8
“ไปทำอะไรมานะกาน ทำไมโทรมอย่างนี้ อย่างกับไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอย่างนั้นแหละ”เมษาถามเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสาวเต็มไปด้วยดินโคลนเปียกๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำดวงตาเป็ประกายอย่างถูกอกถูกใจ
“เปล่าไม่ได้ไปฟัดกับหมาที่ไหนหรอกแต่ฟัดกับคาร์เมนมา เห็นฉลาดมากนักก็เลยเอาดินให้กิน เผื่อความโง่จะฉายออกมาให้เห็นความเลวของนังปีศาจจิ้งจอกมีนาได้บ้าง”
กานพลูตอบน้ำเสียงครื้นเครงยกมือเท้าสะเอว มองเพื่อนสาวที่นั่งอึ้งทำตาโตอยู่บนเตียงนอน ก่อนจะหัวเราะเสียงหวานและยกไหล่ขึ้นราวกับว่าเื่ที่ทำนั้นเล็กน้อยเหลือเกิน
เมษาอ้าปากค้าง ตาโตไหวระริกมองหน้ากานพลูอย่างไม่ค่อยเชื่อ“แกนะหรือปาดินใส่คาร์เมน ฮืม...เขายอมให้แกทำแบบนั้นจริงๆหรือ”
“จริงวันนี้ฉันก็ได้เห็นหน้าคาร์เมนที่ไม่ใช่ผู้ชายหน้าเคลือบน้ำแข็งถูกรีดเปลี่ยนเป็สีเขียวสีเหลืองสีแดงสีดำด้วยละแกสะใจเป็บ้าเลย” กานพลูยักคิ้วให้เพื่อน
“แกไม่กลัวเขาจะเอาคืนหรือไงขนาดว่าเราทำมีนาไม่มาก พวกเขายังจับเรามาขังที่เกาะนี้ นี่แกถึงขั้นไปทำร้ายเขานะกาน”เมษามองกานพลูหยิบผ้าถุงผลัดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นและดำสกปรกออกจากร่างกายเดินเข้าห้องน้ำทำความสะอาดร่างกายที่เปรอะเปื้อนคราบดินออก
“ไม่กลัวต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมให้สองคนนั่นทำร้ายเราได้อีกแล้ว แกก็เหมือนกันนะหนูเมย์ อย่ายอมแพ้ให้ไอ้คุณพี่บีทำแบบนี้ด้วยแกต้องเอาคืนให้อีตาใจร้ายนั่น...รู้สึกผิดที่ย่ำยีจิตใจแกยัดเยียดความเลวร้ายให้แก เข้าใจไหม”
กานพลูเช็ดผมบนศีรษะตาจ้องเมษา“จำไว้นะหนูเมย์ ต่อไปนี้เราต้องสู้ ห้ามยอมแพ้ไอ้สองคนนั้นเด็ดขาด ตกลงไหม”
เมษาพยักหน้ารับ “แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรละกาน”
กานพลูเบ้ปากเล็กน้อยยกนิ้วเคาะขมับ “อืม...ทำยังไงดีนะ อ๋อ...นึกออกแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าหงึก “ฉันเป็คนทำอาหารให้สองคนนั้นกินใช่ไหม”
“ฮื่อ...ใช่ แล้วยังไงล่ะ” เมษายังไม่เข้าใจความหมายที่เพื่อนสื่อมา
“แกจำได้ไหม พี่บีเคยชวนเรากินข้าวฉลองที่ได้หมั้นกับนางปีศาจนะ”
“ฮื่อ”เมษาพยักหน้ารับ
“ฉันอยากจะฉลองย้อนหลังให้สักหน่อยเอาเป็อาหารรสเลิศฝีมือแม่ครัวกานพลูที่แม้แต่หมายังเมินให้พวกเขากินแกว่าเป็ไงมั่งหนูเมย์” กานพลูยิ้มจนตาวาวนึกถึงรายการอาหารตอนเย็น
“เอาจริงหรือกาน...ถ้าเกิดถูกสองคนนั่นจัดการล่ะอีกอย่างแกคิดจะทำอะไรให้เขากิน” เมษาถามอย่างเป็กังวล
“คนอย่างกานพลูกล้าอยู่แล้วในเมื่อพวกเขากล้าที่จะทำร้ายก่อนเราก็ต้องเอาคืน”กานพลูทำหน้าเข้มดวงตาเป็ประกาย
เมษาได้แต่พยักหน้ารับพลางเอียงหูฟังแผนการของกานพลูที่กระซิบบอกเพราะกลัวคาร์เมนกับเบนนิโต้จะแอบมาได้ยินด้วยใจหวาดหวั่นเพราะกลัวจะต้องเจอกับโทสะของสองหนุ่ม แต่...ตอนนี้เธอและกานพลูก็อยู่ในกำมือของทั้งสองคนนั้นจะโดนโกรธเพิ่มอีกสักเื่ มันก็คงไม่หนักหนากว่าที่เป็อยู่นี้แน่เพียงแค่เธอไม่อยากให้กานพลูมารับเคราะห์ด้วยเท่านั้น
“แน่ใจนะกาน จะได้ผล แล้วถ้าเกิดเขาให้พวกเรากินด้วยล่ะ จะทำยังไง”คิ้วเรียวสวยขมวดเข้ากันอย่างสงสัย
“ก็ไม่ยากนี่หนูเมย์ เราแบ่งส่วนหนึ่งไว้กินก่อนไงส่วนที่เหลือก็จัดการให้สองหนุ่มนั่นได้ทาน พอถึงตอนจะทานอาหาร...แกก็ปวดหัวขอตัวขึ้นมานอนก่อนส่วนฉันก็เป็ห่วงแก เลยตามมาด้วยไง แค่นี้ก็มะมีปังหาแล้ว เห็นป่าว”กานพลูแกล้งพูดแบบไม่ชัด เธอยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากพร้อมกับดวงตาเ้าเล่ห์เป็ประกาย
นับจากนี้เป็ต้นไปอะไรที่สามารถทำให้สองหนุ่มนั่นเจ็บกระดองใจได้ เธอจะทำมันทุกอย่าง!
กลิ่นอาหารบนโต๊ะส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยกระเพาะเบนนิโต้และคาร์เมนจะว่าไปฝีมือทำอาหารของกานพลูและเมษาก็อร่อยใช่ย่อยเหมือนกัน
กานพลูใช้เท้าสะกิดเมษายิกๆเพื่อให้เพื่อนขอตัวกลับขึ้นห้อง เธอมองอาหารบนโต๊ะอย่างหวาดผวา ถ้ากินเข้าไปมีหวังคืนนี้คงได้วิ่งเข้าห้องน้ำกันทั้งคืนแน่
“เ้านายค่ะน้องเมย์เอ่อ...ดิฉันปวดหัวขอไปนอนก่อนได้ไหมคะ” เมษาเงยหน้าซีดเซียวมองเบนนิโต้ตาปริบๆหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดเผือดลงไปอีกเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ เธอแอบกลืนน้ำลายลงคอเฮือกๆ
“เธอจะไม่ทานอะไรก่อนหรือเมษา”เบนนิโต้เงยหน้ามองเมษาแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงมองอาหารบนโต๊ะ
“น้องเมย์ทานตอนช่วยกานทำในครัวแล้วล่ะค่ะ”
เมษาซ่อนสายตาแห่งความสาแก่ใจด้วยการก้มหน้ามองพื้นเพียงแค่คิดว่าถ้าเบนนิโต้ตักอาหารเข้าปากไปแล้วเจอกับรสชาติที่แม้แต่สุนัขยังต้องส่ายหน้าหนีอย่างนี้เขาจะต้องโกรธมากอาจจะเอามือใหญ่ๆ นั่นมาบีบคอเธอก็ได้แต่จะไปสนใจความรู้สึกของคนใจดำคนนั้นทำไมกันในเมื่อเขาเองไม่เคยที่จะรับรู้ความรู้สึกของเธอเสียหน่อย ยังไงเธอก็โดนเขาลงโทษอยู่แล้วนี่ถ้าเพิ่มอีกนิดหน่อยกับได้ความสะใจ มันก็คุ้มเหมือนกัน
“เชิญ ดีเหมือนกัน โต๊ะอาหารที่ไม่มีเธอนั่งร่วมรสชาติของมันคงจะดีจนฉันทานได้เยอะขึ้น เพราะไม่ต้องฝืนใจทนมองหน้าเธออยู่เหมือนทุกวัน”ชายหนุ่มพูดโดยไม่สนใจจะมองด้วยซ้ำว่าคนที่ถูกเขาว่ามีสีหน้ายังไง
“พี่บีก็ทำให้น้องเมย์โกรธมากๆซิคะ เราจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันอีกต่อไป”
“หมายความว่ายังไงเมษาที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คงยังไม่พอให้เธอโกรธ...เกลียดฉันเลยหรือไง ถ้าขนาดนี้ยังไม่โกรธเกลียดกันฉันว่าเธอคงจะบ้าแล้ว”
“เป็คนโง่คะ แต่ยังไม่ถึงกับบ้าจนขาดสติยังพอจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่”
“แกบ้าไปแล้วหรือไงหนูเมย์ถึงขั้นแขนบวมแดง เป็ไข้ไปสามวันนี่ยังไม่หนักพออีกหรือแก”กานพลูถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ
“หัวใจคนเรามันก็มีแค่ดวงเดียวเมื่อปักใจรักใครไปแล้วก็อยากจะได้รักตอบ แต่ถ้ามันเป็ตรงกันข้ามหัวใจถูกทำร้ายจนาเ็สาหัสเกินจะเยียวยาได้ ความเจ็บกัดกินใจจนมันชา...เมื่อนั้นต่อให้รักมากมายแค่ไหนมันก็ไร้ค่า ถึงเวลาทิ้งรักนั้นได้...ไม่ใช่หรือกาน”ที่เธอหวังจะให้วันนั้นมาถึงไวๆ วันที่เธอจะมองเบนนิโต้เป็คนแปลกหน้า ไม่ต้องสนใจว่าเขาจะรักหรือเกลียดอีกต่อไป
“หนูเมย์”กานพลูใจหายกับคำพูดของคนเป็เพื่อน ก่อนจะหันไปมองคาร์เมนที่นั่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนเธอสงสัยว่า...เขามีความรู้สึกบ้างหรือเปล่า
คาร์เมนเลิกคิ้วเป็คำถามเล็กน้อยเมื่อเห็นกานพลูตวัดสายตาค้อนใส่เขาอยากจะถามว่าเธอสงสัยสิ่งใด แต่ก็เลือกที่จะเงียบปล่อยให้ผู้เป็นายจัดการกับผู้หญิงน่าสมเพชเวทนาที่เอาแต่วิ่งไล่คนที่เขาไม่รักต่อไป
“เธอนี่ช่างหาคำพูดมาทำให้ตัวเองดูดีดูน่าสงสารได้เสมอเลยนะเมษา แต่ขอโทษที ฉันไม่เชื่อเลยสักนิด อย่างเธอนี่นะจะหยุดรักฉันได้”
“ทำไมถึงคิดว่าเป็ไปไม่ได้ละคะ ในเมื่อหัวใจไม่ใช่ก้อนหินท่อนไม้แต่เป็ก้อนเนื้อที่มีความรู้สึก ที่วันหนึ่งก็จะต้องสำนึกได้ เมื่อถึงวันนั้น ต่อให้มีรักมากมายแค่ไหนก็ยังทดแทนความรู้สึกที่เคยสูญเสียไปไม่ได้...ทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่มีวันกลับมาเป็เหมือนเดิม!”
เมษารีบลุกจากโต๊ะอย่างรวดเร็วจนร่างบอบบางเซถลาไปด้านหนึ่งแต่ดีว่าได้มือของกานพลูมาจับและพยุงไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงบนพื้นให้เบนนิโต้ได้หัวเราะสะใจที่เห็นเธอเ็ป
“กานขอตัวไปดูแลเพื่อนก่อนนะคะ แล้วจะลงมาทานทีหลัง คุณสองคนทานไปก่อนได้เลย”กานพลูพยุงตัวเมษาที่เดินโซซัดโซเซไปยังห้องนอนที่เบนนิโต้จัดไว้ให้นอนั้แ่วันแรกที่มาถึง
“ถ้าสองคนนั้นรู้ว่าถูกเราแกล้งมันจะเป็อย่างไงต่อไปล่ะกาน”
“แกจะกลัวอะไรหนูเมย์แกก็ยอมรับผิดไปซิ ง่ายจะตาย”
“แกคิดว่าพี่บีจะเชื่อหรือไงกับข้าวทุกจานกินไม่ได้เลยนะแก”
“แถไม่เป็หรือไงหนูเมย์แค่บอกไปว่า...น้องเมย์ขอโทษค่ะเ้านาย น้องเมย์ไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ นะคะสงสัยตอนที่ช่วยการทำอาหารอยู่ น้องเมย์คงจะปวดหัวมากไปหน่อยเลย หยิบจับอะไรผิดไปหมดแบบว่าแกจับขวดน้ำปลาเป็ขวดน้ำส้มจับขวดเกลือกลายเป็ขวดน้ำตาลใส่ลงไปแทนไงเพื่อน”
สองสาวกระซิบและหัวเราะเบาๆขณะแอบมองสองหนุ่มนั่งทานอาหารบนโต๊ะที่เพียงแค่คาร์เมนและเบนนิโต้ตักอาหารเข้าปากคำแรกก็…
พรวด! คาร์เมนสำลัก พ่นน้ำต้มปลาออกจากปากแทบไม่ทัน
“เป็อะไรคาร์เมน” เบนนิโต้ถามพลางตักไข่เจียวเหลืองฟูเข้าปาก ทว่า...
พรวด!
“อะไรกันวะนี่”เบนนิโต้สบถหลังจากคายอาหารออกจากปากแล้ว
“เราโดนสองสาวนั่นเอาคืนนายไม่เป็อะไรใช่ไหมครับ” คาร์เมนถามอย่างเป็กังวลแทนกานพลูที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็ห่วงหญิงสาวนัก
เบนนิโต้ตักอาหารบนโต๊ะทุกจานมาทานจนหมด“ยายเมษาตัวแสบ! ถึงว่าซิ ทำไมปวดหัวต้องไปห้องพร้อมกัน”ชายหนุ่มมองอาหารบนโต๊ะอย่างเสียดาย ต้มปลากระบอกตัวใหญ่ ไข่เจียวเหลืองฟูน้ำพริกมะม่วงสด แกงส้มดอกแค อาหารบนโต๊ะแต่ละอย่างล้วนน่าทานทั้งนั้นแต่สองสาวตัวแสบนั่นทำเสียทานไม่ได้เลย
“น่าเจ็บใจนัก นี่ถ้านั่งอยู่ตรงนี้ฉันจะบังคับให้ทานให้หมดเลย”
มีนาเดินเลือกซื้อของในห้างอย่างเสียอารมณ์มองไปทางไหนก็เห็นเขาเดินควงกันเป็คู่ๆต่างจากเธอที่ต้องมาเดินคนเดียว ก่อนจะเหลือบไปเห็นต้นรักษ์เดินอยู่กับสาวน้อยหน้าตาหน้ารักคนหนึ่งที่ทำให้เธออดเจ็บแปลบใจไม่ได้กี่ครั้งที่เธอยั่วยวนให้ท่า แต่ต้นรักษ์ก็ไม่เคยที่จะตกหลุม แล้วยังจะมีท่าทางและคำพูดที่ดูถูกดูแคลนมองเธออย่างกับเศษดินเศษหินที่เขาเหยียบย่ำไปมากระทั่งมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน เขายังจำมันไม่ได้เลยสักนิด
มีนายกมือขึ้นจับหัวใจที่เจ็บแปลบจนทนแทบไม่ไหวนึกถึงวันที่ต้นรักษ์โดนเมษาปฏิเสธแล้วเขาไปเมาอยู่ที่ผับ จนเธอไปเจอ ได้นั่งอิงแอบแนบชิดก่อนที่จะพาต้นรักษ์ไปส่งที่บ้านวันนั้นกานพลูโดนเมษาขอร้องให้ไปอยู่เป็เพื่อนที่บ้านเพราะใที่ต้นรักษ์สารภาพความจริงให้ฟัง
ตอนนั้นเองที่ต้นรักษ์เข้าใจผิดเห็นหน้าเธอเป็เมษาเขาพร่ำบอกรักไม่ขาดปาก จนเธอเผลอตัวปล่อยใจก่อเกิดความสัมพันธ์อันลึกซึ้งได้มอบความบริสุทธิ์เก็บไว้ถึง 20 ปีให้กับคนที่แอบรักมานาน ยอมทนเขาพูดจาด่าว่าดูถูกเหยียดหยามก็เพราะรักแต่ไม่เคยรับได้การตอบสนองเลย
“ไงต้น แปลกจังเลย ทำไมวันนี้ถึงควงสาวคนอื่นนอกจากยายเมย์ได้ล่ะไม่กลัวยายเมย์จะเสียใจเอาหรือไง” มีนาทักต้นรักษ์พลางหย่อนตัวลงบนเก้าอี้มองตามร่างสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่เดินลับหายไปอย่างอิจฉาจนตาแทบจะลุกเป็ไฟ
ต้นรักษ์ยิ้ม มองมีนาอย่างสมเพศเวทนาเขายอมรับว่ามีนาสวย...สวยมากด้วย ทว่าสวยแต่รูปหากจิตใจมีแต่ความอิจฉาริษยาไม่เคยเห็นใครหรือ้าให้ใครดีกว่าตัวเลยเลย เขาจึงไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย
“สวัสดีมีนา” ชายหนุ่มกล่าวทักทาย ก่อนหันมองตามร่างบอบบางของเพื่อนร่วมงานคนใหม่ไปแล้วหันกลับมาตอบคำถามของมีนาจนทำให้หญิงสาวถึงกับร้อนรุ่มใจด้วยความอิจฉาริษยา
“อ๋อ...นั่นนะเหรอ พนักงานใหม่ที่บริษัทฉันเองแหละ ทั้งสวยและนิสัยดี ต่างจากคนบางคนลิบลับ”นอกจากจะตอบคำถาม ต้นรักษ์ยังจิกกัดมีนาด้วยคำพูดอีก “อีกอย่าง เธอไม่ต้องกังวลแทนน้องเมย์หรอกน้องเมย์รู้ดี ฉันไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เพราะฉันมันคนรักเดียวใจเดียว ผิดกับบางคนที่รักเผื่อเลือก”
มีนากัดฟันกรอด รู้ว่าต้นรักษ์แขวะเจ็บ“พูดเกินไปต้น ฉันเพียงแค่ถามดูเท่านั้นเอง ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”หญิงสาวตอบใบหน้ายิ้มๆ
“เหรอ...ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ว่าแต่คุณบีไปไหนละมีนา ทำไมถึงได้ปล่อยให้ว่าที่คู่หมั้นสวยแต่เปลือกอย่างเธอมาเที่ยวคนเดียวได้ล่ะไม่กลัวจะโดนใครเขาพาไปปู้ยี้ปู้ยำเอาอีกหรือไง”
คำตอบของชายหนุ่มทำเอามีนาเจ็บใจขบกัดปากจนฮ้อเื ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและน้อยใจ เธอควานโทรศัพท์ในกระเป๋ามาเตรียมกดเบอร์เบนนิโต้ก่อนจะนึกได้ ถ้าเขาไม่เปิดโทรศัพท์หรือถ้าเธอมีธุระกับเขา จะต้องโทรหาคาร์เมน
‘ขอบใจนะต้น วันนี้ฉันมีเื่สนุกๆ ทำอีกแล้ว’
“ฉันกลัวจะไม่โดนมากกว่านะต้น นายก็รู้นี่ว่าฉันอยากจะนอนกับนายจนตัวสั่นแล้ว”มีนาแกล้งทำตัวสั่น ยื่นหน้าอกอวบเต่งตึงใส่หน้าต้นรักษ์ ก่อนจะแอบหัวเราะเมื่อเห็นชายตรงหน้ามีหน้าแดงก่ำ
“ความจริงนะต้นนายบอกกับฉันดีๆ ก็ได้ ไม่ต้องวางแผนการให้มันยุ่งยากวุ่นวาย แค่นายพูดว่ามีนาจ๋า เราอยากนอนกับเธอก็แค่นี้”
“ขอโทษนะมีนา เผอิญว่าฉันไม่ได้อดอยากปากแห้งจนต้องนอนกับผู้หญิงหน้าหนาอย่างเธอ”
มีนากัดปากมองต้นรักษ์ตาเขม็งก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ จะแกล้งชายหนุ่มตรงหน้ายังไงให้วิ่งพล่านเหมือนหนูติดจั่นเธอรีบกดโทรศัพท์โดยเร็ว
“โทรศัพท์ครับนาย” คาร์เมนยื่นโทรศัพท์ส่วนตัวของเขาให้เบนนิโต้ถ้ามาอยู่ที่เกาะนี้เมื่อไหร่ นายหนุ่มจะปิดโทรศัพท์ทันที เพื่อตัดขาดจากทุกอย่างใคร้าจะติดต่อธุระด้วยก็จะติดต่อผ่านเขา เผื่อว่ามีการงานหรือว่าอะไรที่เร่งด่วน
“ฮัลโหล”เบนนิโต้รับโทรศัพท์อารมณ์เดือดดานใครมันกล้าโทรมาตอนที่เขากำลังอารมณ์เสีย
“พี่บี พี่บีช่วยมีนาด้วยมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มันตามมีนามา” มีนายบอกแหบและสั่นเทาราวกับว่ากำลังหวาดกลัวอย่างรุนแรงตาก็มองต้นรักษ์อย่างสาแกใจ เธอยกมือปิดปากโทรศัพท์ไว้
“ไงต้นฉันได้ข่าวว่า่นี้ยายกานน้องสาวนายก็ไม่อยู่บ้านเมษาก็หายไปด้วยนี่ ถ้าสองคนนี้โดนพี่บีจับไปขัง ไปทรมาน นายจะเป็ยังไงน้า”
หญิงสาวลอยหน้าลอยตาถามต้นรักษ์อย่างสะใจหัวเราะเสียงดังลั่นเมษาหายหน้าไปเกือบจะสองอาทิตย์แล้ว คุณย่าใช้ให้เธอโทรไปตามบ้านเพื่อนทุกคนที่รู้จักแต่ก็ไม่มีใครรู้สักคนว่ายายบ้านั่นหายไปไหน เ้าพวกลูกสมุนของเธอที่ส่งไปสืบก็ได้รายงานมาว่าบ้านปิดไปหลายวันแล้วแต่เธอต้องบอกให้มันอยู่เงียบๆ ก่อน ค่อยวางแผนกันใหม่เมื่อเมษากลับมา
ตอนแรกที่เมษาหายไป มีนาก็คิดว่าคงจะเป็ฝีมือของเบนนิโต้ที่จะเอาคืนนังน้องสาวตัวร้ายให้เธอแต่พอเขาหายไปหลายวันแบบนี้ เธอเองก็เริ่มกระวนกระวายใจเหมือนกันแต่คนที่บ้านของเบนนิโต้ก็บอกว่าเขาไปธุระกับคาร์เมนสองคนเท่านั้น ทำให้เธอคลายความเป็กังวลไปได้บ้าง
“มันมากันกี่คน แล้วมีนาอยู่ที่ไหน”เบนนิโต้ถามกลับด้วยความเป็ห่วงและอย่างร้อนรนกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด เขาเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้คาร์เมนได้ร่วมฟังการสนทนาด้วย
ใบหน้าต้นรักษ์บึ้งตึง มองหน้ามีนาอย่างเกรี้ยวกราดดวงตาที่เคยใจดีอยู่เป็นิจแดงวาบขึ้นนิดหนึ่ง จริงซินะ ั้แ่กลับมาจากเชียงใหม่เชียงราย เขายังไม่เจอเมษากับกานพลูเลย คิดเพียงแค่ว่าสองสาวคงจะไปเที่ยวกันตามประสาเพราะทั้งคู่เคยหายไปเป็อาทิตย์ พอกลับมาถึงบ้านก็เล่าให้ฟังเป็คุ้งเป็แควว่าหายไปทำอะไรที่ไหนกันมานี่เขาลืมไปได้ยังไงกัน ก่อนสองคนนั้นจะหายตัวไปได้มีเื่กับเบนนิโต้อยู่
ต้นรักษ์เบิกตากว้าง อย่าบอกนะที่กานพลูกับเมษาหายตัวไป คงจะไม่ใช่ฝีมือของ...ของเบนนิโต้
“มีนาอยู่ที่ห้างค่ะ กำลังเลือกซื้อของอยู่ดีๆมันก็เข้ามากระชากแขน ถามมีนาว่าเอาตัวน้องเมย์กับน้องกานไปซ่อนไว้ที่ไหน”มีนาอมยิ้มที่สามารถสร้างเื่ให้เบนนิโต้เกลียดเมษามากขึ้นได้ ทั้งที่ความจริงคือเธอเป็คนหาเื่และก่อกวนต้นรักษ์อยู่มากกว่า
“มีนาตอบไปว่าไง”
“หมายความว่าไงมีนา เธอรู้อะไรมาบอกฉันมานะ” ต้นรักษ์ตวาด แต่นอกจากมีนาจะไม่ตอบแล้วยังหัวเราะร่า ก่อนจะตอบคำถามของเบนนิโต้เสียงสั่น
“มีนาไม่ได้ตอบค่ะ อึก…อึก...” เสียงสะอึกสะอื้นจากมีนายิ่งทำให้เบนนิโต้ถึงกับลุกจากโต๊ะ“มะ...มีนาไม่รู้นี่ค่ะน้องเมย์กับเด็กกานพลูนั่นหายไปไหนกัน พี่บี มีนากลัว พี่บีรีบกลับมานะคะ”
เสียงสั่นปนสะอื้นที่อ้อนวอนทำให้เขาแทบอยากจะรุดไปหาคนรักภายในเวลานั้นเลย แต่ก็ทำไม่ได้ ชายหนุ่มกำหมัดจนแน่นขบกัดฟันกรามเสียงดังกรอดๆ
“พี่ยังติดธุระอยู่เลยแต่พี่จะส่งคนไปคอยดูแลมีนาเวลาออกไปทำธุระนอกบ้านดีไหม” เบนนิโต้หน้าถอดสี ขณะนึกถึงบอดี้การ์ดคนอื่นที่เขาพอจะไว้ใจได้ให้ไปดูแลมีนาแทนระหว่างที่เขาไม่อยู่ใกล้ตัวคนรักใจก็เริ่มพะว้าพะวงว่าจะรีบกับไปหาหญิงสาวดี หรือจะทรมานเมษาที่นี่ต่อไปดี
ชายหนุ่มมองไปที่ประตูห้องพักของเมษาและกานพลูอย่างใช้ความคิด
“มะ...ไม่เป็ไรค่ะ มีนาจะหลบอยู่ในบ้านสักพัก รอจนกว่าพี่บีจะทำธุระเสร็จพี่บีรีกลับมาหาเร็วๆ นะคะ มีนาจะรอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ขณะส่งยิ้มให้กับต้นรักษ์ที่มองหน้าเธออย่างจะกินเืกินเนื้อ
“มีนาจะไม่เบื่อหรือไม่ได้ไปเที่ยวข้างนอกเหมือนสาวๆ คนอื่น”
“ไม่เป็ไรค่ะในบ้านยังมีงานตั้งเยอะให้ทำ มีนาหวังเพียงว่าเวลาที่ผู้ชายคนนั้นหาตัวน้องเมย์และน้องสาวพบเขาก็คงจะเลิกตามมีนาไปเอง” มีนายิ้มกริ่ม เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยก ขาเรียวขึ้นไขว่ห้างมองต้นรักษ์แววตาสาแกใจ เป็ไงละไอ้ต้น อย่างแกหรือจะมาสู้ฉันได้
“ตอนนี้มีนายังเห็นไอ้บ้านั่นหรือเปล่าจ้ะ”
“โอ๊ย!”
มีนาไม่ตอบกลับมีเพียงเสียงร้องแสดงความความเ็ปส่งผ่านมาทางเครื่องติดต่อไร้สายเธอรีบกดสายทิ้งเพื่อให้เบนนิโต้ก็กระวนกระวายใจจนต้องหาทางกำจัดเมษาให้ไปไกลๆเธอเร็วๆ
มีนาหาเื่ต้นรักษ์ต่อที่คราวนี้คงจะได้รู้เสียบ้าง เวลาที่ของรักของหวงหายไป มันจะเ็ปแค่ไหน
“เธอนี่มัน...นางจิ้งจอกเ้าเล่ห์เหมือนที่น้องเมย์พูดไว้ไม่มีผิดเลยมีนาสร้างเื่ปั่นเื่เก่งเป็บ้าเลย ไม่น่าเชื่อ คุณบีจะหลงรักเธอได้”
“เหรอ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนเดินไปโอบแขนรอบคอแกร่ง “นายก็เถอะ วันหนึ่งฉันจะต้องทำให้หันมาหลงรักฉันให้ได้”
ต้นรักษ์อมยิ้มจับแขนเรียวออกจากคอลุกขึ้นยืน“รอไปก่อนนะมีนา ไปเกิดอีกสักสิบรอบแล้วค่อยมาบอกรักฉันใหม่ เมื่อถึงตอนนั้นฉันอาจจะรักเธอก็ได้”
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินยิ้มกริ่มมือก็ล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากดหากานพลูและเมษาแต่กดไปเท่าไหร่ก็มีเพียงแค่เสียงตอบรับจากเครื่อง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินเสียงของกานพลูหรือเมษาเลยหัวคิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน อยากจะหันกลับไปดึงมีนามาถามให้รู้เื่ แต่ก็คงเหมือนเดิมคือโดนหญิงสาวก่อกวนจนเขานั่นแหละที่จะทนไม่ไหวบีบคอยายนั่นตายไปเสียก่อนที่จะรู้เื่ราว จึงต้องอดทนกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนๆ ของสองสาวและลองหาตามที่ต่างๆที่คิดว่าน้องสาวและเมษาจะไป
“ไอ้ต้น! คอยดูนะ ถ้าฉันทำให้แกหันมารักไม่ได้ อย่ามาเรียกฉันว่ามีนา สินอัครกุล”มีนากัดฟัดมองตามร่างต้นรักษ์ที่เดินยิ้มกริ่มที่สามารถทำให้เธอโกรธได้
ฝากไว้ก่อนเถอะต้นรักษ์!
“มีนา มีนา ได้ยินพี่หรือเปล่ามีนา....” เบนนิโต้ะโเรียกหามีนา
แต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากปลายสายทำเอาเขาร้อนใจนั่งไม่ติดเก้าอี้ เหมือนหนูติดจั่น ได้แต่เดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด
“ตามฉันมาคาร์เมน” เบนนิโต้ก้าวเร็วๆ ไปยังห้องพักของสองสาวเขาทุบประตูดังปังๆ เต็มแรง
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“เปิดประตูหน่อยเมษาฉันมีเื่จะคุยด้วย” เบนนิโต้สะกดกลั้นอารมณ์ร้อนใจและโกรธเกรี้ยวไว้ในอกตอนนี้เขา้าให้เมษาหรือกานพลู คนใดคนหนึ่งโทรหาพี่ชายก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นกับคนรัก
“จะเปิดหรือเปล่ากาน”เมษากระซิบถามกานพลูตัวสั่น สองสาวนั่งกอดกันบนเตียงนอนเก้าอี้ตัวเล็กหน้าโต๊ะเครื่องแป้งถูกนำมากั้นประตูไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไหนจะของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่พอจะเป็อาวุธได้ก็อยู่ใกล้มือเผื่อว่าเบนนิโต้กับคาร์เมนอาจจะพังประตูเข้ามา เพราะโกรธที่เธอสองคนแกล้งจนเขาไม่ได้ทานอาหารเย็น
“จะเปิดหรือไม่เปิดถ้าไม่เปิดฉันจะพังเข้าไปนะ”
“ไม่เปิดตอนนี้หนูเมย์ปวดหัวมากและก็นอนหลับแล้ว คุณมีอะไรธุระค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคุณบี”กานพลูะโตอบออกไปทั้งที่ใจสั่น เพราะกลัวอารมณ์เบนนิโต้และคาร์เมนที่เธอเก่งกล้าแค่ไหนก็รับมือสองคนนั้นไม่ได้
วันนี้คาร์เมนโดนเธอแกล้งไปสอบรอบแล้วถึงแม้เขาจะมีฉายาว่าพ่อหนุ่มน้ำแข็งหน้าเตารีดไม่ยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงก็ตามทีเถอะแต่ใครจะเดาได้บ้างล่ะ ถ้าเกิดว่าน้ำแข็งแตกร้าว เธอก็มีสิทธิ์เจ็บตัวได้เหมือนกันอีกอย่างถึงปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ใจเธอก็ยังกลัวอยู่ดีนั่นแหละ
ปัง ปัง ปัง
เสียงเหมือนมีอะไรกระแทกกับประตูห้องนอนเมษาถึงกับผวากอดกานพลูแน่น
“ทำไงกันดีล่ะกาน”เมษาเอ่ยถามเพื่อนรักเ้าแผนการ
“หนีสิอยู่ให้สองคนนั่นฆ่าเอาหรือไง”กานพลูลุกลี้ลุกลนหาทางหนีออกจากห้องก่อนที่จะถูกสองหนุ่มจับตัวไปลงโทษ
“จะหนีไปทางไหนล่ะแก”เมษาเองก็หน้าซีดเผือด คิดช่วยกันหาทางหนีทีไล่จากมือเบนนิโต้
“หน้าต่างไงแก”กานพลูชี้ไปทางหน้าต่างห้องอย่างมีความหวัง
เมษามองตามคำพูดของกานพลูและรีบวิ่งไปดูห้องนอนของเธออยู่ชั้นสอง ถ้าจะให้หนีไปทางหน้าต่าง...อาจจะเจ็บตัวมากกว่าหนีรอด ยังจะต้องโดนเบนนิโต้ลงโทษอีกเห็นจะได้ไม่คุ้มเสีย
“รู้อย่างนี้เราไม่น่าจะแกล้งสองคนนั่นเลยนะกาน”
“ทำไงได้ล่ะ ก็มันแกล้งไปแล้วนี่”กานพลูตอบเมษา พลางมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้เธอและเมษาหนีไปจากห้องนี้ได้ก่อนที่จะโดนไอ้บ้าสองคนที่กำลังเคาะประตูดังปึงๆปังๆ นั่นจับได้เสียก่อน
“มันสูงนะกาน เราจะลงไปได้ไงกัน”
“ไม่รู้ถึงได้กำลังคิดอยู่นี่ไง” ดวงตาคู่สวยวาววับ เมื่อเห็นราวผ้าม่านกานพลูยื่นมือไปกระตุกราวผ้าม่าน ฝั่งหนึ่งผูกมันไว้ที่เอวเมษา อีกปลายหนึ่งก็ไปผู้ที่เสาเตียงและเอวตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยก็พอดีกับที่ประตูห้องเปิดออก
ผลั๊ว!
เบนนิโต้ยืนหน้าตาถมึงทึงมองไปหาทั้งกานพลูและเมษาดวงตาคมกริบวาวจ้า จนคนถูกมองถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ
“เอาไงละกาน” เมษาถามเสียงสั่น
กานพลูจับแขนเมษาที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกลลากไปจนชิดหน้าต่าง“หนูเมย์ลงไป ก่อนทางนี้ฉันรับหน้าเอง”
เมษารีบทำตาคำบอกของเพื่อนเธอวางมือบนขอบหน้าต่าง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นสูงและวางบนขอบหน้าต่าง หากว่า...
หมับ!
เบนนิโต้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเขาจับแขนเรียวเอาไว้ ออกแรงดึงทีเดียวเมษาก็ตัวลอยขึ้นมาอยู่ในห้องนอนเหมือนเดิม และเธอยังตกอยู่ในอ้อมแขนของเบนนิโต้ที่มองมาตาเขียวราวกับจะว่าเธอได้ทำความผิดรายแรงด้วย
เมษาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอใจสั่นระทึกไหววูบอย่างรุนแรง เธอรีบแกะมือเบนนิโต้ที่จับแน่นราวกับตุ๊กแกและบีบแรงๆจนแขนแทบจะหักออก
“ห้ามทำอะไรหนูเมย์นะพี่บีงานนี้หนูเมย์ไม่ผิด กานเป็คนทำคนเดียว” กานพลูเข้าใจผิดคิดว่าที่เบนนิโต้พังประตูห้องเข้ามาเป็เพราะเธอแกล้งเขาเื่อาหารเย็น
“ปล่อยฉันนะคาร์เมนมาจับตัวไว้ทำไมฮึคนบ้า ปล่อยซิโว้ยไอ้บ้า!”กานพลูตวาดคาร์เมน พลางแกะมือที่จับแขนออก แต่กลับเหมือนถูกคีบเหล็กบีบเอาไว้ขยับทีไรก็เจ็บแปรบจนคิดว่าข้อมืออาจจะหักก็เป็ไปได้
“บอกเบอร์โทรศัพท์ของพี่ชายเธอมากานพลู”เบนนิโต้ตวาดกานพลูเสียงแข็ง ขณะจับมือเมษาไพล่ไปด้านหลังเพราะไม่อยากถูกหญิงสาวทำร้าย
“จะเอาเบอร์พี่ชายกานไปทำอะไร”กานพลูสงสัย เธอยังไม่ยอมบอกเบอร์โทรศัพท์ต้นรักษ์ให้คาร์เมนที่รอกดอยู่
“บอกมาเถอะกานพลูอย่าให้ต้องลงมือบีบบังคับกันเลย” คาร์เมนเอ่ยน้ำเสียงกระด้าง ใบหน้าชายหนุ่มเคร่งเครียด
“ฉัน้าให้เธอคนใดคนหนึ่งคุยกับนายคนนั้นห้ามเขาเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรกับมีนาอีก”
“อ๋อ...เป็แบบนี้เองซินะ”เมษาหัวเราะกลั้วคอ “ช่างน่าสงสารจริงๆ ว่าไหมกาน”
“ฮื่อ” กานพลูรับคำ
“กานพลู!”คาร์เมนเรียกคนที่ตกอยู่ในอ้อมแขนเสียงแข็ง
“ไม่ต้องมาเรียก ไม่สนใจเว้ย!” กานพลูโต้กลับขณะพยายามดึงแขนออกจากมือคาร์เมน
“พูดบ้าอะไรของเธอเมษารีบบอกเบอร์ไอ้บ้านั่นมาเร็วๆ ก่อนฉันจะทนไม่ไหว” เบนนิโต้กัดฟันกรอดเมษาช่างทำให้เขาหัวเสียได้ทุกเื่จริงๆ
“น้องเมย์ไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชพี่บีดีนะซิคะไหนว่าฉลาดนัก แต่ทำไมถึงโดนผู้หญิงหลอก...ปั่นหัวง่ายจัง” ผู้ชายที่อยู่รายรอบกายเธอทุกคนถูกมีนาใช้มารยายั่วยวนให้หลงใหล มีเพียงต้นรักษ์คนเดียวเท่านั้นที่นอกจากจะไม่หลงแต่ยังคอยหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ
“ไม่ต้องบอกนะกานฉันอยากรู้เหมือนกัน ถ้าเราไม่บอก เ้านายจะทำยังไง จะรีบหาทางหายตัวไปช่วยนังปีศาจมีนานั่นหรือไงดีเลย...ขอให้พี่ต้นจับไปฆ่าหมกป่าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจะได้ไม่ต้องมาคอยสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นเขาเสียที”
เมษาพูดอย่างเจ็บใจเธอพยายามข่วนแขนเบนนิโต้ที่เริ่มรัดแน่นขึ้นเพราะความโกรธที่เธอพูดไม่ดี หญิงสาวกระทืบไปบนเท้าชายหนุ่มเต็มแรง
เบนนิโต้สะดุ้งยกเท้าหนี พลางกดแรงไปบนแขนเรียวจนเมษาหน้านิ่ว เขามองหญิงสาวเหมือนกับ้าจะฉีกเนื้อเธอออกเป็ชิ้นๆ
“ไม่ต้องกลัวเมษาเดี๋ยวฉันจะจัดการกับเธอแน่” เบนนิโต้พูดเสียงแข็งกร้าว
“ทำไงก็ได้คาร์เมน ง้างปากยายนั่นให้คายเบอร์โทรศัพท์พี่ชายออกมาส่วนยายตัวแสบนี่...ฉันจัดการเอง ถ้าไอ้บ้านั่นมันทำอะไรมีนาแม้แต่นิดเดียวฉันกลับไปเมื่อไหร่ ศพมันไม่สวยแน่”
เบนนิโต้หันไปบอกคาร์เมนแต่จ้องกานพลูตาเขียว “ถ้านายได้เบอร์โทรพี่ชายยายนั่น ก่อนก็โทรไปหามันได้เลย เสร็จแล้วค่อยบอกมาบอกฉัน”
“ไอ้คนใจร้ายใจดำ ขอให้มีนาโดนพี่ต้นขู่จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่กล้าออกจากบ้านไปเลยยิ่งดี” ปากพูดแช่งมีนา พลางจิกทึ้งดึงแขนให้หลุดจากมือเบนนิโต้แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะดุ้งะเืเลยด้วยซ้ำ
เมษาก้มหน้าลงไปกดฟันคมๆลงบนแขนเบนนิโต้เต็มแรงจนชายหนุ่มสะดุ้ง
“โอ๊ย! ยายหมาเมษา กล้ามากใช่ไหมมานี่เลย” เบนนิโต้ลากตัวเมษาออกจากห้องไป
คงเหลือเพียงคาร์เมนและกานพลูที่ยืนจ้องหน้ากันโดยไม่มีใครยอมแพ้ใครก่อนกานพลูจะก้มลงกัดมือคาร์เมน พาตัวเองหลุดไปจากมือแกร่งได้ในที่สุด
“คุณนี่มัน...” คาร์เมนส่ายศีรษะอย่างระอาใจ
“เ้านายคุณจะพาหนูเมย์ไปไหน หลีกไปนะคาร์เมน กานจะไปช่วยหนูเมย์”
“ก่อนจะไปช่วยเพื่อน เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะกานพลู”คาร์เมนย่างสามขุมเข้าหากานพลู สายตาจับจ้องร่างโปร่งบางราวกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อ
กานพลูใรีบสาวเท้าถอยไปด้านหลังอย่างเร็วก่อนแผ่นหลังจะแนบกับฝาผนังและคาร์เมนก็ถึงตัวเธอพอดี
“ถอยไปนะคาร์เมน” หญิงสาวยกมือขึ้นยันแผ่นอกกว้างไม่ให้ชายหนุ่มเข้าใกล้ตัว
“กรี๊ด!! ไม่นะไอ้คาร์เมนบ้า ปล่อยกานนะ!“