เหตุผลที่ลั่วเทียนมั่นใจว่ามันเป็นข้อมูลความลับระดับสูงนั่นก็คือ จะมีผู้ที่ผ่านการบรรลุการบ่มเพาะพลังงานเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิบรรกาลเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิรับรู้สถานที่ตั้งการก้าวผ่านโลกเบื้องล่าง
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่อยู่ขอบเขตจักพรรดิบรรพกาลหลังจากรับรู้สถานที่ตั้งของเส้นทางประตูมิติเชื่อมต่อดินแดนลับผ่านพรมแดน มักจะไปตรวจสอบทันทีกับสถานที่แห่งนั้นแล้วก็จะถูกพลังงานบางอย่างดึงเข้าไปในประตูมิติทันที จึงมีข้อมูลที่หลงเหลือน้อยมาก ๆ ซึ่งการที่ผู้บ่มเพาะพลังงานขอบเขตจักรพรรดิบรรกาลถูกดึงเข้าไป มันเป็นการรักษาสมดุลของโลกเบื้องล่าง ไม่ให้อำนาจของผู้ฝึกตนระดับนี้หากเกิดเหตุการณ์ต่อสู้กันในระดับเดียวกันอำนาจการทำลายล้าง จะสามารถสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากให้กับชาาวบ้านและผู้ฝึกตน
ลั่วเทียนถึงแม้ว่าเขาเองจะเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เหมือนกันว่าเส้นทางประตูมิติลับเชื่อมต่อพรมแดนตอนนี้มันอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ เพราะหลายล้านปีของเขาย่อมสามารถทำให้ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา
ชินเหยาเมื่อได้ยินสิ่งที่ลั่วเทียนกล่าวยิ่งเขาคิดสีหน้าของเขาก็เริ่มมืดหม่นขึ้นเรื่อย ๆ จนคิ้วของเขาแทบจะชนกันอยู่แล้ว ข้อมูลที่เขาได้รับมาหลายพันปีของชินเหยา กลับไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับบุคคลเบื้องหน้าเขาที่ต้องการจะซื้อข้อมูลข่าวระดับสูง
ตอนนี้ในหัวของชินเหยาเริ่มที่จะคิดว่านายน้อยลั่วเทียนจงใจตั้งคำถามแบบนี้ขึ้นมาเพื่อหวังอะไรจากเขาหรือเปล่า หากแต่ชินเหยาลองไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนแล้วมันก็มีความเป็นไปได้ที่ตัวเขาเองจะไม่รู้ หากข้อมูลนั้นอยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้ดูแลหอการค้า
ชินเหยามองไปยังลั่วเทียนเขาก็คิดว่าผู้ที่อยู่ขอบเขตระดับผู้ฝึกตนจะรู้เรื่องคำถามเหล่านี้ได้อย่างไร มองดูยังไงนายน้อยลั่วเทียนก็เหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปที่พึ่งเริ่มเข้าสู่หนทางการฝึกตน
เขามองไปทางเย่หลันก็ทำให้ชินเหยาคิดได้ว่า อาจมีบุคคลระดับสูงที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนจึงจ้างวานเด็กหนุ่มคนนี้ให้มาเป็นตัวแทนของเขา และให้เย่หลันเป็นผู้คุ้มกันแทน
ชินเหยาคิดว่าเหตุผลนี้คงใช่แน่เพราะอยู่ดี ๆ เย่หลันที่มักจะไม่ออกไปไหนจากโรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ของนาง กลับโผล่มาที่หอการค้าของเขาได้
หากชินเหยาคิดไตร่ตรองมากไปกว่านี้ สติของเขาคงจะเปลี่ยนข้อมูลความจริงไปได้อีกไกล เพราะชินเหยาเองก็ไม่สามารถถามข้อมูลเพิ่มเติมอะไรได้อีกจากลูกค้าเพราะนี่เป็นกฏเหล็กของหอการค้าสดับจันทรา
ชินเหยากล่าวกับลั่วเทียนด้วยสีหน้าอับอาย "นายน้อยลั่วเทียนข้าไม่สามารถให้คำตอบเหี่ยวกับข้อมูลข่าวที่ท่านว่ามาได้ แต่ข้าขอถามท่านอย่างนึง ข้อมูลที่ท่านถามข้ามาเมื่อสักครู่มันมีอยู่จริงใช่หรือไม่ ? "
ลั่วเทียนตอบกลับชินเหยาไปด้วยรอยยิ้มและเสียงที่ชัดเจนมั่นคง "แน่นอน มันคือสิ่งที่ข้าต้องการอยากรู้ หากแต่ท่านยังไม่มีคำตอบตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ท่านสามารถไปสืบข่าวสารเพิ่มเติมมาได้ ตอนนี้ข้ายังต้องพักอยู่ในเมืองทะยานฟ้าแห่งนี้สักพัก ข้าสามารถรอท่านได้"
เหตุผลที่ลั่วเทียนไม่รีบเพียงแต่เขาต้องการรู้ข่าวไว้ก่อนเพื่อที่จะได้เตรียมตัวกับสถานที่ที่เขาต้องไปเผชิญในวันข้างหน้า และอีกอย่างตอนนี้เขาก็ยังมีขอบเขตการบ่มเพาะพลังงานที่ต่ำอยู่ เขาจำเป็นที่จะต้องหาวัสดุมาเติมเต็มพลังงานให้กับมหาสมบัติเทพอีก
ชินเหยาเริ่มมีสีหน้ายิ้มได้ขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินสิ่งที่ลั่วเทียนกล่าวว่าสามารถรอได้ เพราะว่าเขาเองก็ต้องไปติดต่อกับบุคคลที่อยู่ระดับสูงมากกว่าเขาในการที่จะให้ข้อมูลและตัดสินใจเรื่องการขายราคาข่าว
ชินเหยาตอบกลับลั่วเทียนด้วยรอยยิ้ม "นายน้อยลั่วเทียนเดี๋ยวข้าจะจ่ายค่าชดเชยให้กับท่านอย่างแน่นอนในข้อตกลงที่เราทำกันไว้ แต่ข้าต้องขอตัวสักครู่ก่อน เดี๋ยวข้าจะให้คนของหอการค้ามาคอยดูแลพวกท่าน ท่านสามารถกล่าวสิ่งที่ต้องการกับคนของหอการค้าได้เลย"
เมื่อชินเหยากล่าวเสร็จ ก็เดินไปเรียกคนให้มาอยู่คอยดูแลลั่วเทียนและเย่หลันในห้องรับแขก และก็จากไปทันที