
จักรวรรดิมารซิเรเดล
ในราตรีคืนหนึ่ง วงแหวนมนตราพลันปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า ร่างมังกรทมิฬนางหนึ่งบินออกมาจากวงแหวนลึกลับนั่น นางบินเหาะข้ามแผ่นดินเข้ามาภายในจักรวรรดิมาร ทุกอย่างเกิดรวดเร็วมาก จนไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้เลยทว่าร่างของนางมังกรดำก็ไม่ได้ลอยค้างฟ้า หากแต่พุ่งถลาลงสู่พื้นพิภพเบื้องล่างตึง! โครม!เสียงกระแทกดังสนั่นไปทั่วอาณาบริเวณ ร่างมังกรดำหงายท้อง ล้มตึงกองอยู่บนพื้น พร้อมร้องโอดครวญ"โอ้ย เจ็บ เจ็บ กลับมาได้แล้วซินะ!!"มังกรดำร้องหลังจากโบยบินพร้อมบาดแผลจำนวนมาก และใช้พลังชั้นสูงเพื่อเปิดช่องว่างข้ามมิติ นางจึงสามารถกลับมายังจักรวรรดิมารได้จนสำเร็จแสงสว่างวาบเกิดขึ้นบนเรือนร่าง เมื่อพลังของเธอหมดลง นางมังกรดำจึงคืนร่างเดิม กลับมาเป็นร่างหญิงสาวที่ตนใช้แปลงกายอีกครั้ง"มังกรเฒ่าเฮอเหลียว ยัยแก่พันปี!”มังกรหญิงหัวเสียเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาฝีมือร้ายกาจสมคำเล่าลือ! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวมังกรด้วยกันเอง ยังขยาดหวาดกลัวนางนักนะ! หญิงสาวมังกรนึกในใจ พลางขยับแว่นตาของตนเองให้เข้าที“ข้าไม่ได้ไปแดนมนุษย์เพื่อไปสู้กับนางเสียหน่อย”นางตัดพ้อ พยายามลุกขึ้นหลังจากหงายท้องนอนมองฟ้าอยู่สักพักใหญ่ถ้าตัวเราไม่ติดเรื่องฟานกับท่านซือหลินอาจจะสู้กับนางได้มากกว่านี้!มังกรหญิงนึกขณะที่ใช้ชายเสื้อเช็ดคราบบนใบหน้าของตนเอง เมื่อภาพของผู้กล้าซือหลินลอยขึ้นมา ใบหน้าของหญิงสาวก็ขุ่นเคืองขึ้นชัดเจน"ใจร้ายที่สุด! เรื่องของตัวเองแท้ๆ ทำไมถึงไม่ยอมอธิบายอะไรเลยนะ ! เพราะแบบนี้ถึงได้เกลียดนัก ฮึ่ย!"มังกรหญิงบ่นอุบอิบ"นั่นผู้ใดกัน!?”เสียงคำรามเสียงหนึ่งดังขึ้น ใกล้กับหญิงสาวมังกร“เสียงของใครกัน เผยตัวออกมา!"ขวานด้ามใหญ่ คือสิ่งที่ดวงตาของนางมองเห็น มังกรสาวดีดตัวขึ้นมาจากหลุม หันหน้าตรงไปยังทิศทางต้นตอเจ้าของเสียงที่ยืนจังก้าอยู่“อ๊ะ! ขออภัยด้วยค่ะ! ข้าเองเจ้าค่ะ!”นางมังกรกล่าวเธอทราบดีว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร...ร่างตรงหน้าคืออสูรมิโนทอร์ตัวใหญ่น่าเกรงขาม"เจ้า? เซวาตี!”เสียงปีศาจหน้าวัวร่างกำยำเอียงคอสงสัย เมื่อเห็นร่างของอีกฝ่าย เขาจึงเก็บอาวุธไว้ด้านหลัง“เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงสภาพเป็นเช่นนี้?""ใต้เท้ามาริค เซวาตีกลับมาแล้วค่ะ!" เซวาตีผงกศีรษะแทนการแสดงความเคารพก่อนเอ่ย“ต้องขออภัยที่รบกวนท่านในยามวิกาล ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องมารายงาน”“เรื่องด่วน?…จงว่ามาสิ”ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพจอมมารเหล่ตาเล็กน้อย ก่อนมองคู่สนทนาอย่างตั้งใจ"ข้ากำลังฟังอยู่"“ข้าได้ลอบสืบข่าวภายในดินแดนมนุษย์แล้ว ผู้นำของกลุ่มผู้กล้า ซือหลินยังไม่ตายค่ะ”เธอรายงาน ใบหน้าอีกฝ่ายชักสีหน้าอย่างตกตะลึง“อะไรนะ?…เจ้าซือหลินน่ะหรือ? เรื่องที่พูดมั่นใจว่าเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ? เซวาตี?”มาริค เสียงของเขาแฝงด้วยลมหายใจฮึดฮัด“ข้ามั่นใจด้วยชีวิตของข้าเจ้าค่ะ”มังกรสาวเอ่ยอย่างใจเย็น ดวงตาสอดส่ายไปมาก่อนพูด“รู้ใช่ไหมว่าข้าเคยแจ้งจอมมารว่าซือหลินตายไปแล้ว”มาริคพูด สีหน้าของเขานิ่งสงบ“ข้าทราบเจ้าค่ะ”สายตาดุดันของมิโนทอร์ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายสำนึกผิด เขาถอนหายใจก่อนพูด“ฮืม เอาเถอะ ข้าจะจัดการต่อเอง อย่าได้กังวล”"ขอบคุณใต้เท้าที่เมตตาค่ะ”“แล้วมีเรื่องอะไรสำคัญอีกหรือเปล่า?”“ดูเหมือนสิ่งหนึ่งที่ข้าเห็นด้วยดวงตาคู่นี้แล้วแปลกใจ คือร่างกายของเขาแก่ชราลงไปมาก”“แปลกตรงไหนกัน ก็สักพักแล้วนับแต่สู้กับท่านจ้าวฑิคา”มาริคลูบปลายเขาของตนเอง “ถ้ามนุษย์ไม่ดูแลสุขภาพมันก็ดูแก่ลงอยู่แล้ว อายุพวกมันก็ไม่ยืนเหมือนชาวเรา ฟังดูไม่น่ากวนใจเจ้าได้นะ”“ใต้เท้า เขาแก่ลงแบบผิดธรรมชาติเลยค่ะ เหมือนอายุเพิ่มเป็นเท่าตัว ทั้งผมขาวซีดทั้งหัว หนวดเคราก็รุงรัง เดินเหินยังไม่ไหวเลยค่ะท่าน”“โอ้...”สีหน้าของมาริคฉายแววฉงน เขาตรึกตรองไปชั่วขณะ คิ้วนั้นขมวดเข้าหากัน“ถ้าเป็นดังเจ้าว่ามา ก็เปลี่ยนไปน่าดู เจ้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นมัน”“ข้ามั่นใจ เรื่องนี้ข้ามองไม่ผิดเป็นแน่!”หญิงสาวมังกรมอบคำมั่น“ฟังดูพิกลดี”มาริคหันมองท้องฟ้า พลางนึกถึงเรื่องราวต่างๆอย่างใจเย็น เขาจึงเอ่ย“เรื่องนี้เจ้าอย่าเพิ่งแพร่งพรายออกไป ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับชาวมาร หรือ...นายเหนือหัวในเวลานี้”“เช่นนั้นขอข้าไปรักษาตัวก่อนนะคะ”เซวาตีกล่าว เธอเหลือบมองขุนพลมารตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนเอ่ย“เอ่อ หากใต้เท้าอนุญาต ข้าขอไปใช้น้ำพุในปราสาทรักษาตัวได้ไหมเจ้าคะ”“เชิญเลยแม่มังกร อย่าลืมสิว่าเจ้าเป็น‘คนโปรด’ รีบรักษาตัวให้หายเถอะ”นางมังกรยิ้มแฝงด้วยความเศร้าเล็กน้อย เธอค้อมศีรษะก่อนเดินเข้าไปในปราสาท“ตอบข้าอีกข้อได้ไหม เซวาตี”มาริคเอ่ยโดยไม่หันไปมองหญิงสาว“มังกรชั้นสูงเช่นเจ้าเจ็บหนักกลับมาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
เซวาตีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วตอบแบบประชดประชันออกไป
“ข้าไปทำภารกิจแล้วเจอเจ้าโบราณวัตถุอายุพันปีทำร้ายมาเจ้าค่ะ!”นางตอบก่อนรีบไปรักษาตัวด้วยน้ำพุในปราสาท ทิ้งให้ปีศาจวัวไขปริศนาคำพูดของนางไว้เช่นนั้น

เทือกเขาน้ำแข็งซุยซาน ถ้ำพญามังกรเฮอเหลียว
“เอาล่ะ! ด้วยสารพัดวัตถุดิบที่มีก็ตีดาบได้เสร็จสรรพแล้วล่ะนะ”พญามังกรกล่าวด้วยเสียงอันดังในโรงถลุงเหล็ก ซึ่งมีคณะทุกคนอยู่กันโดยพร้อมหน้า“ตีดาบ? ไม่ใช่ว่าจะซ่อมดาบข้าหรือครับ ท่านอาจารย์”ลูกศิษย์วัยกลางคนถาม“ดาบเจ้านะหรือ ข้าซ่อมเสร็จไปเมื่อกี้แล้ว ซือหลินเอย!”“ระ เร็ว!”ซือหลินอุทานด้วยความตกใจ“ท่านทำเสร็จตั้งแต่เมื่อไรกัน?”“ข้ารับปากเจ้าแล้วว่าจะทำให้เสร็จภายในเจ็ดวันเจ็ดคืน ก็ต้องตามนั้นสิ ข้าไม่คิดผิดสัญญาใครหรอกนะ!”เฮอเหลียวยิ้มร่าเริง“ข้าร่ายมนตราตระเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อข้าวของครบทุกอย่างก็เลยสำเร็จด้วยดี ทุกอย่างก็เป็นไปโดยง่าย”พญามังกรเดินไปหยิบอาวุธซึ่งนางเพียรพยายามซ่อมแซมออกมา ดาบวิเศษถูกห่อด้วยผ้าชั้นดี มันคมกริบ ด้ามดาบสีดำอมเงิน ประดับด้วยอัญมณี มันสง่างามและยิ่งใหญ่เสมือนเป็นดาบเล่มใหม่ของซือหลินก็ไม่ป่าน“จากนี้ไป ขอให้ดาบเล่มนี้เสมือนคุณงามความดีของเจ้า ถึงจะต้องคำสาป ถึงจะแก่เฒ่า หรือจะมีลูกแล้ว ก็ขอให้จงมีสติปัญญาแหลมคมดังดาบ จงใช้ดาบเพื่อฝ่าฟันอุปสรรค และจงจำไว้ว่าพลังที่จะทำให้ดาบของเจ้าแสดงความแข็งแกร่งที่สุด ก็คือความเชื่อมั่นเพื่อปกป้องสิ่งที่เจ้ารัก...”ใบหน้าอาจารย์มังกรเฮอเหลียวแฝงด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ซือหลินสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของอาจารย์ เขาก้มลงน้อมรับอาวุธมาไหว้ในฝ่ามือทันที“ขอบคุณท่านมากครับ ท่านอาจารย์”“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก วิธีเร่งความเร็วต้องใช้เลือดมหาศาลตอบแทน...ขอบคุณตัวเองเถอะนะซือหลินเอย ฮ่าฮ่าฮ่า”มังกรหัวเราะลั่น รอยยิ้มของซือหลินเปลี่ยนเป็นหน้าตึงขมวดคิ้ว“เกือบซึ้งล่ะ มังกรเจ้าเล่ห์!”ซือหลินเอ่ยมังกรเฮอเหลียวใช้ปลายนิ้วแตะลงที่ดาบ พลันบังเกิดแสงสีฟ้าอ่อนขึ้น นางยิ้มและอธิบาย“จงจำไว้ว่ามนตราที่ข้ามอบให้ในระหว่างตีดาบของเจ้า ก็คือการเชื่อมโยงสื่อกลางระหว่างเจ้าและดาบ ดาบจะไม่เปล่งอิทธิฤทธิ์ หากไม่ใช่ผู้ที่สื่อกลางเชื่อมโยงกับมัน ดาบจะเป็นเศษเหล็กธรรมดา เมื่ออยู่ในมือคนอื่น...จงจำไว้และรักษาให้ดี”“ข้าจะไม่ปล่อยมันไปไหน...”ซือหลินตอบ“รักมันให้เหมือนลูกเลยนะเจ้าน่ะ!”นางมังกรพูดด้วยรอยยิ้ม“เอาล่ะ! ดาบวิเศษเล่มใหม่ของเจ้า ขอตั้งชื่อว่าดาบวิเศษอาบถังโลหิตผู้กล้า!!!”“โปรดเปลี่ยนชื่อดาบทีเถอะครับ ข้าขอร้อง!”ซือหลินแย้งเสียงดัง เพตราก็แอบพยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อยจากด้านหลัง“เจ้าไม่พอใจอะไรกับชื่อดาบสุดอลังการของข้าหรือ?”“ข้องใจเป็นที่สุด!”ซือหลินมองดาบที่ตนได้มา เขารู้สึกสงสารชื่อของมันจับใจ“ได้ยินชื่อแล้วคนวัยข้า รุ่นลุงป้าน้าอาคงเป็นลมกันเป็นแถบ!”เฮอเหลียวเดาะลิ้นก่อนมองไปยังหลานศิษย์และลูกศิษย์ของตนเอง“เวทิน เจ้าช่วยคิดชื่อไหมล่ะ?”“เอ้ะ ข้าหรือครับ?”เด็กชายนักบวชอุทาน เขาเการอยบาดแผลบนศีรษะเล็กน้อยก่อนให้คำตอบอย่างอ่อนน้อม“งั้นเอาคำว่าถังเลือดผู้กล้าออก เป็นดาบอาบโลหิตหรือไม่ก็ดาบวิเศษตามเดิมดีไหมครับ”“ชื่ออาบโลหิตมันก็ยังฟังแล้วน่ากลัว ดูเป็นภัยชอบกล!”เพตราเสนอ“เรียกว่าดาบวิเศษเหมือนเดิมเถอะ”“ข้าเห็นด้วยกับท่านหญิงเพตราครับ”เวทินเอ่ย ทำให้พญามังกรตัดใจในที่สุด“เอาอย่างนั้นก็ได้! ตกลงตามนั้นนะเจ้าดาบวิเศษรุ่นซ่อมใหม่!”เฮอเหลียวผู้ยอมใจอ่อนกล่าว เธอเดินไปยังเวทิน จับบ่าเล็กน้อยหนึ่งครั้ง“แล้วนี่เวทิน นี่คือของขวัญและรางวัลที่เจ้าตามหาวัตถุดิบจนครบ”มังกรสาวมอบห่อของขวัญให้แก่เวทิน เขารับและแกะออกมาอย่างรวดเร็ว“นี่คือดาบเหรอครับ”เด็กชายนักบวชฝึกหัดถาม“ดาบเล่มนี้เสมือนรางวัลที่เจ้าพิสูจน์ว่าเจ้าคู่ควรต่อการเป็นลูกศิษย์ จากนี้จงติดตามซือหลินให้ดี ถ้าวันไหนเจ้ามีปัญหา มาหาข้าได้ ข้ายินดีช่วย!”“ขอบพระคุณมากครับท่านพญามังกรเฮอเหลียว”“เรียกอาจารย์ก็ได้”มังกรหญิงยิ้มอย่างเอ็นดู“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเรียกรู้อะไรดีๆจากซือหลินอีกเยอะตลอดการเดินทาง ขอให้เจ้าจงโชคดี”เวทินยิ้ม เขารู้สึกดีใจมากเมื่อได้รับเกียรติเช่นนี้“ครับ อาจารย์”“เอาล่ะ จากนี้ไปพวกเจ้าคงเดินทางต่อแล้วสิ ใช่ไหม”มังกรหญิงหันถามซือหลิน“มีเรื่องหนึ่งที่พวกข้าคิดเอาไว้นานแล้ว”ซือหลินพูดอย่างขัดเขิน“ท่านอาจารย์ ไหนๆก็ได้พบฟานทั้งที ไปเที่ยวชมงานเทศกาลด้วยกันไหมครับ”“โอ้ะ จะชวนข้าไปเดินในงานเทศกาลกับหลานก่อนจากกันนะหรือ”“สำหรับข้า ถึงท่านจะเป็นมังกรขี้แกล้ง พูดมาก ตลกไม่เข้าท่าแบบนี้ แต่ท่านก็เหมือนพ่อแม่ที่ข้าเคารพนับถือ ถ้าท่านไม่สะดวกใจ...”เฮอเหลียวยิ้มเล็กๆ เธอรู้ดีถึงเจตนาของลูกศิษย์ว่าในคำพูดของเขา มีเจตนาแบบไหนแฝงอยู่มันเป็นความรู้สึกวิเศษที่เชื่อมโยง สะท้อนความผูกพันในแบบของทั้งสองออกมาได้เป็นอย่างดี“น้ำตาเกือบจะไหลล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ไปสิ ได้ไปเที่ยวกับหลานสาวทั้งที!!”มังกรเฮอเหลียวพูด เธอหัวเราะชอบใจจนแทบน้ำตาไหล“ว่ากันตามตรงนะ เจ้ามันปีศาจร้ายเสียจริง ซือหลิน มีลูกสาวน่ารักเช่นนี้ กลับซ่อนตัวไว้ในซอกหลืบของหุบเขา อีกนานเท่าไรก็ไม่รู้ กว่าจะได้เจอกันอีก ข้าน่ะ ควรได้ใช้ช่วงเวลาดีๆกับหลานสาวจริงไหม!”“ครับ อาจารย์”ซือหลินยิ้มพลางตอบ“อภัยให้ศิษย์คนนี้ด้วย เหมือนอย่างเคย”มังกรเฮอเหลียวลูบหัวลูกศิษย์อย่างอ่อนโยน เป็นความเอ็นดูที่ตั้งใจส่งผ่านไปหา เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขามากขึ้น ก่อนจะเอ่ยเรื่องอื่นแทรกขึ้น“ปลีกวิเวก ไม่ได้ลงไปข้างล่างตั้งหลายปี บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงขนาดไหนกันนะ…”เธอยิ้มอย่างร่าเริง“ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ขอเก็บเกี่ยววันคืนดีๆให้เต็มที่แล้วกัน”“อย่าลืมเก็บเขาและหางนะครับอาจารย์”“ข้าจะลงไปแบบนี้”เฮอเหลียวเดินออกจากโรงถลุง เธอเดินไปจนถึงหน้าถ้ำของตนเอง“เพราะข้าภูมิใจในความเป็นตัวเองยังไงล่ะ!”เธอพูดด้วยความสุข..."ทำแบบนั้นคงไม่เหมาะนะอาจารย์""ให้ข้าวันหนึ่งเถอะ เก็บเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป"หลังจากนั้นพญามังกรก็กลายร่างเดิม นางและคณะซือหลินทั้งสี่ได้ร่วมแอบเข้าไปในงานเทศกาลที่ยังคงจัดขึ้นอยู่ แม้จะเกิดความโกลาหลในตอนแรกที่หิมะถล่ม แต่ด้วยความช่วยเหลือจากเฮอเหลียว เทศกาลจึงยังคงจัดต่อไปตลอดทั้งคืนพวกเขาได้ร่วมกันดื่มด่ำบรรยากาศท่องเที่ยวยามราตรี กิจกรรมแสงสี งานเต้นรำและอาหารเลิศรส ก่อนจะตกท้ายด้วยพลุเฉลิมฉลองคณะซือหลินต่างจ้องมองพญามังกร ในราตรีนี้เธอคือดาวเด่นที่สุดของงาน ผู้ที่เต็มไปด้วยความร่าเริงโดยแท้...
ณ โรงเหล้า[ตะวันคราม] เขตภาคกลางแห่งจักรวรรดิต้าจิน“บริกร เอาเหล้ามาอีกขวด”ชายคนหนึ่งกล่าว บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยของกินและเหล้าจำนวนมาก“ท่านกินเยอะมากแล้วนะท่าน เป็นอะไรหรือเปล่า?”บริกรกล่าวเตือน เมื่อเห็นสภาพอันเมามายตรงหน้า“เป็นเหรอ ใช่ ข้าเป็น ข้าเพิ่งถูกสาวที่ตายไปแล้วหักอกมาผ่านจดหมาย”

“เอาสุรากับกับแกล้มมาเพิ่มที!”บริกรจำยอม เขานำสุราอาหารชุดใหม่มาวางไว้บนโต๊ะ และเดินจากไปอย่างเงียบๆ“เฮ้อ ขอโทษนะเมย์ มัน...ยากจะทำใจเรื่องเจ้าได้”กาลิคพูดถึงเพื่อนสนิท ก่อนจะขยับแก้วเหล้าไปด้วย“ต้องหาเบาะแสของผู้กล้าอีกสามคนนี่มันไม่ง่ายเลยแฮะ”หลังจากออกเดินทางมาได้สักพัก กาลิคก็พบเส้นสายพรรคพวกของเขาหายไปการติดต่อเหล่าผู้กล้าที่เหลือไม่ใช่เรื่องง่ายดังเก่าก่อนสิ่งที่ทำได้คือต้องเดินทางไปจักรวรรดิอาคเนย์โดยเร็ว ซึ่งเขาก็เร่งเดินทางและมาหยุดพักที่นี่เมื่อไรที่คิดถึงจดหมายที่เมย์ส่งมา ท้ายสุดแล้วก็ลงเอยที่สุราอยู่ร่ำไป..'นางคงกำลังตำหนิข้าอยู่แน่เลย' กาลิคนึกในใจ ดวงตาของเขาลึกดำ แฝงด้วยความเศร้าสร้อย“ทานอะไรเยอะแยะจังเลยพี่ชาย” เสียงชายชราในชุดมอซอพูดขึ้น ก่อนที่จะเดินมานั่งบนเก้าอี้ร่วมโต๊ะผู้กล้า“อย่ามายุ่งกับกับแกล้มข้านะ ถอยไปเลย”“หน้าท่านเหมือนอยากรู้เรื่องอยู่ เรื่องอะไรเหรอพี่ชาย?”เขายิ้มเห็นฟัน“ถามข้าได้นะ! พวกข้ารู้ลึกรู้ดี รู้ในสิ่งที่คุณพี่ต้องการน่า เนอะ”“เจ้าจะไปไหนก็ไปเลย มาขอทานผิดคนแล้ว”กาลิคเปิดปากไล่“ข้าไม่มีสักแดงแล้วตอนนี้”
ตึง เสียงปังตอดังขึ้น ทั้งสองหันมองอย่างรวดเร็ว เป็นพ่อครัวซึ่งก็คือเถ้าแก่ร้านนั่นเอง...
“เอ่อ มีพอค่าเหล้านะเถ้าแก่! ข้าพูดจริงนะ!”ผู้กล้าจารชนกล่าว“ข้ารู้ว่าท่านต้องเจ็บปวดใจกับความสูญเสีย ข้าก็เช่นกัน” ชายในชุดสกปรกยังคงพูดต่อ“ขอทานอย่างเจ้ามีอะไรให้สูญเสีย?” เขาถามพลางดื่มเหล้าอีกครั้ง“ทุกสิ่งกระทั่งชีวิตของข้า” คนแปลกหน้าอธิบาย ก่อนหยิบอาหารชิ้นหนึ่งขึ้นมาทาน“...ข้าเคยมั่งมี เคยมีพรรคพวก เคยมีคนรัก เหมือนกับพี่ชายนะแหละ แต่พอธุรกิจสะดุด ทุกอย่างก็พินาศไปหมด ทุกคนทิ้งข้าให้ตายทั้งเป็น ข้าไม่เหลือใครเลย สูญเสียไปหมด จนบัดนี้กลายเป็นยาจกไปแล้ว มันน่าตลกไหมล่ะ”“ฟังแล้วชีวิตเจ้าอนาถแท้ ลองไปร้องขอทางการหรือใครช่วยสิ เผื่อจะมีเจียดเงินสงเคราะห์คนจน”กาลิคกลอกตา คนจนในเวลานี้มีมากมาย แม้จะช่วย ปัญหานี้ด็ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำอะไรได้“ถ้าไม่รู้ว่าจะช่วยข้าตามหาคนที่ข้าอยากพบได้อย่างไรก็ไปซะ อย่ามาเนียนทานอาหารข้าฟรีๆ ข้ากำลังเมา กำลังเศร้า”"ข้าพบแล้วพี่ชาย ท่านไง"ชายสกปรกยิ้ม“ท่านกำลังตามหาคนอยู่ เรื่องหานั้นไม่ยากเย็นเลย เพราะถ้าตายไป วิญญาณทุกคนก็จะไปพบยมบาลยังไงล่ะ ท่านผู้กล้ากาลิค!”เมื่อพูดจบดาบเล่มหนึ่งก็ถูกชักออกมา พุ่งเป้าไปยังกาลิคที่เมามายอยู่ตรงหน้า
ฉัวะ!
ใครตามนิยายมาจนถึงตอนล่าสุด จะเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างเช่นความเร็วในตอนที่เร็วขึ้น เปิดปมใหม่ ปิดปมเก่า ความพีคเพิ่มขึ้น เป็นเพราะเรื่องราวของเรากำลังเข้าสู่ความมันส์เต็มพิกัดมากขึ้น ดังนั้นชื่อตอนนี้ก็เสมือนสารแจ้งให้ทราบว่าเนื้อเรื่องของไรท์จะแทรกความเข้มข้นเพิ่มไปด้วย เพื่อให้เรื่องราวการผจญภัยของพ่อลูกอ่อนและเพื่อนร่วมทางจะสนุกมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ ยังไงก็อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะครับ
