นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๒
คนสำคัญ
ชลวิทย์กลับไปแล้ว แต่ต้นน้ำยังคงนั่งฝันหวานถึงชายหนุ่มสุดหล่อที่เพิ่งกลับไปเมื่อครู่ จนเขายิ้มหน้าแป้นแล้น
“ต้นน้ำ” ฝุ่นดินเรียกเพื่อน
แต่ต้นน้ำยังอยู่ในมโนของตนเอง
“ต้นน้ำ” ฝุ่นดินะโเรียก
จนต้นน้ำสะดุ้ง “อารายยยย แก”
“ยังจะนั่งฝันหวานอยู่อีก แกไปรับปากน้องเค้าว่าจะมีคนมาสอนการแสดงให้ แล้วใครล่ะที่จะมาสอน” ฝุ่นดินเตือนสติเพื่อน
“จริงด้วย” ต้นน้ำสลดลงทันที
“ทั้งแกทั้งฉันก็ยังไม่รู้อะไรเลย เรายังไม่ได้เรียนอะไรเลยนะแก” ฝุ่นดินย้ำ
ต้นน้ำยิ่งรู้สึกแย่ “ทำไงดีล่ะแก” แล้วต้นน้ำก็นึกเื่ดีดีได้ “ฝุ่น.. ฝุ่น.. รูปร่างหน้าตาน้องชลเหมาะกับโรมิโอมากเลยนะแก”
ระหว่างที่ต้นน้ำฟูมฟายไปสารพัดเื่ ฝุ่นดินก็คิดหาทางออก “เออ เออ ฉํนรู้”
“แล้วทำไงดีล่ะ?”
“เรา.. เราไปปรึกษาอาจารย์เตโชกัน”
“เออ เออ ไป ไป”
แล้วทั้งต้นน้ำและฝุ่นดินก็ไปขอพบอาจารย์เตโช ซึ่งเป็อาจารย์ที่ปรึกษาชมโรมิโอ และก็เป็โชคของเด็กทั้งสองที่อาจารย์เตโชยังไม่กลับบ้านยังอยู่ที่ห้องพักครู
ทั้งสองจึงสารภาพไปตรงๆ “อาจารย์ครับ ต้นน้ำไปเจอเด็ก ม.๕ คนนึงรูปร่างหน้าตาดี๊ดี เหมาะจะเป็โรมิโอม้ากมาก ต้นน้ำเผลอพูดไปว่า ที่ชมรมฯมีสอนการแสดงให้ เค้าเลยบอกว่า ถ้าเค้าเรียนแล้วเล่นได้ เค้าจะเล่นละครให้ครับ”
“อืมม” อาจารย์เตโชรับรู้ แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ
“อาจารย์ช่วยไปสอนการแสดงให้พวกเราได้ไหมคะ” ฝุ่นดินพูดอย่างสุภาพที่สุด ก็เธอแทบไม่เคยคุยกับอาจารย์คนนี้เลย นอกจากเวลาที่เธอมาขอให้อาจารย์เป็ที่ปรึกษาชมรมฯให้
ที่สำคัญ รุ่นพี่บอกฝุ่นดินเสมอว่า อาจารย์เตโชเป็คนดุและเฮี้ยบมาก ทั้งต้นน้ำและฝุ่นดินจึงเกรงใจจนแทบจะเป็เกรงกลัว
“สำหรับพวกเธอ ฉันยินดีสอนให้อยู่แล้ว” อาจารย์เตโชตอบเรียบๆ “แต่เด็กนอกมหา’ลัยฉันต้องคุยก่อนนะ ถ้ามาทำตัวเื่มาก ฉันไม่สอน” อาจารย์เตโชพูดชัดเจน
ทั้งสองไม่มีทางเลือกนอกจากรับปากอาจารย์เตโช ต้นน้ำอาสาเป็คนนัดหมายให้และจะมาแจ้งให้อาจารย์ทราบว่า ชลวิทย์จะพบอาจารย์ได้เมื่อใด
จากนั้นไม่นาน ต้นน้ำก็ได้่เวลาว่าของชลวิทย์ เขาก็รีบเอา่เวลานั่นมาแจ้งให้อาจารย์เตโชทราบ เมื่อมีเวลาว่างตรงกัน ต้นน้ำก็รีบไปบอกชลวิทย์
เมื่อถึงเวลาที่นัดกัน ต้นน้ำก็ไปดักรอพบชลวิทย์ก่อนที่จะมาถึงห้องชมรมโรมิโอ
“อ้าว.. พี่ต้นน้ำมาทำอะไรตรงนี้” ชลวิทย์ทักขึ้นเพราะแปลกใจ ที่เห็นต้นน้ำมายืนรอใครสักคนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ซึ่งต้นไม่ใหญ่เลย
ต้นน้ำสะดุ้ง!!
แล้วก็รีบเกลื่อนสีหน้าให้เป็ปกติ “ก็.. มารอน้องชลน่ะสิ” พร้อมกับรอยยิ้มที่ต้นน้ำคิดว่าชลจะชอบ
ชลยิ้มให้เก้อๆ “เออ.. พี่รอผมอยู่ที่ห้องชมรมๆ ก็ได้นี่ครับ”
“ไม่ได้หรอก พี่ต้องบริการน้องชลอย่างดีสิ น้องชลกำลังจะมาเป็พระเอกละครเวทีของพี่นะ”
“แต่ผมชอบทำอะไรเองนะครับพี่” ชลยิ้มแห้งๆ ให้ต้นน้ำแล้วเดินนำต้นน้ำไปเลย
“เดี๋ยวสิ” ต้นน้ำร้องเรียก
แต่ชลวิทย์ก็ยังเดินต่อไป
“รอพี่ด้วย....” ต้นน้ำต้องวิ่งตามไป
ต้นน้ำวิ่งตามชลวิทย์ไป และไปทันที่หน้าอาคารเรียน จึงร้องเรียก “น้องชล น้องชล”
ชลวิทย์หยุดยืน
จนต้นน้ำแทบจะชนตัวชล
ชลวิทย์เบี่ยงตัวหลบและพูดนิ่งๆ “ครับ”
“เราไม่ต้องไปห้องชมรมฯ ก็ได้ ไปหาอาจารย์เตโชเลยดีกว่า” ต้นน้ำพูดคุยเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัวเลยว่า.. ชลวิทย์ไม่ค่อยพอใจเขาเท่าใดนัก
“ไปหาทำไมครับ” ชลวิทย์ถามเรียบๆ การได้ทำงานในวงการบันเทิง ช่วยให้เด็กวัยรุ่นอย่างชลวิทย์ คิดรอบคอบขึ้นและนิ่งกว่าเด็กวัยรุ่นทั่วไป
“ก็.. คือ.. อาจารย์เตโชเป็ที่จะมาสอนการแสดงให้น่ะสิครับอาจารย์เลยอยากคุย อยากเจอตัวนักแสดงก่อนจะสอน”
ชลวิทย์ดีใจ จึงเร่งต้นน้ำ “ไปครับไป” เขาขยับเท้าเดินขึ้นตึก เขาไม่อยากยืนหน้าตึกนานไปกว่านี้ ถ้ามีแฟนคลับมาเห็น ก็ต้องทักทายพูดคุยอีก
ต้นน้ำรีบเดินตาม “ทางนี้จะ ทางนี้” ต้นน้ำพาชลวิทย์ขึ้นลิฟท์ไปหาครูโช
.. ชลวิทย์ไม่ค่อยชอบท่าทางที่ต้นน้ำแสดงกับเขาเท่าใดนัก.. แต่ก็ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี .. เพราะเพิ่งรู้จักกัน ..
อีกเื่ที่ฟุ้งในหัวชลวิทย์ .. อาจารย์เตโช .. อาจารย์เตโชจะเป็คนแบบไหนนะ.. ถ้ามา.. แบบ.. แบบ..ต้นน้ำล่ะก็ .. ชลวิทย์คงไม่เอาด้วย ..
และ.. การบอกลาการแสดงครั้งนี้ก็ไม่เสียอะไรนี่.. ก็ชลวิทย์ไม่ได้อยากแสดงละครเื่นี้ .. ที่มาเล่น ..ก็เพราะอยากได้ความรู้อยากแสดงเป็ ...
แค่นั้นจริงๆ!!
ตรงข้ามกับต้นน้ำ ..การที่เขาได้อยู่กับชลวิทย์สองต่อสองในลิฟท์ .. ช่วยให้ต้นน้ำมโนไปไกล ..ในมโนนั่น..
ชลวิทย์ยิ้มแย้มและพูดจากับต้นน้ำอย่างหวานหู ..ดูแลต้นน้ำอย่างดี .. ต้นน้ำแสนสุขสมกับความมโนของตนเอง
“พี่ครับ ถึงแล้วครับ” ชลวิทย์เรียกต้นน้ำ
ต้นน้ำสะดุ้ง!!
รีบออกจากมโนของตนเอง “ครับ ครับ” แล้วก็ยิ้มให้ชลวิทย์อย่างขวยเขิน
“ไปห้องไหนครับ” ชลวิทย์ถามขึ้น
ต้นน้ำจึงรีบพาชลวิทย์ไปหาอาจารย์เตโชที่ห้องพัก หลังจากที่ไหว้เคารพกันเสร็จสรรพ
“อาจารย์ครับ น้องชลคนนี้ เป็เด็ก ม.๕ เป็ดาราซีรีย์ชายรักชายที่กำลังโด่งดังตอนนี้ครับ” ต้นน้ำแนะนำชลวิทย์ให้อาจารย์เตโชรู้จัก
ชลวิทย์ยิ้มและไหว้อาจารย์เตโชอีกครั้ง
อาจารย์เตโชพยักหน้ารับ และมองชลวิทย์หัวจรดเท้าเพราะวันนี้ชลวิทย์ต้องไปงานโชว์ตัวต่อ เขาจึงแต่งตัวมาเต็ม
เมื่ออาจารย์เตโชมอง ชลวิทย์รู้สึกไม่ดีแต่ก็เข้าใจสายตาที่มองมานั่น “เอ่อ.. ผมไม่ได้อยากเป็ดารานะครับ”
“แล้วเธออยากเป็อะไร” อาจารย์เตโชถามขึ้น
“ผมอยากเป็นักแสดงที่มีฝีมือครับ” ชลตอบอย่างแข็งขัน
“แล้วเธอรู้มั้ย ดารากับนักแสดงต่างกันอย่างไร” อาจารย์เตโชถามลองเชิง
ต้นน้ำรู้ทันที!! อาจารย์เตโชแอบทดสอบเด็กไหม่ซะแล้ว.. ในใจต้นน้ำเป็ห่วงชล .. กลัวชล จะตอบผิด แต่ก็ไม่รู้จะช่วยชลยังไง
“ดาราคือคนที่มีชื่อเสียงซึ่งอาจจะแสดงไม่ดีก็ได้ แต่นักแสดงคือคนที่แสดงดี แสดงเก่ง”
ชลพูดจบ อาจารย์เตโชมองชลนิ่ง ลึกเข้าไปในแววตาของเด็กหนุ่ม
..ในใจชลวิทย์ทั้งกลัว ทั้งเกร็ง ทั้งเกรงอาจารย์เตโชไม่น้อย.. แต่เขาคิดว่า .. เขาพูดตามที่เขารู้ .. ถ้าผิด .. ก็จะถามให้เข้าใจอย่างถูกต้องกับอาจารย์เตโชคนนี้แหละ.. พอคิดอย่างนั้น .. ชลจึงไม่หลบสายตาอาจารย์เตโช “ผมพูดผิดหรือเปล่าครับ”
ต้นน้ำตาเหลือก!!
ไม่มีใครกล้าถามอาจารย์เตโชแบบนี้มาก่อนเลย
อาจารย์เตโชพยักหน้าเบาๆ และยิ้มอ่อนๆ ให้ชลวิทย์ “ค่อยๆ ฝึกไป เดี๋ยวก็จะรู้เองว่าผิดหรือถูก”
“ครับ” ชลเองก็รู้สึกว่าแววตาอาจารย์เตโชเปลี่ยนไป
ความที่อาจารย์เตโชมองชลวิทย์อย่างเอ็นดูมากกว่าในตอนแรกเยอะ ชลจึงสบายใจขึ้น และที่สำคัญ ชลไม่รู้สึกว่า.. อาจารย์เตโชอยากจะใกล้ชิดเขาแบบที่ต้นน้ำอยาก.. “ผมอยากเป็นักแสดงที่มีฝือครับครู”
“อยากแสดงเก่ง ก็ต้องฝึกอย่างหนักใช้เวลาในการฝึกเยอะ และแต่ละครั้งก็ต้องทุ่มเต็มที่”
“เื่ฝึกหนักผมไม่กลัวครับ” ชลวิทย์แสดงความมุ่งมั่นชัดเจน อย่างน้อย..ตอนนี้ก็มีเส้นทางที่ทำให้ตัวเองเก่งแล้ว
คำตอบของชล ทำให้อาจารย์เตโชยิ้มออก
“ผมขอเรียกว่า ‘ครูโช’ได้ไหมครับ”
อาจารย์เตโชพยักหน้าอนุญาต โดยที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าคำเรียกที่เริ่มต้นวันนี้จะเป็สัญลักษณ์ประจำตัวเขาไปอีกนานแสนนาน
ต้นน้ำที่นั่งฟังมาตลอด เขาเข้าใจทันทีว่า.. หากเขาจะเป็ลูกศิษย์ที่อาจารย์เตโชเอ็นดู เขาจะต้องพูดกับอาจารย์เตโชอย่างไร ..ที่สำคัญ.. เขาก็ไม่ควรกลัวอาจารย์เตโชมากเกินไป
แต่.. ควรพูดตรงๆ กับอาจารย์เตโชแบบที่ชลวิทย์ทำให้เขาดู
“แต่ผมต้องรู้คิวการซ้อมล่วงหน้านะครับ เพราะ่เย็นกับวันหยุดผมมีงานโชว์ตัวเข้ามาตลอด ถ้ารู้วันเวลาฝึกและซ้อมล่วงหน้า และผมจัดการคิวได้ลงตัว ผมก็ยินดีมาฝึกครับ”
อาจารย์เตโชหันไปมองหน้าต้นน้ำ “เธอได้ยินแล้วนะว่าเธอต้องทำคิวการซ้อมการแสดงทั้งหมด ั้แ่วันนี้จนถึงวันเล่นจริงวันสุดท้าย แล้วส่งน้องเค้าดู ว่าเค้าไหวมั้ย? รับได้มั้ย?หรือวันไหนควรสลับกันยังไง?”
ต้นน้ำยิ้มแหยๆ รับคำอาจารย์เตโช “ครับ ’จารย์”
อาจารย์เตโชหันมามองหน้าชล “ถ้าไหวก็มานะ ฉันจะทำให้เธอเป็นักแสดงที่ดี”
“ครับ ขอบคุณมากครับครูงั้นวันนี้ผมกลับก่อนนะครับ ต้องไปงานต่อ” พูดจบชลก็ยกมือไหว้อาจารย์เตโช หรือ.. ครูโชของเขา
อาจารย์เตโชพยักหน้าอนุญาต
ชลวิทย์ก็เดินออกไป
“ดีใจจัง ได้โรมิโอแล้ว” ต้นน้ำพูดขึ้นอย่างลิงโลด
“ยัง!!” อาจารย์เตโชเบรค
ต้นน้ำมองหน้าอาจารย์เตโชในใจเธอแป้ว.. ลงทันที
“เธอกลับไปหามัตติกา” อาจารย์เตโชหมายถึง ‘ฝุ่นดิน’ “แล้วเธอสองคน อ้อ!!..ปณาลีอีกคน” อาจารย์เตโชรวบลูกศิษย์ทั้งสามคนเลย “แล้วก็ลองเขียนแผนการสร้างละครแต่ละวันดูซิ เริ่มจากพรุ่งนี้ ไปจนถึงวันแสดงเลย วันไหนทำอะไรวันไหนอะไรต้องเสร็จ วันไหนเริ่มซ้อมอะไร วันไหนซ้อมฉากไหน”
ถ้าเป็เมื่อก่อน ต้นน้ำก็จะรีบรับปากแล้วรีบออกจากห้องพักครู แต่จากบทเรียนเมื่อครู่ ต้นน้ำจึงลองเปลี่ยนวิธีใหม่ “เอ่อ.. ’จารย์ครับ คือ..ต้นน้ำไม่รู้ว่า เวลาจะทำละครเื่นึง.. มัน.. ทำยังไง.. เริ่มยังไง.. ครับ”
“ไปที่ตู้หนังสือนั่น” พร้อมกับชี้นิ้วให้ต้นน้ำดู
ต้นน้ำรีบทำตาม
“เอาหนังสือ งานฉากละคร1 ของครูปุ๊ไปศึกษาดู เธอจะรู้ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง แล้วลองคิด ลองปรึกษากับมัตติกา แล้วลองเขียนแผนงานมา เอาให้ให้ฉันตรวจเช็คพรุ่งนี้”
“โห.. ’จารย์ครับ เล่มตั้งหนา” ต้นน้ำเริ่มโอดครวญ
“ที่เธอต้องรู้มันแค่บทแรก แค่สิบยี่สิบหน้า” อาจารย์เตโชมองเขม็ง “ถ้ามีกันสามคน แล้วคืนนี้ทั้งคืนทำไม่เสร็จก็ไม่ต้องทำละครกันแล้ว”
ต้นน้ำหน้าหุบลงเหลือสองนิ้ว
“ไป รีบไป ก่อนมืดนี่ ก็เหลืออีกตั้งสองสามชั่วโมง เป็ฉันนะทั้งเล่มนั่นก็อ่านจบแล้ว” เสียงอาจารย์เตโชชัดเจนจนต้นน้ำจำไม่รู้ลืม .. เวลาแค่ชั่วโมงก็มีค่าเสมอ ..
ต้นน้ำรีบไหว้ลาอาจารย์เตโชออกมาแล้ววิ่งไปหาฝุ่นดินกับปณาลีที่ห้องชมรมโรมิโอแล้วเล่าเื่ทั้งหมดให้สองเพื่อนสาวฟัง
จบตอน ๒