ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 เชื่อมสายสัมพันธ์

            รองเสนาบดีไม่หวาดหวั่นกับสายตาของฉีเฉินที่มองมาสักนิดไม่เอะอะอะไรก็คล้อยตามอย่างเดียวเช่นในอดีตราวกับมีความทะนงในศักดิ์ศรีเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน

            ผ่านไปชั่วครู่ รองเสนาบดีถึงเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น"คนทำสิ่งใดฟ้าย่อมรู้เห็น กระหม่อมย่อมรู้ดีว่าตนเองทำสิ่งใดอยู่ว่าแต่หวางเหย่เถิด อย่าลืมว่าตนเองทำอะไรอยู่ก็แล้วกัน"

            ฉีเฉินตะลึงงันไม่คิดมาก่อนว่าคนขลาดใจเสาะอย่างรองเสนาบดีจะใจกล้าถึงกับมาต่อปากต่อคำกับตนเองเยี่ยงนี้เขากำมือแน่นมองรองเสนาบดีอย่างมาดร้าย แต่รองเสนาบดีก็เดินไปไกลแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉีเฉินตัดขาดสิ้นสุดกัน นับแต่นี้ถือเป็นศัตรูไม่ใช่พันธมิตรอีกต่อไป

            หนานสวินยืนกอดอกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ล้วนอยู่ในสายตาเขาทั้งหมดมุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ลอบถอนใจเงียบๆ ให้กับความสามารถในการอ่านคนของจวินหวงรองเสนาบดีเป็นคนขี้ขลาด แต่ในหัวใจของเขามีประชาชน มีความเมตตากรุณาย่อมไม่สามารถร่วมเดินไปบนเส้นทางอันโสมมกับฉีเฉินได้ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงฉีอวิ๋นที่เหมาะสมที่สุดแล้ว 

            รอจนกระทั่งเขาออกมาจากวังหลวง องครักษ์เงาจึงเข้ามาหาอย่างเงียบๆ"หวางเหย่ เมื่อครู่คุณชายเฟิงนัดหารือที่หอสุราขอรับ"

            คิดๆ ดู ไม่ได้เห็นหน้าจวินหวงมาหลายวันแล้ว หนานสวินยิ้มแล้วพยักหน้าหลังจากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จวนแล้วก็ตรงไปยังหอสุรา

            ย้อนคิดไปถึงก่อนหน้านี้ จวินหวงรู้สึกว่าหอสุราเป็นสถานที่วุ่นวายแต่เขากลับคิดว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุดมาตอนนี้จวินหวงมีธุระต้องการนัดพบคราใดก็มักจะนัดหมายที่หอสุราเสมอเมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว หนานสวินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

            และในเวลาเดียวกันฉีอวิ๋นที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในตำหนักของตนเองก็ได้รับการเชื้อเชิญจากจวินหวงเช่นกันแน่นอนว่าเขาย่อมจะไม่ปฏิเสธอยู่แล้วเขาวางถ้วยชาลงแล้วให้คนไปเตรียมการเพื่อออกไปพบตามนัดหมาย

            หนานสวินเคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีก ตอนที่เขาไปถึงหอสุราเห็นจวินหวงยืนพิงต้นเสาชมทิวทัศน์ไกลๆอยู่คนเดียว เมื่อนางได้ยินเสียงถึงหันมายิ้มให้เขา แสงตะวันสาดส่องลงมาเบื้องหลังที่นางยืนอยู่รอยยิ้มของนางประทับลงในความทรงจำของหนานสวินอย่างลึกซึ้ง

            "หวางเหย่มาเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มาก" จวินหวงมองหนานสวินพลางยิ้มน้อยๆอาภรณ์แพรต่วนที่นางสวมคลุมร่างพัดพลิ้วไปตามสายลมเรือนผมสีดำสนิทมุ่นมวยครอบด้วยกวานหยกขาว หยกพกสีเขียวมรกตที่คาดเอวเป็นของชั้นดีที่สุดดูมองไปยิ่งดูคล้ายกับคุณชายผู้หล่อเหลา สง่างามอย่างแท้จริง

            หนานสวินยิ้มตอบกลับแล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาอย่างช้าๆกลิ่นชาบนโต๊ะหอมฟุ้งตลบอบอวล เขายืนมองจวินหวงอยู่ที่นั่นดวงตาคมกริบเย็นเยียบแข็งกระด้างราวกับนกเหยี่ยวถูกเก็บเอาไว้บัดนี้เห็นเพียงแววตาที่อ่อนโยนดุจสายน้ำน่าเสียดายจวินหวงหมุนกายหันไปมองทางอื่นแล้ว จึงคลาดไป มิได้เห็นสายตาของเขา

            ผ่านไปชั่วครู่ จวินหวงถึงเริ่มเอ่ยปากถาม"ช่วงนี้ในวังเป็นอย่างไรบ้าง?"

            หนานสวินหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วถอนใจ "ตอนนี้ในราชสำนักแยกออกหลายฝ่ายการสิ้นพระชนม์ของรัชทายาททำให้คนของกั๋วจิ้วระส่ำระสายตอนนี้องค์ชายรองมีอำนาจในราชสำนักเพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่า..."

            "เพียงแต่ว่าอะไร?" จวินหวงขมวดคิ้วมองหนานสวิน

            หนานสวินเงียบไปชั่วขณะถึงเอ่ยปาก "คนของกั๋วจิ้วต่างก็เชื่อว่าฉีเฉินจะต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนพัวพันกับการสิ้นพระชนม์ของรัชทายาทอย่างหลีกไม่พ้น"

            "ช่วงนี้ฉีเฉินต้องการเอาใจฝ่าบาทคุยหารือถึงเรื่องการก่อสร้างบูรณะชายแดนขึ้นมาใหม่เรื่องนี้ได้ถูกกั๋วจิ้วคัดค้านโดยอ้างเรื่องคลังแผ่นดินขาดแคลนมาเป็นเหตุผลฝ่าบาทในเวลานี้ทรงปลีกพระองค์ออกมายืนภูดูเสือกัดกันฮองเฮากับพระสนมเจินกุ้ยเฟยก็แอบทำสงครามกันอยู่เงียบๆ"

            จวินหวงเป็นคนนอกวังหลวง จึงไม่รู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวังในใจรู้สึกสงสัยอย่างมากจึงถามขึ้น "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ทรงยื่นมือเข้ามาจัดการเล่า?"

            "เฮอะ!" หนานสวินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาเสียงหนึ่ง แววตาเปลี่ยนเป็นเฉียบคม"ตอนนี้ฝ่าบาทไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วคนในราชวงศ์แต่ไหนแต่ไรก็เป็นเช่นนี้เจ้านึกว่าฝ่าบาททรงประทับอยู่บนบังลังก์มังกรอย่างสบายพระทัยนักหรือ? พระองค์เพียงแค่อาศัยกำลังความสามารถของพวกเขาแล้วคอยดูพวกเขาต่อสู้กันเองเท่านั้นเอง"

            และในเวลานั้น เสี่ยวเอ้อของหอสุราก็นำพาบุรุษหนุ่มสวมอาภรณ์หรูหราเดินเข้ามาฉีอวิ๋นในมือถือพัดใบหน้ายิ้มแย้มทักทายทุกคน ดวงตาสุกใสเหมือนดวงดาว เขากับหนานสวินมีกลิ่นอายที่แตกต่างกันความหล่อเหลาของฉีอวิ๋นเหมือนกับสายน้ำเย็นใสสดชื่น แต่หนานสวินเป็นสุราร้อนแรงกลิ่นหอมมึนเมายาวนานอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าดั่งประติมากรรมอันประณีตสลักเสลาลวงให้ผู้คนมองอย่างเคลิบเคลิ้ม

            "ดูเหมือนว่าจะมีคนมาถึงก่อนแล้ว" ฉีอวิ๋นพูดพลางหัวเราะเบาๆสายตามองพิจารณาหนานสวินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย แต่พอหนานสวินมององค์ชายสี่ผู้ซึ่งอยู่แต่ในจวนของตนเองมานานหลายปีผู้นี้แล้วก็เพียงยิ้มเหินห่างพอเป็นมารยาท ดูเหมาะสมแต่ให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยสนิทสนม

            ฉีอวิ๋นมองสำรวจหนานสวินเรียบร้อยแล้วก็ย้ายสายตาอย่างรวดเร็วมองไปยังจวินหวงแล้วคลี่ยิ้มออกมา "วันนี้คิดอย่างไรถึงนัดข้าออกมาแล้วยังพาคนนอกมาด้วย?"

            จวินหวงฟังแล้วก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉีอวิ๋นจะพูดจาแบบนี้ออกมาได้ วันนี้นางนัดพวกเขาออกมาเพราะมีเรื่องต้องการปรึกษาร่วมกันหากทั้งสองคนมีท่าทีต่อกันเช่นนี้ คงไม่มีทางเข้ากันได้อย่างแน่นอนจวินหวงนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจทำลายความอึดอัดตรงหน้านี้เสีย นางกระแอมเบาๆเชิญพวกเขานั่งลง แล้วถึงเริ่มเอ่ยวาจา "วันนี้ที่ข้าเชิญทั้งสองท่านมาก็เพราะว่าตอนนี้ฉีเฉินกุมอำนาจอยู่ วันหน้ายังไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ให้พวกท่านสองคนผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกันได้"

            จวินหวงพูดจบก็หันไปทางหนานสวิน "หนานสวินท่านก็ไม่ปรารถนาให้เป่ยฉีต้องตกไปอยู่ในมือของคนอย่างฉีเฉินใช่หรือไม่ท่านรู้ดีกว่าใครว่าฉีเฉินไม่เคยใส่ใจทุกข์สุขของประชาชนดังนั้นเป่ยฉีจะตกไปอยู่ในกำมือเขาไม่ได้อย่างเด็ดขาด"

            "นอกจากนี้ ฝ่าบาททรงหวาดระแวงในตัวท่านมาโดยตลอดยังไม่รู้ว่าฉีเฉินจะทำอะไรกับท่านเพื่อให้ได้ตำแหน่งรัชทายาท หากท่านกับฉีอวิ๋นร่วมเป็นพันธมิตรกันท่านก็ไม่ต้องสู้รบอย่างเดียวดายในราชสำนักอีกต่อไป"จวินหวงกล่าวออกมาด้วยความจริงใจความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องสุดแล้วแต่หนานสวินจะตัดสินใจเอาเอง

            หนานสวินจิบชาไม่แยแส จวินหวงจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ได้แต่ถอนใจออกมาแล้วยืนขึ้นพูดอย่างหงุดหงิด "ทำไมพวกท่านถึงได้เป็นแบบนี้ตอนนี้พวกเรายังมีทางให้เลือกด้วยหรือ? พวกท่านคุยกันเองก็แล้วกันข้าไปก่อนล่ะ" พูดจบก็สะบัดแขนเดินไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

            หลังจากจวินหวงออกไปแล้ว ฉีอวิ๋นเหลือบตาขึ้นมองหนานสวิน แล้วหัวเราะเบาๆ ออกมาเสียงหนึ่ง"ไป๋อวี้ก็เป็นแบบนี้เอง หวังว่าเจ้าคงไม่เก็บมาใส่ใจ"

            "ย่อมเป็นเช่นนั้น" หนานสวินตอบเรียบๆ ฟังจากน้ำเสียงของฉีอวิ๋นก็รู้ได้ว่าเขากับจวินหวงมีความสัมพันธ์ที่ดีมากแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของเขากลับเกิดความรู้สึกอิจฉาอยู่หลายส่วน

            ฉีอวิ๋นเห็นหนานสวินมีสีหน้าเปลี่ยนไปรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งกว้างขึ้น กลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีก เขาเป็นคนเปิดเผยย่อมแสดงออกให้หนานสวินเห็นได้ และเขาก็ไม่ได้หวาดกลัวสายตาเย็นชาของหนานสวินเลยยังคงนั่งจิบชามองหนานสวินอย่างสบายอารมณ์

            เวลาผ่านไปหนึ่งจิบชา ด้านนอกกลับมีเสียงร้องโหวกเหวกดังขึ้นทั้งสองคนยืนขึ้นอย่างรู้กันและกระโดดทะยานออกไปโดยไม่ได้นัดหมาย

            จวินหวงรู้สึกกลัดกลุ้มเดิมทีนางอยากจะให้หนานสวินกับฉีอวิ๋นผสานอำนาจเป็นหนึ่งเดียวกันการทำแบบนี้จะยังประโยชน์ให้พวกเขายืนหยัดในราชสำนักได้อย่างมั่นคงใครจะรู้ว่าทั้งสองคนจะเข้ากันยากเย็นแบบนี้ ตนเองก็พูดไปถึงขนาดนี้แล้วพวกเขากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่มีผลตอบรับกลับมาเลยสักนิด

            นางเดินจากชั้นบนลงมา สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มก่นด่าแช่งชักหักกระดูกหนานสวินกับฉีอวิ๋นอยู่ในใจแล้วก็เลยพลัดเข้าไปในเขตของพวกผีสุราที่กำลังเมาแอ๋ได้ที่

            บุรุษผู้หนึ่งดูเหมือนจะเป็นคุณชายผู้มีสกุลในเมืองหลวงยืนโงนเงนอย่างคนเมาเขาสะบัดแขนเสื้อกวาดเอาสุราทั้งโต๊ะลงไปที่พื้น กลิ่นสุราฉุนกึกฟุ้งไปทั้งห้องเขาคว้ามือหญิงสาวผู้ขายเสียงดนตรีที่อยู่ข้างๆ ไว้ ใบหน้าอัปลักษณ์หัวเราะร่วนพูดจาแทะโลมหญิงสาวด้วยวาจาหยาบคาย จวินหวงทนดูต่อไปไม่ไหวจึงเดินเข้าไปหมายช่วยเหลือสตรีผู้นั้นใครจะรู้ว่านางจะถูกบุรุษผู้นั้นคว้าข้อมือเอาไว้

            "แม่นางคนงาม มาคนเดียวหรือจ๊ะ?" บุรษผู้นั้นเมาแอ๋ขยับเข้ามาใกล้จวินหวง แล้วสูดลมหายใจลึกๆ เข้าไปเฮือกหนึ่ง กลิ่นหอมบุปผาจางๆ บนร่างกายของจวินหวงต่างจากกลิ่นสุราที่หกเรี่ยราดอยู่บนพื้นยิ่งทำให้เขาเกิดความละโมบไม่ยอมปล่อยมือ ลืมสตรีคนก่อนหน้านี้ไปสิ้น

            จวินหวงไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ นางพยายามดิ้นรนสะบัดให้หลุดจากมือของบุรุษที่จับมือตนเองอยู่ขมวดคิ้วจ้องหน้าบุรุษผู้นั้น "คุณชายคงจะเมาแล้ว รีบปล่อยข้าเสียทำแบบนี้ช่างไร้ยางอายจริงๆ"

            บุรุษผู้นั้นดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของจวินหวงยิ่งเหิมเกริมอยากได้มากกว่านั้น จึงยื่นมือเข้ามาคล้องเอวหมายจะดึงจวินหวงเข้าไปกอดแต่จวินหวงไม่ใช่คนที่จะยอมถูกรังแกง่ายๆ นางผลักบุรุษผู้นั้นอย่างแรงแล้วใช้เข็มเงินในมือแทงลงไปทำให้บุรุษผู้นั้นปล่อยมือ

            "แม่สาวน้อยมาจากที่ไหน นิสัยถึงได้ดุดันรุนแรงเช่นนี้แต่ว่าแบบนี้ข้าชอบ ฮ่าๆ" บุรุษผู้นั้นนวดไหล่ที่ถูกเข็มแทงแล้วหัวเราะด้วยอาการมึนเมา ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างลุกขึ้นมาชมเรื่องสนุกมีคนชี้มาที่จวินหวงแล้วก็หันไปมองบุรุษผู้นั้น ต่างพากันคิดว่าเขาคงเมาหนักคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นบุรุษแท้ๆ ปากกลับร้องเรียกว่าสาวน้อยอยู่ได้

            เสียงของผู้คนด้านล่างดังมาไม่ขาดสายแต่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสักคน ไม่นานนักจวินหวงก็ถูกบุรุษผู้นั้นคว้าข้อมือไว้ได้อีกครั้งนี้ถึงกับลากนางออกไปข้างนอก จวินหวงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่เท่าที่เห็นกลับมีแต่คนมาชมความครึกครื้นเท่านั้น

            คนพวกนั้นชี้มาที่จวินหวงแล้วก็นินทาว่าสมัยนี้ยังมีคุณชายที่อ่อนแอเช่นนี้อยู่อีกหรือบ้างก็มีคำพูดหยาบคายฟังไม่ได้ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่จวินหวงกำลังเข้าตาจนหนานสวินและฉีอวิ๋นราวกับตกจากฟ้ามาอยู่ต่อหน้าพวกเขา

            ที่แท้เมื่อครู่นี้ตอนที่พวกเขาอยู่ในห้องชั้นสองหนานสวินเห็นจวินหวงถูกคนทำรุ่มร่าม ด้วยความร้อนใจจึงกระโดดลงมาจากชั้นสองฉีอวิ๋นก็ไม่ยอมน้อยหน้ากระโดดตามลงมาเช่นกัน

            "เจ้าคนถ่อยโสโครกโผล่มาจากไหน พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าจะดีกว่าไม่อย่างนั้นข้าจะให้คนซ้อมพวกเจ้าจนบิดามารดาจำหน้าไม่ได้ทีเดียว"คนขี้เมาทำกร่างชี้หน้าต่อว่าหนานสวินกับฉีอวิ๋น

            หนานสวินมองบุรุษผู้นั้นอย่างเย็นชา ดวงตาราวกับหิมะเหมันต์ไม่ว่าใครมองเห็นสายตาของเขาแล้วล้วนหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่บุรุษผู้นั้นเป็นคนเมาไฉนเลยจะอ่านสายตาของหนานสวินออกได้มีแต่ยิ่งเมาแอ๋อาละวาดก็เท่านั้น

            "จะมัวเสียเวลากับเขาทำไม จับตีให้คลานก็สิ้นเรื่อง"ฉีอวิ๋นสะบัดพัดให้กางออก จากนั้นก็เดินขึ้นหน้าไม่พูดไม่จาเตะบุรุษผู้นั้นจนล้มลงไป แล้วคว้าตัวจวินหวงเอาไว้อย่างรวดเร็วเขายื่นมือไปดึงจวินหวงเข้ามาในอ้อมแขนของตัวเอง ขณะที่กระหวัดมือเข้าโอบ มือซ้ายก็อ้อมผ่านใต้วงแขนไปสัมผัสกับหน้าอกด้านข้างของจวินหวงเข้าพอดีชั่วพริบตานั้นจวินหวงเห็นท่าไม่ดี รีบผลักฉีอวิ๋นออกไปแต่ก็สายไปเสียแล้ว

            "เจ้า..." ฉีอวิ๋นจ้องมือตนเองอย่างตกตะลึงแล้วชำเลืองมองตำแหน่งที่ตนเองเพิ่งจะสัมผัสถูกเมื่อครู่ ใบหน้าเห่อร้อนแดงก่ำอย่างน่าสงสัย

            เฟิงไป๋อวี้เป็นสตรี? ดวงตาและคิ้วก็เหมือนกับจวินหวงเช่นนี้ก็แสดงว่า...

            เฟิงไป๋อวี้ก็คือจวินหวง!

            คิดถึงตรงนี้ ริมฝีปากของฉีอวิ๋นก็ค่อยๆ โค้งขึ้นเป็นมุมกว้างกล่าวพึมพำกับตัวเอง "ที่แท้จวินหวงยังไม่ตาย..."

            จวินหวงตบหน้าอกหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มแล้วกล่าวว่า"โชคดีที่พวกท่านมาด้วย"

            ผมของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย กวานหยกขาวตกลงพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นไว้ด้านบนแล้วผูกไว้ด้วยผ้าคาดศีรษะดูไปก็น่าขันเล็กน้อยแต่เวลานี้ไม่มีใครสังเกตเห็น

            บุรุษขี้เมาเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนดีคนของเขาเฝ้าอยู่หน้าประตูด้านนอกนานแล้วเขาโบกมือทีหนึ่งคนกลุ่มใหญ่ก็กรูกันเข้ามาล้อมพวกหนานสวินไว้

            "หากยังมีหูมีตาก็จงทิ้งผู้หญิงไว้ที่นี่แล้วตัวเองก็รีบๆ ไปซะไม่อย่างนั้นข้าจะให้พวกเจ้าต้องคลานหาฟันของตัวเองจริงๆ"บุรุษผู้นั้นชี้หน้าฉีอวิ๋น

            "เช่นนั้นก็ต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถหรือไม่"นัยน์ตาของฉีอวิ๋นแผดกลิ่นไอสังหารอย่างฉับพลันแต่จวินหวงดึงข้อมือของเขาไว้แล้วส่ายศีรษะไปมา เป็นการบอกเขาอย่างเงียบๆ ว่าอย่าสังหารคน

            หัวใจของฉีอวิ๋นสุมไปด้วยโทสะเขารู้สึกทนไม่ได้กับทุกการกระทำที่บุรุษผู้นี้ทำกับจวินหวง แต่ก็พยักหน้ายอมตกลงหลังจากที่ส่งสัญญาณทางสายตากับหนานสวิน ทั้งสองคนก็ก้าวไปข้างหน้าพลิกกายกระโดดเตะคนล้มระเนระนาดไปหลายคน

            คนเหล่านั้นล้วนไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวตนเองก็ลงไปนอนกลิ้งบนพื้นเสียแล้วทันใดนั้นสายตาของคนผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดพลันฉายแววอำมหิตวาบขึ้นด้านข้างที่เขานอนล้มอยู่มีพลองท่อนหนึ่งเขากัดฟันคลานเข้าไปคว้าไม้พลองเอาไว้ในมือแล้วลุกขึ้นฟาดไปที่จวินหวงที่กำลังยืนมองเหตุการณ์อยู่

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185