอินทรีขาว มีสำนักอาญา์ตั้งอยู่ เราไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามให้อีกฝ่ายรับรู้ได้อย่างเด็ดขาด"
"ทุกอย่างต้องเงียบเชียบและมิดชิด"
"เด็กหยาบคายแม้ว่าครั้งนี้จะรอดไปได้ แต่ถ้าเจอกันอีกในครั้งหน้า รับรองได้ว่า..."
ชายชราได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจดี
ณ.สมาคมเหยี่ยวฟ้า
"ซูเวย... เกิดอะไรขึ้น!!!"
ซูเฉิงมองเห็นใบหน้าซีดเซียวรีบถามทันที
"ข้าสบายดี"
"ลุงเฉิง... เป็ยังไงบ้าง"
ซูเวยไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น แต่ทำการเปลี่ยนเื่สนทนาอย่างรวดเร็ว
"เรียบร้อยเเล้ว" ซูเฉิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"ลุงเฉิง งั้นเรารีบไปกันเถอะ"
"ข้าอยากเข้าไปเป็ศิษย์สำนักอาญา์เพื่อฝึกฝนเรียนรู้ทักษะเร็วๆแล้ว"
โชคดีที่เื่ราวก่อนหน้านี้เขารอดตายมาได้แบบหวุดหวิด แต่เขารู้ดีว่าตนเองคงไม่ได้โชคดีแบบนี้ทุกครั้ง จึงต้องรีบฝึกฝนเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด
"ดี... ข้าจะพาเ้าไปส่งสำนักอาญา์ให้เร็วที่สุด" ซูเฉิงเห็นความกระตือรือร้นของหลานชายมีความสุขขึ้นมาอย่างมาก
ทั้งสองรีบควบม้าออกไปอย่างคล่องแคล่วมุ่งตรงไปยังสำนักอาญา์ทันที
ณ.สำนักอาญา์
หนึ่งในสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง และยังเป็หนึ่งในพันธมิตรของดาบปราบมาร
ทักษะวิชาการต่อสู้ และทักษะดาบได้รับความโด่งดังอย่างมาก
มีลูกศิษย์สายในจำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นคน ส่วนศิษย์หลักมากกว่าหนึ่งพันคน
ลูกศิษย์สายในเป็ศิษย์ใหม่ จากการได้รับคัดเลือกอย่างเข้มงวดเข้ามาปีละครั้ง
ถ้าศิษย์สายในฝึกฝนทักษะการต่อสู้เป็เวลาสี่ปีและไม่สามารถกลายเป็ศิษย์หลักได้จะต้องออกจากสำนักอาญา์ เข้าสู่สาขาย่อยของสำนักอาญา์กลายเป็ศิษย์สายนอกสำนักอาญา์
ศิษย์หลักมีคุณสมบัติเพียงพอจะกลายเป็ศิษย์สำนักอาญา์ตลอดชีวิต หากมีฝีมือความสามารถมากกว่านั้น จะได้รับโอกาสเข้ามาเป็าุโดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆในสำนักอาญา์
เหนือกว่าศิษย์หลักคือ ศิษย์แท้จริงของสำนักอาญา์ ซึ่งมีจำนวนประมาณร้อยกว่าคน เป็ศิษย์อัจฉริยะของสำนักอาญา์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับสำนัก
ศิษย์สายในจะกลายเป็ศิษย์หลักมีจำนวนน้อยกว่าร้อยคนที่จะได้เป็ ส่วนศิษย์หลักจะเป็ศิษย์แท้จริงมีจำนวนน้อยกว่าสิบคน
"หลานเวย ลุงสามารถช่วยให้เ้ากลายเป็ศิษย์สายในได้เท่านั้น ส่วนการเป็ศิษย์หลัก หรือกระทั่งศิษย์แท้จริงต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพียงอย่างเดียว
"ลุงเฉิงไม่สำคัญหรอกว่าข้าได้เป็ศิษย์สายใน ศิษย์หลักหรือศิษย์แท้จริง!!!"
ซูเวย้าขอบคุณอีกฝ่ายมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยตนเองก็ได้กลายเป็ศิษย์สำนักอาญา์เป็ที่เรียบร้อย