“โคลนจะเป็อะไรไหม” หมวยถามขึ้นทันทีที่ออกมาจากป่าได้สำเร็จ
“ที่แน่ ๆ คือเขายังไม่ตาย” จอนนี่พูดพลางมองไปที่หน้าต่างปาร์ตี้ด้านหน้า
“เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว” หมวยถอนหายใจอย่างโล่งอก
“แต่แปลกมาก ถึงแม้ค่า HP เขาจะลดอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็น้อยเสียจนไม่ส่งผลอันตรายเท่าไหร่” จอนนี่ตั้งขอสงสัย
“พวกเราก็เห็นมาแล้วว่าการเคลื่อนที่ของพี่โคลนนั้นสมบูรณ์แบบแค่ไหน เขาสามารถหลบการโจมตีแบบรุมล้อมได้อย่างง่ายดาย” ตี๋พูดชมเชยอย่างไม่ปิดบัง
“เราควรจะกลับไปช่วยเขาไหม” หมวยมองไปทางจอนนี่
“หากกลับไป สิ่งที่พวกเราทำมาจนถึงตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์สิ อีกอย่างการกลับไปอาจจะเป็การเพิ่มภาระแก่เขาก็ได้” จอนนี่วิเคราะห์
“แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี” ตี๋ถาม
“ตั้งแคมป์ เราจะพักเอาแรงและรอโคลนอยู่ด้านนอกของเขตป่า” พูดเสร็จจอนนี่ก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์สร้างที่พักทันที หมวยและตี๋หันไปมองภายในป่าที่เงียบสงัดก่อนจะระลึกถึงบางสิ่ง
“ฮ่า ๆ เอาอีก ดีมาก พาฉันขึ้นไป”
“ฉับ!”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 725 หน่วย”
“LEVELUP: 5”
“สุดยอด ฉันสามารถเก็บค่าประสบการณ์ได้ง่าย ๆ แต่น่าเสียดายที่เ้าเถาวัลย์พวกนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้างในการพาฉันขึ้นไป้า ไม่อย่างนั้นคงเพิ่มเลเวลได้ไวกว่านี้หลายเท่า”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 722 หน่วย”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 729 หน่วย”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 721 หน่วย”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 722 หน่วย”
“…”
“…”
“LEVELUP: 6”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 730 หน่วย”
หนุ่มนักล่าค่าประสบการณ์ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงจนในที่สุดฟ้าก็เริ่มมืด เขาตัดสินใจเดินทางออกจากป่าเนื่องจากการต่อสู้ในความมืดนั้นมีความเสี่ยงเกินไป อย่างไรเสียคติประจำใจของเขาก็คือปลอดภัยไว้ก่อน
เมื่อโคลนเดินพ้นแนวเขตของป่าก็พบกับภูมิประเทศแบบที่ราบสูงเนินเขา ทัศนวิสัยในการมองเห็นกว้างไกลชัดเจนเนื่องจากไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่หรือูเาสูงบดบัง ด้านหน้าของเขามีควันไฟลอยสูงเด่นชัด ชายหนุ่มเดาได้ทันทีว่าเป็แคมป์ของพวกหมวย จอนนี่และตี๋ที่รอเขาอยู่
“คลาวดี้!” ลำแสงสีขาวบินวนรอบตัว ก่อนจะกลายเป็ลูกหมาสีขาวขนปุกปุยยืนอยู่ข้างรองเท้าบูต ที่มีรูโหว่จากฤทธิ์กัดกร่อน
“อู้ววว~”
มันมองไปยังผู้เป็เ้าของราวกับกำลังสงสัยว่าถึงเวลาอาหารแล้วหรือ หากแต่คำตอบก็ปรากฏชัดขึ้นทันทีที่มันหันไปมองรอบ ๆ และพบเจอกับความว่างเปล่า ร่างสีขาวก็สั่นงึก ๆ ราวกับของเล่นใส่ถ่าน
“ตามฉันมา”
โคลนกำหนดเป้าหมายมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่กำเนิดควันไฟ เขาก้าวเดินอย่างไม่รีบร้อนเพราะ้าให้คลาวดี้สามารถวิ่งตามได้ทัน ที่เขาเรียกมันออกมาเพราะ้าให้มันทำความคุ้นเคยกับเขาและสภาพแวดล้อมมากขึ้น มันก้าวขาตามโคลนไม่ห่างตัว จมูกฟุดฟิดคอยดมกลิ่นตลอดเส้นทาง โคลนเห็นดังนั้นก็เบาใจขึ้น ถึงแม้มันจะขี้กลัวแต่อย่างน้อยก็ยังมีสัญชาตญาณของสัตว์ให้เห็นบ้าง
เมื่อโคลนเข้าใกล้บริเวณแคมป์เขาก็ต้องพบกับความแปลกใจที่เห็นคนแปลกหน้าแทนที่จะเป็เพื่อน ๆ ของเขา ชายผิวเข้มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าสี่เหลี่ยมถูกประดับไว้ด้วยเครายาวสีดำกำลังยืนเฝ้ายามและมองไปรอบ ๆ ไม่นานชายคนนั้นก็สังเกตเห็นการคงอยู่ของชายแปลกหน้า
“นายเป็ใคร!” คนผิวเข้มะโขึ้นพร้อมเรียกอาวุธออกมา
“ฉันมาตามหาเพื่อน พอดีเห็นควันไฟจากที่ไกล ๆ จึงคิดว่าเป็คนรู้จัก ขอโทษด้วยที่มารบกวน ฉันจะไปแล้ว” โคลนบอกเจตนา เขาไม่้าจะมีปัญหา
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณดัสติน เอ๊ะ! นั่นโคลนนี่”
หมวยที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินออกมาดูและพบกับโคลน เธอโบกมือให้ชายหนุ่มก่อนจะะโเรียก เมื่อโคลนเห็นว่าคนในแคมป์เป็หมวยจึงเข้าไปสมทบทันที ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็เริ่มเดินเข้ามารวมตัวเช่นกัน
บริเวณกลางแคมป์ที่พักตอนนี้มีคนอยู่ทั้งสิ้นเจ็ดคน แบ่งออกเป็ โคลน หมวย ตี๋ จอนนี่ และกลุ่มคนแปลกหน้าที่โคลนไม่เคยเห็นอีกสามคน หมวยได้แนะนำตัวคนทั้งสามให้โคลนรู้จัก คนแรกคือดัสตินชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่มีเครายาวสีดำที่เป็คนพบโคลนคนแรก คนต่อมาคือวูดส์ชายรูปร่างผอมสูง เขามีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดคือใบหน้าเรียวแหลมราวกับผู้หญิง ผมตรงสีน้ำตาลยาวประบ่า และเวลาพูดออกมาจะมีเสียงแหลมใสน่าฟัง คนสุดท้ายคือซานะหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับหมวย เธอมีผมสั้นหยักศกสีดำสนิท การเคลื่อนไหวของเธอคล่องแคล่วสอดคล้องกับสีหน้าที่ดูเป็คนมั่นใจในตนเองสูง
“ส่วนคนนี้คือโคลน เขาคือคนที่พวกเรากำลังรออยู่” หมวยผายมือไปหาโคลน
กลุ่มของหมวยพบกับทั้งสามคนนี้ใน่ที่กำลังตั้งแคมป์ที่พัก จากการสอบถามจึงทราบว่าทั้งสามคนเจอกันที่หมู่บ้านเริ่มต้นโดยบังเอิญ จากนั้นจึงรวมกลุ่มกันเพื่อเดินทางไปยังเมืองเรนเดียร์เช่นเดียวกับพวกเขา เมื่อกลุ่มของหมวยทราบจึงได้ชักชวนให้ทั้งสามคนมาเข้าร่วมกลุ่มเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน อย่างไรเสียคนมากกว่าก็ปลอดภัยกว่า แต่ด้วยจำนวนสมาชิกในปาร์ตี้ที่มีสูงสุดได้แค่หกคน พวกเขาจึงไม่ได้ยุบปาร์ตี้รวมกัน
โคลนเข้าไปจับมือทักทายคนทั้งสามและแนะนำตัวด้วยตัวเองอีกครั้ง จากนั้นทั้งเจ็ดคนจึงนั่งล้อมรอบกองไฟพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน กลุ่มของดัสตินก็ได้แผนที่มาจากภารกิจในหมู่บ้านเริ่มต้น โดยคนที่ได้มาก็คือวูดส์ วูดส์เป็คนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดคุยมากนักผิดกับซานะที่พูดเก่งและเข้ากับหมวยและตี๋ได้เป็อย่างดีราวกับรู้จักกันมานาน ด้วยทักษะการเข้าสังคมของพวกเขาทั้งสามทำให้ทั้งสองกลุ่มประสานกันได้อย่างรวดเร็ว
ซานะและดัสตินดูจะสนใจกับเ้าคลาวดี้มาก ซานะบอกว่าเธออยากจะมีสัตว์เลี้ยงเป็สุนัขหรือแมวบ้างเช่นกันจึงถามข้อมูลถึงการได้มาของสัตว์เลี้ยงจากโคลน ชายหนุ่มไม่ได้เห็นว่ามันเป็ความลับอะไรจึงบอกไปตามตรงว่าพวกชาวบ้านเป็คนมอบให้ และยังบอกถึงอุปนิสัยที่แปลกประหลาดของมันที่มักจะหวาดระแวงและมีน้ำลายยืดตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นซานะก็ยังมองไปที่คลาวดี้อย่างชื่นชม และพยายามจะเข้าไปััขนสีขาวปุกปุยของมัน ซึ่งแน่นอนว่าคลาวดี้กลัวจนรีบหนีไปแอบด้านหลังของโคลนเหมือนที่แล้ว ๆ มา
เป็ตอนนี้เองที่ตี๋นำเนื้อหมีย่างและซุปกระดูกหมูที่เหลือจากมื้อกลางวันมาแจกจ่ายให้ทุกคน ถึงแม้รสชาติจะไม่ดีดังเช่นตอนปรุงเสร็จใหม่ ๆ แต่กลุ่มของดัสตินก็ยังชื่นชมถึงความอร่อยไม่หยุด
“พวกพี่รู้ไหมว่าตอนที่มันยังร้อน ๆ อยู่น่ะ มันอร่อยกว่านี้เป็ร้อยเท่า” ตี๋พูดพลางระลึกถึงรสชาติอาหารมื้อกลางวัน
“จริงหรือ? พวกนายนี่ดีจังเลยนะที่มีคนที่สามารถปรุงอาหารได้ พวกฉันนี่สิ ทั้งวันมานี้ต้องกินแต่ผลไม้ป่าและเนื้อแข็ง ๆ รสชาติจืด ๆ” พูดเสร็จดัสติสก็ซดน้ำซุปล้างคอแล้วจัดการเนื้อตรงหน้าต่อ
“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็กินกันให้เยอะ ๆ เลย อย่างไรเสียหากพ้นวันนี้ไปอาหารพวกนี้ก็คงไม่สามารถทานได้อีกต่อไป” โคลนรู้สึกดีที่อาหารของเขาทำให้ทุกคนมีความสุข
เมื่อโคลนทานอาหารเสร็จแล้วเขาก็แยกตัวออกไปพักผ่อน ระหว่างนี้จึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นได้โบนัสพอยต์เพิ่มมาสิบหน่วยจากการเลเวลอัพระหว่างต่อสู้กับดอกไม้สีชมพู ชายหนุ่มไม่รอช้าเรียกหน้าต่างสถานะเพื่อใช้โบนัสพอยต์ทันที
“HP 680/877”
“HP 680/922”
“HP 680/967”
“…”
“HP 680/1360”
“อร๊างงง...ค่า HP เนี้ยดีจังเลยน้า...” โคลนกดใช้โบนัสพอยต์เพิ่มค่า VIT ทีละหนึ่งหน่วย เพื่อดูจำนวน MAX HP ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข เขาเอามือััค่า HP ที่แตะหลักพันอย่างทะนุถนอม ดลาวดี้ที่เห็นสภาพของเ้านายในตอนนี้ก็รีบวิ่งหนีทันที
“อะแฮ่ม ๆ” เ้าคนกำลังมีความสุขเห็นแบบนั้นจึงไอเบา ๆ แก้เขินพลางมองไปรอบตัว เมื่อรู้ว่าไม่มีใครสังเกตเห็นการกระทำของเขาก็ทำท่าโล่งใจก่อนจะปิดหน้าต่างทิ้งและเข้านอน

เนื่องจากกลุ่มของโคลนเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวัน ถึงแม้พวกเขาจะเข้านอนไวแต่ก็ไม่ได้ตื่นเช้ามากนัก ผิดกับกลุ่มของดัสตินที่ตื่นั้แ่ตะวันยังไม่ขึ้นและพวกเขาก็เพิ่งกลับมาจากการสำรวจเส้นทางที่จะใช้ในการเดินทางวันนี้ ดัสตินยังบอกอีกว่าเส้นทางข้างหน้าห่างออกไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมงนั้นเป็ทางสะดวก มีฝูงมอนสเตอร์ที่อ่อนแออยู่บ้างเล็กน้อยแต่พวกเขาก็กำจัดพวกมันไปแล้ว โคลนที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ลอบชื่นชมดัสตินในใจ
เมื่อคืนมีแค่หมวยและตี๋เท่านั้นที่ออฟไลน์ออกไปทำธุระ เพราะเครื่อง CR-8 นั้นสามารถรองรับการออนไลน์สูงสุดของผู้ใช้ได้ถึงหนึ่งร้อยหกสิบแปดชั่วโมง ฉะนั้นการใช้เวลาอยู่ในโลก CCR ติดต่อกันหลายวันถือเป็เื่ปกติมากในยุคนี้
“ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว งั้นพวกเราออกเดินทางกันต่อเถอะ” โคลนพูด
“เย้! ไปลุยกันเลยค่า...” ซานะะโขึ้นอย่างร่าเริง
“ฮ่า ๆ ๆ” หมวยที่เห็นเพื่อนใหม่ฟิตขนาดนี้ก็ได้แต่หัวเราะขำ
เมื่อกลุ่มของโคลนเดินทางไปได้หนึ่งชั่วโมงก็พบกับซากศพของมอนสเตอร์สิบกว่าตัวที่ดัสตินเล่าให้ฟัง พวกมันมีลักษณะคล้ายแกะเพียงแต่ขนของมันเป็สีเืหมูทั้งตัว
“ขนสีแดงเหรอ เน่ ๆ ถ้าเราเจอฝูงมอนสเตอร์พวกนี้อีกมาจัดการมันกันเถอะ ถ้าผมเอาขนของพวกมันมาผลิตเป็เสื้อคงจะเรียกเสียงกรี๊ดของสาว ๆ ได้แน่นอน” ตี๋ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
“ตัวใหญ่อย่างนายฝูงเดียวคงไม่พอหรอกมั้งตี๋” โคลนหยอกล้อ
‘ว่าแต่ความคิดของเ้าตี๋ก็ไม่เลวนะ’ โคลนกำลังนึกภาพของเขาสวมสุดขนสัตว์สีแดงและยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
“โธ่พี่โคลนก็พูดไป”
“ฮ่า ๆ ฉันว่าโคลนพูดถูกนะเ้าตี๋” หมวยหัวเราะพลางบีบแก้มน้องชายตัวแสบด้วยความหมั่นเขี้ยว
ด้วยภูมิประเทศแบบที่ราบเนินเขาทำให้การเดินทางของพวกเขาเป็ไปด้วยความรวดเร็วกว่าตอนเดินทางในป่ามากนัก ไม่น่าก็พบกับฝูงแกะขนสีเืหมูฝูงใหญ่ จากการประเมินด้วยสายตาของโคลนเขาคิดว่ามันมีถึงสามสิบสี่สิบตัว ตี๋ที่เห็นอย่างนั้นก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ดัสตินแนะนำว่าให้ทุกคนแยกกันไปคนละทางและต้อนพวกมันมารวมกันก่อนค่อยสังหาร เพราะมอนสเตอร์ที่อ่อนแอพวกนี้มักจะวิ่งหนีมากกว่าต่อสู้แลกชีวิต หากไม่จนมุมจริง ๆ มันจะไม่มีทางหันมาต่อสู้เด็ดขาด
ทุกคนเห็นด้วยกำแผนของดัสตินเพราะเขาเคยมีประสบการณ์ล่าเ้าขนแดงนี้มาก่อนแล้ว เมื่อตกลงกันได้ทั้งเจ็ดก็แยกย้ายกันไปคนละทาง พวกเขายืนประจำจุดกันเป็วงกลมวงใหญ่จากนั้นจึงค่อย ๆ เริ่มบีบพื้นที่ให้แคบลง เมื่อระยะได้ที่แล้วการล่าสังหารเพียงฝ่ายเดียวจึงเริ่มต้นขึ้น
สี่สิบนาทีผ่านไปจึงเหลือแกะขนแดงไม่ถึงสิบห้าตัว กลุ่มของพวกเขาไม่มีใครได้รับาเ็รุนแรง จะมีก็แต่อาการเหนื่อยเล็กน้อยจากการวิ่งตามพวกมันที่พยายามจะหนี แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อโคลนมองไปยังสุดเนินเขาและพบเห็นอะไรบางอย่าง
“กรรรรรรรร”
เสียงขู่คำรามในลำคอดังก้องทั่วที่ราบแห่งนี้ ไม่นานหมาป่าสีน้ำตาลขนาดกว่าสามฟุตตัวหนึ่งก็พุ่งลงมาจากเนินเขาด้วยความเร็วสูง ทั้งเจ็ดจะไม่ใเลยหากว่าทุกอย่างนั้นจบเพียงเท่านี้ เพราะพริบตาต่อมาร่างสีน้ำตาลกว่ายี่สิบตัวก็โผล่พ้นเนินเขาและวิ่งตามเ้าตัวแรกมาติด ๆ
“ทะทะทำไงดีพี่ สงสัยมันคงโกรธที่เราไปแย่งอาหารพวกมัน” ตี๋ถามคนในกลุ่มอย่างกังวล
“พวกเราวิ่งหนีดีไหม” วูดส์ชายที่พูดน้อยที่สุดเสนอความเห็น
“ด้วยความเร็วขนาดนั้น พวกเราไม่มีทางหนีมันได้ทันแน่ แถมยังเป็การเชิญชวนให้มันรุมสังหารพวกเราทีละคน ๆ” จอนนี่เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“แล้วเราควรทำอย่างไรดี” หมวยและซานะถามขึ้นพร้อมกัน
“เราจะสู้กับพวกมัน ทุกคนยืนประจำจุดให้เป็วงกลมแล้วหันหลังชนกันซะ อย่าให้พวกมันได้โจมตีจากด้านหลัง” โคลนะโบอกทันทีที่เห็นว่าหมาป่าสีน้ำตาลเข้ามาใกล้แล้ว
เมื่อพวกหมาป่าสีน้ำตาลเห็นมนุษย์ทั้งเจ็ดยืนตั้งรับเป็วงกลมพวกมันจึงกระจายตัวล้อมรอบพวกเขาไว้
“พวกมันมีสติปัญญา?” โคลนใกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกมันไม่ได้เปิดฉากโจมตีทันทีแต่กลับล้อมพวกเขาไว้แล้วเฝ้ามองพฤติกรรมของพวกเขา
“เป็ไปได้” จอนนี่เห็นด้วย
“พวกเราแย่แน่” ซานะพูดเสียงอ่อย ร่างกายของเธอขยับถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
“กรรร!”
เป็จังหวะนี้เองที่หมาป่าสีน้ำตาลตัวหนึ่งคำรามให้สัญญาณ และม่านเวทีแห่งการต่อสู้ก็ถูกเปิดฉากขึ้น แม้ว่าพวกมันจะกระจายตัวกันโจมตีทุกทิศทางก็จริง แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่าพวกมันเน้นโจมตีไปที่ซานะเป็หลัก ราวกับพวกมันััได้ถึงความกลัวที่เธอแสดงออกมา
หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาโคลนด้วยความรวดเร็ว เ้าคนคล่องแคล่วเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้พักหายใจ หมาป่าอีกตัวก็งับเข้ามาที่แขนของชายหนุ่ม แต่ด้วยการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วว่องไวมีหรือชายหนุ่มจะเสียท่าง่าย ๆ เขายกแขนขึ้นหลบการโจมตีและใช้เท้าเตะไปที่ใบหน้าของมันเต็ม ๆ จากนั้นพลิกตัววาดดาบไปทางหมาป่าตัวแรกที่กระโจนใส่เขา
“ฉึบ!”
ดาบสั้นของเขาได้ลิ้มรสเืหมาป่าสีน้ำตาลตัวแรก แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของมันจะโกรธมาก กระโจนเข้าหาชายหนุ่มจากด้านข้าง โคลนที่ไม่มีเวลาจะตอบโต้ได้ทันจึงจำยอมเอาแขนอีกข้างขึ้นมารับไว้
“ควับ!”
เขี้ยวแหลมคมของมันจมลึกเข้าไปในแขนของชายหนุ่ม
“อ๊ากกก”
โคลนร้องออกมาด้วยความเ็ปแต่ก็ยังกัดฟันฝืนใช้ดาบเสือกแทงเข้าไปที่ลำตัวของมัน ชายหนุ่มยิ่งเจ็บยิ่งโมโห เขาออกแรงบิดข้อมือเพื่อใช้ดาบเปิดปากแผลแล้วคว้านอวัยวะภายในของมันออกมาพร้อมกับดาบ
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 625 หน่วย”
สัตว์ร้ายขนสีน้ำตาลตัวแรกเห็นดังนั้นก็วิ่งชาจใส่ชายหนุ่มทันที
“โครม!”
ร่างของโคลนล้มลงไปกองกับพื้นโดยมีมัจจุราชขนสีน้ำตาลคร่อมอยู่
“อ๊ากก”
มันกัดไปที่หัวไหล่ด้านซ้ายและสะบัดเหวี่ยงจนเขาตัวลอยขึ้นเหนือพื้นดิน
“แย่แล้ว!!”
“โคลนนนน ระวัง!”