โรงหลอมอาวุธเมืองประกายเงิน โถงใต้ดินส่วนที่เป็ห้องทดลองของเทียนคง
“เอาล่ะ ทีนี้ก็จะได้เริ่มสร้างปัญญาประดิษฐ์ ได้เวลาตื่นแล้วสมุนตนแรกของข้า”เมื่อกลับมาถึงยังฐานที่มั่นใต้ดิน เทียนคงก็จัดแจงทรัพยากรต่าง ๆที่เขาได้มาจากหลังเนินเขาจากนั้นจึงลงมือสร้างชิ้นส่วนที่เหลือและประกอบเข้ากับร่างเหล็กที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่โต๊ะ
15 วันผ่านไป(อีก 3 เดือนครึ่ง จะถึงวันครบกำหนดแจ้งยกเลิกการหมั้นของเซียนอิน)
หลังจากการทำงานอย่างหนัก ในการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆเข้าด้วยกันในที่สุดงานของเขาก็เสร็จสมบูรณ์เขาได้ใส่โปรแกรมความสามารถและความรู้ให้ในระดับพื้นฐาน ให้กับแอนดรอยด์ เพื่อทดลองหลักการเหตุและผลของแอนดรอยด์ตนนี้ที่เขาสร้างขึ้น ซึ่งทำให้ความสามารถของมันเทียบเคียงได้กับผู้ฝึกพลังในระดับกลางขั้นหนึ่ง เผื่อไว้ว่าโปรแกรมที่เขาใส่ไปนั้นเกิดผิดพลาด เขาจะยังคงรับมือกับมันได้อย่างง่ายดาย
เทียนคงได้เชื่อมต่อประจุพลังเข้ากับแหล่งกำเนิดพลังงานที่ถูกติดตั้งภายในร่างเหล็กที่นอนแน่นิ่งอยู่นั้นพลังงานมืดจากเทียนคงจำนวนหนึ่งก็ไหลผ่านร่างเหล็กตรงไปที่ภาชนะกักเก็บพลังแบบเดียวกับที่เขาได้พกติดตัวไปเมื่อครั้งเดินทางเข้าไปที่หลังเนินเขาจากนั้นก็เกิดกระบวนการบางอย่างของเครื่องจักรบริเวณใกล้เคียงกับภาชนะกักเก็บพลังและแปรเปลี่ยนพลังงานมืดนี้ให้กลายเป็พลังงานไฟฟ้าจากนั้นไม่นานดวงตาที่มืดดับก็เรืองแสงสีฟ้าขึ้นมา
“สวัสดี นายท่าน ยินดีที่ได้พบปฏิบัติการพร้อมรับคำสั่ง” แอนดรอยด์ที่ได้รับพลังงานและเริ่มทำงานร่างที่นอนอยู่นอนค่อย ๆลุกขึ้นมา และเอ่ยต่อเทียนคง
“ดีมาก จากนี้ไปเ้าชื่อ เอวัน ผู้ที่เป็ผู้ใต้บังคับบัญชาคนแรกของข้า”
“น้อมรับด้วยความยินดีขอรับ นายท่าน”
“เอวัน ความสามารถของเ้าทำอะไรได้บ้าง”เมื่อตั้งชื่อให้กับหุ่นยนต์ตนแรกของเขาเรียบร้อยแล้ว เทียนคงจึงเริ่มตรวจสอบความสามารถที่เขาได้โปรแกรมไว้ให้ว่าจะสามารถทำงานได้ครบถ้วนตามที่เขาโปรแกรมไว้หรือไม่
“ระบบขับเคลื่อนทั่วไปพร้อมปฏิบัติการระบบขับเคลื่อนฉุกเฉินพร้อมปฏิบัติการ ระบบจู่โจมเพื่อสังหารพร้อมปฏิบัติการระบบลอบเร้นเพื่อสอดแนมพร้อมปฏิบัติการ ระบบกู้ชีพพร้อมปฏิบัติการระบบค่ายกลเพื่อตั้งรับการจู่โจมไม่พร้อมปฏิบัติการเนื่องจากจำนวนผู้ร่วมการสร้างค่ายไม่เพียงพอและระบบทำลายตัวเองพร้อมปฏิบัติการ” หุ่นเอวัน ตอบรับคำสั่งของเทียนคงโดยการชี้แจงสิ่งที่มันสามารถทำได้และไม่ได้ในเวลานี้อย่างครบถ้วน ไม่มีตกหล่นเลยแม้แต่น้อย
“ดี ดีมาก ครบถ้วนสมบูรณ์ดีทีนี้ก็ได้เวลาทดสอบภาคสนามแล้ว ตามข้ามา” เมื่อรับทราบถึงความสามารถของเอวันแล้ว เทียนคงไม่รอช้าพาเอวันไปยังพื้นที่ทดสอบจริงที่เขาได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งพื้นที่ทดสอบนี้ เป็พื้นที่ป่าในระดับผิวดิน เหนือฐานที่มั่นของเทียนคง
“การทดสอบที่ 1 เป็การทดสอบระบบขับเคลื่อนทั่วไป เอวันเ้าจงเคลื่อนที่ไปยังจุดที่กำหนดข้างหน้านี้ โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดที่สามารถทำได้ เริ่มได้”
สิ้นคำสั่ง เอวัน ก็เปิดใช้งานระบบขับเคลื่อนทั่วไป ร่างกายส่วนเท้าและหลังบางส่วนแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็ท่อเล็ก ๆยื่นออกมาจากนั้นบูสไอพ่นที่เท้าและหลังก็ะเิออกเป็แรงผลักให้เอวันพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เส้นทางจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่กำหนดนั้นเต็มไปด้วยพืชพรรณและโขดหินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แต่เอวันยังคงรักษาความเร็วในการเคลื่อนที่ได้โดยการใช้บูสไอพ่นที่มือทั้งสองข้างในการควบคุมทิศทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางผ่านไปประมาณ 5 นาที เอวันก็ไปถึงยังจุดที่กำหนด
“อืมม ช้ากว่าที่คาดไว้นิดหน่อยนะ เช่นนั้นแล้วระบบขับเคลื่อนฉุกเฉินก็คงไม่ต่างกันมากนัก” เทียนคงบ่นพึมพำเล็กน้อยจากนั้นจึงถ่ายทอดคำสั่งต่อไป แต่นี่ไม่ถึงกับว่าล้มเหลว เพราะในการขับเคลื่อนครั้งแรก ชิ้นส่วนต่าง ๆย่อมยังไม่เข้าที่นัก
“การทดสอบที่ 2 เป็การทดสอบระบบจู่โจมเพื่อสังหารแต่ข้าไม่้าสังหารใคร ไม่ว่าจะเป็คน สัตว์อสูร หรืออะไรก็แล้วแต่ เว้นแต่เป็การป้องกันตัวเองเท่านั้นดังนั้นแล้วเ้าจงโจมตีเพียงเพื่อทำให้สัตว์อสูรที่อยู่ภายในบริเวณกำแพงพลังงานนี้ให้สลบหรือทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้เพียงเท่านั้น” ระหว่างที่เทียนคงถ่ายทอดคำสั่ง กำแพงพลังงานก็ปรากฎขึ้นจากใต้ดินล้อมบริเวณที่เอวันยืนอยู่เป็รูปสี่เหลี่ยมกินพื้นที่ประมาณ10,000 ตารางเมตร
เมื่อกำแพงพลังงานกึ่งโปร่งใสนี้ปรากฎขึ้นมาโดยสมบูรณ์เอวัน ก็เริ่มลงมือทันที ในบริเวณนี้มีสัตว์อสูรอยู่ราว ๆ 100 ตัวระดับพลังอยู่ที่ระดับเริ่มต้นขั้นกลางไปจนถึงระดับกลางขั้นต้นและมีระดับกลางขั้นกลางถึงสูงอยู่ 5 ตัวเอวันเริ่มจากการแสกนสัตว์อสูรทั้งหมดในคราเดียว เพื่อประเมินกำลังของคู่ต่อสู้ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของสัตว์อสูรทุกตัวอย่างละเอียด เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วเอวัน จึงเริ่มทำการจู่โจมไปที่สัตว์อสูรที่โจมตีระยะไกลก่อนและการเข้าโจมตีในแต่ละครั้งของเอวัน จะเข้าจุดตายของสัตว์อสูรเสมอและการใช้ประเภทของการโจมตีนั้นจะถูกคำนวนจากจุดอ่อนของสัตว์อสูรแต่ละตัวทำให้พลังงานที่ใช้ในการโจมตีอยู่ในระดับที่น้อยที่สุดที่เพียงพอต่อการล้มสัตว์อสูรตัวนั้น ๆในครั้งเดียว
การต่อสู้ของเอวันและสัตว์อสูรดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เอวันจึงสามารถล้มสัตว์อสูรทั่วไปที่พลังอยู่ในระดับเริ่มต้นและระดับกลางขั้นต้นได้จนหมดเหลือเพียง 5 ตัว ที่มีพลังอยู่ในระดับกลางขั้นต้น 4 ตัว และระดับกลางขั้นสูง 1ตัว ส่วนพลังงานขับเคลื่อนที่เหลืออยู่ของเอวันนั้นเหลือเพียง 6 ใน 10 ส่วน
โดยทั่วไปแล้วการที่มนุษย์ต่อสู้กับสัตว์อสูรนั้นจะสามารถรับมือกับสัตว์อสูรที่ระดับพลังเหนือกว่าได้ 4-5 ขั้นและน้อยคนนักที่จะรับมือสัตว์อสูรที่ระดับพลังเหนือกว่ามากกว่า 5 ขั้นและแทบเป็ไปไม่ได้ที่จะรับมือกับสัตว์อสูรที่พลังเหนือกว่าในระดับขั้นของพลัง
เอวัน ประเมินถึงความเป็ไปได้ในการล้มสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ ไว้เพียง2 ใน 10 ส่วน เพราะระดับพลังของสัตว์อสูรนั้นแตกต่างกับเขาอย่างมากและพลังงานของเขาก็ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดถึงแม้เขาจะรู้ถึงจุดอ่อนของสัตว์อสูรแต่ละตัวก็ตาม
เมื่อการประเมินเสร็จสิ้น เอวันจึงเริ่มทำการโจมตีไปที่สัตว์อสูรพลังระดับกลางขั้นกลางตัวหนึ่ง การโจมตีครั้งนี้เข้าจุดตายเช่นเดิมแต่ด้วยสาเหตุสองประการคือ เอวัน ไม่ได้ใช้อาวุธ และการจู่โจมที่เน้นการสังหาร ผนวกกับพลังที่ไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือ สัตว์อสูรตนนี้ยังไม่หมดสภาพจากการโจมตีในครั้งนี้ และโจมตีสวนกลับมา
เอวันเปิดระบบขับเคลื่อนฉุกเฉินในทันทีเพื่อหลบการโจมตีนี้ จากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีระบบขับเคลื่อนฉุกเฉินก็หยุดทำงานและเปลี่ยนเป็ระบบลอบเร้นทันที พร้อมๆกับโจมตีสวนกลับสัตว์อสูรการโจมตีครั้งที่สองนี้เข้าซ้ำจุดตายเดิมที่โจมตีครั้งแรก และในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับสัตว์อสูรมากกว่าการโจมตีแรกเสียอีกเหตุเพราะเป็การโจมตีซ้ำจุดเดิมรวมกับแรงที่สัตว์อสูรจู่โจมมาด้วยทำให้การโจมตีครั้งที่สองนี้ของเอวันล้มสัตว์อสูรตัวนี้ไปได้ในที่สุด
“โฮ่ นี่มัน น่าประทับใจมาก เขาสามารถเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้ได้จากการล้มสัตว์อสูรที่ผ่านมาจำนวน95 ตัว และนำมาประยุกต์ใช้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าระดับความสามารถในการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์นี้น่ากลัวกว่าที่คิดไว้เสียแล้ว” เทียนคงเมื่อได้เห็นการต่อสู้ของเอวันกับสัตว์อสูรพลังระดับกลางขั้นกลางก็อุทานออกมาด้วยความประทับใจเป็อย่างมาก และยังแฝงไปด้วยความประหลาดใจถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเอวัน เพราะระดับของปัญญาประดิษฐ์ที่เขาโปรแกรมไว้ต่อเอวันอยู่เพียงระดับ2 จากทั้งหมด 4 ระดับ ...