งานเลี้ยงฉลองหลังจบงานแสดงดนตรี(2)
งานเลี้ยงผ่านมาเกินครึ่งงาน การดื่มกินสนุกสนานเฮฮาล้วนเป็นไปอย่างผ่อนคลายก่อนที่โต๊ะพวกเขาจะรวมกลุ่มกันไปทักทายเหล่าผู้จัดงานแล้วก็ผู้สนับสนุนนำโดยผู้จัดการของเบรย์เดนที่ดูจะช่างเจรจาและเป็นทางการกว่าทุกๆคน
“สวัสดีครับคุณดันเต้ คุณเอ็มม่า แล้วก็ที่สำคัญคือ...” ผู้จัดการของเบรย์เดนเอ่ยทักทายก่อนก่อนจะรับหน้าที่แนะนำพวกเขาให้ฝ่ายผู้สนับสนุนได้รู้จักอย่างอ่อนน้อมซึ่งได้รับสายตาชื่นชมเป็นจากเพวิสและเพเนียสเป็นอย่างมากกับความเป็นมืออาชีพของเขาและนึกขอบคุณที่ยังเผื่อแผ่แนะนำพวกเขาให้ด้วยทั้งๆที่เขาจะไม่ต้องทำก็ได้จะแนะนำเพียงเบรย์เดนนักร้องที่เขาดูแลอยู่ก็ได้ถ้าหากจะทำ
“ยินดีมากครับที่ได้ร่วมงานกับทุกท่าน”
“ทุกคนล้วนมีความสามารถจริงๆไม่ผิดหวังเลยที่เราร่วมลงทุนในครั้งนี้”
“นั่นสิผลตอบรับดีมากๆ ดูอย่างสินค้าของบริษัทผมสิ น้ำดื่มขายดีเพิ่มเป็น 100%เลยทีเดียวนะ”
“ใช่แล้วค่ะไม่ว่าจะเป็นเบรย์ตัน เมจิ เพวิสหรือว่าเหล่าศิลปินคนไหนๆทางเราได้คัดเลือกมาอย่างดีแล้วไม่เช่นนั้นจะได้ผลตอบรับน่าพอใจแบบนี้หรือคะ” เอ็มม่าว่าขึ้น
“ได้คุณดันเต้แล้วก็คุณเอ็มม่ามาจัดงานเราจึงได้วางใจไงคะ” นักลงทุนผู้หนึ่งว่าออกมาอย่างพอใจ เอาเป็นว่าไม่มีใครไม่พอใจในผลลัพธ์ที่ได้เลยสักคนก็ว่าได้
“ขอบคุณที่ไว้วางใจเราครับ”ดันเต้เอ่ย
“อาได้ยินว่าอาหารวันนี้อย่างน้ำจิ้มกินคู่กับกุ้งย่างแล้วก็เค้กกล้วยหอมคนที่ทำก็คือน้องเพเนียสคนนี้ใช่ไหมคะ”
“ครับ”หนึ่งในผู้ลงทุนเอ่ยถามอย่างเจาะจงเพเนียสเลยต้องขานรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะยืนตัวลีบอยู่เงียบๆก็เถอะ
“ตอนนี้ได้ยินว่ามีหลายคนเลยนะคะที่อยากร่วมงานกับน้องเพเนียส”เอ็มม่าได้ทีก็เอ่ยเสริมให้อีกอย่างเอ็นดูในตัวเด็กหนุ่ม
“โอ้เช่นนั้นเลยหรือคะเนี่ยน่าสนใจจริงๆนะคะ ว่ายังไงคะคุณสมิต อยากได้พาร์ทเนอร์หน้าใหม่ไหมคะ”หนึ่งในผู้ลงทุนถามความเห็นคนที่ชื่อสมิตที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งที่กินได้อยู่
“น่าสนใจจริงๆครับหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะครับ” สมิตว่าขึ้นพร้อมยื่นมือออกมาก่อนนั่นถือว่าเขาให้โอกาสอีกคนแล้ว อาจมีโอกาสได้ร่วมงานกันในวันหน้าสูงเพเนียสก็รีบยื่นมือออกไปเชคแฮนด์ทันทีพร้อมก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม
“ครับขอบคุณครับ” เพเนียสเอ่ยยิ้มๆ ไม่เคยต้องพูดเรื่องงานการแบบนี้กับใครเลยนี่ครั้งแรก
“จริงๆแล้วเพเนียสทำช่องสตรีมอยู่ครับ ฝากทุกท่านด้วยนะครับ”เพวิสเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเสริมอีกคนก่อนจะได้ส่งช่องทางการติดต่อให้กับผู้ติดตามของพวกเขาไว้
“น่าสนใจจริงๆเลยนะครับแบบนี้สงสัยต้องส่งของไปให้ช่วยใช้หน่อยแล้วล่ะ”
“ยินดีเลยครับ”เพเนียสตอบรับยิ้มๆ ก่อนหน้านี้ด้วยจำนวนผู้ติดตามยังเป็นหลักล้าน สิบล้านเลยยังไม่มีมีบริษัทส่งของมาให้เขารีวิว แต่หลังจากที่ผู้ติดตามขึ้นหลักร้อยล้านก็เริ่มมีติดต่อมาบ้างแล้วเช่นกันในวันสองวันนี้ แต่เขาเองยังไม่ได้ตัดสินใจสาเหตุหลักก็คือยังไม่ได้กลับบ้านนี่แหละ
“คุณคีเฟอร์คะนี่ไงคะน้องเพเนียสที่ทำอาหารมาแจกช่วงที่ฝึกซ้อมการแสดง” เอ็มม่าเอ่ยแนะนำเธอเห็นว่าคีเฟอร์ลองกินอาหารที่เพเนียสนำมาแจกก็อาจจะอยากเห็นหน้าหรือรู้จักคนทำก็ได้
“อา ครับคนนี้นี่เอง ยินดีที่ได้พบนะครับ” คีเฟอร์เอยทักทายไปทันทีหลังถูกเอ่ยถึงเขาไม่ได้เอ่ยถึงอาหารแต่อย่างใด เดี๋ยวอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาได้กินมาก่อนหน้านี้แล้วเสียหน้าแย่เป็นถึงระดับผู้สนับสนุนงานแต่เหมือนแย่งขนมเด็กกินต้องวางท่านิ่งไว้สักหน่อย ถึงอย่างไรเขาก็จ่ายค่าอาหารไปแล้วด้วยไม่เอ่ยถึงคงไม่เป็นไรหรอกมั้งไอ้เจ้าเด็กชอบกับสัตว์แปลกหน้าคงไม่ว่าอะไรหรอก
“ครับเช่นกันครับ” เพเนียสตอบรับชายหนุ่มไปสั้นๆ พร้อมลอบมองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัยทำไมเขาต้องมองมาด้วยสายแปลกๆด้วย เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่างเขาคงไม่ได้เผลอทำอะไรผิดไปใช่ไหม รีบก้มมองตัวเองอย่างสำรวจทันทีก็ไม่มีอะไรแปลกนี่นา
“ไม่แน่น้าได้ยินว่าตอนนี้คุณเพวิสกำลังเริ่มธุรกิจอาหารปรุงประกอบ กิจการไปด้วยดีทีเดียวต่อไปคงได้มาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนงานก็ได้นะคะอย่างไรถ้าติดต่อไปก็ฝากพิจารณาด้วยนะคะ” เอ็มม่ารีบพูดเข้าประเด็นทันทีเมื่อยังมีโอกาสอยู่เธอหาข้อมูลคร่าวๆมาแล้วธุรกิจชื่อแบรนด์แฮงกรี้อิงค์กี้กำลังไปได้ดีตั้งแต่เปิดตัวต่อไปต้องเป็นธุรกิจขนาดใหญ่อย่างแน่นอน
“ถ้าถึงวันนั้นจริงๆก็ไม่ต้องกังวลเลยครับ” เพวิสตอบอย่างไม่เป็นทางการนักกว่าที่จะก้าวไปถึงขั้นที่มีรายการหรืองานอะไรสักอย่างยื่นให้เขาร่วมลงทุนหรือสนับสนุนงานก็น่าจะอีกพักใหญ่เลย
“แน่นอนค่ะดิฉันจะรอ ไม่แน่นะอาจจะเป็นงานเทศกาลดนตรีสักงานหนึ่งในเร็วๆนี้ก็ได้”เอ็มม่าว่ายิ้มๆ
“ครับหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันในอนาคต”
กลับมาที่โต๊ะอาหาร หลังจากที่ยกโขยงไปทำความรู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่เบื้องหลังในวงการตอนนี้อาหารที่ทุกคนอยากจะรู้หนักหนาว่าทางผู้จัดงานเตรียมไว้อีกอย่างคืออะไรกันแน่นะได้ยินว่ามาจากร้านดังจากเชฟมีชื่อเสียงอดใจรอไม่ได้เลยล่ะเพราะแม้แต่อาหารปรุงประกอบจากเพเนียสเด็กหนุ่มที่ยังไม่ได้เป็นเชฟอย่างจริงๆจังๆแต่ก็อร่อยขนาดอดไม่ได้อยากจะห่อกลับบ้านขนาดนี้แล้ว
“มาแล้วๆ”เสียงแรกที่ว่าอย่างตื่นเต้นก็ยังเป็นคุณพี่สาวเลขาของเมจิที่เอ่ยออกมาเมื่อเห็นหุ่นยนต์บริกรเรียงตัวเข้ามาเสิร์ฟอาหารปรุงประกอบอีกอย่างของวันนี้อ้อ ไม่สิ ยังมีเค้กกล้วยหอมที่ถึงแม้ว่ามันจะถูกจัดวางอวดโฉมไว้แต่แรกแต่ว่ายังไม่ได้ถูกแจกจ่ายให้ใครได้ชิมแต่อย่างใดก็ของหวานนี่นะ ก็ต้องกินตบท้ายล้างปากสิถึงจะถูก
“ตื่นเต้นไปนะครับ”คุณผู้จัดการของเบรย์เดนว่าออกมายิ้มๆเป็นเชิงหยอกกันเล่น
“ก็ไม่ใช่ว่าจะได้กินบ่อยๆนี่คะ”เธอยังว่าออกมาอย่างรับยอมรับด้วยดีว่าชื่นชอบอาหารปรุงประกอบออกตัวแรงไม่ต่างจากเมจินักร้องที่เธอดูแลอยู่เลย
{ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารครับอาหารปรุงประกอบที่ชื่อเมนูว่าสตูเนื้อครับ}หุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่เข้ามาเสิร์ฟถึงโต๊ะพวกเขาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมก่อนจะเริ่มลำเลียงอาหารออกมาจากช่องว่างใส่ของส่วนหน้าท้องของตนเองตามจำนวนคนที่สแกนนับจำนวนได้ถ้วยใส่สตูเนื้อขนาดพอๆกับถ้วยใส่ขนมหวานที่บ้านเพเนียสถูกเสิร์ฟวางให้อยู่ตรงหน้าทุกคนแล้วตอนนี้
{ขอให้ทุกท่านรับประทานอย่างมีความสุขครับ} สิ้นคำของหุ่นยนต์ที่ส่งรอยยิ้มหวานจริงใจให้ก็เคลื่อนตัวจากไปเหลือไว้เพียงแต่กลิ่นสตูหอมๆอย่างเป็นเอกลักษณ์แล้วถ้วยอาหารนี้ก็ได้รับสายตาสนใจอกสนใจของทุกคนไป
“ว้าวว น่ากินจัง”หลายคนสนใจอาหารตรงหน้าเป็นอย่างมากไม่ต่างจากเพเนียสที่กำลังมองเก็บรายละเอียดอาหารตรงหน้าก่อนจะใช้ช้อนค่อยๆคนดูส่วนผสมให้ถ้วยเล็กมีก้อนเนื้ออยู่สองชิ้นที่ถูกหั่นแบบลูกเต๋าขนาดหนึ่งนิ้วได้พร้อมด้วยมันฝรั่งกับแครอทอีกอย่างละชิ้นขนาดใหญ่กว่าเนื้อนิดหน่อยและมีชิ้นหอมใหญ่กับมะเขือเทศเปื่อยๆอีกนิดหน่อยอยู่ในน้ำซุปสีน้ำตาลที่ไม่ได้มากแบบเป็นเมนูซุปหรือแกงแต่ก็ไม่ได้น้อยพอคลุกคลิกแบบผัด เอาเป็นว่าสัดส่วนของน้ำกับชิ้นผักเนื้อพอๆกันเลยกลิ่นจากเครื่องเทศที่ใส่ลงไปทำให้เรียกความอยากอาหารได้ดีทีเดียว
“สตูๆๆสตูร้านดังจากดาวเซลโล่แน่เลยใช่ไหม”
“ไม่รู้สิ ลองถามดูว่ามาจากร้านไหน”
“แต่ถ้วยเล็กไปนะ”
“ถ้วยเล็กไม่ว่า แต่ให้เยอะๆได้ไหมล่ะ”
“อื้มมม อร่อยยย”หลากหลายความคิดเห็นหลังจากที่ได้ชิมรสสตูเนื้อไปเช่นเดียวกับเพเนียสที่ใช้ช้อนตักขึ้นมาสูดดมกลิ่นจนพอใจก่อนจะส่งเนื้อนั่นเข้าปากเนื้อที่ตุ๋นจนเปื่อยจนเหมือนจะละลายเมื่อเอาเข้าปาก กลิ่นหอมยังคงโดดเด่นอยู่พร้อมด้วยรสชาติกลมกล่อมจากเครื่องปรุงและเครื่องเทศหลายชนิดจนทำให้เพเนียสต้องยั้งมือไว้ไม่ให้เข้ากูเกิลค้นหาดูวิธีทำของอาหารชนิดนี้ซะเดี๋ยวนี้เลยอยากรู้ว่ากลิ่นนี้มาจากอะไร และเขาใส่อะไรลงไปบ้างถ้าได้ทำกินเองเขาจะทำหม้อใหญ่ๆเลย
“สองคำก็หมดแล้ว”
“ฉันอยากกินอีกจัง”
“ฉันก็คิดแบบนั้น น้อยไปนะ”
“แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่เถอะ”
“เป็นไงบ้างน้องเพเนียส”เมจิที่เห็นน้องชายที่นั่งข้างกันค่อยๆกินช้าๆหลังจากกินเข้าไปก็ยังคงจมไปกับความคิดตัวเองอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเขาเห็นว่าเวลาเพียงพอให้เจ้าตัวคุยกับตัวเองจบแล้วเขาเลยถามออกมาอย่างตื่นเต้นลิ้นของคนที่ทำอาหารอร่อยจะเหมือนคนทั่วไปไหมนะหรือว่าน้องจะบอกว่าผมก็ทำได้อร่อยกว่านี้ด้วยเดี๋ยวจะทำมาให้กินอะไรแบบนี้เขาเฝ้ารอคำตอบเลยล่ะ
“อืมมม อร่อยครับเป็นอาหารที่มีกลิ่นแล้วก็รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากอย่างหนึ่งเนื้อก็นุ่มมากๆละลายได้เลยล่ะ แถมรสชาติยังแทรกเข้าไปในเนื้อแล้วก็ผักอีกด้วย”เพเนียสวิจารณ์ออกมาอย่างเป็นงานเป็นการจนเมจินึกชื่นชมในใจ นี่สินะไม่ได้เอาแต่บอกว่า อร่อยๆ อร่อยแล้วก็อยากกินอีกแบบเขา
“ไม่ได้แต่ทำอาหารอร่อยแต่ยังคอมเมนต์ได้ดีทีเดียวนะคะเนี่ย” ผู้จัดการสาวว่า
“อา ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับอาจจะเพราะว่าพอจะมีประสบการณ์มาบ้างจากการกิน” เพเนียสว่าอย่างไม่กล้ารับคำชม
“ว่าแต่ว่า ไอ้เจ้าสตูเนี่ยน้องเพเนียสทำเป็นหรือเปล่าครับ” เมจิยังคงถามต่อ
“ยังไม่เคยทำเลยครับแต่ได้ชิมวันนี้ผมก็อยากจะกลับไปลองทำดูเหมือนกัน” เพเนียสตอบไปตามตรงแต่ถ้าได้ทำให้พ่อกับแม่กิน พวกท่านคงชอบ
“พี่จะรอนะ”
“จะรอกินสตูที่น้องเพเนียสทำนะครับ”
“อา ผมรับปากไม่ได้หรอกครับ”เพเนียสไม่กล้ารับปาก เพราะยังไม่เคยทำเจ้าเมนูนี้เลยสักครั้งยังไม่ได้เสิร์ชหาด้วยว่าเมนูนี้จะมีไหม
“พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ให้พี่หวังเลยสินะเนี่ย”เมจิแสร้งทำเสียงเศร้า
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับผมทำไม่ได้ทุกอย่างซะหน่อย”
“เค้กกล้วยหอมมานู้นแล้ว”เบรย์เดนว่าออกมาแทรกสองคนที่ยังคุยกันเรื่องสตูไม่จบสิ้น ทั้งที่คนอื่นจะเลียถ้วยอยู่แล้ว
“อา มาแล้วๆๆเค้กกล้วยหอมที่น้องเพนียสทำ” เมจิรีบสนใจทันทีที่ได้ยินพีระมิดเค้กกล้วยหอมถูกทำลายลงแล้วก่อนจะถูกลำเลียงโดยหุ่นยนต์มาเสิร์ฟให้กับทุกคนได้กิน คนละชิ้นย้ำคนละชิ้นเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะตกไปเป็นของใครนั้นพวกเขาไม่อยากจะคิดต่อให้ชอกช้ำกระเพาะ
“พอมาอยู่ตรงหน้าแล้วยิ่งน่ากินนะเนี่ย”
“ถึงจะดูชิ้นเล็กแต่ก็น่ารักน่ากินมากๆเลยนะ”
“กลิ่นหอมดีนะ”
“เค้กกล้วยหอม ทำจากกล้วยหอมหรอเนี่ยดูไม่ออกเลยแฮะ”
“ดูไม่เหมือนเค้กเลยนะเค้กต้องชิ้นวงกลมใหญ่ๆไม่ใช่หรือไง”
“เค้ก ไม่ต้องมีครีมที่คลุมผิวนอกตกแต่งเหมือนที่เรารู้กันหรอ”
“กินคนละชิ้นเองหรอแต่ก็ดีกว่าไม่ได้กินล่ะนะ”
“ดูแล้วพุดดิ้งที่น้องเพเนียสทำมาแจกวันนั้นน่ากินกว่าตั้งเยอะเลยนะ”
“พี่ก็สงสัยเหมือนคนอื่นเค้กไม่ต้องมีครีมหรอน้องเพเนียส” เมจิถามแบบเดียวกับที่หลายๆคนในห้องโถงกำลังคิดและเอ่ยกับเพื่อนออกมา
“จริงๆ เค้กมีหลายแบบครับไม่ใช่มีแค่แบบตกแต่งหน้าด้วยครีมอย่างเดียวนะครับแต่ถ้าถามว่าแล้วมีแบบไหนบ้างผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน”เพเนียสตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจในข้อมูลนัก แต่ก็รู้ได้คร่าวๆว่ามีเค้กหลายแบบแต่เขาไม่ได้อ่านข้อมูลแน่ชัดว่าเค้กแยกออกเป็นกี่ประเภท แบบไหนหรือว่าอย่างไรเลยไม่กล้าอธิบายออกไปให้คนอื่นรู้แบบผิดๆ เอาไว้ให้ได้เขาศึกษาเพิ่มเติมก่อนนะ
“นั่นสิ อย่าถามให้มากเลยมีให้กินก็กินไปเถอะ”
“กาแล็กซีกว้างใหญ่เค้กไม่ได้มีแค่แบบตกแต่งด้วยครีมหรอกน่า”
“น้องเพเนียสเค้กกล้วยหอมอร่อยมากเลยจ้ะ”
“วันนี้น้องเพเนียสก็ยังทำขนมอร่อยเหมือนเดิมเลยนะเนี่ยมีปุ่มให้โดเนทไหมครับบบบ”
“ถ้ามีงานพี่จะให้คนติดต่อน้องไปนะ”
“เรามีงานเลี้ยงฉลองเร็วๆนี้อีกไหมนะอย่าลืมติดต่อน้องไปนะ ได้ยินไหมทีมงานฝ่ายจัดเลี้ยงสักคน”
“ทุกคนก็ ผมทำตัวไม่ถูกนะครับเนี่ยแต่ขอบคุณที่ทุกคนชอบนะครับ นี่ครับคอนแทกต์ของผม มีงานติดต่อมาได้เลยนะครับ”ได้โอกาสก็ขายของกลางเลี้ยงไปเลยสิเพเนียสฉายโฮโลแกรมภาพโค้ดให้คนที่สนใจได้สแกนเก็บไว้เผื่อว่าจะมีงานได้ติดต่อกันในอนาคต นี่ช่องทางสำหรับงานโดยเฉพาะเลยนะเนี่ยเพวิสพึ่งจะสร้างให้น้องชายสดๆร้อนๆไม่กี่วันนี่เอง