ผม“ซาชิ” ชื่อของผมอาจฟังดูแปลกๆ จากที่ถามคุณพ่อมา คุณพ่อบอกว่า มันมาจากคำว่า “ซาชิกิวาราชิ”เป็ชื่อของเทพอารักษ์ที่นิสัยดี กระทั่งผมโตพอที่จะหาข้อมูลต่างๆ ได้ ผมจึงเริ่มหาความหมายของชื่อตัวเอง“ซาชิกิวาราชิ” ชื่อของเทพอารักษ์ที่หากมาอยู่ด้วยจะนำพาซึ่งความมั่งคั่ง แต่ผมกลับไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนั่นก็เพราะว่า “ซาชิกิวาราชิ” เป็ชื่อของเด็กผู้หญิงน่ะสิ!
คุณแม่ของผมเป็นักเขียนนิยายแนวแฟนตาซีชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่วนคุณพ่อเป็เ้าของบริษัทผลิตเกมและอนิเมะรายใหญ่คุณพ่อได้ผูกขาดผลงานของคุณแม่ไว้ทั้งหมด หรือ...ถ้าจะพูดให้ถูก บริษัทของคุณพ่อถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุณแม่เพื่อความฝันสูงสุดของคุณแม่ที่อยากจะเห็นตัวละครในนิยายของตัวเองได้โลดแล่นอยู่ในโทรทัศน์คุณแม่ที่ไม่เก่งเื่บริหารกับคุณพ่อที่แต่งเื่ราวและออกแบบตัวละครไม่เป็ จึงถือว่าเป็ทีมที่ดีเลยก็ว่าได้แต่เื่ทั้งหมดนั้นได้ปิดเป็ความลับกับเพื่อนๆ ในห้องของผม ไม่มีใครรู้เลยว่าผมเป็ลูกของคนที่มีชื่อเสียงขนาดนี้
และด้วยเหตุนี้งานบ้านทุกอย่างก็เลยตกอยู่ที่ผม แต่ผมชอบนะ! เพราะอะไรนะเหรอ? นั้นก็เพราะผมมีสิทธิ์ที่จะได้อ่านนิยายก่อนใครๆ และได้ลองเล่นเกมใหม่ก่อนคนอื่นๆแน่นอนว่าผมก็ได้เงินเดือนจากคุณพ่อและคุณแม่ในฐานะคนตรวจสอบคุณภาพด้วย
ผมได้อ่านผลงานของคุณแม่มากมายั้แ่ผมจำความได้คุณแม่แต่งนิทานด้วยตัวเองและเล่าให้ผมฟังั้แ่เด็กๆ ทำให้ผมใฝ่ฝันถึงวีรบุรุตผู้กล้า ที่ถูกเ้าหญิงอัญเชิญไปเพื่อคลี่คลายปัญหาต่างๆ แข็งแกร่ง อ่อนโยน และความเท่การถูกอัญเชิญไปยังต่างโลกช่างน่าตื่นเต้น จนทำให้ผมหวังที่จะถูกอัญเชิญไปต่างโลกโดยเ้าหญิงเข้าสักวันก็นั่นเป็ความฝันเล็กๆ ของผม แม้จะไม่มีทางเป็จริงก็เถอะ!
แต่ณ เวลานี้ หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บัลลังก์สูงจากพื้นที่ผมยืนอยู่ เธอดูสง่า ผมยาวสีแดงดูสวยงามหุ่นดีจนทำให้ชายใดเหลียวมองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่...แววตานั้นคมกริบจนน่ากลัว แค่ได้มองก็ทำให้ผมตัวเกรงจนขยับไม่ได้ที่แขนของเธอมีเกร็ดและกรงเล็บสีแดงที่คล้ายถุงมือยาวดูอันตรายมากพอที่จะบีบคอผมให้ตายได้ด้วยมือเดียวและปีกที่ดูเหมือนปีกของัอยู่ข้างหลังของเธอ
ด้านข้างของเธอนั้นมีโครงกระดูกร่างั์ถือดาบที่ใหญ่กว่าตัวผมสองเท่ากับสิ่งมีชีวิตสีเขียวตัวใหญ่ถือกระบองยืนอยู่ขนาบทั้งสองข้างของเธอพร้อมทั้งชายแก่สวมชุดคลุมพร้อมกับไม้เท้าที่ดูแปลกตาที่เหมือนจะมองผมแบบไม่วางตาอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไร
“เ้าสิ่งมีชีวิตที่ดูอ่อนแอนี่นะหรือ...‘ผู้กล้า’?”
“ใช่แน่นอนขอรับกระผมได้ใส่คำอธิษฐานลงในเวทอัญเชิญด้วยขอรับ ไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน”
ผมต้องรีบทำความเข้าใจบทสนทนาของผู้หญิงคนนั้นกับกับชายที่แก่ยื่นอยู่ข้างๆด้วยความหวั่นใจ สงสัยผมคงจะถูกอัญเชิญให้มาเป็เสบียงแทนแหงๆ ผมจำเป็ต้องได้ข้อมูลมากกว่านี้สะกดความกลัวและแตกตื่นของตัวเองไว้ก่อน นิ่งเงียบรับฟังบทสนทนา แต่พอฟังดีๆ พวกเขาเรียกเราว่า“ผู้กล้า”...สินะ!
“โซบ๊อป!นี่เ้าอยากให้ข้าเอาเ้านั่นไปต่อสู้กับมนุษย์อย่างนั้นหรือ?! นี่เ้าคิดอะไรอยู่กัน?! ข้าจะไม่ยอมฝากความเป็ไปของอาณาจักรให้กับเ้านั่นแน่ๆมันต้องเป็เื่ผิดพลาด! ข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไรว่าเ้านั่นจะกอบกู้อาณาจักรของข้าได้?!”
“ท่านจอมมารได้โปรดให้โอกาสแก่เขาด้วยเทอญขอรับ”
ที่ผมรู้ในตอนนี้คือ...ชายแก่ที่อยู่ข้างๆผมชื่อ “โซบ๊อป” กำลังพูดเข้าข้างผมอยู่ ส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็ “จอมมาร” แล้วผมต้องไปต่อสู้กับมนุษย์สินะอืม...นั่นสินะ...นั่นสิ...จอมๆๆๆๆ มาร บ้าไปแล้ว!!! เดี๋ยวๆๆ ผมมาที่นี่ได้ยังไงแล้วยังเป็เื่ผิดพลาด แถมยังต้องไปสู้กับมนุษย์อีก นี่มันเื่อะไรกัน! ถ้าจอมมารอยู่ที่นี่ ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็เป็อาณาจักรปีศาจนะสิ!!!
“เ้าจะให้ข้าให้โอกาสกับเ้านั่นสินะ...เฮ้อ! เช่นนั้นโซบ๊อป ข้าเ้าดูแลเ้านั่นเจ็ดวันเ้านั่นต้องมีผลงาน 1 อย่าง และเ้าต้องรับผิดชอบเื่ของเ้านั่นอย่าให้เ้านั่นมาเกะกะลูกตาข้าเวลาอยู่ในปราสาท และหลังจากนั้นหากเ้านั้นไม่สามารถทำผลงานได้ก็ปล่อยให้มันไปตายไกลๆซะ! เพราะคนอ่อนแอข้าไม่้า!!”
“ตามประสงค์ของท่านจอมมารขอรับ”
“เดี๋ยวสิ! นี่คุณจะอัญเชิญผมมาตามใจพอไม่พอใจก็จะปล่อยให้ตายเลยหรือไง?!”ผมพลั้งปากพูดออกไปโดยที่ไม่ได้คิดเพราะการตัดสินชีวิตคนแบบนี้มันขัดกับสามัญสำนึกปกติทั่วไปนี่นา
“ใคร...อนุญาตให้เ้าส่งเสียงกัน!!”
“ผมเป็คนที่ถูกอัญเชิญมาตามที่คุณ้าเื่นี้มันก็ต้องเกี่ยวกับชีวิตของผมอยู่แล้ว อย่ามาตัดสินแบบไร้ความรับผิดชอบอย่างนี้นะ!!”
“นี่เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร!! ทำไมข้าจะทำแบบนี้กับเ้าไม่ได้กันคนอ่อนแอไม่มีสิทธ์อะไร...ทั้งนั้น!!!”
“เออ...ท่านจอมมาร กรุณาสงบใจของท่านด้วยเถอะขอรับ”ชายแก่ที่ซื่อโซป๊อบก็พูดขึ้นมาขัดจังหวะของผมกับจอมมาร
"ผู้กล้าท่านผู้นี้มีนามว่า ‘สกาเล็ต ซาตาน’ จอมมารของอาณาจักรมืดที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ท่านได้โปรดสำรวมด้วยขอรับ แล้วข้าจะอธิบายท่านอีกครั้งหนึ่งเองขอรับ”
“จะเป็ใครก็ช่างผมจะใส่ใจคนที่ไม่สนใจชีวิตของผมทำไมกัน พวกคุณ้าผมเอง ผมก็อยู่ของผมดีๆ ที่โลกของผมแต่ก็ถูกอัญเชิญมาตามใจชอบ แถมไม่พอใจแล้วจะปล่อยให้ตายไปเฉยๆ ถ้าไม่อยากได้ก็ส่งผมกลับไปสิ!”
“ท่านผู้กล้า! พอเถอะ! อย่าทำแบบนี้เลย”
“เป็จอมมารทั้งทีแต่กลับอัญเชิญมนุษย์มาเป็ผู้กล้าเพี้ยนหรือเปล่าเนี่ย?!”
“นี่เ้าคงไม่รู้สินะว่าการอัญเชิญเ้าต้องให้พลังเวทมากมายแค่ไหนกว่าจะส่งเ้ากลับต้องใช้เวลาห้าสิบปีกว่าจะรวบรวมพลังเวทได้ซึ่งข้าคงไม่ใช้ส่งเ้ากลับหรอก เพราะมันเปลืองพลังเวทและเป็เื่ที่ไร้สาระสิ้นดี”จอมมารตอบกลับด้วยท่าทีที่ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด้พร้อมทั้งส่งสายตามเหมือนกับมองหนอนแมลงกลับมาทางผม
“คุณนี่สมกับเป็ปีศาจจริงๆเลยนะ” ผมถึงกับกัดฟันพูด
“อ้อ! และอีกเื่หนึ่งข้าจะบอกให้เอาบุญเวทอัญเชิญที่พวกข้าใช้ไปนั้น เป็เวทอัญเชิญปีศาจสามารถอัญเชิญได้แต่ปีศาจเท่านั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะออกมาจากเวทอัญเชิญได้ก็มีแต่ปีศาจเพียงอย่างเดียวแล้วเ้าที่ออกมาจากเวทอัญเชิญปีศาจ จะเป็อะไรได้กันเล่า…นอกจาก!”
“นี่คุณพูดเื่อะไรกัน!?” หลังจากที่พูดจบแล้วจอมมารก็ส่งสายตากวนประสาทออกมาไม่หยุด
“โซบ๊อปเอาเ้านี่ออกไปได้แล้ว!”
“ขอรับท่านจอมมาร”“ตามข้ามานี่สิขอรับ ท่านผู้กล้า!”
“เดี๋ยวสิ!!ยังคุยกันไม่รู้เื่เลย!!เดี๋ยว!!”
่ที่ผมยังสับสนอยู่กับคำพูดของจอมมารคนนั้นผมก็ถูกมือเย็นๆ ลากออกมาจากห้องโถงเดินไปตามทางที่มืดมน ผมไม่ได้สังเกตเลยว่าสิ่งรอบข้างเป็อย่างไรผมทั้งโมโห ทั้งใ ทั้งประหลาดใจ สับสนไปหมด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมจอมมารถึงได้กล้าพูดเหมือนกับผมเป็ปีศาจกัน
“ท่านไม่ต้องห่วงอันใดหรอกผู้กล้าเอ๋ยเมื่อถึงห้องพักของท่าน ข้าผู้นี้จะเป็คนเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังเอง”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็ขออดทนความสงสัยไปอีกนิดแล้วกัน