ในขณะที่เื่กำลังชุลมุน เดเมียนที่กำลังหลับอยู่ที่มุมห้องกับโซเซนที่กำลังค้นคว้าเื่ปลอกคอเวทมนตร์ที่ห้องวิจัยของตน ได้ยินเสียงดังจึงได้วิ่งตามมาดูทีหลัง
ตอนที่มาถึงทุกอย่างก็ได้จบลง เดเมียนจึงได้ช่วยแบกคาตันที่กำลังหมดสติไปยังโถงกลางห้องที่มีโซฟาและเก้าอี้สูงประมาณเอว แล้ววางคาตันลงที่โซฟาในสภาพหงายหน้านอนขึ้น
ส่วนอาเพนที่าเ็สาหัสก็นั่งที่โซฟาตรงข้ามโดยมีไลล่าช่วยใช้ฮีลรักษาให้
"นี่มันเื่อะไรกันครับ"อาเพนเอ่ยถามกับแคเซียร์ที่ตอนนี้กำลังนั่งข้างๆผู้เป็น้องชายอยู่ไม่ห่าง และสายตามองลงไปอย่างไม่ละสายตา
เธอหันมามองอาเพนอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกผิดแล้วนำมือทั้งสองมาปิดที่ใบหน้า "ฉันขอโทษค่ะ ฉันจะเล่าให้ฟังทุกอย่างเองค่ะ"
"พวกคุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าพวกเราเป็พ่อมด แม่มด"
กลุ่มแอ็กซิสทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกัน
"ใช่ครับ"
"คุณสืบเื่พวกเราก็คงจะรู้กันอยู่แล้วสินะ"
"เื่มันเกิดขึ้นเมื่อตอนคาตัน อายุได้ 80 ปีค่ะ"
ย้อนไปเมื่อคาตันอายุ 80 ปี
บ้านที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวในป่าลึก มีคู่แม่มดพ่อมดพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกัน ในทุกๆเช้าผู้เป็พี่สาวจะออกหาสมุนไพรและผลไม้ในป่า พวกเขาไม่ฆ่าสัตว์และไม่กินเช่นกัน กินเพียงผลไม้ที่หามาได้ในทุกๆวัน มันเป็ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ก็มีความสุขแล้วสำหรับพวกเขา
จนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้เป็พี่สาวก็ออกไปหาผลไม้สมุนไพรเหมือนทุกๆวัน ปล่อยให้น้องชายรออยู่บ้านเหมือนทุกที
แต่วันนี้ผู้เป็น้องชายกับได้ยินเสียงประหลาดบางอย่างดังมาจากทางป่าที่มืดมิดไร้แสงตะวัน เขาเหมือนโดนมนต์สะกด เปิดประตูแล้วเดินตามเสียงนั้นเข้าไปในป่า
จนกระทั่งเขามาหยุดอยู่ที่ริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง เขาจึงได้สติขึ้นมา หันซ้ายหันขวา ไม่รู้ว่าตนมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้อย่างไร แต่เขาไม่เคยเห็นทะเลสาบแห่งนี้มาก่อน เหมือนกับหลุดมาอีกโลกยังไงยังงั้น มันเป็ทะเลสาบที่กว้างมากหาจุดสิ้นสุดไม่พบ และลึกมากเช่นกัน น้ำก็ใสจนเห็นเงาสะท้อนของตัวเขาได้
ทันใดนั้นก็มีขวันสีดำโพล่ขึ้นมาจากผิวน้ำของทะเลสาบ เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เขาต้องมนต์สะกดอีกคร่า เดินไปอย่างไม่มีสติ เดินไปทางขวันที่โพล่ขึ้นมา
ในขณะเดียวกันผู้เป็พี่สาวก็กลับมาถึงบ้านแต่ก็ไม่พบน้องชายที่ควรจะรอเธออยู่
เธอรีบออกไปเพื่อสำรวจรอบๆ จนพบกับรอยเท้าของน้องชาย และก็พบล่องลอยของมนต์ดำเช่นกัน เธอรู้ในทันทีว่าน้องของเธอตกอยู่ในอันตราย
เธอรีบวิ่งตามรอยเท้าของน้องไป จนพบกับหมอกสีดำ สิ่งนี้คงเป็เวทบังตาที่ไม่ให้ใครเข้าไป เธอรีบใช้เวทเพื่อคล้ายหมอกดำแล้ววิ่งไปด้วยท่าทางรีบเร่งทันที
เธอพบน้องชายของเธอแล้ว เธอโล่งใจแต่โล่งได้ไม่สุด เพราะตอนนี้น้องชายเธอกำลังต้องมนต์
เธอรีบวิ่งไปใช้เวทมนตร์ใส่ขวันดำที่ลอยเหนือผิวน้ำ ทำให้น้องชายเธอหายจากมนต์สะกดได้สำเร็จ
ขวันดำนั้นคิดจะหลอกน้องเธอมาบูชายัญเพราะมัน้าเพียงร่างเนื้อของมันเท่านั้น เมื่อมันล้มเหลวมันจึงสาบผู้เป็น้องชาย "จงอยู่อย่างคนก็ไม่ใช่สัตว์ก็ไม่เชิง เพื่อลิ้มรสความทรมานของข้า"
"นับจากวันนั้นคาตันก็มีอาการคลุ้มคลั่งควบคุมตัวเองไม่ได้ และจะเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณเท่านั้นค่ะ"แคเซียร์เล่าทุกอย่างให้กลุ่มแอ็กซิสฟัง
"มีวิธีรักษาไหมครับ"อาเพนถาม
"ฉันพยายามหาวิธีรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่มีเพียงวิธียับยั้งไว้ชั่วคราวเท่านั้นค่ะ"แคเซียร์ตอบด้วยใบหน้าที่เ็ป ที่เธอไม่อาจทำได้มากกว่านั้น
"วิธีคืออะไรครับ แม้จะเป็เพียงวิธียับยั้งก็ตาม พวกผมจะช่วยเองครับ"
แคเซียร์ก้มหน้าน้ำตาอาบแก้ม ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของกลุ่มแอ็กซิสมาก เธอนั้นสู้ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
เธอจึงเกิดคำถามกับตัวเองขึ้นมา เธอสามารถเดินหน้าต่อไปกับพวกเขาได้จริงหรือ
เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าทุกคนในกลุ่มแอ็กซิส ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเป็ห่วงที่หวังว่าจะสามารถช่วยอะไรได้สักอย่าง เป็สายตาที่นับเธอเป็หนึ่งในคนสำคัญไปนานแล้ว
เธอได้เอามือขึ้นมาซับน้ำตา ทำสายตาแน่วแน่เหมือนตัดสินใจบางอย่างได้
ตอนนี้เธอเลือกที่จะเชื่อใจพวกเขา และปกป้องพวกเขาเช่นกัน
"มีสมุนไพรสองตัวที่นำมาทำยาค่ะ หนึ่งคือหญ้าทมิฬ สองคือหญ้าชั่วนิรันดร์"
อาเพนทำหน้าครุนคิด"ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะครับ ไลล่าแล้วเธอละ?"
อาเพนหันหน้าไปมองไลล่า ที่ตอนนี้เธอชะงักไป หน้าดูซีดมาก หน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
"ไลล่าๆ เธอเป็อะไร"อาเพนนำมือไปสะกิดไลล่าที่ยืนตัวแข็งอยู่ข้างๆ
"ค คือ สมุนไพรพวกนี้เราเข้าไปเอากันไม่ได้หรอกนะ"ไลล่าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ทำไมละ?"
"มันอยู่ในป่า'เงา' ซึ่งเป็ป่าที่ใครเข้าไปก็ไม่ได้ออกมากัน แม้จะเป็จอมเวทที่เก่งแค่ไหนก็ตามก็ไม่ได้ออกมาหรอก"
"หะ! แล้วคุณแคเซียร์ไปหาสมุนไพรพวกนี้มาจากไหนถ้าเข้าป่าไม่ได้"
"ป่านั้นเข้าได้ค่ะ หากเป็แม่มดก็เข้าได้ ในนั้นสิ่งที่อันตรายไม่ใช่เพียงการหลงป่าหรอกนะคะ"แคเซียร์ตอบ
"แต่เป็สมุนไพรพิษที่หากซูดดมเข้าไปอาจจะถึงชีวิตได้ ร่างกายฉันต้านพิษได้นะ"
"เดี๋ยวนะครับ การที่ร่างกายจะต้านพิษได้แปลว่าคุณต้องเคยชินกับมัน คุณทดลองพิษกับตัวเองหรอครับ"
แคเซียร์ชะงักเพราะคำถามที่ถามมาตรงจุดของอาเพน"อืม ใช่ค่ะ"
อาเพนจ้องมองแคเซียร์ด้วยสายตาที่คล้ายจะเ็ป แต่เขาทำไมต้องดูเ็ปขนาดนั้นด้วยละ
"คุณพยายามมามากเลยสินะครับ คุณคงเจ็บน่าดู"อาเพนเอ่ยออกมาด้วย
"ไม่หรอกค่ะ มันผ่านมาแล้วฉันหายเจ็บแล้วละค่ะ"แคเซียร์พูดด้วยท่าทีที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร เหมือนมันเป็เื่ที่เธอต้องทำอยู่แล้ว
"ไม่ครับ!!"อาเพนะโออกมา เพราะท่าทางของแคเซียร์ที่ไม่รู้อะไรเลยของเธอ ทำให้แคเซียร์ต้องสดุงแล้วหันมามองอาเพนด้วยท่าทางงงๆ"คุณยังเจ็บอยู่ คุณทนมาได้ยังไงกันครับ"
ในตอนนี้เองที่แคเซียร์ได้เข้าใจสายตาที่เ็ปของอาเพนเมื่อครู่ มันคือสายตาของคนที่เข้าใจกันเป็อย่างดี คนที่เคยผ่าน่เวลานั้นมาเหมือนกัน
อาเพนต้องชะงักไปด้วยสีหน้าของแคเซียร์ เพราะตอนนี้เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่น และส่งสายตาที่บ่งบอกว่าตอนนี้เธอไม่เป็อะไรแล้ว เขาไม่ต้องเป็ห่วงเธอ"ขอบคุณนะคะ อาเพน"
จบ บทที่ 15 คนที่เคยผ่าน่เวลานั้นมาเหมือนกัน
โปรดติดตามตอนต่อไป