หงุดหงิด อยากตบเกรียน แต่ดันลื่นล้มทะลุมิติมาก่อนซะได้!!!

    ตอนที่ 2 อิสระ!!!(?)

    ราวกับเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตคนเราได้เข้าสู่เส้นแบ่งความเป็นความตายไปแล้วครึ่งก้าว ภาพความทรงจำมากมายตั้งแต่ยังจำความได้พรั่งพลูปรากฏขึ้นมาในหัว...ภายโรงฝึกที่ดูเก่าแก่ มีร่างเล็กของเด็กสาวที่ใบหน้าไร้ซึ่งการแสดงออกทางอารมณ์ กับผู้ชายหน้าดุ "จงเป็นผู้ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ" เขาเอ่ยออกมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร่างเล็กของเด็กสาว "ค่ะ" "ห้ามทำสิ่งเหล่านี้โดยเด็ดขาด" "ค่ะ" ช่างเป็นการปลูกฝังที่บ้าบอสิ้นดี ให้ตายสิ นี่ตลอดชีวิตของฉัน มันไม่มีความทรงอะไรดีๆ ที่น่าจดจำเลยเหรอเนี่ย"อิสระ" คำๆนี้เริ่มผุดขึ้นมาเมื่อฉันได้เริ่มเข้าสู่มัธยมต้น นับเป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มเกิดความคิดนอกกรอบ จากที่เคยถูกพร่ำสั่งสอนอะไรต่างๆมาหนักหน่วง แต่ถึงกระนั้นก็ทำได้แต่เพียงแค่คิดเท่านั้น..."อิสระ"...รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ และเป็นอะไรที่แสนเพ้อฝัน ต่อให้ไม่ได้ในตระกูลนี้ เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆผู้หนึ่ง แต่ก็คงหนีไม่พ้นกรอบต่างๆของสังคม และกฎสารพัดสารเพทั้งหลายแหล่ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ของธรรมชาติ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากจะได้มันมาอยู่ดี "อิสระที่แท้จริง"เกร็ก เกร็ก เกร็กๆๆ!!!เสียงพาหนะที่แล่นบนเส้นทางขรุขระดังขึ้นเป็นมลพิษทางเสียงที่น่าหงุดหงิด ผิวสัมผัสสั่นสะเทือนไปตามแรงกระทบอย่างเป็นจังหวะ ไม่น่าอภิรมณ์สติของฉันได้ถูกปลุกขึ้นมาจากความไม่สบายกาย หากแต่เมื่อลืมตากลับพบเพียงแต่สีดำของความมืดมิด ยังดีที่กลับมาเยือกเย็นเป็นปกติแล้ว มิเช่นนั้นฉันคงคิดได้ว่า "ใครปิดไฟห้องกัน!?" หรือ "นี่มันตอนกลางคืนเหรอ?" เป็นแน่แท้สารภาพตามตรงฉันเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้นอยู่หรอกนะ แต่ก็คงทำใจหลอกตัวเองไม่ได้หรอก เพราะดูเหมือนตอนนี้ฉันกำลังถูกลักพาตัวอยู่ค่ะใช่ฟังไม่ผิด หูไม่ฝาดหรอกค่ะ ฉันถูกลักพาตัว!!! ตอนนี้ร่างของฉันถูกจับมัดมือมัดเท้า ปิดปาก ปิดตาอยู่ล่ะ เรียกได้ว่าต่อให้มีวิชาการต่อสู้ที่ดีเลิศแค่ไหน แต่หากไม่มีพละกำลังที่มากพอในการปลดพัธนาการนี้ออก ก็คงจะหมดหวังอย่างแท้จริงใช่แล้วล่ะค่ะ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ หมดหวัง แล้วฉันจะซ้ำเติมตัวเองทำไมกันเนี่ย!อะไรกัน!? เพิ่งจะหวนรำลึกกับคำว่าอิสระที่ราวกับเป็นฝันกลางวันนั่นมาหมาดๆแท้ๆเชียว แล้วนี่มันอะไรกัน! ทำไมพอตื่นมาฉันถึงโดนกระทำเยี่ยงหมู หมา กา ไก่อย่างนี้กัน...!? รู้สึกว่าความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนจะมาอยู่ในสภาพนี้จะเป็นการลื่นล้มเปลือกกล้วยสินะฮะ ฮะ ฮะๆๆ...ยิ่งคิดยิ่งอยากลาโลกนี้ซะแล้วสิ ไม่สิ! ไม่ได้ๆ!! ใช่ว่าเราจะไม่เคยประสบกับการโดนลักพาตัวสักหน่อย ถ้าจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็นคดีเมื่อตอนเราอายุสัก 10 ขวบ ได้มั้ง ที่โดนลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ถึงตอนนั้นจะโชคดีเพราะทางตำรวจเขาทำงานกันดี เลยจบแบบแฮ๊ปปี้เอนดิ้งก็เถอะ แต่เราคงนิ่งเฉยรอคอยความช่วยเหลืออย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ เวลานี้คงถึงคราที่เราจะต้องพึ่งพาตัวเองในการเอาตัวรอดซะแล้วสิ ตั้งสติเข้าไว้ ได้เวลาที่จะนำเหล่าทักษะอันล้ำเลิศที่เก็บเข้ากรุมาตลอดชีวิตนี้ ออกมาใช้ซะแล้วสิฉันเลิกคิดเหลวไหล ใช้สหายเซลล์สมองคิดวิเคราะห์ ถึงข้อมูลต่างๆที่รู้สึกได้ผ่านทางร่างกายนี้ ตั้งใจสดับรับฟังเสียงต่างๆที่เข้ามาในโสตประสาท เสียงลมหายใจถี่ๆของกลุ่มคนรอบข้าง เสียงส่วนมากเป็นของหญิงสาววัยละอ่อนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน พวกเธอคงจะเป็นผู้ร่วมชะตาโดนลักพาตัวมาสินะ เสียงตีดัง "เพี๊ยะ" ได้ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของม้าจำนวนมากที่รีบย่ำเท้ามุ่งหน้าต่อไป ทำให้คาดเดาได้ว่าฉันคงถูกจับมาใส่ในรถม้าเก่าๆ เนื้อตัวสัมผัสได้ถึงสภาพอากาศที่ชุ่มชื้น ค่อนไปทางหนาวเย็น และแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการแล่นพาหนะ โดยมีผ้าผืนใหญ่ที่คลุมร่างกายฉันอยู่ คาดว่าคงจะทำเพื่ออำพรางตัวฉันแบบชุ่ยๆ อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความเย็นของโลหะที่ส่งผ่านมาทางหลัง ทำให้ฉับรับทราบว่า ตอนนี้กำลังโดนขังอยู่ในกรง กับหญิงสาวทั้งหลายที่ถูกลักพาตัวมาด้วยกัน จมูกได้กลิ่นเหม็นๆของความสกปรก และกลิ่นอันชุ่มชื้นของผืนดิน ทำให้ทราบว่าฝนเพิ่งจะหยุดตกได้ไม่นานมาก เอ่อ...นี่มันเกิดอะไรกันคะเนี่ย ถามจริงๆนะ ฉันหลงยุครึเปล่ากันคะ!? อย่างกับหลุดมายุคกลางที่มีการล่าแม่มด และสารพัดสารเพเรื่องไร้สาระ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างไงอย่างนั้นเลยค่ะยิ่่งคิดฉันละยิ่งปวดหัวเวียนมายเฮดจริงๆเลยค่ะ โจรสักพาตัวสมัยไหนกันเนี่ย รสนิยมแปลกสุดๆ เอิกเกริกซะไม่มีที่ติ ราวกับหลุดมาจากยุคโบราณอย่างไงอย่างงั้นเลย!อ๊ะ! จะว่าเป็นโชคดีในความอภิมหาโชคร้ายก็ได้นะคะคือ ไอ้ความรู้สึกสั่นสะเทือนของรถม้านี่มัน ราวกับได้ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก ที่แล่นบนทางขรุขระ อย่างเขาเขียนกันในกระทู้หนึ่งบนเว็บไซด์เลย! อย่างน้อยที่สุดก็ขอฉันคิดอะไรในแง่บวกไว้ก่อนละกัน!!แต่ขอพูดตรงๆเลยนะว่า คิดอะไรไม่ออกเลยค่ะ ไม่สิทางหนีน่ะก็พอคิดออกบ้างแล้วล่ะค่ะ ถึงจะเสี่ยงไปหน่อย แต่ก็ดีกว่ายอมไม่ต่อต้าน แล้วอาจตาย หรือสูญเสียอิสระภาพที่ดูไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วนี่กันเล่า!แต่ไอ้ที่ฉันคิดไม่ออกนี่คือจุดประสงค์ของการลักพาตัวเนี่ยสิ ที่ตรงหว่างขา หรือเนื้อตัวก็ไม่มีอะไรผิดปกติ หรือถูกล่วงเกิน แค่ถูกจับมามัดไว้เฉยๆแค่นั้นเอง คาดเดาไม่ออกเลยจริงๆ หวังว่าคงจะไม่ใช่พวกฆาตกรโรคจิต หรือพวกคลั่งลัทธิที่จะนำตัวเหล่าหญิงสาวบริสุทธิ์อะไรเทือกนั้นไปบูชาซาตานอะไรหรอกนะคะ ขอเถอะ ไม่ใช่เถอะนะ พรีสสส!! ไม่งั้นคงได้แย่แน่ๆเลย เพราะหากเป็นเช่นนั้นคงไม่สามารถใช้วิธีพูดคุยกันอย่างมีตรรกะเหตุผลกับพวกมันได้เป็นแน่แท้ ก็แหงสิ ใครเขาจะมาต่อรองอะไรกับเหยื่อที่กะจะฆ่ากันล่ะ!!! ขอร้องล่ะอย่าให้เป็นนั้นเลยนะ!!!!! ในระหว่างที่รถม้ากำลังแล่นอยู่ฉันก็ลองแอบชนไหล่สะกิดๆ พูดๆกับเหล่าหญิงสาวที่อยู่ใกล้ๆกันในกรงนี่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไร้สติไปแล้ว คาดว่านัตน์ตาเลื่อนลอย เต็มไปด้วยความสิ้นหวังด้วยล่ะมั้ง ถึงฉันจะพูดไปเรื่อยเพราะมองไม่เห็นอะไรก็เถอะ แต่ก็ช่างเถอะ เอ่อ...เอาเป็นว่าฉันเองก็ไม่ได้เป็นคนมีไฟ หรือเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมหรอกนะคะ แต่แค่โดนจับมาอย่างนี้ แล้วหมดหวังกลายเป็นคนไร้สติเลยนี่มันก็ยังไงอยู่นะ ว่าก็ว่าเถอะ พวกเธอนี่มันก็ช่างน่าสงสารจริงๆนั่นแหละ ได้ประสบพบเจอกับอะไรแย่ๆมาสินะ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆเลย แต่ในเมื่อเป็นอย่างนี้ไปแล้ว ตัวฉันก็คงจะหวังพึ่งอะไรพวกเธอเหล่านี้ไม่ได้ นอกเสียจากให้เป็นโล่มนุษย์ซะแล้วสิ ถ้าจำเป็นจริงๆอ่ะนะ เอาเถอะถึงแม้ว่าฉันจะตั้งใจอย่างนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความคิดที่จะช่วยเหลือพวกเธอหรอกนะ แต่นั่นก็ต้องให้ฉันช่วยตัวเองได้ก่อนละกัน ซึ่งบอกตรงๆเลยว่าโอกาสที่ฉันจะรอดได้ก็คงจะริบหรี่เต็มทน เพราะต่อให้รอดจากไอ้พวกชั่วพวกนี้ได้ ก็ไม่แน่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรอีก เอาเถอะรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยคิดอะไรต่อก็ละกัน...ฉันเลิกคิดไร้สาระ แม้ร่างกายจะไม่ขยับ แต่หัวสมองกำลังรีบเค้นวิธีที่จะเอาตัวให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้ออกมาอย่างไม่หยุดยั้งที่ถูกมัดไว้ก็แน่นหนามากด้วย คงต้องอาศัยช่วงเวลาที่พวกมันประมาท แล้วจัดการรวดเดียวในเสี้ยวพริบตาเลยสินะที่ทำได้คงมีแค่รอโอกาส และทุ่มสุดตัวเท่านั้นบนรถม้าที่สั่นสะเทืิอนไปมา ไม่น่าอภิรมณ์ ฉันเฝ้ารอเวลาในท่านั่งพิงกรงนิ่งๆเฝ้ารอโอกาสที่แสนริบหรี่...
    ตอนหน้าน้อนโดนจับชาบู อวสารเรื่อง แยกย้ายครับ ถถถ+