ตอนที่ 2 ค่ายฮาล์ฟบลัด
โพรทาเลียได้แนะนำตัวในฐานะชื่อใหม่และรูปลักษณ์ใหม่คือคีย์ วันเดอร์เลอร์ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลให้แก่อีกฝ่ายคุณดิแองเจโล่เดินออกจากพวกเด็กๆเพื่อไปติดต่อกับเพอร์ซีย์ที่เป็ผู้ดูแลของค่ายฮาล์ฟบลัด ระหว่างที่พวกโพรทาเลียรออยู่ใต้ร่มเงาที่นั่งทานอาหารอยู่เมื่อกี้ทำให้โพรทาเลียรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาหลังจากทานอาหารหมดไปแล้วเทพีอลิซ่าเบ็ธเห็นแบบนั้น เธอเขยิบตัวโพรทาเลียให้นอนตักพอหัวนอนลงบนตักเทพีโพรทาเลียก็เข้าสู่ห้วงนินทาในทันใด
“คิกๆ หลับให้สบายนะ โพร...” อลิซ่าเบ็ธลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ
โพรทาเลียหลับตาลงอย่างสบายหลังจากความเหนื่อยที่เดินทางมานานหลายวันไม่ได้พักผ่อนกัน่เวลาที่สงบนั้นร่างเหมือนหลุดออกจากร่างไปสู่ที่ไหนสักทีเมื่อลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เธอค่อยๆ เห็นว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบๆ มีแต่สีขาวเต็มไปหมดเธอมองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย
“ข้า...อยู่ไหนกัน?"
“ห้วงลึกของจิตใจเ้าไงล่ะ สาวน้อย” เสียงปริศนาพูดขึ้นอีกครั้ง
โพรทาเลียรับรู้ว่าเสียงนั้นเป็เสียงของใครเพราะเสียงนี้คือเสียงที่คุยกับเธอมาตลอดั้แ่เมื่อ 5 ปีก่อน แต่พอหันไปมองต้นเสียงเธอก็อึ้งเมื่อเห็นชายปริศนาที่มีผมยาวสีดำดวงตาสีเขียวและใส่ชุดแนวกรีกสมัยใหม่โผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้
“ท่าน...ทำไมถึง...” สีหน้าโพรทาเลียดูอ้ำอึ้งและแปลกใจที่ทุกทีจะมีแต่เสียงออกมาแต่ครั้งนี้อีกฝ่ายเผยร่างจริงให้เธอเห็น
“ทำไมข้าถึงโผล่มาให้เ้าเห็นตอนนี้ โดยตลอดมา 5 ปีทำไมถึงไม่เคยโผล่มาให้เห็นสินะ?” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ อีกฝ่าย
“ใช่ ท่าน...ไม่เคยโผล่มาสักครั้ง...”
อีกฝ่ายมองโพรทาเลียก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปััใบหน้าโพรทาเลีย“ขอโทษนะที่ข้าไม่เคยโผล่มาให้เ้าเห็น เพราะว่าพลังข้ายังไม่ตื่นขึ้นมาแต่ตอนนี้พลังของฉันกลับมาทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ต้องขอบคุณเ้า”
“ขอบคุณข้า...ทำไมล่ะ?” โพรทาเลียมองอย่างสงสัย
“เพราะเ้าพาตัวเองออกมาจากที่แห่งนั้นที่จำกัดพลังของเรากันทำให้ตอนนี้ข้าสามารถทำตามแผนได้ ก่อนจะถึงวันเกิดอายุครบ 16 ปีของเ้า”
“อายุครบ 16 ปี...เดียวนะถึงตอนนั้นก็อีก...ตั้ง 2 เดือนกับอีก 20 วันเลยนะ”
“จริงของเ้า เวลาทั้งหมดนั้นข้าจะทำการทดสอบเ้าเพื่อดูว่าเ้าเหมาะกับสิ่งที่เ้าจะได้รับไปไหม?” ชายหนุ่มกำลังหันหลังเดินออกไป
“สิ่งที่ข้าจะได้รับ?”
“ใช่” ชายหนุ่มพูด เขาหันกลับมามองอีกฝ่ายอีกครั้ง“ข้าว่า...ข้าต้องไปล่ะ”
รอบๆ ตัวของโพรทาเลียเป็โดยสีขาวกลืนกินนั้นทำให้เธอมองอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เธอก็รีบตรงไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับจับชายเสื้อของเขา
“เดียวสิ! ท่านยังไม่เคยบอกนามกับข้าเลยนะว่าท่านเป็ใคร?”
“หือ...นามข้าเหรอ? ข้ามีนามว่า...แอง-”
เสียงนั้นขาดหายไปพร้อมกับแสงสว่างที่คลุมตัวเธอให้หายไปจากตรงนั้นคำสุดท้ายที่อีกฝ่ายพูดนั้น เธอพออ่านออกว่าเป็คำขึ้นต้นด้วยตัวเจแต่ชื่ออะไรกันแน่ล่ะ
เสียงรอบๆ เด่นชัดมากขึ้น ทำให้โพรทาเลียค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับใบหน้าที่ยื่นมามองเธอเหมือนว่าอีกฝ่ายปลุกเธอหลายรอบเนื่องจากคนของค่ายฮาล์ฟบลัดได้เดินทางมาถึงแล้วรอค่อยที่จะมารับพวกเธอไปยังสถานที่ปลอดภัย โพรทาเลียค่อยๆ ตั้งสติของตนเองแล้วลุกขึ้นมองบุคคลปริศนาที่มาใหม่จากสิ่งที่เป็ชายที่มีทรงผมสั้นหยิกสีน้ำตาลดวงตาสีน้ำตาล การแต่งกายใส่ชุดหนาๆ คล้ายชุดหน้าหนาว แต่่นี้ฤดูร้อนทำให้โพรทาเลียสงสัยว่าอีกฝ่ายทำไมแต่งกายแบบนี้จนเธอได้กลิ่นบางอย่างที่ประสาทััการได้กลิ่นของเธอรับรู้
“หือ? แซเทอร์เหรอ?”
โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างสงสัยทำเอาพวกเขาทั้งสองจ้องมองอย่างสงสัยโพรทาเลียจับปลายคางอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ปีศาจใช่ไหมแค่กลิ่นของอีกฝ่ายก็บ่งบอกว่าไม่ใช่
“ดี! คงไม่ต้องกังวลเวลาเดินทางงั้นไปกันเถอะ!!”
โพรทาเลียเดินนำออกไปพร้อมกับเทพีอลิซ่าเบ็ธที่เดินตามเด็กน้อยไปนิโคยังยืนงุนงงว่าเด็กหนุ่มรู้ได้ว่าคนข้างๆ เขาเป็แซเทอร์โดยที่เขายังไม่บอกเลย
“เขารู้ได้ไงว่านายเป็แซเทอร์?” นิโคหันไปมองคนมาใหม่
“ไม่รู้สิครับ ผมขอตัวก่อน ลาก่อนครับ คุณนิโค”แซเทอร์หนุ่มรีบตามเด็กใหม่ทั้งสองคนที่กำลังเดินทางไปไหนก็ไม่รู้
“โชคดีเด็กๆ” นิโคโบกมือลาเด็กๆที่เดินจากไปกัน ระหว่างที่ยืนอยู่นั้นก็รู้สึกถึงบางอย่างเคลื่อนไหวในป่าแล้วกำลังมาทางนี้ “พวกปีศาจมาแถวนี้...คงต้องไปจัดการแล้วถามพวกมันว่าวุ่นวายอะไรแถวนี้กัน?”
นิโคหันไปทางที่เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของปีศาจเต็มไปหมดก่อนที่เขาจะหายเข้าไปในเงาของตนเอง อีกด้านโพรทาเลียกำลังเดินทางพร้อมกับคุยกับเทพีไปด้วยแซเทอร์หนุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆ ทั้งสองคนพร้อมกับทักทายพวกเธอ
“นี่นาย! เก่งมากเลยนะรู้ได้ไงว่าฉันเป็แซเทอร์นะ คนส่วนใหญ่มองไม่ออกหรอกนะ”
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย“ทำไมเดาไม่ออกล่ะ? กลิ่นสาบของนายมันออกมาขนาดนั้น ฉันเคยได้กลิ่นมามากกว่านี้ด้วยซ้ำเพราะมันคล้ายกลิ่นศพแซเทอร์ที่ฉันเคยเห็นพวกั์กินกันนะ”
“ศพแซเทอร์!?” แซเทอร์ตนนี้ถึงกับกลืนน้ำอย่างรู้สึกตื่นกลัวกับคำพูดอีกฝ่าย
“ใช่!! แล้วก็ขาของนายก็เดินแบบแปลกๆขาคนเขาไม่ย่องๆ เหมือนพวกแพะหรือแกะหรอกนะ นายนะ สอบตกความเป็มนุษย์สุดๆ เลยล่ะ”
“ว้าว! นายเก่งแบบนี้ได้ยังไง?” แซเทอร์เปลี่ยนสีหน้าทันทีเขาถึงกับตะลึงเลยว่าอีกฝ่ายเก่งเื่การจับผิดมากๆ
“เหอะๆลองโดนจับฝึกั้แ่เด็กสิแล้วจะรู้ทุกอย่างเลยล่ะแล้วเราจะไปค่ายที่คุณดิแองเจโลบอกไปยังไงหรือ?”
“อ้าว? ฉันนึกว่านายรู้ซะอีกเห็นเดินนำมา!!”
“อ๋อ ไม่รู้อ่ะ!!” โพรทาเลียทำหน้าเอ๋อๆ ทันที
“แล้วนายจะนำมาเพื่อ…!?” แซเทอร์หนุ่มรู้สึกหงุดหงิดกับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่นำมาโดยไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ“เฮ้อ~ งั้นตามฉันมาละกัน ดีที่นายพามาถูกนิดหน่อยเราจะเดินเข้าไปในป่าอีกสักหน่อยนะ”
แซเทอร์หนุ่มนำทางพวกเธอเข้าไปข้างในป่าอีกเพื่อไม่ให้อยู่ในสายตาของมนุษย์แต่ก็ต้องระวังพวกปีศาจหรือุ์ทั่วไประหว่างที่เดินกันเข้าไปข้างในนั้นเองแซเทอร์ที่นำทางให้พวกโพรทาเลียก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้แนะนำตัวเขาทั้งสองคนเลยก่อนที่เขาจะหยุดเดินแล้วหันไปมองทั้งสองคนทันที
“ฉันลืมแนะนำตัวเลยล่ะ ฉันชื่ออาร์เทอร์อันเดอร์วู้ด ยินดีที่ได้รู้จัก!!”
“ข้า...อลิ- อ๊ะ...ลิซ่า วันเดอร์เลอร์ค่ะ” เทพีอลิซ่าเบ็ธเกือบหลุดพูดชื่อตัวเองออกไปทำเอาเธอตื่นเต้นในการแนะนำตัวจริงๆ
“ส่วนข้า คีย์ วันเดอร์เลอร์” โพรทาเลียแนะนำตัวเองต่อจากเทพีทันที
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ลิซ่า คีย์พวกเธอนี่ฉันมองๆ นะ ดูยากจังว่าเป็คนของสายเืไหนนะ”
“เอ๋...ฮ่าๆ พวกเราก็ไม่รู้เท่าไหร่หรอกเ้าค่ะว่าเป็มนุษย์กึ่งเทพจริงๆ ไหม แต่เื่การหาสายเืคงต้องรอเวลานะเ้าค่ะ”
“จริงด้วยนะ เอาล่ะเดินต่อกันใกล้ๆถึงจุดซื้อตั๋วแล้วล่ะ” อาร์เธอร์เดินนำทั้งสองคนทันที
“ซื้อตั๋ว?” โพรทาเลียพูดพร้อมมองเทพีว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไรกัน
อลิซ่าเบ็ธก็ส่ายหน้าอย่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดนั้นหมายความว่าอะไรทั้งสองคนต่างพากันเดินตามอีกฝ่ายไป แต่ระหว่างเดินนั้นโพรทาเลียกลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนพอพวกเขาเดินกันมาเรื่อยๆก็มาถึงจุดที่ไม่น่ามีสิ่งก่อสร้างอะไรแต่ตรงหน้ากับมีสิ่งก่อสร้างบางอย่างตั้งตระหง่าน มันเป็ตู้สี่เหลี่ยมมีกระจกด้านหน้าให้เห็นคนข้างในตู้นั้นมันคล้ายๆ ตู้ขายตั๋วตามงานเทศกาลหรือโรงหนังสมัยเก่า แต่พอเข้าไปใกล้ๆตู้นั้นก็ได้เห็นหญิงสาวที่อยู่ข้างในแต่ที่ทำให้โพรทาเลียอึ้งมากกว่าเดิมคือหญิงสาวในตู้นั้นมีผิวกายสีเขียว
‘ตัวเป็ๆ นางไม้ตัวเป็ๆ พึ่งเห็นครั้งแรก!!’ โพรทาเลียคิด
โพรทาเลียใจจดใจจ่อกับนางไม้ตนนี้ที่สวยและงดงามมากๆเครื่องแต่งกายของเธอเป็ใบไม้สีเขียวที่ดัดแปลงจนกลายเป็เสื้อผ้าที่ดูสวยงามมากๆอาร์เธอร์เดินเข้าไปใกล้ๆ นางไม้ตนนั้นก็หันมาก็ใเมื่อเจออีกฝ่าย
“อ๊ะ...อันเดอร์วู้ด...” นางไม้คนนี้มีสีหน้าเธอแดงขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเจอกับแซเทอร์หนุ่ม
“ไง โซเฟีย คือ...ฉันจะซื้อตั๋วไปค่ายฮาล์ฟบลัด 3 ใบหน่อยนะ” อาร์เธอร์หน้าแดงหน่อยๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย
“คะ...ค่ะ...”
หญิงสาวลุกลี้ลุกลนต่อหน้าอาร์เธอร์มากๆเธอกำลังหาตั๋วที่อีกฝ่าย้าทำเอาโพรทาเลียที่มองอยู่ข้างหลังสงสัยเลยว่าทั้งสองคนนั้นมีกลิ่นอายที่เธอคุ้นเคยยิ่งใบหน้าทั้งสองนั้นกำลังแดงก่ำก็ยิ่งเดาได้ถูกว่าทั้งสองนั้นแอบชอบกันและกันอยู่หรือไม่นั้นเลยมีความคิดว่าทั้งสองเป็คนรักกันไหมทำให้โพรทาเลียตั้งคำถามโดยไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะแสดงท่าทียังไง
“พวกเ้าสองคนเป็คนรักกันเหรอ?”
พอทั้งสองคนได้ยินถึงกับสะดุ้งกันทันทีอาร์เธอร์กับโซเฟียหน้าแดงแบบแดงมากๆ ก่อนจะะโออกไป
“ไม่นะคะ แบบว่า...” โซเฟียลุกลี้ลุกลนขึ้นมาการมีคนพูดแบบนั้นทำให้ใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะมากๆ
“พวกเราไม่ใช่คนรักกันนะ!” อาร์เธอร์แก้ต่างขึ้นมาด้วยความรู้สึกน่าอับอาย
โซเฟียที่ได้ยินแบบนั้นทำให้เธอคอตกน่าเศร้าไปในทันทีสายตาของโพรทาเลียรับรู้เลยว่าคนหนึ่งชอบอีกฝ่ายอีกคนก็ชอบแต่ความรู้สึกที่บางอย่างปิดกันความรู้สึกรักนั้นทำเอาเธอจ้องมองนางไม้แล้ว เศร้าแทนเธอกับคำพูดอีกฝ่ายจริงๆ
“แต่ว่า-” โพรทาเลียกำลังจะอธิบายบางอย่าง
อาร์เธอร์รีบปิดปากของอีกฝ่ายในทันทีพร้อมกับหันไปยิ้มให้หญิงสาว “เดียวเถอะ! คีย์! หยุดเลยนะ! โทษทีนะ โซเฟียเด็กคนนี้เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ”
“อ๊ะ...คือ...ฉันไม่คิดอะไรมากหรอกค่ะ...” โซเฟียกับมีสีหน้าปกติก่อนจะวางตั๋วไว้ตรงหน้า “ตั๋วไปค่ายฮาล์ฟบลัดค่ะ...”
“ขอบคุณนะ พวกเราไป!!”
อาร์เธอร์หยิบเหรียญทองออกมา 180 ดรัคม่าแล้วลากทั้งสองคนออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็วโพรทาเลียสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายนั้นจะรีบเดินไปไหนกันเธอหันไปมองนางไม้ที่มีสีหน้าเศร้าหมอง พวกเขาเดินออกมาห่างจากจุดเดิมอาร์เธอร์ก็หันมามองคีย์ในทันที
"นายพูดอะไรไปนะ!? คีย์ฉันเกือบขายหน้าแล้วนะไปพูดอย่างงั้นได้ไงว่าฉันกับโซเฟียเป็คนรักกัน" เขาถามอีกฝ่ายอย่างสงสัยว่าทำไมพูดแบบนั้น
"ก็ข้าเห็นเ้าและนางเอาแต่เขินกันจนข้าสงสัยนะถึงว่าพวกเ้าแบบพึ่งคบกันเลยเขินกันหน่อย ข้าเลยถามแบบนั้นออกไปอย่างที่ข้าคิด"
“เดียวนะ!?” อาร์เธอร์ขมวดคิ้วกับคำพูดอีกฝ่ายที่พูดถึงโซเฟีย"นายบอกเธอเขินฉันเหรอ?"
“ใช่ข้าัักลิ่นอายและข้าเห็นใบหน้าของนางที่เขินอายเพราะเ้าแล้วข้าก็คิดว่าเ้าทั้งสองคนก็เหมาะกันดี เ้าก็ชอบนางใช่ไหมล่ะ?” โพรทาเลียตอบอีกฝ่ายทันที
“คือ...พอๆ เลิกพูดเลย ฉันไม่ได้เหมาะกับเธอเลยฉันเป็แค่แซเทอร์ระดับต่ำต้อย…ไม่ได้เหมาะกับเธอเลย”
“โธ่ตัดพ้อตัวเองก่อนจะรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันนายนี้ไม่มีความกล้าเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ...เอ๋...เมื่อก่อน...” โพรทาเลียสะกิดใจทันทีว่าทำไมตัวเองถึงพูดแบบนั้นออกมา
“นายพูดอย่างกับรู้จักฉันแน่ะ คีย์…คีย์?”
โพรทาเลียไม่ได้ฟังที่อีกฝ่ายเรียกเธอเลยเธอกำลังคิดบางอย่างคิดในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป แล้วเธอก็นึกถึงความทรงจำเก่าๆที่ไม่ได้นึกมานานแสนนาน เธอก็เริ่มจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครเธอมีเพื่อนสนิทที่จะพาพี่ๆ น้องๆ มาด้วย พี่ชายของเนเวอร์รี่
‘พี่อาร์เธอร์คนนั้นเหรอ?’
สีหน้าของโพรทาเลียเคร่งเครียดขึ้นมาในทันทีที่ได้รู้จักกับคนที่เธอเคยรู้จักเขาแต่เธอยังอยู่ในร่างแปลงอีกฝ่ายคงจำเธอไม่ได้หรอก
“คีย์ นายพูดเมื่อกี้คืออะไรนะ”
“เปล่า! ไม่มีอะไร! ไปต่อกันเถอะ...” โพรทาเลียเปลี่ยนเื่พร้อมกับกำลังจะเดินต่อ
“เดียวไม่ต้องไปแล้ว!!” อาร์เธอร์จับไหล่อีกฝ่ายทันที
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายที่จับไหล่เธอ “ทำไมล่ะ?”
อาร์เทอร์ยกตั๋วที่ได้มาเมื่อกี้ขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้นมา “เพราะเราจะไปด้วยเ้านี้นะสิ”
“หือ!?” โพรทาเลียเอียงคออย่างสงสัย “ตั๋วเหรอ?”
“ใช่!เพราะนี้คือตั๋วที่เทพเฮอร์มีสสรรค์สร้างขึ้น เมื่อไม่นานมานี้เองเอาล่ะงั้นทำตามที่ฉันจะพูดล่ะกันนะ!”
“ทำตาม...คงต้องทำแบบนั้นล่ะนะ...”
“อืมๆ พวกข้าไม่เคยเห็นสิ่งนั้นนี่เ้าค่ะ” อลิซ่าเบ็ธมายืนข้างๆโพรทาเลีย
“อืม!” โพรทาเลียพยักหน้าทันที
“แต่ว่า...พวกนายนะ ชอบพูดแปลกๆ นะ พูดคำว่าข้าเ้า นาง...พูดเหมือนคนโบราณเลยนะ”
“หือ? แล้วคนปกติพูดกันยังไงหรือ?” อลิซ่าเบ็ธถามอย่างสงสัย
“อีกฝ่ายคงหมายถึงที่เราพูดแบบชาวโบราณพูดกันแต่ก็จริงที่พวกข้าพูดแบบนั้น เพราะสภาพแวดล้อมที่เคยอยู่ทุกคนจะพูดแบบนี้กัน” โพรทาเลียอธิบายถึงการพูดของพวกเธอทำไมถึงพูดแบบนี้กัน
“สภาพแวดล้อมเหรอ? พวกนายเคยอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย?” อาร์เธอร์ถามอย่างสงสัย
“ไม่ขอตอบคำถามนั้น” โพรทาเลียไม่ยอมตอบคำถามด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนบอกอีกฝ่ายห้ามถาม
“เอ่อ...ก็ได้” อาร์เธอร์รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรถามต่อเลยเปลี่ยนเื่ในทันที "งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า!"
รอยยิ้มของอาร์เธอทำเอาโพรทาเลียรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกันแน่ถ้าทำอะไรขึ้นมาจริงๆแล้วอันตรายต่อพวกเธอถึงเป็แซเทอร์ก็คงต้องทำให้าเ็แล้วหนีจากอีกฝ่ายนั้นล่ะอาร์เธอร์หันไปข้างหน้าพร้อมกับกล่าวคำพูดเป็ภาษากรีกออกมา
Στον θεό των ταξιδιών, Ερμή, να μας ανοίξεις την πύλη. Πηγαίνετε κι εμείς στο μέρος που θέλουμε!!
[แด่เทพแห่งการเดินทาง เฮอร์มีสขอให้ท่านทรงเปิดประตูมิติให้แก่เรา พาเราไปยังสถานที่เรา้าด้วยเถิด!!]
+++คำภาษากรีกแปลจากเน็ตนะคะ ไม่รู้ว่าแปลถูกไหม
แต่แปลไว้เพื่ออรรถรสของนิยายนะคะ+++
คำกล่าวจบลงพร้อมกับเสาประตูสีขาวขึ้นมาสองอันเสานั้นคล้ายกับเสาทางเข้าของกรีกแต่มันไม่มีบานประตูมีแค่พื้นที่ว่างเปล่าแต่เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวในช่องว่างนั้นโพรทาเลียเอียงคอมองว่ามันคืออะไรระหว่างที่สนใจกันนั้นก็มีบุคคลแปลกหน้าโผล่มาจากช่องว่างที่มีอะไรไหลไปมาทำเอาสองสาวต่างตื่นตูมกันจนเกือบหยิบดาบของตนออกมากัน อาร์เธอร์เห็นก็ขำในทันที
“เขาเป็ผู้นำทางของเทพเฮอร์มีสนะไม่ต้องกลัวกันนะ”
ทั้งสองคนมองอาร์เธอร์ที่อธิบายให้พวกเธอสายตาหันไปมองชายปริศนาที่โค่งคำนับพวกเขา ทั้งสองเก็บดาบของตนเอง ในสายตาของโพรทาเลียมันน่าสงสัยทุกอย่างจริงๆคงเพราะความเครียดสะสมที่เธอหนีจากปีศาจเลยระหว่างทุกอย่างนั้นล่ะผู้นำทางตรงหน้านั้นชุดแนวกรีกที่เธอเคยเห็นภาพวาดบ่อยๆเขาจ้องมองพวกเขาพร้อมกับเอ่ยเป็ภาษากรีกออกมา
“Που θέλεις να πας?" [้าไปที่ไหนครับ?]”
คำพูดนั้นเข้าใจเลยว่าถามพวกเขาว่า้าไปที่ไหนโพรทาเลียรับรู้ว่าจะต้องไปไหนรอแค่คนข้างๆ ตอบผู้นำทางอาร์เธอร์ได้ยินคำถามก็ตามไป
“เรา้าไปค่ายฮาล์ฟบลัด!”
ผู้นำทางพอได้รับคำตอบก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้งทันทีตรงช่องว่างเกิดแสงสว่างขึ้นมาพร้อมกับภาพบางอย่างที่ไหลไปมาไม่ประติประต่อกัน จนมองไม่ออกว่าข้างในนั้นเป็ภาพอะไรกันแน่จนผู้นำทางกล่าวบางอย่างกับพวกเขา
“ขอตั๋วด้วยครับ”
อาร์เธอร์หันไปมองทั้งสองคนทันที “งั้นฉันไปก่อนละกันพวกเธอจะได้ไม่กลัวกัน”
ทั้งสองคนมองกันแล้วหันไปพยักหน้าให้อีกฝ่ายอาร์เธอร์ยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะเดินไปหาผู้นำทางแล้วยื่นตั๋วให้อีกฝ่ายเมื่อรับตั๋วมาแล้วเขาก็ตรวจสอบและก็ฉีกตั๋วออกแล้วมันสลายหายไปแสงสว่างออกมาจากช่องว่างนั้นอีกครั้ง
“เชิญเข้าไปได้เลยครับ”
อาร์เธอร์เดินเข้าไปข้างในช่องว่างนั้นตัวเขาหายไปในนั้นโพรทาเลียเห็นแบบนั้นถึงกับกลืนน้ำลายลำบากมากๆ เธอไม่เคยผ่านประตูไหนถ้าไม่ใช่พลังของเทพีที่ผ่านวาร์ปไปมาผ่านประตูล่องหนไปยังที่ต่างๆ เทพียิ้มอ่อนๆเมื่อเห็นเด็กน้อยของตนทำตัวเป็เด็กแบบนี้นางเดินอ้อมมาข้างหลังอีกฝ่ายพร้อมกับดันตัวอีกฝ่ายไปข้างหน้า
“อ๊ะ!! ท่านพี่!!”
“เ้าไปก่อน น้องข้า เดียวข้าจะตามไปที่หลัง” อลิซ่าเบ็ธอยากให้เด็กน้อยเข้าไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ
“แล้วท่านจะตามมาไหม? ห้ามทิ้งข้านะ!!”
อลิซ่าเบ็ธยิ้มอ่อนๆเธอยื่นมือไปััใบหน้าอันเล็กจ๋อยของอีกฝ่าย “ข้าไม่ทิ้งเ้าหรอกเ้ายังไม่เคยทิ้งข้าเลยนี่น่า”
“อืม! ข้าจะทิ้งผู้เป็เสมือนแม่ข้าได้ไงล่ะ” ใบหน้าของโพรทาเลียยิ้มอย่างแจ่มใส่ขึ้นมา
เธอไม่เคยคิดจะทิ้งอีกฝ่ายเพราะอีกฝ่ายเป็เสมือนแม่และพี่สาวให้เธอทั้งสองยื่นประชิดเข้าหากันพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างคลอเคลียโพรทาเลียทำใจเล็กน้อยพร้อมกับเดินไปข้างหน้าที่มีผู้นำทางยืนอยู่
“ทั้งคู่น่ารักกันจังเลยนะครับ”
“อ๊ะ...ไม่หรอกขอรับ...” โพรทาเลียเขินอายขึ้นมาทันใดที่อีกฝ่ายพูดชมพวกเขา
“งั้นขอตั๋วด้วยครับ”
คำพูดเดิมพูดขึ้นโพรทาเลียมองตั๋วในมือของเธอพร้อมกับยื่นให้แก่อีกฝ่ายผู้นำทางตรวจไม่กี่นาทีก็ฉีกตั๋วแล้วแสงสว่างก็ขึ้นมาที่ประตูอีกครั้งโพรทาเลียมองประตูที่ว่างเปล่าตรงหน้ามันช่างน่ากลัวสำหรับเธอ ความรู้สึกแปลกๆกำลังเข้ามาข้างในเธอ มันคือความประหม่าที่จะเข้าไปในสิ่งที่เธอไม่เคยเข้าเธอหายใจเข้าลึกๆ กลืนน้ำลายไปหนึ่งครั้ง เธอหลับตาเดินเข้าไปข้างในความรู้สึกหวิวๆ เหมือนใจมันสั่นไปชั่วขณะพอผ่านพ้นประตูออกมาเสียงอาร์เธอร์ก็ดังขึ้น
“นายเล่นหลับตาเดินเลยเหรอ? แปลว่ากลัวจริงสินะแต่ลืมตาได้แล้ว คีย์!” อาร์เธอร์เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วตีหลังคีย์ทันที
“อ๊ะ!!” โพรทาเลียใที่อีกฝ่ายตีหลังเธอ
เธอลืมตาขึ้นมาก็พบกับภาพตราหน้ามันช่างแสนจะมหัศจรรย์ภาพที่โพรทาเลียไม่เคยคิด ผู้คนมากมายกำลังเดินคุยกันอย่างสนุกบางคนก็ฝึกการต่อสู้ บางคนก็กำลังเล่นบางอย่างกันอย่างน่าสนุกสีสันอันสวยงามของธรรมชาติ บ้านเรือนมากมายตั้งอยู่รอบๆ บริเวณที่อยู่กันถึงจะน้อยก็ตามที แต่ก็ยังดีกว่าเกาะนรกนั้นซะอีก แต่บางอย่างทำให้โพรทาเลียรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บ่งบอกถึงความไม่ปลอดภัยขึ้นมาเมื่อมีสายตาบางอย่างจับจ้องมาที่เธอ
“หือ?” โพรทาเลียหันไปมองผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆแต่สายตานั้นหายไปแล้ว
อลิซ่าเบ็ธก็เดินตามเข้ามาภาพตรงหน้าทำให้เธอดูชอบใจกับสภาพแวดล้อม“ที่นี่...ช่าง...งดงามจริงๆ”
“ใช่ไหม? แล้วฉันขอพูดว่ายินดีทั้งสองคนสู่ค่ายฮาล์ฟบลัดของเรา!!”
พออาร์เธอร์พูดจบก็มีเสียงแตรเฉลิมฉลองดังขึ้นแต่ไม่เห็นมีอะไรนอกจากอาร์เธอร์ที่อ้าแขนไชโยคนเดียวทำเอาอาร์เธอร์หน้าแดงไปเลยที่สองคนนี้ไม่เล่นมุกตบมือกับเขาด้วย โพรทาเลียแอบขำเล็กน้อยเธอหันไปมองรอบๆ ตอนแรกเธอคิดว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยสำหรับเธอจริงๆแต่ก็ต้องระวังสักเล็กน้อยดีกว่าเพื่อความปลอดภัยเธอมองเหล่าเด็กวัยรุ่นมากมายที่แต่งกายอย่างปกติยกเว้นท่อนบนที่เป็เสื้อที่มีแค่สองสีผู้คนบางส่วนเริ่มเห็นแล้วว่าพวกเขานั้นเป็เด็กใหม่ที่พึ่งมากันจึงมองด้วยสายตาสนใจว่าพวกเขานั้นจะได้อยู่บ้านหลังไหนอลิซ่าเบ็ธเดินตรงมาข้างๆ โพรทาเลียพร้อมกับกระซิบ
“ดีจังที่พวกเรายอมมาที่นี่นะปลอดภัยสำหรับเธอ”
“อ๊ะ...ก็มั้งนะ...แต่เรายังมีอีกอย่างที่ต้องกังวลเพิ่มอีกนะ”
“อะไรเหรอ?” อลิซ่าเบ็ธเอียงคออย่างสงสัย
โพรทาเลียหันสายตามองอีกฝ่ายพร้อมกับพูดกล่าวออกมา“ผู้หญิงคนนั้นไงล่ะ!”
“อ๋อ...จริงด้วย...”
ทั้งสองคนมานึกถึงตัวการที่อยู่กับครอบครัวแจ็กสันขึ้นมาเพราะคุณนิโคบอกว่าครอบครัวแจ็กสันอยู่ที่นี้ แต่เธอคงไม่ต้องเจอหน้าครอบครัวเร็วเกินไปละกันระหว่างที่ทั้งสองคนซุบซิบกันนั้นอาร์เธอร์ก็เข้ามาขัดจังหวะสักเล็กน้อย
“เอาล่ะทั้งสองคนเดียวฉันจะพาไปยังบ้านใหญ่ต่อเลยนะ!”
“บ้านใหญ่?” ทั้งสองคนพูดพร้อมกันอย่างสงสัยว่าบ้านใหญ่คืออะไร
“ใช่! บ้านใหญ่ คือสถานที่ที่ผู้ดูแลของค่ายอยู่ที่นั่นมาเร็ว! ตามมาเลย!” อาร์เธอร์เดินนำหน้าทั้งสองคนไปในทันที
พอพูดถึงผู้ดูแลค่ายทำให้ทั้งสองคนคิดเลยว่าคนคนนั้นเป็คนยังไงพวกเธอต้องเดินตามไปโดยไม่เต็มใจสักเท่าไร แต่ถ้าเป็พิธีที่ต้องพบผู้ดูแลก็ต้องไปตามทางเดินมีสิ่งมากมายที่เธอไม่เคยได้ััจากเกาะนรกนั้นั้แ่ออกจากเกาะเธอก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เยอะแต่เธอสงสัยว่าที่นี้อยู่จุดไหนของโลกกัน
“เอ่อ...อาร์เธอร์” โพรทาเลียเรียกอีกฝ่ายที่กำลังเดินนำหน้าพวกเธอ
“อะไรเหรอ?”
“ข้าอย่างรู้นะว่าที่นี้ที่ไหนของโลกนะ?”
“อ๋อ ที่นี่อยู่ใน ลองไอส์แลนด์นะ”
“ลองไอส์แลนด์...” เทพีอลิซ่าเบ็ธสงสัยเลยว่าจุดไหนกัน
โพรทาเลียหยิบแผนที่ออกมาทันทีแล้วดูว่าลองไอส์แลนด์อยู่ที่ไหน “อยู่ใกล้จากแมนฮัตตันตั้ง 55 ไมล์เลยนี่น่า”
"ใช่แล้ว ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์นะใช้เวลาแค่ 1ชม.กว่าๆ เองนะ
"อย่างงั้นเหรอ?" ทั้งสองคิดว่าไอ้สี่ล้อที่เห็นบ่อยๆตามท้องถนนน่าจะเรียกว่ารถยนต์
แต่พอพูดถึงสถานที่ที่ชื่อว่าแมนฮัตตัสในความทรงจำอันเลือนรางของโพรทาเลียมันคือบ้านเกิดของเธอเธออยากเจอครอบครัวมากๆ อยากเจอคุณย่าที่เธอรักมาๆเสียดายครั้งก่อนไปยังแมนฮัตตันได้แล้ว แต่ก็เจอพวกุ์ไล่ล่าจนเจอพวกเธอทำให้ต้องหนีไปประเทศอื่นต่อ
"เอาล่ะ เลิกคุยกันดีกว่าแล้วพวกเราต้องเดินต่อจะได้ไปเจอกับผู้อำนวยการของค่าย!!" อาร์เธอร์ตัดจบแบบง่ายๆพร้อมกับเดินต่อไปเรื่อยๆ
พวกเธอรีบเดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆตลอดทางอาร์เธอร์ก็พูดคุยเื่เกี่ยวกับภายในค่ายว่ามีอะไรมั้งแล้วมันดีแค่ไหนระหว่างฟังไปคุยไปตามทางโพรทาเลียก็ได้สังเกตว่าเสื้อสีที่เด่นสะดุดตาตั้งมาอยู่ในค่ายนั้นมีแค่สีส้มกับสีม่วงเท่านั้นทำให้สงสัยว่าพวกเขามีการแบ่งตำแหน่งหรือฝั่งกันด้วยงั้นเหรอแต่เสื้อสองแบบนั้นมีความต่างตรงสีเสื้อและโลโก้บนเสื้ออย่างเช่นเสื้อสีส้มมีตัวหนังสือที่เขียนว่า 'Camp Half Blood' และมีรูปสัตว์ที่เธอเคยอ่านในหนังสือตอนเด็กๆสิ่งมีชีวิตนั้นเรียกว่าอะไรเธอกำลังคิดอยู่ก่อนจะนึกออกว่าสิ่งมีชีวิตนั้นเรียกว่า เพกาซัส เป็สัตว์คล้ายม้าแต่มันมีปีกเหมือนนกตอนเด็กๆ เธอเคยคิดที่อยากจะเห็นมันด้วยซ้ำ ว่าหน้าตาของมันเป็อย่างในหนังสือไหมแต่ตอนนี้เธอกับไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะมันก็แค่ม้าธรรมดามีปีกงอกออกมาก็เท่านั้น ส่วนเสื้ออีกสีนั้นเป็เสื้อสีม่วงมีตัวหนังสือสีทองเขียนว่า 'SPQR' เธอมองอย่างสงสัยว่าตัวหนังสือนั้นแปลว่าอะไรกันแต่เธอก็ไม่รู้ แล้วมันก็มีลวดลายเหมือนฟางข้าวเป็รูปวงกลมรอบตัวหนังสือนั้นทำให้สงสัยจนต้องถามอาร์เธอร์เลยว่าคนที่ใส่เสื้อสองสีคือพวกไหนอะไรยังไง
“นี้ๆ อาร์เธอร์” โพรทาเลียเรียกอีกฝ่ายทันที
อาร์เธอร์หันไปมองอีกฝ่ายทันที “มีอะไรอีกเหรอ? คีย์”
“คือทำไมคนรอบๆ ถึงใส่เสื้อสีต่างหันทำไมพวกเขาถึงใส่เสื้อสีส้มหรือไม่ก็สีม่วง มันคือเสื้ออะไรเหรอ?”
อาร์เธอร์หันไปมองคนในค่ายที่ใส่เสื้อสองสีตามที่อีกฝ่ายพูด
“อ๋อ พวกเขาก็เป็คนของค่ายส่วนหนึ่งนะพวกที่ใส่เสื้อสีส้มเป็คนของค่ายฮาล์ฟบลัด ส่วนคนที่ใส่สีม่วงเป็คนของอีกค่ายที่มีชื่อว่าค่ายจูปิเตอร์”
“จูปิเตอร์?” ทั้งสองต่างพูดพร้อมกันพวกเขารู้ว่านั้นหมายถึงชื่อโรมันของซุส
“ไม่รู้จักสินะคือว่าค่ายเราเป็ค่ายของเทพกรีก แล้วค่ายจูปิเตอร์คือเทพโรมันพอเข้าใจไหม?”
“อ๋อ!! ที่ว่าเทพมีสองรูปลักษณ์อะไรแบบนั้นสินะ”โพรทาเลียดูเข้าใจทันที
“ใช่ๆ เราเลยมีสองค่ายแล้วเมื่อก่อนสองค่ายยังไม่ค่อยเข้าลอยกัน จนผู้นำสองฝ่ายอยากสร้างมิตรต่อกันจึงทำการสร้างประตูที่พาผู้คนทั้งสองฝ่ายเดินทางมาหากันได้ง่ายขึ้นจนพวกเขาสร้างมิตรภาพต่อกันเป็อย่างดี”
“แล้วประตูที่ว่านี้ล่ะ?” เทพีอลิซ่าเบ็ธถามขึ้น
“ประตูอยู่ทางแถวๆ บ้านใหญ่นะเดียวพาไปถึงก็จะเห็นเองล่ะ งั้นไปต่อเถอะ” อาร์เธอร์พาทั้งสองคนเดินต่อทันที
พวกเขาเดินต่อกันไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปถึงบ้านใหญ่พวกเขาก็เห็นประตูที่อาร์เธอร์พูดถึงเมื่อกี้ โพรทาเลียเงยหน้ามองอย่างสนใจมากๆประตูบานใหญ่ที่เป็ที่เชื่อมต่อระหว่างสองค่ายเป็จุดน่าสนใจที่โพรทาเลียอยากรู้ว่าข้างหลังประตูนั้นเป็แบบไหนกันระหว่างที่เดินใกล้ถึงบ้านใหญ่ก็ได้เห็นผู้คนเดินผ่านประตูบานนั้นทำเอาโพรทาเลียอยากลองเดินเข้าไปข้างในนั้นจริงๆ
“นี่ อาร์เธอร์ เรามีสิทธิ์ไปอีกฝั่งไหมนะ?” โพรทาเลียหันไปถามอาร์เธอร์ทันที
อาร์เธอร์หันไปมองทันที “ได้สิถ้าขอบัตรจากผู้อำนวยของค่ายได้ นายก็มีสิทธิ์เข้าไปข้างใน”
อาร์เธอร์พาทั้งสองคนเดินไปยังข้างในรั้วของบ้านใหญ่ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปด้วยโดยไม่สนใจอะไรเท่าไร
“แล้วผู้อำนวยการที่นายพูดถึงเขาเป็ใครเหรอ?” โพรทาเลียหันหน้าไปถามอาร์เธอร์
“ฉันเอง!!” เสียงชายปริศนาดังขึ้น
โพรทาเลียถึงกับหยุดชะงักกับเสียงปริศนาที่ได้ยินมันทั้งคุ้นเคยและคิดถึงพอเธอหันไปทางตนเสียงนั้นก็ได้เห็นใบหน้าอันชวนอึ้งจนไม่คาดคิดว่าผู้อำนวยการของค่ายนี้จะเป็คนคนนี้
"ขอต้อนรับสู่ค่ายฮาล์ฟบลัดเด็กใหม่ทั้งสอง"
โพรทาเลียยิ่งจ้องมองตาไม่กะพริบตา อีกนั้นดูแก่ขึ้นไปเยอะหลังจากที่เธอโดนถูกลักพาตัวไปเขายังมีรอยยิ้มที่ชวนคิดถึงถ้าเธอไม่ใช่คีย์ตอนนี้เธอคงจะวิ่งเข้าไปกอดพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างคิดถึงเพราะคนตรงหน้าเป็พ่อของเธอ
“ยินดีที่ได้รู้จักเด็กๆฉันคือผู้อำนวยการของค่ายฮาล์ฟบลัด แทนคุณดีที่ไม่อยู่ตอนนี้ ฉันชื่อว่า เพอร์ซีย์แจ็กสัน!!”
จบตอนที่ 2 โปรดติดตามตอนที่ 3 ต่อไปค่ะ