ตอนที่22
เงินสามร้อยตำลึงทอง
จูเหลี่ยวหมินรู้สึกหวาดกลัวาแบนแขนของคนงานชายเป็อย่างมากโชคดีที่นางสวมผ้าคลุมหน้ามาด้วยเถ้าแก่ร้านขายยาจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของนางในยามนี้จูเหลี่ยวหมินเปิดฝาขวดกระเบื้องออกอีกครั้ง นางหยิบก้านสำลีก้านใหม่จุ่มลงไปในขวดกระเบื้องจากนั้นยื่นให้กับเถ้าแก่ร้านขายยา
"ท่านลองทำเอง"
เถ้าแก่ร้านขายยารับก้านสำลีมาถือไว้ด้วยมือสั่นเทามองดูปลายสำลีที่มีน้ำเปียกชุ่มอยู่ด้วยความกระตือรือร้นเขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ด้วยตาของตนเองอีกครั้ง
มือที่กำลังจับก้านสำลีอยู่ไม่ลังเลที่จะทาลงไปที่าแบนแขนลูกน้องปฏิกิริยาครู่ต่อมาทำให้เถ้าแก่กับลูกน้องต้องตื่นตะลึงาแลึกบนแขนของคนงานชายค่อยๆ สมานแผลทีละนิด นับว่าสามารถมองเห็นได้ชัดเจนดวงตาที่หรี่แคบของเถ้าแก่เบิกโพลงด้วยความอัศจรรย์ใจ
"าแนั้นหายไปแล้ว"
"นายท่าน บ่าวไม่เจ็บอีกแล้วขอรับ"
คนงานชายดีใจจนร้องไห้ออกมาความดีใจเข้ามาแทนที่ความเ็ปเมื่อครู่นี้ทำให้เขาไม่สามารถระงับความตื่นเต้นได้อีกต่อไป
"เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ว่าท่านบอกกับข้าว่าแขนขาดขาขาดก็สามารถต่อกลับคืนได้ใช่หรือไม่"เถ้าแก่ร้านขายยาจดจำประโยคก่อนหน้านี้ได้แม่นยำแววตาบ่งบอกว่าเขา้าที่จะทดลองอีกครั้ง
จูเหลี่ยวหมินพยักหน้ารับ
คนงานชายที่เพิ่งมีสีหน้าดีใจได้ไม่นานเมื่อเขาได้ยินนายท่านกล่าวถามกับคนตรงข้ามก็มีอาการหน้าซีดสั่นเทาไปทั้งตัว"นายท่าน บ่าวไม่อยากแขนขาดขาขาดนะขอรับ"
เ้านายยังไม่ทันได้สั่งให้เขาตัดแขนตัดขาของตนเองแต่บ่าวชายคนนี้ก็ลงไปคุกเข่าอ้อนวอนด้วยสีหน้าหวาดกลัวอยู่แทบเท้าเถ้าแก่ร้านขายยาแล้ว
หากยาขวดนี้ไม่สามารถใช้ได้ผลกับแขนขาที่ขาดไปของเขาได้ไม่เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็คนพิการไปตลอดชีวิตหรอกหรือ
เถ้าแก่ร้านขายยาขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่างก้มหน้ามองดูลูกน้องร่ำไห้อ้อนวอนอยู่แทบเท้าของตนเอง รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
"ข้ายังไม่ได้สั่งให้เ้าตัดแขนตัดขาเสียหน่อยลุกขึ้นมาอย่าทำให้ข้าต้องขายหน้าไปมากกว่านี้"
"ขอบคุณนายท่านที่เมตตาบ่าวขอรับ"ชายคนงานรีบลุกขึ้นยืนทันที
หากเถ้าแก่ร้านขายยา้าที่จะตัดแขนตัดขาบ่าวของเขาจริงๆนางคงไม่สามารถทนนิ่งเฉยยืนมองดูโดยไม่เอ่ยห้ามปรามไม่ว่ายาขวดนี้จะมีประสิทธิภาพดีดังที่กล่าวมาจริงๆก็ใช่ว่าจะเที่ยวเล่นไปตัดแขนตัดขาคนอื่นโดยไร้เหตุผลได้และตอนนี้นางคิดว่าตนเองอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว
"เถ้าแก่ ข้ามีธุระที่ต้องไปจัดการต่อพวกเรามาพูดคุยตกลงเื่ราคากันเถิด"
"ได้สิ"เถ้าแก่ร้านขายยากุลีกุจอทันทีที่คนตรงหน้าจะขายยาให้กับตน"เชิญท่านกล่าวเสนอราคาที่ท่านอยากจะขายมาได้เลย"
จูเหลี่ยวหมินขมวดคิ้วภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีขาว ราคาที่นางคิดไว้ในใจย่อมมีแล้วแต่นางอยากรู้ราคาในใจของเถ้าแก่ร้านขายยาก่อนเสียมากกว่า"ข้าอยากทราบว่าเถ้าแก่จะรับซื้อยาขวดนี้จากข้าในราคาเท่าไหร่"
เถ้าแก่ร้านขายยาคิดราคาไว้ในใจั้แ่ตอนที่เห็นผลลัพธ์ของยาขวดนี้แล้วดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะเสนอราคารับซื้อกับคนตรงหน้า "หนึ่งร้อยตำลึงทองไม่ทราบว่าท่านพอใจหรือไม่"
ราคานี้เป็ราคารับซื้อที่สูงที่สุดั้แ่เปิดร้านขายยาแห่งนี้มาและเขาคิดว่าตนเองจะสามารถนำยาขวดนี้ไปขายต่อได้ในราคาที่มากกว่านี้ได้อีกหลายเท่า
จูเหลี่ยวหมินได้ยินราคานี้ แววตาพลันเปลี่ยนไปนางไม่คิดว่าน้ำพุิญญา์เพียงขวดเล็กๆ ขวดเดียวจะมีค่ามากเช่นนี้แล้วนี่นางมีน้ำพุิญญา์อยู่ในทะเลสาบมิติที่ใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด
อา นี่นางจะรวยแล้วหรือนี่
นางพยายามระงับอาการใเมื่อครู่นี้เอาไว้กล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่พอใจกับราคาที่เถ้าแก่เสนอให้ นางคิดว่าราคานี้น่าจะไม่ใช่ราคาที่แท้จริงในใจของเขาการซื้อขายทุกครั้งล้วนมีการต่อรอง เถ้าแก่ร้านขายยา้าโยนหินเพื่อถามทางหากนางตอบว่าตกลง บางทีเขาอาจจะได้กำไรมากกว่าเดิมที่คาดการณ์ไว้
ภายในความทรงจำของอันหลงซีคนก่อน บวกกับการสอบถามจากอาจูทำให้นางได้ทราบว่าน้ำพุิญญา์ไม่เคยมีในแคว้นแห่งนี้หรืออีกสี่แคว้นสามชนเผ่ามาก่อนแน่นอนว่าราคารับซื้อควรที่จะสูงกว่านี้ถึงจะถูกต้อง
"ดูเหมือนราคานี้..... จะน้อยไปสักหน่อย"จูเหลี่ยวหมินเก็บขวดกระเบื้องเข้าไปในอกเสื้อ เตรียมจะหาร้านใหม่อีกครั้ง ไม่ถูกใจก็แค่เพียงไม่ขาย"ข้าคงต้องไปสอบถามราคาจากร้านขายยาร้านอื่นดูก่อนบางทีพวกเขาอาจให้ราคาที่สูงกว่าเถ้าแก่อีกสักเล็กน้อย"
อีกสักเล็กน้อยที่นางกล่าวถึงทำให้เถ้าแก่ร้านขายยาเกิดความกระวนกระวายใจทางสีหน้าชัดเจน
รูม่านตาของเขาหดลง ภายในสมองเริ่มประมวลผลราคาใหม่อย่างรวดเร็วเขายกยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงประจบประแจง "เอาอย่างนี้ดีหรือไม่หากครั้งหน้าท่านสัญญาว่าจะมาขายยาสมานแผลให้กับข้าอีกครั้งนี้ข้าจะรับซื้อในราคาหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงทอง"นับเป็ราคาที่เถ้าแก่ให้ได้มากที่สุดแล้ว
จูเหลี่ยวหมินนั่งลงอีกครั้ง "คงไม่มีครั้งหน้า"นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแล้วไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกหรือไม่ ในระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นนางส่งจิตเข้าไปในมิติ หยิบขวดกระเบื้องอีกขวดออกมาจากมิติก่อนจะล้วงออกมาจากอกเสื้อพร้อมกันสองขวดในคราวเดียวกัน
เถ้าแก่ร้านขายยาได้ยินดังนั้นเขาก็ยิ่งคิดว่าตนเองคิดถูกแล้วที่เสนอราคาให้คนตรงหน้าสูงขึ้นอีกของดีใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆแต่ก็แอบเสียใจเช่นกันที่คนตรงหน้าจะไม่ขายยาสมานแผลให้กับเขาอีก
ในขณะที่เถ้าแก่ร้านขายยากำลังโศกเศร้า ในมือของจูเหลี่ยวหมินปรากฏขวดยาเพิ่มขึ้นมาอีกขวด"แต่ข้าจะขายให้กับท่านทั้งสองขวดนี้ในคราวเดียวกัน"
เถ้าแก่ร้านขายยาไม่สามารถระงับความดีใจได้อีกต่อไปจ้องมองขวดกระเบื้องทั้งสองขวดไม่วางตา"ขอบคุณท่านที่ไม่ตระหนี่ที่จะขายยาล้ำค่าให้แก่ร้านขายยาเล็กๆ ของข้า"
ในทางกลับกันควรที่จะเป็จูเหลี่ยวหมินที่จะกล่าวคำนี้เสียมากกว่านางไม่คิดว่าในยามนี้เถ้าแก่ร้านขายยาจะกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายกยิ้มกว้างท่าทางของเขาดูจริงใจและนอบน้อมมาก แตกต่างจากตอนที่เข้ามาครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง
"ข้าจะไปเตรียมเงินมาให้ท่านโปรดนั่งรอสักครู่"
เถ้าแก่ร้านขายยาลุกขึ้นยืน ใบหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุขอย่างไม่ปิดบังเขากำลังจะก้าวขาออกไปจากห้อง แต่ถูกจูเหลี่ยวหมินเรียกไว้ก่อนนางขอให้เถ้าแก่จ่ายเงินให้กับนางเป็ก้อนตำลึงทองสองร้อยห้าสิบตำลึงและแบ่งเป็ก้อนตำลึงเงินอีกครึ่งหนึ่ง ที่เหลือเป็เหรียญอีแปะ
ที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อง่ายต่อการใช้จ่าย นางมีมิติเป็ของตนเองย่อมไม่ใช่ปัญหาหากจะนำเงินมากมายเหล่านี้ใส่เข้าไปในมิติไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครดักปล้นกลางทาง และอีกหนึ่งเหตุผลที่นางทำเช่นนี้เพราะไม่้าให้ผู้อื่นตามสืบเกี่ยวกับตั๋วเงินจนรู้ว่านางเป็เ้าของยาสมานแผลสองขวดนั้น
เถ้าแก่เ้าของร้านสามารถเข้าใจถึงจุดประสงค์ของคนตรงหน้าได้ทันทีพร้อมกับเอ่ยเป็คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเก็บเื่นี้ให้เป็ความลับที่สุดจะไม่แพร่งพรายกล่าวบอกกับใคร แต่ใช่ว่าจูเหลี่ยวหมินจะวางใจนัก
ภายในเมืองหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยเชื้อพระวงศ์และขุนนางที่มีอำนาจมากมายคนเหล่านี้นอกจากจะร่ำรวยเงินทอง พวกเขายังร่ำรวยอำนาจเช่นกันร้านขายยาที่นางขายให้ก็ใช่ว่าจะสามารถปกปิดความลับได้ตลอดไปดังนั้นนางจึงใช้วิธีนี้ป้องกันั้แ่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่า
จูเหลี่ยวหมินหอบถุงเงินใบใหญ่ออกมาจากร้านขายยา หลังจากที่ก้าวขาพ้นจากประตูร้านขายยาแล้วนางจัดการสับเปลี่ยนเงินทั้งหมดเข้าไปอยู่ในมิติห่อผ้าที่เคยหนักกลายเป็เศษผ้าเก่าๆ ซุกซ่อนอยู่ในถุงผ้าแทน
นางอุ้มห่อผ้าหายเข้าไปในฝูงชน ก่อนจะโผล่มาอีกฝั่งมองซ้ายมองขวาไม่มีใครติดตามมา นางจึงเดินหายเข้าไปในตรอกๆ หนึ่ง ใช้วิธีเดิมเพื่อกลับเข้าไปในจวนอ๋อง
ครั้นเข้ามาถึงห้องนอนของตนเองความเย็นในอากาศยามค่ำคืนบ่งบอกว่าไม่มีใครเข้ามาในห้องนอนของนางหญิงสาวจัดการผลัดเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม
ในใจยังคงครุ่นคิดถึงเงินสามร้อยตำลึงทองที่นางขายน้ำพุิญญา์ทั้งสองขวดได้ตอนนี้นางนับว่าไม่ใช่ยาจกอีกต่อไปเงินมากมายเช่นนี้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านทางตอนเหนือได้อย่างสบายๆหากไม่คิดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
แต่ใครจะรู้ว่าในอนาคตข้างหน้ายาสมานแผลสองขวดนี้ที่จูเหลี่ยวหมินขายในราคาสามร้อยตำลึงทองจะกลายเป็ของล้ำค่าชนิดที่ผู้คนในเมืองหลวงเกิดความโกลาหลยื้อแย่งกันเพื่อที่จะได้มันจากราคาที่เถ้าแก่ร้านขายยารับซื้อในวันนั้นเพียงชั่วข้ามคืนราคาก็ก้าวะโขึ้นไปชนิดที่ว่าสามารถซื้อเมืองหลวงทั้งเมืองได้เลยและหนึ่งในนั้นท่านอ๋องหลี่เหยียนซื่อก็เป็อีกคนหนึ่งที่สนใจยาสมานแผลสองขวดนั้นเขาทุ่มเงินเกือบหมดจวนอ๋องเพื่อแลกซื้อมาได้เพียงห้าหยด
หากจูเหลี่ยวหมินรู้เข้าคงรู้สึกปวดใจไม่น้อยทำไมท่านอ๋องจึงไม่เอ่ยปากขอซื้อกับนางด้วยตนเอง