เด็กชายทั้งสองเดินกลับจากป่ามาถึงหน้าบ้านก็เห็นหยางซานและหลี่ซื่อกำลังด้อมๆ มองๆ เข้าไปในบ้าน ลู่คงรีบะโออกไป
“พวกท่านมาทำอะไรที่นี่”
หยางซานและหลี่ซื่อสะดุ้งเฮือก หันมามองเด็กน้องสองคนที่แบกสัตว์มาหลายตัวจนหลังแอ่น ก็รีบพูดจาดีดีกับทั้งสอง
“ลู่คง พ่อเ้าอยู่หรือไม่ ลุงใหญ่มีธุระจะคุยด้วย” หยางซานรีบบอก
“พวกเ้าได้สัตว์มาเยอะแยะเลย แบ่งให้ป้าสะใภ้สักตัวสองตัวเอาไปทำอาหารให้พี่ๆ น้องๆ พวกเ้าที่บ้านหน่อยเถอะ” หลี่ซื่อจ้องสัตว์ที่เด็กชายแบกมาตามันวาว
“ท่านป้าจะซื้อหรือขอรับ ข้าคิดแค่ตัวละสองตำลึงก็พอขอรับ เลือกได้เลยขอรับ” ลู่เหวินบอกหลี่ซื่อ
“เ้าเด็กบ้านี่ ซื้อเซ้ออะไรกัน ข้าจะขอมันกลับไปต่างหาก”
หลี่ซื่อตวาดลั่นขึ้นมา จนหยางเฉิงที่อยู่ในบ้านได้ยอนเสียงเอะอะโวยวายต้องรีบออกมาดู
“คงเอ๋อร์ พาน้องเข้าบ้าน พวกท่านมีธุระอะไรหรือถึงได้มาถึงนี่ หรือว่าเมียท่านรังแกลูกข้า” หยางเฉิงหันไปถามหยางซาน
หยางซานเห็นท่าไม่ดี กลัวเมียจะทำเสียเื่ ก็รีบกระชากหลี่ซื่อไปด้านหลัง
“เปล่าเลยน้องสาม เมียข้าปากไม่ดี ใจร้อนไปบ้าง กลับไปข้าจะจัดการให้หนัก ที่มาข้าแค่จะมาคุยธุระกับเ้าสักหน่อยเท่านั้นเอง เข้าไปคุยกันข้างในดีไหม” หยางซานรีบบอกกล่าว
“มีธุระอะไรก็คุยตรงนี้ได้เลย” หยางเฉิงยืนกราน
“ข้าได้ข่าวว่าเ้าขายผักเก็บเงินซื้อที่ดินได้หลายหมู่แล้ว เลยบากหน้ามารบกวน ข้าอยากยืมเงินเ้าสักหน่อยได้หรือไม่ ข้ามีเื่ด่วน้าใช้เงินจริงๆ” หยางซานรีบพูดถึงความ้า
“เฮอะ..น่าขันสิ้นดี ข้ามีเหตุผล หรือความจำเป็ข้อไหนที่ต้องให้พวกท่านยืมหรือ” หยางเฉิงมองหน้าสองผัวเมียบ้านใหญ่ด้วยความระอา
“น้องสาม อาจารย์ของหลิ่งเอ๋อร์อยากให้เขาย้ายไปเรียนในเมืองหลวง ค่าใช้จ่ายนั้นเยอะมาก หากเ้ายื่นมือมาช่วยเหลือ ตอนที่ลูกชายข้าได้เป็ขุนนาง พวกเ้าจะได้สบายไปด้วยนะ” หยางซานรีบเข้ามาจับแขนของหยางเฉิง เขายังคงพยายามหว่านล้อมอดีตน้องชายของเขา
“ข้าไม่รู้จะพูดคำไหนกับท่านจริงๆ กลับไปเถอะ ข้าได้ชดใช้เวรกรรมกับบ้านพวกเ้าไปหมดแล้ว บ้านท่านใครจะเป็ขุนนางหรือไม่ ไม่เกี่ยวอันใดกับบ้านข้า อย่าได้มารังควานข้าอีก” หยางเฉิงพูดจบก็สะบัดแขนออกจากมือของหยางซานกำลังจะกลับเข้าบ้าน หลี่ซื่อก็กรีดร้องออกมา
“ไอ้พวกใจดำขี้อิจฉา เ้าคงกลัวว่าลูกข้าจะได้ดีกว่าลูกของเ้าสินะ ถึงได้ใจจืดใจดำเช่นนี้”
หยางเฉิงไม่แม้แต่จะหันไปมอง หันไปเปิดประตูเข้าบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน
หยางซานตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
“เสียแรงที่ข้าคิดถึงเ้าเป็คนแรก หากลูกชายข้าได้เป็ขุนนางเมื่อไหร่ ข้าจะจัดการพวกเ้าทั้งหมดเลย” พูดจบก็ลากหลี่ซื่อกลับบ้าน พร้อมเสียงก่นด่าไปตลอดทาง
“พวกเขามาทำไมหรือขอรับท่านพ่อ” ลู่เหวินถามบิดาหลังจากที่พวกเขากินอาหารเย็นเสร็จแล้ว
“มายืมเงินน่ะ เห็นว่าอาหลิ่งอยากไปเรียนเมืองหลวง”
“อาหลิ่งน่ะ เวลากลับบ้านมาก็พูดเื่นี้ทุกวัน บอกว่าที่โรงเรียนอยากสนับสนุนให้เขาได้ไปเรียนในเมืองหลวง ่นี้กลับจากโรงเรียนช้ามาก เขาบอกว่าต้องเรียนเพิ่มกับอาจารย์เป็พิเศษ เพราะเขาดูมีแววที่จะเป็ขุนนางที่สุด แต่ข้าสงสัยว่าเขาจะพูดเพื่อหลอกเอาเงินไปถลุงกับเพื่อนเ้าสำราญของเขามากกว่า” ซูเจียวบ่นขึ้นมา
ลู่คง ลู่เสียน และลู่เหวิน หันมองหน้ากันสักพัก ก็ขำพรวดขึ้นมา
“หากหยางหลิ่งมีแววเป็ขุนนาง นกอินทรีอย่างเฟยเฟยก็เป็แม่ทัพได้ขอรับ” ลู่เหวินพูดไปขำไป
“เ้าหมายความว่าอย่างไรกันเสี่ยวเหวิน” ซูเจียวถามด้วยความสงสัย
“อาหญิงรองขอรับ หยางหลิ่งกับพรรคพวกนั้น ตอนนี้ถูกลงโทษให้คัดและอ่านหนังสือหลังเลิกเรียนทุกวันขอรับ เพราะตอนสอบเลื่อนชั้นที่ผ่านมา คะแนนสอบพวกเขายังน้อยกว่าพวกข้าที่เป็นักเรียนเข้าใหม่อีกนะขอรับ รองอาจารย์ใหญ่บอกว่าหากสิ้นปีนี้การเรียนพวกเขายังไม่กระเตื้องขึ้น โรงเรียนจะไล่พวกเขาออกขอรับ” ลู่คงตอบแทนน้องชาย
“อืม..งั้นที่หยางหลิ่งอยากไปเมืองหลวง เพราะกลัวที่บ้านทราบข่าวเื่นี้เป็แน่” หยางเฉิงแสดงความคิดเห็น
“ต้องเป็เช่นนั้นแน่เ้าค่ะพี่สาม อาหลิ่งนั้นทำตัวเป็คุณชาย เรียกร้องขอแต่เงิน จนตอนนี้หากอาหลิ่งกลับมา ท่านแม่จะขังตัวเองอยู่แต่ในห้องแล้วเ้าค่ะ ข้าว่าเพราะพวกเขาทำเื่ไม่ดีกับท่านไว้มาก ตอนนี้เวรกรรมคงกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่นะเ้าคะ” ซูเจียวนึกถึงมารดาที่พยายามซ่อนตัวจากหลานชายก็ถอนหายใจ
หลังจากที่หยางซูเจียวกลับไปสักพัก ลู่เหวินก็เอากวางเขาสุ่มออกมาให้คนในบ้านดู
“เสี่ยวหยินบอกว่าเ้าตัวนี้สำคัญมากขอรับ”
“กวางเขาสุ่ม! เ้าเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์กันมาหรือ” หยางเฉิงจ้องเขม็งไปยังลูกชายทั้งสอง
“ไม่ใช่ขอรับท่านพ่อ เสี่ยวหยินพบมันหลงฝูงมาขอรับ” ลู่เหวินรีบตอบ
“พ่อเคยเจอฝูงมันครั้งหนึ่งตอนที่เข้าป่าไปกับปู่พวกเ้า ตอนนั้นพ่อยังเด็กมาก เราเจอพวกมันวิ่งหายเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ ปู่เ้าเลยถอดใจเลิกติดตาม ว่าแต่เ้าจะทำอย่างไรกับมันหรือ”
“เสี่ยวหยิน้ามันน่ะขอรับ”
“อย่าว่าแต่เสี่ยวหยินเลย หากนำไปขาย แค่เขาอันสวยงามของมันอย่างน้อย 20 ตำลึงทองแล้ว หากขายทั้งตัวเป็ๆ อย่างนี้คงไม่ต่ำกว่า 40 ตำลึงทองเป็แน่”
[เหวินเกอ หากท่านพ่ออยากนำไปขายจะทำอย่างไรขอรับ ตอนนี้กวางเขาสุ่มอยู่นอกช่องเก็บของ ระบบบังคับขายไม่ได้ขอรับ] เสี่ยวหยินถามด้วยความกังวล
“ใจเย็นก่อนเสี่ยวหยิน” ลู่เหวินบอกเสี่ยวหยินในใจ
“คงเอ๋อร์ เหวอนเอ๋อร์ เ้าสองคนเป็คนจับมา เมื่อรู้ราคามันแล้ว เ้าจะทำอย่างไรกับมัน” หยางเฉิงถามลูกชาย
“ข้าแค่ช่วยน้องเล็กจับมันให้กับเสี่ยวหยินขอรับ ข้าแล้วแต่น้องเล็กเลย” ลู่คงตอบกลับ
“หากไม่มีหน้าไม้ และความช่วยเหลือจากเสี่ยวหยินเราคงจับมันไม่ได้ ข้าก็จะมอบให้เสี่ยวหยินเช่นกันขอรับ” ลู่เหวินตอบบิดา
“ดีมาก พ่อภูมิใจในตัวพวกเ้าจริงๆ แม้จะรู้ราคาของมัน แต่พวกเ้ายังยึดถือสัจจะ ไม่คิดกลับคำ เราเคยสัญญากับเสี่ยวหยินไว้ว่าหากมีอะไรที่เสี่ยวหยิน้า เขาจะได้เลือกก่อนคนแรก ในเมื่อมองดูจนพอใจแล้วก็เก็บมันให้เสี่ยวหยินเถอะ” หยางเฉิงลูบหัวลูกชายทั้งสองด้วยความรัก
[ฝากขอบคุณทุกคนด้วยนะขอรับ] เสี่ยวหยินไม่คิดว่าพวกเขาจะให้คำตอบแบบนี้ เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เ้านายที่เปรียบเสมือนพี่ชายและครอบครัวที่ดีมากๆ
[ภารกิจพิเศษ ติดตามและจับกวางเขาสุ่ม-เสร็จสิ้น]
•ภารกิจเสร็จสิ้น กวางเขาสุ่ม ได้รับ 90,000 เหรียญทอง ยาเม็ดเพิ่มพลังกาย 1 ขวด วารีรักษา 10 หยด
ผงห้ามเื 1 ขวด **รางวัลพิเศษ หมุนวงล้อเสี่ยงโชค 5 ครั้ง•
“หมุนวงล้อยังไง ข้าว่าจะถามั้แ่รับภารกิจแล้ว” ลู่เหวินถามเสี่ยวหยิน
[เมื่อท่านอัพเกรดระดับ จะมีวงล้อเสี่ยงโชคเพิ่มมาให้ขอรับ]
“งั้นอัพเกรดเลยเสี่ยวหยิน”
•ยืนยันการอัพเกรด ระบบห้างสรรพสินค้าเป็ระดับห้า ค่าใช้จ่ายเหรียญทอง 30,000 เหรียญ•
“ตกลง”
[อัพเกรดเสร็จสิ้น ระบบห้างสรรพสินค้าเพิ่มเป็ระดับ 5 ท่านสามารถนำของออกจากห้องเก็บของได้ไม่จำกัดน้ำหนัก อัพเกรดขนาดห้องเก็บของ 6*6 เมตร เพิ่มระบบขายของตลาดโลกคู่ขนาน (วางขายได้ 3 ชิ้น) เพิ่มระบบวงล้อเสี่ยงโชค เพิ่มคุณภาพสินค้าในห้างสรรพสินค้าเป็ระดับดีมาก]
“ไหนนายเคยบอกว่าของในห้างมีคุณภาพสูงกว่าด้านนอกไง” ลู่เหวินสงสัย
[เมื่อก่อนสินค้าในระบบของเหวินเกออยู่ที่ระดับดี ตอนนี้เพิ่มเป็ดีมาก ข้าแนะนำให้ท่านและครอบครัวทานอาหารที่ซื้อจากระบบอย่างน้อยเจ็ดวันต่อหนึ่งครั้งขอรับ]
“ตลาดโลกคู่ขนานคืออะไร”
[ท่านจะมีช่องวางของขาย 3 ช่อง สามารถวางขายสินค้าและติดต่อผู้ถูกเลือกในโลกคู่ขนานอื่นได้ และสามารถประกาศหาสินค้าผ่านกระดานสนทนา โดยจะรับเป็เหรียญทองหรือสิ่งของตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนกันขอรับ]
“เหรียญทองเราเหลือเท่าไหร่ อัพเกรดต่อเลยเสี่ยวหยิน”
[80,347 ขอรับ ั้แ่ระดับที่ 6 การอัพเกรดจะต้องผ่านภารกิจลับหรือภารกิจพิเศษขอรับ ข้าแนะนำให้ท่านสะสมเหรียญทองไว้จนกว่าจะได้รับภารกิจในครั้งต่อไปขอรับ]
วันเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งเดือนที่หนังสือนิทานของพวกเขาออกวางจำหน่ายแล้ว หยางเป่ามาแจ้งหลานชายั้แ่เมื่อวานตอนเย็นว่าวันนี้ก่อนไปโรงเรียนให้พวกเขามาตรวจสอบบัญชี
“วันนี้พวกเ้าไปพร้อมพ่อ พ่อจะเข้าไปส่งขิงกับกระชายดำให้ท่านหมอหลิวด้วย” หยางเฉิงเทียมเกวียนรอลูกชายอยู่ก่อนแล้ว
“เฟยเฟย ดูแลบ้านด้วยนะ” สิ้นคำของหยางเฉิง ทุกคนก็ได้ยินเสียงนกร้องจากบนฟ้า มันบินวนรอบบ้านแล้วร่อนลงที่รังของมันบนหน้าผาด้านหลังบ้าน
เมื่อเข้ามาถึงตัวเมือง หยางเฉิงก็บังคับเกวียนวัวให้ตรงไปยังร้านหนังสือก่อน
“นี่เป็การค้าของพวกเ้า พ่อจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่หากเกิดปัญหาอันใดที่เกินกว่าพวกเ้าจะแก้ไขได้ ไปตามพ่อที่โรงหมอนะ” หยางเฉิงสั่งความลูกชายแล้วบังคับเกวียนออกไป
“มากันแล้ว มากันแล้ว ข้ารอทุกคนอยู่ั้แ่ฟ้าสางแล้ว” ชุนฮุ่ยที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าร้านรีบเข้ามาทักทายเด็กๆ
“ท่านอา ทำไมถึงท่านดูตื่นเต้นจังเลยขอรับ” ลู่เสียนถามด้วยความสงสัย
“ไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร หนังสือที่เราจัดทำไป 1,000 เล่ม ข้าวางขายในตำบลและตำบลใกล้เคียง 200 เล่ม อีก 800 เล่มข้าลองส่งไปเมืองหลวงดู ปรากฏว่า เขาสั่งให้เราคัดลอกเพิ่มอีก 1,000 เล่มเชียวนะ ถ้าเป็แบบนี้เราไม่ต้องกังวลเื่จัดขายรอบที่สองแล้ว” ชุนฮุ่ยรีบอธิบายด้วยความยินดี
“อา…ข้าไม่คิดเลยขอรับ ว่านิทานเด็กๆ ของพวกเราจะขายดีขนาดนี้” ลู่คงพึมพำ
“เอาบัญชีนี่ไปตรวจดูก่อน เราขายได้ 2,000 ตำลึง ต้นทุน 1,100 ตำลึง กำไร 900 ตำลึง แต่รอบหน้ากำไรเราจะเพิ่มขึ้น เพราะร้านในเมืองจะออกค่าจัดส่งเอง”
ลู่เหวินรับบัญชีมาแล้วตรวจดูแล้วยื่นกลับไป ชุนฮุ่ยหยิบถุงเงินมามอบให้พวกเขา เมื่อนับเงินแล้วพบว่า เขาแบ่งกำไรให้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
“เราตกลงกันไว้ ที่ 3 ใน 10 ส่วนนะขอรับท่านอาชุน” ลู่เหวินแย้ง
“ถ้าไม่มีพวกเ้า ถึงข้าจะมีกำลังคน เงินนี่ก็ไม่บินมาหาหรอกนะ นี่เป็การขายครั้งแรกพวกเ้ารับไปเถอะ หลังจากรอบนี้เราค่อยตกลงแบ่งกันตามสัญญา”
หลังจากเกี่ยงกันไปมาสักพัก ก็ตกลงกันได้ที่พวกเขาจะรับเงินครึ่งหนึ่งแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว หลังจากนั้นจะเป็ 3 ใน 10 ส่วน ลู่เหวินก็มอบเงิน 50 ตำลึงให้หยางเป่า จากนั้นก็เกี่ยงกันอยู่ครู่ใหญ่ ลู่เหวินเลยต้องเก็บเงินกลับมาตามเดิม
“ข้าเป็อาพวกเ้า อย่าได้เกรงใจอาเล็กเลย พ่อพวกเ้าส่งเสียเลี้ยงดูข้ามาั้แ่ข้าเกิด แม้ต้องช่วยพวกเ้ามากกว่านี้ อาเล็กก็ยินดี” หยางเป่าลูบหัวหลานชายทั้งสามคน
“พวกเ้าไม่ต้องกังวล ข้าเตรียมส่วนของอาเป่าไว้แล้ว อีกทั้งต่อไป เขาจะได้หนึ่งส่วนจากการขายด้วย” ชุนฮุ่ยพูดไปยิ้มไป
“มันมากเกินไปขอรับเถ้าแก่” หยางเป่ากำลังจะพูดต่อเห็นชุนฮุ่ยส่ายหน้าปฏิเสธ ก็พยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจของเช้าวันนี้ เด็กๆ ก็แยกย้ายไปโรงเรียน
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ลู่เหวินและพี่ชายก็รีบเก็บของกลับบ้าน วันนี้พวกเขาจะไปช่วยที่บ้านปลูกผักรอบใหม่
“กลับมาแล้วขอรับ” เสียงเด็กผู้ชายสามคนพูดพร้อมกับวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตรงไปยังแปลงผักที่ขุดหลุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วยกันเสร็จแล้ว ลู่เหวินก็หันไปถามบิดา
“ท่านแม่ ไปไหนขอรับ ข้ายังไม่เห็นเลยั้แ่กลับมา”
“เมื่อเช้าน้าเล็กมาแจ้งว่าท่านตาไม่สบาย อาการไม่ดีนัก พรุ่งนี้พ่อจะพาทุกคนไปบ้านท่านตา แม่กำลังเก็บของอยู่ในห้อง พรุ่งนี้พวกเ้ารีบตื่นเช้าเข้าเมืองไปลาหยุดที่โรงเรียนนะ”
“วันนี้อาเล็กกลับบ้าน เดี๋ยวข้าจะฝากอาเล็กไปแจ้งกับอาจารย์จางขอรับ” ลู่คงบอกพ่อแล้วเดินไปยังประตูรั้ว
“พี่ใหญ่ ข้าไปด้วยขอรับ” ลู่เหวินตามพี่ชายออกไป
เมื่อถึงบ้านเก่าที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ ลู่คงเคาะประตูบ้านสักพักก็มีคนมาเปิดประตู
“พวกเ้ามาทำไม” สะใภ้รองจางฮุ่ยเจียง เห็นคนที่มาเคาะประตูเป็เด็กบ้านสามก็ชักสีหน้าไม่พอใจ
“ข้ามาหาอาเล็ก” ลู่คงบอกจางซื่อห้วนๆ
“มาหาทำไม หรือว่าพวกเ้าจะมาขอเงิน แต่พวกเ้ารวยแล้วนี่ ทำไมไม่บอกให้พ่อเ้าแบ่งให้ลุงรองบ้างล่ะ” จางซื่อชักจูงเด็กน้องตรงหน้า
“พ่อข้าไม่มีพี่ชาย ท่านมีแต่น้องสาวและน้องชายขอรับท่านป้าจาง” ลู่เหวินแย้ง
“ไอ้…” จางซื่อไม่ทันจะพูดจบ ก็คนพูดแทรกเข้ามา
“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน ใครมาหรือพี่สะใภ้รอง” ซูเจียวเดินออกมาดู
“อาหญิงเล็กขอรับ พวกข้ามาหาอาเล็ก อาเล็กอยู่หรือไม่ขอรับ” ลู่เหวินไม่รอให้จางซื่อตอบ รีบสอบถามหยางซูเจียว
“อยู่ๆ เดี๋ยวข้าจะไปตามให้”
ซูเจียวเดินไปห้องเก่าของพวกเขา สักครู่หยางเป่าก็เดินตามออกมา
“พวกเ้ามีอะไรหรือ” หยางเป่าถามหลานชาย
“น้าเล็กบอกว่าท่านตาป่วยขอรับ ข้าเลยจะมารบกวนอาเล็ก ฝากแจ้งอาจารย์จางว่าพรุ่งนี้พวกข้าขอลาหยุดขอรับ” ลู่คงบอกหยางเป่า
“อืม ข้าจะไปแจ้งอาจารย์จางให้ พวกเ้ารีบไปเก็บของเถอะ”
ยามอิ๋นของเช้าวันถัดมา ลู่เหวินและครอบครัวขนของขึ้นเกวียนวัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางออกจากบ้านไปยังหมู่บ้านชิงไห่ เดินทางกันประมาณ 2 ชั่วยามก็ถึงหน้าหมู่บ้าน
“โอ๊ะ..ลูกสาวบ้านเย่ขนกันมาทั้งครอบครัว สงสัยเฒ่าเย่จะไม่รอดแล้วสินะ ถึงต้องรีบกลับมาดูใจกัน”
ครอบครัวบ้านหยางหันมามองด้วยสายตาเ็า ไม่สนใจที่จะหยุดทะเลาะด้วย รีบบังคับเกวียนตรงไปยังบ้านเดิมของเย่ซื่อ ลู่เหวินหันไปมองคนที่พูดก็จำได้ว่าเป็ท่านยายที่เคยมาขอข้าวสารพวกเขานั่นเอง
“ท่านแม่ น้องเล็ก ข้ามาแล้วเ้าค่ะ” เย่ซื่อะโเรียกหาคนในบ้าน
“พี่หญิงใหญ่ ท่านแม่กำลังต้มยาให้ท่านพ่ออยู่ขอรับ” เย่ไห่ออกมาเปิดประตูและช่วยบ้านหยางขนของบนเกวียนเข้าในบ้าน
“หมอกู่ มาตรวจแล้วหรือน้องเล็ก” เย่ซื่อถามน้องชาย
“ขอรับ มาถึงสักพักแล้ว”
ทุกคนรีบเข้าไปในบ้านเพื่อดูอาการของพ่อเฒ่าเย่หวง
“หมอกู่ ท่านพ่ออาการเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” เย่ซื่อรีบสอบถาม
“มีไข้ อ่อนเพลีย หนาวสั่น ปวดตามร่างกาย ข้าตรวจดูพบที่ข้อมือมีรอยกัดของสัตว์มีพิษ สอบถามก็พบว่าเขาโดนแมงมุมสันโดษกัด ข้าทำได้แค่ประคองอาการไปเรื่อยๆ พวกเ้าต้มยาที่จัดไว้ให้พยายามให้เขากินให้ได้” หมอกู่ตอบเย่ซื่อ
“อันตรายมากไหมขอรับท่านหมอ” ลู่เหวินสอบถาม
“แมงมุมสันโดษมีพิษร้ายแรง ยารักษาในตอนนี้นั้นยังไม่มี แต่ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณพิษที่ได้รับ หากได้รับในปริมาณน้อย รักษาตามอาการไปสักระยะ หากโชคดีก็อาจหายได้เอง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตเช่นกัน” หมอกู่หันไปตอบคำถามเด็กชาย
“ข้าจะไปโรงหมอหลิว พยายามหาวิธีรักษาพิษ พวกเ้าดูแลคนป่วย พยายามให้เขาเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด”
เมื่อหมอกู่กลับไป ทุกคนในบ้านต่างตกอยู่ในอารมณ์เศร้าหมอง แม่เฒ่าเซี่ยและเย่ซื่อร้องไห้จนต้องให้ไป๋ฮวาและฝาแฝดลู่เหลียนลู่เอินพาออกไปสงบสติอารมณ์ ก่อน
“เสี่ยวหยิน ในระบบมียาถอนพิษไหม” ลู่เหวินคุยกับเสี่ยวหยินในใจ
[ยาถอนพิษนั้นอยู่ในระดับที่สูงเกินไป เราต้องอัพเกรดอีกหลายขั้นเลยขอรับ ข้าคิดว่าระยะเวลาคงนานเกินไปสำหรับการช่วยเหลือท่านตาขอรับ]
ลู่เหวินนิ่งไปสักพักก็นึกขึ้นมาได้
“ใช่แล้ว เรามีกระดานสนทนา เสี่ยวหยิน ประกาศออกไปว่าเรา้ายาถอนพิษแมงมุมสันโดษ โดยเร็วที่สุด”
[อา..ใช่แล้ว ข้าจะประกาศเดี๋ยวนี้เลยขอรับ]
เมื่อเสี่ยวหยินเงียบไป ลู่เหวินเงยหน้ามาก็พบกับหยางเฉิงยืนมองเขาอยู่
“เหวินเอ๋อร์ เ้าคุยกับเสี่ยวหยินใช่ไหม เขาช่วยท่านตาได้หรือไม่”
“เสี่ยวหยินกำลังหาอยู่ขอรับ เราทำได้แค่รอขอรับท่านพ่อ”
[เหวินเกอ มีคนกดแลกเปลี่ยนเข้ามา น้ำยาร้อยพิษ เป็ของที่เขามี แต่เขาต้องใช้ชิ้นส่วนแมงมุมชนิดเดียวกันที่กัดท่านตาผสมลงไปขอรับ และเขา้าซากแมงมุมที่เหลือเป็ของแลกเปลี่ยนขอรับ]
เมื่อลู่เหวินลุกขึ้น ทุกคนในห้องก็หันมามองเป็ตาเดียวกัน
“หากเรา้าช่วยท่านตา เราต้องหาแมงมุมสันโดษให้เจอขอรับ”
“ท่านพ่อบอกไว้ก่อนเขาจะหมดสติไป ว่าเขาโดนกัดบนหน้าผาเดียวดาย ข้าจะไปหาเอง”
“ไปกันหลายๆ คนเถิดขอรับ จะได้ช่วยกัน ยิ่งหาเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี” ลู่เหวินบอก
หลังจากตกลงกันได้แล้ว ทุกคนก็ออกมาแจ้งกับเย่ซื่อแม่เฒ่าว่าพอมีทางออกแล้ว ให้ผู้หญิงคอยดูแลพ่อเฒ่า ส่วนผู้ชายทุกคนขึ้นเขาไปหารังของแมงมุม
_______________________________
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ และกำลังใจนะขอรับ