บทที่ 50
อีกสิบวัน
กลางราตรีที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดร่างกายอันเปลือยเปล่าของลู่หมิงนอนอยู่บนเตียงโดยโอบกอดหญิงงามเอาไว้ผู้หนึ่งแสงจากตะเกียงน้ำมันสลัวสลัวส่องแสงสว่างเป็นระยะประตูและหน้าต่างภายในสถานที่แห่งนี้ถูกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด
โดยที่ผู้ที่อยู่บริเวณภายในอ้อมแขนกำลังนอนหลับโดยท่าทางเหนื่อยล้าทั้งสองนั้นเพิ่งร่วมรักกันแต่ว่าหลังจากที่ร่วมรักกันเสร็จเรียบร้อยลู่หมิงกับนอนมองเพดานไม้และก็แสดงใบหน้าที่ครุ่นคิดหลายอย่าง
ในตอนนี้ลู่หมิงภายในใจมีความคิดมากมายบังเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ในขณะที่กำลังนอนมองเพดานแล้วก็คิดบางอย่างภายในใจแม่นางชิงที่อยู่ภายในอ้อมแขนค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา
นางมองเห็นว่าลู่หมิงยังคงไม่นอนนางจึงทำการถามขึ้นด้วยความสงสัย “ มีเรื่องอันใดหรือไม่เจ้าคะเหตุใดจึงแสดงใบหน้าแบบนั้น”
นางพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไพเราะเมื่อมองเห็นว่าคุณชายลู่ยังคงไม่นอนหลับภายในใจราวกับว่ามีบางอย่างคิดอยู่
ดวงตาคู่นั้นเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่ากำลังคิดบางอย่างอยู่อย่างแน่นอนแถมยังเป็นเรื่องที่น่าจะหนักหนาพอสมควร
ลู่หมิงที่กำลังนอนอยู่เมื่อได้ยินเสียงของนางเอ่ยถามขึ้นตัวของมันค่อยๆหันใบหน้าไปมองนางที่อยู่ภายในอ้อมแขนของตนเองแล้วก็พูดขึ้น“ อีกสิบวันจะมีการออกล่าภายในสำนักถูกจัดขึ้น ”
“ เดิมทีแล้วศิษย์หลังเขาไม่ต้องเข้าร่วมแต่ในครั้งนี้ท่านอาจารย์นั้นบอกให้ตัวของข้าและก็ศิษย์พี่ทั้งสองเข้าร่วมภายในการอ่อกร้ากในครั้งนี้”
“ กำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องการออกล่าที่กำลังจะมาถึงหรือว่าการออกล่าในครั้งนี้มันจะมีบางอย่างมากกว่าการออกล่าธรรมดาทั่วไป”
“ จะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”นางถามขึ้นด้วยความฉลาดเฉลียว
นางเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวหลังจากที่ฟังคำพูดได้เพียงแค่คำพูดเดียวมันก็ทำให้ตัวของนางนั้นรู้ได้ในทันทีว่าการออกล่าในครั้งนี้มันน่าจะมีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้น
เพราะท่าว่าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นคุณชายลู่ก็คงจะไม่แสดงใบหน้าครุ่นคิดอยู่กับตนเองอย่างหนักแบบนี้
ลู่หมิงที่กำลังนอนอยู่นางที่อยู่ภายในอ้อมแขนก่อนที่จะพูดออกไป“ ไม่มีอะไรหรอก”
“ เรื่องนี้ตัวของท่านไม่จำเป็นจะต้องกังวลมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับท่านเลยแม้แต่น้อยแต่ว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับตัวของพวกข้า”
หลังจากที่พูดจบลู่หมิงก็ค่อยๆลุกขึ้นและก็สวมใส่เสื้อผ้าพร้อมกับเดินออกไปบริเวณด้านนอก
ยามราตรีที่เต็มไปด้วยความมืดมิดด้านนอกของหลังเขาเต็มไปด้วยความเงียบสงัดภายในสถานที่แห่งนี้มันถูกปกคลุมไปด้วยผืนฟ้ายามราตรีที่ประดับประดาไปด้วยดวงดารามากมาย
หลังจากที่เดินออกมาบริเวณด้านนอกลู่หมิงได้นำเอากระบี่ของตนเองเดินออกมาจากภายในนั้นหลังจากที่เดินออกมาจากภายในที่พักของตนเองดึงกระบี่มันออกมาจากฝัก
หลังจากนั้นก็เริ่มทำการเหวี่ยงกระบี่ของตนเองไปมากระบี่ภายในมือฟันผ่านอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าบังเกิดเสียงลมแหวกว่ายในยามราตรี
กระบี่ที่เคลื่อนที่ไปมาในตอนนี้ไม่เป็นรูปร่างไม่มีท่าทางอะไรที่แน่นอนบ่งบอกถึงความรู้สึกเพลงที่เต็มไปด้วยความสับสน
หลังจากที่เหวี่ยงกระบี่ไปสักพักหนึ่งเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็ได้ดังขึ้นมา“เพราะว่าเรื่องที่ท่านอาจารย์บอกแท้ๆเลยทำให้ตอนนี้ความคิดภายในหัวต้องสับสนเเล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี”
“ สำนักกระบี่ราชันย์อย่างนั้นเหรอ”
“ สำนักกระบี่ราชันย์แฝงตัวเข้ามาภายในสำนักหุบเขากระบี่ในครั้งนี้เพราะว่าต้องการเคล็ดวิชาสำคัญของสำนัก”
“ แถมท่านอาจารย์บอกว่าในครั้งนี้สำนักกระบี่ราชันย์อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกสำนักฝ่ายอธรรมอีกด้วยนี่มันอะไรกัน”
เกี่ยวกับเรื่องพวกวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคือพวกเรื่องสำนักที่กำลังแทรกแซงเข้ามาภายในสำนักหุบเขากระบี่
แต่ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงของสำนักใดๆหรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเองก็ไม่ได้ทำให้ตัวของมันเครียดจนนอนไม่หลับแบบนี้
แต่สิ่งที่มันทำให้ตัวของลู่หมิงรู้สึกระส่ำระสายจนนอนไม่หลับอย่างเช่นในตอนนี้มันเองก็มีเหตุผลหนึ่งอยู่“ โศกนาฏกรรม… ”
“ ท่านอาจารย์บอกว่าในครั้งนี้มันจะมีการสังหารรอบใหญ่เกิดขึ้นภายในเทศกาลออกล่า”
“ พวกสำนักกระบี่ราชันย์ร่วมมือกับพวกฝ่ายมารอย่างลับลับเพื่อที่จะทำหลายสำนักหุบเขากระบี่ท่านอาจารย์บอกว่าในครั้งนี้จะเกิดโศกนาฏกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น”
“ แต่ว่าท่านอาจารย์ไม่สามารถออกหน้าเองได้จำเป็นจะต้องให้ตัวห้องค่าแล้วก็ศิษย์พี่ทั้งสองช่วยในการจัดการเกี่ยวกับ ”
“ ถ้ามันจะมีโศกนาฏกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริงๆคนภายในสำนักจะล้มตายมากขนาดไหนรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นมากขนาดไหน”
“ สิ่งที่ห่วงในตอนนี้ไม่ใช่คนภายในสำนักพวกเหล่าลูกศิษย์ภายในสำนักไม่เคยดีกับตัวของเราเลยแม้แต่น้อย”
“ แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือกลัวเกรงว่าผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะลุกลามมาถึงด้านหลังเขาและก็อาจจะทำให้ตัวของนางเป็นอันตราย” ลู่หมิงกังวลถึงความปลอดภัยของแม่นางชิง
ในตอนนี้ถือว่าตัวของมันติดหนี้นางอยู่มากมายเกี่ยวกับการลอบสังหารขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดมันเองอาจจะทำให้ผลกระทบนั้นอาจจะลุกลามมาถึงนางได้
“ เสียเวลามามากแล้วในช่วงระยะเวลาสิบวันที่กำลังจะมาถึงจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถของตนเองได้ให้มากที่สุด”
“ เพื่อตัวของข้าเองด้วยถ้ามีการโจมตีเกิดขึ้นภายในหุบเขาแห่งนี้จริงๆถ้าตัวของเราแข็งแกร่งไม่พอตัวของเราเองก็อาจจะต้องตายอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ผู้ใดจะยอมตาย!!! ”ลู่หมิงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่
ในตอนนี้กำลังตั้งปณิธานมุ่งมั่นเพื่อรอรับเกี่ยวกับเรื่องที่มันกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
หลังจากนั้นเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ววันแล้ววันเล่าลู่หมิงใช้เวลาในการฝึกฝนอยู่บริเวณด้านหลังขอบเขตของเขาก้าวข้ามอย่างรวดเร็วด้วยความมุ่งมั่นแล้วก็ความรู้ที่ตนเองได้รับมาจากหอ
หอตำราหนี้แม้ว่ามันจะมีขนาดไม่ใหญ่มากหนังสือที่อยู่บริเวณด้านในก็มีไม่มากแต่ว่าพวกมันล้วนแล้วเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยความรู้
สามารถใช้ในการขัดเกลาพลังวิญญาณได้เป็นอย่างดีในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามันเองก็ทำให้ระดับของเขาในช่วงระยะเวลาเพียงแค่สิบวันเพิ่มขึ้นกระโดดไปถึงระดับหก
ลู่หมิงใช้วิชาขี่กระบี่ได้อย่างชำนาญอีกด้วยเรียกได้ว่าใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างเต็มที่แทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอะไรเลย
เขตพลังในตอนนี้อยู่ในระดับขอบเขตพลังเริ่มต้นสีม่วงขั้นหก
ซึ่งมันถือว่าเป็นขอบเขตพลังที่พัฒนารวดเร็วเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ในตอนนี้การที่ขอบเขตพลังพัฒนาได้รวดเร็วคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง
เพราะว่ามีเวลาในการฝึกฝนมีทรัพยากรในการฝึกฝนไม่เพียงเท่านั้นยังมีความรู้ที่ใช้ในการฝึกฝน
ในตอนนี้มันเลยทำให้ตัวของเขาแข็งแกร่งขึ้นแตกต่างจากก่อนหน้านี้กล่าวกลับเป็นคนละคน
มันถึงเวลากำหนดช่วงเวลาที่กำลังเฝ้ารออยู่เดินทางมาถึง
ในช่วงเวลาประมาณเกือบกลางเดือนแปดตอนนี้เทศกาลการออกล่าสัตว์อสูรของสำนักได้เริ่มต้นขึ้น
ในช่วงยามเช้าของวันแสงแดดส่องแสงสว่างไสวสาดส่องลงมาจากด้านบนลงมาสู่สำนักหุบเขา
อากาศในวันนี้เย็นกำลังดีพวกเราศิษย์มากมายที่มีความสามารถรวมตัวอยู่บริเวณลานกว้างใจกลางสำนัก
ในขณะที่พวกศิษย์มากมายกำลังรวมตัวอยู่ภายในบริเวณนี้เพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลออกลากในขณะเดียวกันพวกมันก็เริ่มแตกตื่นเมื่อพบเห็นสิทธิหลังเขาเดินทางเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้
“ นั่นมันศิษย์พี่ใหญ่!!!! ”เสียงของศิษย์ผู้หนึ่งอุทานขึ้นเมื่อมองเห็นศิษย์คนโตเดินนำหน้ามา
เกาเทียน ไป๋ลู่และลู่หมิงปรากฏออกมาต่อหน้าผู้คนมากมาย
จบบท