บทนำ
กาลครั้งหนึ่งเมื่อเราพบกัน
ห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่จัดมหกรรมความงามภายใต้คอนเซป LovelySexy Fair เพื่อเอาใจหนุ่มสาวใน่เดือนแห่งความรักงานนี้ถือเป็งานสำคัญสำหรับ ‘INDIRA’ แบรนด์เครื่องสำอางออร์แกนนิคที่มีจุดขายที่การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ไม่มีสารก่อมะเร็ง และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ สามารถใช้ได้บ่อยและต่อเนื่องโดยไม่มีสารตกค้างภายในร่างกายและที่สำคัญผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรียบร้อย
ลูกสาวคนสวยวัยยี่สิบเอ็ดปีของเ้าของธุรกิจเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงมาั้แ่เริ่มเปิดตัว เมื่อสองปีก่อนหลังเลิกเรียนเธอก็รีบมาอยู่ประจำบูธช่วยแนะนำสินค้าและบริการลูกค้าได้อย่างคล่องแคล่วบุคลิกภาพบวกความสวยและความ สามารถเป็เสน่ห์ดึงดูดสายตาผู้คนหน้าบูธจนไม่อาจเดินผ่านไปเฉยๆ บางคนก็หยุดแวะยืนมองเธอบริการลูกค้าและบางส่วนก็เข้าไปสอบถามว่าตัวหญิงสาวใช้เครื่องสำอางชุดไหน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็ชุดที่ขายดีที่สุด
เมื่อใกล้เวลาที่พ่อนัดจะมารับสาวสวยเฉิดฉายที่เริ่มเหงื่อซึมจากความแออัดของผู้คนมาหลายชั่วโมงก็ได้โบกมือลาพนักงานประจำบูธกลับบ้านแวะเข้าห้องน้ำก่อนออกมายืนรอโทรศัพท์เรียกตัวอยู่ใกล้บริเวณทางออกลานจอดรถด้านหนึ่งเพราะถูกกำชับไว้ว่าห้ามกลับบ้านคนเดียว ห้ามนั่งรถโดยสารนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างและห้ามออกไปเดินคนเดียวข้างถนน...
ลูกสาวคนสวยคนเดียวของพ่อไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับความรักความหวงและห่วงใยของบุพการีเพราะรู้ว่าภัยใกล้ตัวเกิดขึ้น ได้เสมอ โดยเฉพาะกับคนสวยๆ
ทันใดนั้นเสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากทิศหนึ่งหญิงสาวเหลียวมองแล้วรีบขยับไปหลบมุมเมื่อเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งวิ่งกรูไปกระชากคอเสื้อผู้ชายคนหนึ่งเพียงไม่นานเหตุตะลุมบอนก็ เกิดขึ้น...
ผู้คนรอบข้างวิ่งถอยห่างจากจุดเกิดเหตุเช่นเดียวกับเธอไม่กี่นาทีคนสะบักสะบอมก็ถูกหิ้วแยกไปทางหนึ่งเหตุการณ์สงบลงโดยไร้คำอธิบายเหลือไว้เพียงเสียงแซ่งแซ่ของกลุ่มผู้ชมเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง
“เรียบร้อยไม่กระดิก ... เออ มึงรอรับอยู่นั่น”
เสียงกระด้างดังขึ้นด้านหลังจากใครสักคนที่ยืนอยู่อีกมุมผนังซึ่งเป็ทางออกลานจอดรถ หญิงสาวยืนนิ่งไม่ไหวติงคล้ายกับว่าพลังเสียงนั่นสต๊าปร่างกายของเธอไว้
“เื่แค่นี้ก็ต้องให้กูจัดการนี่กูจ้างพวกมึงมาทำงานหรือมาคอยสั่งงานกูวะ ... เออ พอๆ เสียเวลาฉิบ!บอกมันด้วยว่าทีหน้าทีหลังก็ไม่ต้องมาวอนใกล้ๆ ตีนกู แต่ถ้ากระสันอยากนัก ก็เชิญ!”
หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกยังคงไม่กล้าขยับและไม่กล้าแม้จะเหลือบเหลียวแลสันนิษฐานได้ว่าเ้าของเสียงเข้มน่าจะคุยโทรศัพท์กับใครสักคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ ไม่นานเสียงถอนใจเฮือกใหญ่จากจุดเดิมก็ดังขึ้นก่อนเสียงผู้ชายคนเดิมจะดังขึ้นอีกครั้งในระดับน้ำเสียงและสำนวนพูดที่ต่างไปลิบลับ
“แคทเหรอจ๊ะที่นัดไว้คืนนี้แคนเซิลนะ ... โธ่ อย่างอนสิครับคนสวย ผมติดงานด่วนจริงๆ่นี้พ่อยิ่งคุมประพฤติอยู่ด้วย ไม่ทำตัวน่ารักเดี๋ยวก็ตกกระป๋องกันพอดี ...ฮ่าๆๆ ได้คร้าบ จะหาเวลาให้คุณได้กินวีต้าก่อนนอนล่ะกัน บ๊ายบายครับ จุ๊บ!”
คนได้ยินเผลอย่นหัวคิ้วนิ่วหน้าให้เสียงส่งจูบพอทำท่าจะขยับเท้าถอยห่างแต่เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้งในเวลาห่างกันแค่ไม่กี่วินาที
“ฮัลโหลแพท ... อืม นี่ผมใกล้เสร็จธุระแล้ว แพทอยู่ไหน ... โอเค อีกสักสิบห้านาทีเจอกันแล้วจะเลี้ยงหรูๆ สักมื้อ ... เอาหน่อยเถอะน่า ผมไม่ชอบกินฟรี แพทก็รู้ ... โอเคตามนั้นนะ”
ริมฝีปากสีหวานห่อเป็รูปตัวโอโดยอัตโนมัติไม่ค่อยกล้าคิดลึกว่าสิ่งที่ได้ยินหมายถึงอะไรแต่เพียงจะขยับเท้าถอยห่างเป็ครั้งที่สอง อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นแต่คราวนี้เป็เสียงหวานแหลมของผู้หญิงที่กำลังเดินพุ่งตรงมาหาเธอ... ไม่ใช่ไม่ได้มาหาเธอ แต่มาหาผู้ชายที่อยู่อีกมุมหนึ่งซึ่งเป็ทางเดียวกับที่เ้าตัวกำลังเดินมาต่างหาก
“ต้าขา...มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ เอมมี่หาตั้งนาน”
“อ๋อพอดีหามุมสงบคุยธุระหน่อย แล้วเอมมี่ซื้อของเสร็จ หรือยัง”
“ยังเลยค่ะอยากให้ต้าไปช่วยเลือกชั้นในชุดใหม่หน่อย”
“อื้ม...คุณเลือกเองเถอะ ใส่อะไรแบบไหนมาสุดท้ายก็ต้องถอดหมดอยู่ดี”
“บ้า!พูดไรก็ไม่รู้ งั้นไปทานข้าวกันก่อนก็ได้ค่ะ เอมมี่ก็ชักหิวแล้ว”
“คงไม่ได้แล้วต้องแยกกันตรงนี้แหละ พอดีผมติดงานสำคัญ”
“อะไรอ่า...ระดับ ‘ต้า วราเวศ’ นี่ต้องทำงานทำการด้วยเหรอคะ”
“อ้าวเอมมี่ ทำไมพูดแมวๆ อย่างนั้น” จากเสียงนุ่มกลายเป็เสียงขุ่นทันที
“เอ่อเอมมี่ขอโทษค่ะ ก็เห็นต้าเพิ่งกลับมาไม่กี่วัน ไม่นึกว่าจะมีงานสำคัญนี่นา”
เสียงถอนใจพรืดใหญ่ดังมาก่อนเสียงเข้มจะเอ่ยตัดสินห้วนๆ “ไปช้อปปิ้งต่อเถอะ ผมเสียเวลามากแล้ว”
“ก็ได้งั้นขอค่าเก้อสามพันได้ป่ะ”
“ฮึวันนี้จน ไปก่อนนะ”
“อะไรเนี่ยต้า! ต้า...”
ความเคลื่อนไหววาบผ่านคนยืนนิ่งไปพร้อมร่างของผู้ชายคนหนึ่งเขาสูงมาก สูงเกินมาตรฐานชายไทยแน่นอนเสี้ยวใบหน้าที่เห็นเพียงแว่บเดียวบอกได้ว่าเป็คนผิวขาว รูปหน้าก็น่าจะหล่อเหลาเส้นผมดกดำยาวปิดใบหูตัดแต่งเรียบร้อยแบบหนุ่มเ้าสำอางเรือนร่างที่เผลอมองตามหลังก็แผ่พลังบางอย่างที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งถอนสายตาไม่ได้
่ไหล่หนาแผ่นหลังกว้างตั้งตรงอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้ม่ลำตัวสมส่วนสอดรับกับรูปรอยสะโพกและ่ขายาวๆ ในกางเกงยีนส์สีดำยามเมื่อเขาก้าวย่างห่างไปแต่ละก้าวมองเห็นรูปรอยกล้ามเนื้อสมบูรณ์แน่นเต็มไม่ได้ผอมแห้งแรง น้อยเหมือนผู้ชายสูงผอมบางคนถ้าจะสรุปสั้นๆ ตรงๆ
เขาเพอร์เฟกต์
“อุ๊ย!”
เสียงโทรศัพท์ในมือดังขึ้นในตอนที่ผู้หญิงอีกคนเดินจากไปอีกทางเธอจึงไม่ได้สนใจมองอะไรอีก รีบกดรับสายแล้วออกไปยังลานจอดรถ เมื่อคนเป็พ่อถามไถ่อย่างที่เคยถามประจำว่า‘วันนี้เป็ไงบ้าง มีอะไรเล่าให้พ่อฟังบ้างไหม’เธอจึงเริ่มเล่าเื่ที่นึกอยากจะเล่าให้พ่อฟังเหมือนเช่นทุกวันและวันนี้ก็รวมเหตุระทึกขวัญที่เพิ่งเจอมาเมื่อครู่ ก่อนจะจบลงที่ผู้ชายคนนั้น
“ท่าทางเ้าชู้น่าดูเลยค่ะพ่อแค่แป๊ปเดียวที่หนูอยู่ตรงนั้น เขาติดต่อกับผู้หญิงถึงสามคน!”ยกนิ้วเรียวสามนิ้วขึ้นยืนยัน “แถมโกหกทั้งสามคนเลยนะคะ เนียนมากๆปลาไหลใส่สเก๊ตยังอาย”
ถ้าเดาไม่ผิดเหตุผลที่เขาเอามาอ้างแต่ละสาวก็แบบขอผ่านไปทีบอกเลิกคนโน้นแล้วบอกเลี่ยงคนนี้เพื่อไปหาอีกคน เธอมีเพื่อนสนิทไม่ค่อยมากประเภทคุณหนูถูกเลี้ยงแบบไข่ในหิน สนิทกับพ่อมากเพราะไปไหนไปกันขับรถรับส่งกันมาั้แ่อนุบาลจนถึงตอนนี้ ด้วยความที่พูดคุยหลายๆเื่กันมาั้แ่เด็ก เมื่อมีอะไรก็มักจะเล่าสู่กันฟังเสมอไม่ว่าจะเป็เื่งานเื่เรียน หรือเื่ทั่วไป
“อืมผู้ชายแบบนี้มีเยอะ พ่อถึงอยากให้หนูระวังตัวเื่การคบหาผู้ชายขนาดคนที่ดูเรียบร้อยนิสัยดีเรายังนึกไม่ถึงเลยใช่ไหมว่าเขาจะเ้าชู้”
“ค่ะจริงของพ่อ” ใบหน้านวลสลดลงทันทีรู้ว่าพ่อตั้งใจพาดพิงถึงผู้ชายเรียบร้อยนิสัยดีที่เคยทำให้เธอเสียน้ำตา
“พ่ออยากให้หนูเจอผู้ชายดีๆแต่สมัยนี้แทบจะหาไม่ได้ ความจริงพ่อก็พยายามมองหาคนที่เหมาะสมกับหนูอยู่เรื่อยๆนะ แต่ก็นั่นแหละ ป่านนี้ยังหาไม่เจอเลย” เสียงคนเป็พ่อหัวเราะตบท้ายให้อาการย่นจมูกของลูกสาวคนสวย
“งั้นหนูจะไม่แต่งงานอยู่ทำงานกับพ่อนี่แหละค่ะ สบายที่สุด”
“อืม...อย่าคิดแบบนั้น สักวันหนูต้องโต มีครอบครัวเป็ของตัวเองพ่อเชื่อว่าทุกคนมีเนื้อคู่ อยู่ที่พรหมลิขิตจะชักพาให้มาพบกันเมื่อไหร่บางคนอาจจะเจอกันแล้ว แต่คลาดกันไปคลาดกันมา แต่สุดท้าย...เนื้อคู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกัน”
สาวหน้าผ่องหัวเราะคิกถูกอกถูกใจสำนวนแบบคนสมัยโบราณ
“งั้นหนูจะรอพรหมลิขิตก็แล้วกันแต่ถ้าเจออย่าง นายต้า วราเวศอะไรนั่นขอสละสิทธิ์นะคะ”
“ฮึ...ใครนะ”
“ก็ผู้ชายคนนั้นไงคะที่หนูเล่าตะกี้ หนูได้ยินผู้หญิงเขาเรียกต้าๆ ‘ต้า วราเวศ’ อะไรนี่แหละค่ะ”
“อืม...ถ้าเป็คนนี้พ่อพอรู้จัก เพลย์บอยตัวเอ้เชียวแหละ ยังไม่ทำงานเป็เื่เป็ราวเรียนๆ เล่นๆ เป็ข่าวกับผู้หญิงมาไม่รู้กี่ราย เฉียดคุกตะรางมาก็หลายเื่ดีที่อิทธิพลพ่อคุ้มกะลาหัวเลยรอดมาได้แบบไม่เสียประวัติก็สูตรสำเร็จของพวกถูกเลี้ยงมาด้วยเงิน พ่อกูรวย ตระกูลดัง อิทธิพลล้นเมืองพ่อเคยเจออยู่บ้าง ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็สุภาพดี รู้จักวางตัวแต่นิสัยส่วนตัวนี่ใครก็พอรู้ ผู้ชายแบบนี้ไม่เหมาะกับนางฟ้าคนสวยของพ่อหรอก”
นางฟ้าคนสวยของพ่อหัวเราะเสียงใสก่อนจะทำหน้าขึงขังพูดด้วยน้ำเสียงเป็จริงเป็จัง
“ค่ะหนูก็ไม่สนหรอก เกลียดที่สุดผู้ชายแบบนั้น!”
คนเป็พ่อเหล่มองริมฝีปากสีหวานที่แบะเบ้สอดรับกับสิ่งที่ตัวเองพูด...เขาก็เห็นด้วยกับคำพูดของลูกสาว แต่กลับมีถ้อยคำหนึ่งฝุดขึ้นในสมองทันทีที่ได้ยิน
‘เกลียดอะไร มักได้อย่างนั้น’
ก็ได้แต่หวังว่าสำนวนโบราณจะไม่เป็จริงไปเสียทุกเื่