หลินซื่อมองแม่ทัพเสิ่นด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพ ควรทำอย่างไรดีเ้าคะ”
“ก็ดี ข้าจะได้พูดกับองค์ชายเจ็ดให้รู้เื่เสียที”
เสิ่นเจิ้นกวงเชื่อมั่นว่าตนมองคนไม่พลาด องค์ชายเจ็ดผู้นี้แม้จะเป็บุรุษชั้นยอด อนาคตไกล ทว่าหากม่านซูแต่งกับคนที่ก้าวเข้าไปพัวพันกับการชิงบัลลังก์ ย่อมต้องถูกดึงเข้าไปในวังวนแห่งความขัดแย้งเ่าั้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ต้องกล่าวถึงว่าการแย่งชิงตำแหน่งจะนองไปด้วยโลหิตเพียงใด แค่คิดว่าหากพ่ายแพ้ ก็ย่อมลากม่านซูลงสู่หายนะไปด้วย เสิ่นเจิ้นกวงจึงไม่อาจยอมรับได้
แม้เสิ่นเจิ้นกวงจะดูเป็คนหยาบกร้าน แต่ในเื่ใหญ่กลับรอบคอบยิ่งนัก
เขาคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้มาโดยตลอด และเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ เขาเชื่อมาตลอดว่าเหตุที่องค์ชายเจ็ด้าแต่งงานกับม่านซู เป็เพราะหมายตาอำนาจของจวนแม่ทัพ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งไม่อาจยกบุตรสาวให้เขาได้โดยเด็ดขาด
โชคดีที่ตอนนี้ม่านซูเปลี่ยนใจแล้ว
เสิ่นเจิ้นกวงทั้งโล่งใจและปลื้มปีติที่บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนรู้จักคิดได้เสียที ก่อนจะก้าวไปยังโถงรับรองด้านนอกด้วยท่าทีสงบนิ่ง
จวินมั่วหานแสดงสีหน้าห่วงใย เอ่ยว่า “แม่ทัพเสิ่น ข้ามาเยี่ยมคุณหนูสาม นางปลอดภัยดีแล้วใช่หรือไม่”
“ลูกสาวข้าไม่เป็อะไรแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นนาง…” จวินมั่วหานเอ่ยได้เพียงครึ่งประโยค ก่อนจะหยุดพูดพลางมองเสิ่นเจิ้นกวงอย่างลังเล
เสิ่นเจิ้นกวงถามกลับเสียงเรียบเฉย “องค์ชายเจ็ดยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่”
มือของจวินมั่วหานที่อยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่น ดวงตาฉายแววเก็บงำ ทว่าท่าทีภายนอกกลับดูจริงใจยิ่งนัก
“แม่ทัพเสิ่น ข้ากับคุณหนูสามต่างมีใจให้กัน หวังว่าท่านกับฮูหยินจะเมตตาเราสองคน”
เสิ่นเจิ้นกวงยกถ้วยชาขึ้น ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเสียงดัง เคราสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์
“ม่านซูของข้าหาได้มีใจให้ท่าน องค์ชายเจ็ด ท่านโปรดสำรวมด้วย อย่าทำลายชื่อเสียงของลูกสาวข้าเช่นนี้!”
เปลือกตาของจวินมั่วหานกระตุก “แม่ทัพเสิ่น เหตุใดท่านถึงเผด็จการเช่นนี้ หรือว่าท่านไม่ห่วงชีวิตของคุณหนูสามเลยหรือ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นเจิ้นกวงก็ยิ่งเดือดดาล
ที่บุตรสาวของข้าคิดสั้นเช่นนี้นั่นมันก็เพราะใครกันเล่า ก็เพราะเ้าไม่ใช่หรือ
ทว่าด้วยเห็นแก่ว่าอีกฝ่ายเป็องค์ชาย เสิ่นเจิ้นกวงจึงฝืนกดความคิดอยากลงมือ สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ย
“องค์ชายเจ็ด ท่านไม่จำเป็ต้องกล่าวสิ่งใดแล้ว เื่นี้เป็การตัดสินใจของม่านซูเอง เชิญท่านกลับไปเถิด”
“เป็ไปไม่ได้!”
จวินมั่วหานปฏิเสธโดยไม่ทันคิด
เมื่อเห็นแววโกรธเกรี้ยวในดวงตาของเสิ่นเจิ้นกวง ใจของเขาก็พลุ่งพล่านไปด้วยเพลิงโทสะ
เสิ่นเจิ้นกวงผู้นี้ช่างไม่รู้จักประเมินตนเองเอาเสียเลย
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องแตกหักกับเสิ่นเจิ้นกวง หลังสูดลมหายใจสงบอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง จวินมั่วหานก็เอ่ยด้วยเสียงเยือกเย็น
“แม่ทัพเสิ่น ข้าคิดว่าเราน่าจะเข้าใจผิดกันอยู่ หากเป็การตัดสินใจของคุณหนูสามจริง ข้าอยากได้ยินจากปากนางเอง ไม่เช่นนั้นข้าไม่อาจเชื่อได้”
เสิ่นเจิ้นกวงเยาะหยันในใจ
ดื้อรั้นยิ่งนัก
ทว่าภายนอกกลับแสร้งทำเป็ลำบากใจ “ลูกสาวข้ายังอ่อนแอ ต้องพักฟื้น เช่นนี้ดีกว่า ข้าจะให้คนไปสอบถามดูว่านางพอจะออกมาพบได้หรือไม่”
“ดี”
จวินมั่วหานนั่งลงอีกครั้ง สีหน้ากลับคืนสู่ความสงบ
เขามีเวลาและความอดทนมากพอ
จวินมั่วหานรู้ดีว่าเสิ่นม่านซูมีใจให้ตนลึกซึ้งเพียงใด
การปฏิเสธครั้งนี้ คงเป็เพราะเสิ่นเจิ้นกวงยังโกรธเคืองจากเื่ที่บุตรสาวคิดสั้น
ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องแต่งงานกับเสิ่นม่านซูให้จงได้
ถึงเวลานั้น ต่อให้เสิ่นเจิ้นกวงไม่เต็มใจ จวนแม่ทัพย่อมขึ้นเรือลำเดียวกับเขาแล้ว
ได้ยินมาว่าจวนตระกูลเสิ่นยังมีความสัมพันธ์อันดีกับหมอเทวดาไป๋ด้วย...
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นเจิ้นกวงสั่งให้คนไปแจ้งข่าวยังเรือนของเสิ่นม่านซู
เสิ่นม่านซูเพิ่งทราบว่าไป๋ซิวจิ่นพักอยู่ที่ใด ก็ได้รับข่าวจากโถงหน้าพอดี
เจ๋อหลันยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง
แต่ป้านเซี่ยกลับหน้าซีดเผือดด้วยความตระหนก มองเสิ่นม่านซูแล้วเอ่ยว่า “คุณหนู จะทำอย่างไรดีเ้าคะ หรือว่าองค์ชายเจ็ดจะรู้แล้วว่าท่านเปลี่ยนใจไปมีใจให้ผู้อื่นแล้ว”
มุมปากของเสิ่นม่านซูกระตุกเล็กน้อย
นางเอ่ยอย่างจนปัญญา “ข้าเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นั้แ่เมื่อใดกัน”
“่หลายวันนี้ คุณหนูเอ่ยถึงหมอเทวดาไป๋ทุกวัน แต่กลับไม่เคยพูดถึงองค์ชายเจ็ดเลยสักครั้งเดียว” สาวใช้น้อยกะพริบตา กล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งนัก “คุณหนู ไม่เป็ไรหรอก บ่าวเข้าใจท่านดี ใครใช้ให้หมอเทวดาไป๋รูปงามกว่าเล่าเ้าคะ”
นี่มันพวกชอบคนที่หน้าตาชัดๆ!
เสิ่นม่านซูโบกมือเล็กน้อยให้เจ๋อหลันเข้ามาช่วยแต่งกาย
นางควรไปพบองค์ชายเจ็ดเสียหน่อย แต่แน่นอนว่านี่ควรเป็การพบกันอย่างเป็ทางการครั้งสุดท้ายระหว่างพวกเขา ส่วนเื่หลังจากนี้น่ะหรือ นางไม่คิดจะมี ‘อนาคต’ ใดๆ กับพระเอกสายทรมานจากนิยายดราม่าเช่นนี้อีกแล้ว
เมื่อเสิ่นม่านซูมาถึงโถงรับรองก็เห็นเสิ่นเจิ้นกวงผู้เป็บิดานั่งดื่มชาอยู่ด้านใน
ทางซ้ายมือเป็ชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหิน ผมยาวดำขลับ คิ้วเรียวดุจดาบ ดวงตาคมกริบที่เมื่อจ้องมองผู้ใดจะให้ความรู้สึกราวกับถูกอสูรจับจ้อง
ชายผู้นี้มีปัญญาเฉียบแหลม แยบยลและมากเล่ห์ สามารถซ่อนคมดาบไว้ในฝักมานานหลายปีก่อนจะคว้าบัลลังก์มาครองได้สำเร็จ เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดา
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ไม่ว่าจะเป็นางเอกเดิม หรือสตรีสมทบอีกมากมายในเื่ต่างหลงใหลพระเอกผู้นี้
ชายหนุ่มที่ทั้งหล่อเหลา มีความสามารถ ทั้งยังมีฐานะสูงศักดิ์เช่นนี้ มักเป็คนแข็งกร้าว เด็ดขาด จึงทำให้สตรีใจอ่อนยวบได้ง่าย
แต่เสียดายที่ ‘เสิ่นม่านซู’ ไม่ใช่สตรีทั่วไป
รูปงามนั้นล้ำค่า แต่ความรักประเสริฐยิ่งกว่า หากต้องเลือกเพื่อเอาชีวิตรอด สองสิ่งนั้นล้วนสละทิ้งได้
เสิ่นม่านซูผิวขาวดุจหิมะ เส้นผมดำขลับ สวมชุดกระโปรงผ้าแพรสีฟ้าน้ำทะเลอ่อน เรียบง่ายสง่างาม ก้าวเดินเข้ามาในโถงด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะคารวะบิดาด้วยท่วงท่ากิริยาเรียบร้อย
“ม่านซูคารวะท่านพ่อ”
จากนั้นนางจึงหันไปทางจวินมั่วหาน ยอบกายลงเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงห่างเหิน “คารวะองค์ชายเจ็ด”
ท่าทีที่เ็าและเว้นระยะของเสิ่นม่านซู ทำให้ใจของจวินมั่วหานจมดิ่งลงเล็กน้อย
เขาจ้องมองหญิงสาวที่ก้มหน้าลงต่ำจนเผยให้เห็นคอระหงสีขาวผ่องจากการโน้มศีรษะ น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “คุณหนูสาม ร่างกายของเ้าดีขึ้นบ้างแล้วหรือไม่”
“ดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ ขอบพระคุณองค์ชายเจ็ดที่เป็ห่วง”
เป็คำตอบที่สุภาพ เหมาะสม และห่างเหินอย่างยิ่ง
จวินมั่วหานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามตรงประเด็น “เมื่อครู่ข้าได้พูดคุยกับแม่ทัพเสิ่นเื่การหมั้นหมายของเรา เขาบอกว่าเ้าไม่เต็มใจแต่งงานกับข้า เื่นี้เป็ความจริงหรือไม่”
แม้เื่ระหว่างพวกเขาจะยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็ทางการ แต่ในหมู่ตระกูลขุนนางและชนชั้นสูงแห่งเมืองหลวงกลับแพร่สะพัดข่าวลือไปทั่วแล้ว
ยิ่งองค์ชายเจ็ดเป็โอรส์ หากการหมั้นหมายล้มเหลว ย่อมเกิดเสียงครหาตามมาแน่นอน
จวินมั่วหานไม่เชื่อว่าเสิ่นม่านซูจะไม่ใส่ใจ และก็ไม่เชื่อว่าจวนแม่ทัพจะไม่ใส่ใจเช่นกัน
เสิ่นม่านซูเงยหน้า นางมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างสุภาพเรียบร้อย
“เื่การแต่งงาน ม่านซูย่อมเชื่อฟังคำสั่งของบิดามารดาเป็หลัก”
“แต่ก่อนหน้านี้ ชัดเจนว่าเ้ามีใจให้ข้า” จวินมั่วหานหรี่ตาลงทันที
แม่ทัพเสิ่นที่นั่งอยู่ด้านข้างไอหนักหนึ่งครั้ง “องค์ชายเจ็ด โปรดระมัดระวังคำพูดด้วย”
ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เหตุใดยังต้องพูดจาเอิกเกริกเช่นนี้ หากทำให้ชื่อเสียงของบุตรสาวเขาเสียหายขึ้นมาจะทำอย่างไร
ในขณะนั้นเสิ่นเจิ้นกวงก็ตระหนักว่าจำเป็ต้องจัดการเื่นี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีผู้ใดนำไปซุบซิบนินทาจนทำลายชื่อเสียงของม่านซู
เสิ่นม่านซูมองจวินมั่วหานที่มีสีหน้าไม่พอใจ พลางเอ่ยเสียงเรียบ
“องค์ชายเจ็ด เื่ในอดีต ขอให้ปล่อยมันผ่านไปเถิด หากก่อนหน้านี้ม่านซูได้สร้างความลำบากใจแก่องค์ชาย ม่านซูขออภัย ณ ที่นี้”
เสิ่นม่านซูที่ดูราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน ทำให้จวินมั่วหานชะงักค้าง เขาเผลอกำที่เท้าแขนเก้าอี้จนเกิดรอยร้าว
เพียงชั่วครู่หนึ่งก็ราวกับนึกบางสิ่งออก เขาจึงกลับคืนสู่ท่าทีปกติอีกครั้ง
จวินมั่วหานแสร้งยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนจะวางลง แล้วหันไปมองเสิ่นเจิ้นกวง
“แม่ทัพเสิ่น ท่านยังจำเหตุการณ์ที่คุณหนูสามตกน้ำเมื่อไม่นานมานี้ได้หรือไม่”