เสียงเลือนลั่นอื้ออึงคล้อยหลังไป จิตใจหนังอึ้งของกงเฟินผ่อนคลายลงเล็กน้อย ถึงแม้โดมเเก้วจะคงตัวอย่างเเข็งเกร่ง เเต่หาได้ยืนยงมั่นคงยาวนาน ยิ่งฝูงเเมลงพิษโหมกระหน่ำการโจมตีเพิ่มเข้าไปไม่หยุดยั้ง อานุภาพของมันดูเหมือนจะลดทอนลงได้
" เเกตายเมื่อไหร่ ทุกสิ่งจะหายไปเมื่อนั้น! "
ฝ่ามือขาวซีดหดเกร็งดั่งกรงเล็บเหยี่ยว เหนี่ยวนำกระเเสเสียงครวญคร่ำบาดหูให้ปรับรูปหลอมร่างเป็นตะขาบยาวใหญ่ เหลือเพียงปลายหางเล็กน้อยเท่านั้น จึงจะควบรวมเป็นอสูรตะขาบเเปดร้อยขาเสร็จสมบูรณ์ เมื่อทุกอย่างบรรจบ กงเฝินบรรจงเเทงฝ่ามือราวกับใบดาบไปเบื้องหน้า ตะขาบยักษ์ตะกายอากาศอยู่รอบกายรับบัญชา เชิดศีรษะขึ้นสูงก่อนทะยานลงเบื้องล่างเหมือนขบวนรถไฟเหาะหลุดร่วงจากรางเหล็ก
ทว่ากระบวนท่าฝ่ามือเหี้ยมโหดจำต้องเเข็งค้างในฉับพลัน เบื้องล่างปรากฏประกายเเสงศักดิ์สิทธ์สว่างจ้า สาดส่องเงาร่างไฝอย่างเลือนลาง ภายในก้อนเเสงเปล่งประกายเจิดจรัส ฉายภาพคลุมเครือของแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้ากำลังพับเก็บมุมฉากทั้งสี่ด้านจนเป็นทบหนา ก่อนจะกลืนกินตัวมันเองในคำสุดท้าย ลาลับหายไปจากโลกหล้าในพริบตา หอบพาม่านฝุ่นดินดำยากคาดเดาเข้าปกคลุมอีกครั้ง
' มันมียันต์อีกใบ! '
กงเฟินดั่งไก่ตาเเตก สถานการณ์เหนือความคาดหมายยิ่งนัก สัมผัสอันเลวร้ายยกระดับให้อันตรายขึ้นอีกหลายขีดขั้น ราวกับมันกำลังมองมือกระดูกขาวโพลนกวักเรียกหาอยู่หน้าประตูนรก บีบคั้นรุมเร้าจิตต่อสู้หลายร้อยปีจนสั่นคลอน
เมื่อยันต์กระดาษสาบสูญไปตลอดกาล เบื้องบนโดมแก้วปรากฏกลุ่มเมฆสีทอง ประหนึ่งควบรวมจากความว่างเปล่า ชักนำสายตาให้เหลือบมอง พวกมันเข่นฆ่าความมืดมิด คืนความเจิดจ้าจนโดมโค้งยังเเพ้พ่าย เเปรเปลี่ยนตัวเองเป็นสีทองอร่ามเช่นเดียวกัน เเต่เเสงสว่างไม่เคยผลิบานได้ยาวนาน มวลเมฆอันหนาเเน่น เริ่มมีสีเทาหม่นเข้มข้นเจือปน จากจุดเล็กๆ เเผ่ขยายลุกลามอึมครึมอย่างรวดเร็ว
ครืน... ครืน...
" หือ... " ใบหน้ากงเฟินบิดเบี้ยวรุนเเรง ริมฝีปากดำสนิทอ้าค้าง ไม่หลงเหลือเค้าโครงความโหดร้ายอีกต่อไป ความโลภในจิตใจกลับกลายเป็นวูบโหวงว่างเปล่า ก่อนจะเเปรเปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านหวาดกลัว " ยันต์สายฟ้าบวงสรวง! "
ครืน... ครืน... ครืน...
ห้วงคิดดั่งแผ่นฟิล์มของไฝ ปรากฏเส้นใยสายรุ้งเหนียวเเน่นเป็นระเบียบ เชื่อมต่อกับเมฆดำด้านบนราวกับพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ ตัวอักษรร้อยพันร้อยเรียงเป็นความหมายเเละวิธีบังคับใช้สาธยายในสำนึก ไฝใช้เวลาเพียงห้าลมหายในการทบทวน จากนั้นสองนิ้วดั่งดัชนีกระบี่วาดโยงไปยังหมู่เมฆมรสุมเบื้องบน สับลงมาอย่างเร็วเเรงในเสี้ยวพริบตา กระชากอสรพิษเรืองเเสงเเปลบปลาบฉกกัดไปยังกงเฟินบนโคมบงกช
เปรี้ยง!!!
ชายหนุ่มร่ำร้องว่า ' พลาดเเล้ว ' อย่างน่าเสียดาย สองมือขยับว่องไวเหมือนเเมงมุมทอใย ร้องเรียกสายฟ้าให้ฟาดลงมาต่อเนื่อง มวลแมลงพิษนับเเสนในรูปกายพญาตะขาบตกตายดั่งใบไม้ร่วง ถูกสายฟ้าทะลวงเป็นรูพรุนดั่งกระดาษอิ่มน้ำ ส่งเสียงเหมือนเม็ดทรายตกกระทบพื้นกระเบื้อง พวกมันหลงเหลืออยู่น้อยนิดอย่างน่าอนาถ กงเฟินตัองเรียกเก็บกลับไปด้วยความชอกช้ำเคียดเเค้น อาจจะใช้เวลาไม่นานในการเเสวงหาเเมลงพิษมากมายในดินเเดนมืด เเต่การจะฝึกฝนพวกมันให้เป็นเสมือนโล่โลหะเเละศาสตราวุธสุดเฉียบคมได้นั้น กงเฟินจำต้องเสาะหาสมบัติมีค่าอุทิศทุกอย่างให้พวกมันแทบหมดตัว
" ขบวนผีผลาญ! "
เสียงเเหบพร่าแผดลั่น กระโหลกผีร้ายขึ้นคราบไคลเปื้อนเขรอะอันเเล้วอันเล่า เเทรกตัวออกมาจากริมฝีปากดำคล้ำอย่างน่ากลัว กระโหลกผีร้ายเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว ส่งเสียงเเหลมเล็กโหยหวนกังวานก้องภายในโดมเเก้ว พวกมันเรียงรายซ้อนกันเป็นชั้นๆ หมุนวนคล้ายค่ายกลวิปลาสกำบังเหนือศีรษะ สร้างเกราะเหนียวเเน่นต้านทานพลังมหาศาลเทกระหน่ำลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
ไฝหรี่ตามองเมือกเหนียวสีเขียวข้นราวกับน้ำหนองด้วยความขยะเเขยง มันหยดย้อยเหมือนเม็ดฝนจากหัวกระโหลกด่านเเรก คอยรับเเรงกระเเทกอย่างหนักหน่วง เเต่ละหยาดหยดกัดกร่อนพื้นดินจนควันกรดสีเขียวฟุ้งกระจาย ระเหยเป็นไอพิษพัดพากลิ่นน่าเหม็นจนชายหนุ่มยากทานทน เนื้อหนังนอกร่มผ้าปรากฏตุ่มพิษสร้างความระคายเคืองสุดเเสน ไฝจำต้องกลืนเม็ดยาสยบร่างกายในเเหวนมิติอย่างเร่งด่วน
เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!
เรื่องราวเสมือนยาวนานตั้งเเต่โดมโค้งเริ่มก่อตั้ง เเต่เพิ่งผ่านมาได้เพียงครึ่งนาทีเท่านั้น เหล่าผีผลาญพินาศไปเเล้วถึงสองชั้นสองกระโหลกอย่างง่ายดาย ชั้นที่สามเริ่มปรากฏรอยร้าวมีริ้วเเสงกระพริบถี่รัว คล้ายดั่งทานทนต่อไปได้อีกเล็กน้อย ธาตุวิบัติอสนีบาตเปี่ยมอิทธิฤทธิ์สามารถชำระล้างมายาลี้ลับจากสิ่งชั่วร้ายผิดครรลอง มนุษย์ตัวน้อยกับผืนนภาไพศาล ล้วนถูกเชื่อมต่อกันด้วยอำนาจบงการอันยิ่งใหญ่จากสรวงสวรรค์
' รวดเร็วยิ่ง! ทัณฑ์สวรรค์กดข่มอำนาจข้า ' กงเฟินขบฟันอย่างเคียดเเค้น ด้านในจิตใจก่นด่าสาบส่งไม่หยุดยั้ง ผู้ร่ำรวยใดกันกล้ามอบสุดยอดสิ่งวิเศษให้เด็กน้อยพวกนี้ไว้ใช้สอยอย่างไร้ขีดกำจัด ' ถึงแววตาจะบ้าบิ่นเเข็งกร้าว เเต่ข้าอยากรู้นักเเกจะทนต่อไปได้ถึงเมื่อไหร่ '
ตูม!!!
ไฝไม่มีเเม้เวลาปาดโลหิตหลั่งรินจากมุมปาก ผีผลาญหลงเหลืออีกชั้นเดียวเท่านั้น ถึงอิทธิฤทธิ์ของยันต์วิเศษได้กันตัวมันไว้ในพื้นที่ปลอดภัย เเต่ต้องประคองอำนาจเหนือฟ้าควบคู่กัน จิตใจย่อมอ่อนล้าอย่างสาหัสเป็นธรรมดา ไฝพลิกฝ่ามืออัดดอกพลัดกำเนิดเต็มปาก เร่งเร้าขุมพลังใกล้มอดดับให้ลุกโชนด้วยเปลวไฟเเห่งการไม่สยบยอม
กงเฟินเห็นภาพทั้งหมดอย่างตำตา สีหน้ามืดครึ้มหมองหม่นด้วยความเสียดาย มันเกือบจะทะยานไปคว้าคอเจ้าเด็กหนุ่มไม่รู้จักคิดด้วยความเร็วสูงสุด เเล้วบดขยี้ให้เเหลกละเอียดในทันที พฤกษาวิญญาณระดับสูงยากพบพานสักครั้งหนึ่งในชีวิต ถูกเจ้าเด็กอ่อนหัดไม่รู้ความใช้อย่างสิ้นเปลือง โดยไม่รู้วิธีสกัดกลั่นถึงคุณค่ามหาศาลเเท้จริง จะมีอะไรน่าเศร้าใจกว่าเรืองราวนี้หรือไม่ ยิ่งครุ่นคิดกงเฟินยิ่งเจ็บปวด
' ดอกรัก... สลัดเจ้ากระต่ายซะ รีบมาช่วยข้าทำลายม่านพลังเร็วเข้า! '
กงเฟินกำชับข้อความผ่านตราสถิตจิตวิญญาณ หากเหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ ความตายอาจเปลี่ยนฝ่ายมาเกาะเกี่ยวข้างกายมัน เมื่อการตัดสินใจสุดท้ายไม่ได้ยากลำบากอีกต่อไป ชุดคลุมขาวถูกปลดออกช้าๆ เผยกล้ามเนื้อกำยำล่ำสันสมบูรณ์เเบบ
" ข้าขอมอบโลหิตเน่าเหม็น... " สิ้นสุดถ้อยคำ ทุกรูขุมขนบนผิวพรรณเนียนละเอียดดั่งหิมะขาว มีริ้วเลือดนับไม่ถ้วนไหลซึม อาบย้อมผิวกายซีดเซียวจนเเดงฉาน " เนื้อหนังเเห้งเหี่ยว... " กงเฟินสูดลมหายใจยาวลึกข่มความเจ็บปวด พริบตานั้น ผิวหนังเต่งตึงบนใบหน้าตลอดจนทั่วร่างกาย เหี่ยวย่นชราลงหลายสิบปีในเสี้ยวอึดใจ มันต้องทิ้งตัวบนโคมดอกบัวอย่างคนสิ้นเรี่ยวเเรง
เส้นเถาวัลย์สายฟ้าเทลงมาอย่างบ้าระห่ำ เเต่ก่อนถึงเป้าหมาย กงเฟินตะโกนเสียงดังสนั่นว่า ' ขออันเชิญภูตน้อย ' มันกล่าวซ้ำๆ เหมือนคนไร้สติ ทันใดนั้น! กลางเเสกหน้าปรากฏวังวนดำมืด มีบางสิ่งพุ่งทะยานออกมาดั่งเส้นเเสง ตัวประหลาดขยายขนาดให้ใหญ่โตได้ในเสี้ยวของเสี้ยวพริบตา
มวลพลังตกค้างจางไป สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงวัตถุเรียวกลมลอยค้างกลางอากาศ ดูคล้ายดักเเด้ตัวหนอน มันสั่นไหวเล็กน้อย พัดพาควันขาวจากการอบอวนเผาไหม้ให้สลายไป จากนั้นปีกยาวเก้งก้างกางกว้างยิ่งใหญ่ โดมเเก้วคับเเคบในทันตา เเต่ผู้ใดจะคาดคิด ว่าปีกปีศาจจะงอกเงยบนแผ่นหลังของทารกน้อยเเรกเกิดที่มีดวงตามืดดำอำมหิตราวกับราตรีวิกาล...