หลี่ิเยว่มองไปที่ผู้ดูแลชวีด้วยตาเป็ประกายพลางเอ่ยถามเสียงเฉียบ “ป้าชวี ตอนนี้ข้ามีลายปักรูปหงส์อยู่ รูปหงส์เหล่านี้ข้าสามารถวาดออกมาได้หลายสิบแบบหลายสิบลายเลยเ้าค่ะ ข้าจะไม่พูดหรอกว่าจะให้ป้าชวีคิดเป็เงินเท่าใด แต่จะขอให้รูปหงส์ของข้า ท่านเหมาจ่ายให้ข้าครั้งละสิบตำลึงเป็เช่นไรเ้าคะ”
ผู้ดูแลชวีเห็นเด็กหญิงตัวน้อยเปิดปากต่อรองด้วยราคาสิบตำลึงก็งุนงงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของนางก็คิดขึ้นได้ “ิเยว่ เช่นนั้นเ้าลองวาดออกมาให้ข้าดูเสียก่อน หากมันงามอย่างที่เ้าพูดจริง ๆ ป้าจะไม่ทำให้เ้าต้องผิดหวังแน่นอน”
หลี่ิเยว่พยักหน้า เดินไปที่โต๊ะและหยิบพู่กันขึ้นมาเริ่มตั้งสมาธิกับการวาด ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ภาพวาดหงส์ที่มีลายเส้นโค้งมนงดงามก็ปรากฏขึ้นในกระดาษ ในขณะที่กำลังวาดภาพ หลี่ิเยว่จงใจให้ท่าทางดูตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะถึงอย่างไรตอนนี้นางก็เป็เพียงเด็กหญิงอายุแปดปีเท่านั้น
เมื่อผู้ดูแลชวีเห็นภาพวาดหงส์เข้าก็ตกหลุมรักมันทันที นางหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมา ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ จากนั้นจึงหันไปมองหลี่ิเยว่และพูดอย่างตื่นเต้น “แม่หนูิเยว่ ภาพหงส์เช่นนี้เ้าสามารถวาดออกมาได้เท่าใดหรือ?”
หลี่ิเยว่คิดคำนวณอยู่ภายในใจ ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “ป้าชวี รูปหงส์เช่นนี้ อย่างน้อยข้าน่าจะวาดออกมาได้ห้าสิบแบบเ้าค่ะ แล้วภายในหัวข้าก็ยังมีลวดลายหงส์รูปแบบอื่นอีกมากมายเลยนะเ้าคะ”
ผู้ดูแลชวีได้ยินคำพูดนั้นดวงตาก็ยิ่งเป็ประกายจ้า “แม่หนู หากเ้าวาดรูปหงส์ออกมาได้ไม่ซ้ำแบบ ป้าชวีจะไม่ปล่อยให้เ้าต้องเสียใจแน่ อย่าว่าแต่สิบตำลึงเลย หากวาดรูปหงส์เช่นนี้ออกมาได้ห้าสิบแบบ ข้าจะให้เ้าเลยสี่สิบตำลึง เพียงแต่ป้าชวีต้องขอพูดตามตรง หากเ้าวาดออกมาไม่ได้ ข้าก็ทำได้เพียงให้เงินเ้าตามที่เ้าทำออกมาได้เท่านั้นนะ คือรูปละไม่เกินแปดร้อยอีแปะและต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของงาน เ้าว่าอย่างไร”
หลี่ิเยว่พยักหน้าตกลง “ป้าชวี เช่นนั้น ่นี้พวกข้าคงจะเลือกไม่รับงานปักพวกนี้ก่อน เพราะต่อไปจะปักด้วยลายปักใหม่ของข้าทั้งหมด ฉะนั้น ป้าช่วยนำผ้าที่ค่อนข้างดีสักหน่อยมาให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะนำกลับไปให้ท่านแม่และพี่สาวปักลายใหม่ลงไปตามที่ข้าว่า”
ผู้ดูแลร้านชวีที่ได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว จากนั้นจึงหยิบผ้าหนึ่งร้อยผืนออกมาให้พวกนางอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง ผ้าเหล่านี้ล้วนทำมาจากวัสดุชั้นดี และไม่ได้ให้พวกเขาปักผ้าเช็ดหน้าโดยเปล่าประโยชน์ ผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนยังคงเป็เงินสิบสองอีแปะอยู่ จากนั้นนางจึงส่งเด็ก ๆ ทั้งสี่ออกจากร้านไปอย่างมีความสุข
ทันทีที่ออกมาจากตลาดผ้าหลี่ิหัวก็ได้สติ นางดึงแขนเสื้อของน้องสาวตัวเองไว้พลางเอ่ยถามเสียงเบา “น้องสี่ เ้าวาดลายปักเ่าั้ออกมาได้จริง ๆ หรือ? หากไม่ได้ก็ไม่เป็ไรนะ อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปเล่า พวกเราจะช่วยเ้าคิดเอง”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของน้องชายทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ เองก็พยักหงึกหงักขึ้นลงอย่างเห็นด้วยเช่นกัน หลี่ิเยว่เห็นท่าทางเป็ห่วงของพวกเขาก็ยิ้มออกมา “เยี่ยม หากข้าคิดไม่ออกข้าก็จะให้พวกเ้าช่วยข้าคิดด้วยเหมือนกัน”
ในตอนที่ทั้งสี่คนเดินผ่านร้านขายผ้า หลี่ิหัวก็ลังเลเล็กน้อย “น้องสี่ พวกเราซื้อผ้ากลับไปสักหน่อยดีหรือไม่? ท้องของท่านแม่โตขึ้นทุกวัน ถึงเวลาที่ต้องเตรียมของไว้ให้น้องในท้องแล้วล่ะ ของหลายอย่างที่ใช้ตอนที่น้องเจ็ดน้องแปดเล็ก ๆ ก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
หลี่ิเยว่เองก็รู้ดีว่าสิ่งของสำหรับทารกต้องเตรียมเอาไว้ก่อน อีกทั้งผ้านวมที่บ้านก็ควรต้องเปลี่ยนแล้วเช่นกัน ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงฤดูหนาวอาจจะย่ำแย่เอาได้ เช่นนั้นก็ค่อย ๆ เตรียมตัวกันเถอะ!
“พี่หญิงใหญ่ พวกเราซื้อผ้ากลับไปทำชุดให้น้อง ๆ ด้วยเถอะ รอให้พวกเราปักผ้าเช็ดหน้าพวกนั้นเสร็จเสียก่อนแล้วค่อยมาซื้อไปอีก” เมื่อคาดการณ์ไว้เช่นนั้นจึงเดินตามพี่สาวเข้าไปในร้าน
ในครั้งนี้พวกเขาซื้อผ้าฝ้ายทอละเอียดสีฟ้าอ่อนและสีแดงไปอย่างละหกฉื่อ เมื่อนึกได้ว่าต้องนำไปทำผ้านวมอีกจึงซื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินไปอีกสิบสองฉื่อ เพราะเด็กแรกเกิดจำเป็ต้องใช้ผ้าเหล่านี้ สองพี่น้องจึงกัดฟันซื้อผ้าฝ้ายทอละเอียดมาทั้งหมด ผ้าฝ้ายทอละเอียดหนึ่งฉื่อเป็เงินสิบแปดอีแปะ พวกนางซื้อทั้งหมดยี่สิบหกฉื่อคิดเป็เงินสี่ร้อยหกสิบแปดอีแปะ เมื่อนึกขึ้นได้อีกว่าเสื้อผ้าของพี่ใหญ่กับพี่หญิงใหญ่ต่างก็สั้นขึ้นไม่น้อย พวกนางจึงกัดฟันซื้อผ้าฝ้ายทอหยาบ ๆ อีกสิบสองฉื่อ และจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งร้อยสิบสองอีแปะ
“เถ้าแก่ พวกข้าขอซื้อของเหล่านี้ถูกลงกว่านี้ได้หรือไม่เ้าคะ?” หลี่ิเยว่กะพริบตาโต ๆ ใส่เถ้าแก่ร้านเพื่อต่อรองราคา
เ้าของร้านขายผ้าเป็ชายวัยกลางคนที่ดูมีไหวพริบ เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ สองคนต่อรองราคาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่เศษผ้าครึ่งถุงที่วางอยู่บนโต๊ะยาว “แม่นางน้อย เช่นนั้นข้าแถมเศษผ้าเหล่านี้ให้พวกเ้าดีหรือไม่ ผ้าฝ้ายเ่าั้ไม่อาจขายให้ถูกลงกว่านี้ได้แล้วจริง ๆ”
หลี่ิหัวมองเศษผ้าพวกนั้นก่อนจะกระซิบกับหลี่ิเยว่ว่า “น้องสี่ ผ้าพวกนี้สามารถนำไปเย็บรองเท้าได้ แล้วเลือกผืนใหญ่ ๆ นำมาทำเป็ผ้าปะได้”
หลี่ิเยว่เองก็มองเศษผ้าในถุงนั้นด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่าข้างในมีผ้าแพรและผ้าไหมอยู่ไม่น้อย นางก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที จึงหันไปเอ่ยถามเถ้าแก่ร้าน “เถ้าแก่ ท่านยังมีเศษผ้าเหล่านี้อีกเยอะหรือไม่เ้าคะ?”
เถ้าแก่ร้านไม่เข้าใจว่านางคิดจะทำอะไร แต่ยังตอบไปว่า “ปกติแล้วจะมีคนมารับเศษผ้าเหล่านี้ไป เศษผ้าถุงละสิบอีแปะ ในร้านของข้ายังมีอีกหกถุง หากเ้า้าทั้งหมดล่ะก็ข้าจะขายให้สามสิบอีแปะ ส่วนครึ่งถุงนี่ข้าจะแถมให้พวกเ้า”
เมื่อหลี่ิหัวเห็นเศษผ้ามากมายเช่นนี้ก็เริ่มลังเล หากซื้อเศษผ้ากลับไปมากมายเช่นนี้ เกรงว่าคงจะได้พื้นรองเท้ามามากโขเชียวล่ะ แต่หลี่ิเยว่กลับกระซิบข้างหูนางว่า “พี่หญิงใหญ่ ข้าซื้อเศษผ้าเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ พอกลับไปแล้วข้าจะบอกพี่อีกที”
หลี่ิหัวเห็นว่าน้องสาวมีแผนในใจแล้วจึงไม่ได้พูดอะไรอีก ั้แ่ที่น้องสาวของพวกนางล้มป่วยไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน นิสัยของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย กลายเป็คนที่กล้าแสดงความคิดมากขึ้น ในเมื่อนางอยากซื้อเช่นนั้นก็ซื้อเลยเถอะ!
หลี่ิเยว่เห็นพี่สาวเห็นด้วยแล้ว นางจึงหยิบเงินออกมาหกร้อยสิบอีแปะส่งให้เถ้าแก่ไป ในขณะนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าพวกนางทั้งสี่คนคงถือของมากมายเหล่านี้ไปไม่ไหว เลยหันไปถามเถ้าแก่ “พวกข้าถือของไปไม่ไหว ท่านช่วยให้คนนำไปส่งที่ประตูเมืองได้หรือไม่เ้าคะ? เกวียนของบ้านข้าจอดรออยู่ที่นั่น”
ร้านขายผ้ามีคนขอให้ส่งของเช่นนี้เป็ประจำอยู่แล้ว เขาจึงเรียกคนเข็นเกวียนสองล้อมาและขนเศษผ้าใส่ทันที หลี่ิหัวนำของไปเก็บที่เกวียนของหลี่เิด้วยกันกับคนเข็นเกวียนก่อน ส่วนหลี่ิเยว่พาน้องชายทั้งสองคนเดินไปตามถนนต่อ ก้อนเงินหนึ่งตำลึงที่รับมาอยู่ในมือเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เหลืออยู่หนึ่งร้อยสี่สิบเก้าอีแปะ เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่พวกเขาเข้าเมืองมาจึงออกเดินไปตามถนน
“เจี๊ยบ ๆ เจี๊ยบ ๆ” เสียงลูกไก่ร้องดังมาไม่ไกล ทำให้หลี่อวิ๋นฮุยตกหลุมรักขึ้นมาทันที เขาดึงมือของพี่สาวและร้องขึ้นอย่างดีใจ “พี่สี่ ข้างหน้ามีลูกไก่ด้วย”
ขณะที่พูดเขาก็ดึงหลี่ิเยว่ไปที่แผงขายลูกไก่ด้วยกัน สองพี่น้องย่อตัวลงััลูกไก่ในตะกร้าอย่างระมัดระวัง หลี่ิเยว่เองก็ย่อตัวลงมองดูลูกไก่บนแผงด้วยเช่นกัน จากนั้นนางจึงยิ้มแล้วถามคนขายไก่ว่า “ท่านป้า ลูกไก่พวกนี้ขายอย่างไรหรือ?”
คนขายไก่เป็หญิงวัยสี่สิบกว่า ๆ นางมาตั้งแผงที่นี่ั้แ่เช้าแล้ว แต่ยังขายไม่ได้สักตัว ตอนนี้ยังดีหน่อยที่มีคนมาถาม แม้คนที่มาจะยังเป็เด็กทั้งสามคน แต่เมื่อคิดว่าคงไม่มีลูกค้าอยู่แล้วจึงพูดคุยกับเด็กทั้งสาม “พวกลูกไก่เหล่านี้ราคาตัวละเจ็ดอีแปะ แม่หนูน้อยซื้อกลับไปเล่นหลาย ๆ ตัวเลยสิ!”
หลี่ิเยว่เองก็ตรวจดูลูกไก่ที่อยู่ในมือ ลูกไก่ขยับไปมาอย่างกระวนกระวาย แต่ร่างกายที่มีขนปุกปุยนั้นก็น่ารักมาก “ท่านป้า ถ้าท่านขายให้ข้าตัวละห้าอีแปะข้าจะเหมาหมดเลย”
ป้าคนขายไก่ได้ฟังเช่นนั้นก็งุนงงเล็กน้อย ลูกไก่เหล่านี้จะขายตัวละห้าอีแปะก็ได้ แต่เมื่อเป็คนขายก็ย่อมอยากขายให้ได้มากกว่านี้เสียหน่อย นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ “แม่หนูน้อย ข้าฟักลูกไก่มาเองก็มีต้นทุนไม่น้อย เช่นนั้นข้าขายให้ตัวละหกอีแปะเล่า เ้าว่าอย่างไร”
หลี่ิเยว่ส่ายหัวราวกับกลองสั่น ก่อนจะวางลูกไก่ในมือลง และจับมือน้องชายทั้งสองพลางพูดอย่างหนักแน่น “ตัวละห้าอีแปะ หากมากกว่านี้ข้าก็ไม่เอาแล้ว”
ส่วนหลี่อวิ๋นโม่นั้นชี้ไปยังลูกไก่ที่ตาปิดอยู่ข้างหนึ่งพลางพูดว่า “ท่านป้า ท่านดูลูกไก่ตัวนี้สิ มันดูเหมือนจะแย่นะ หากมันตายไปล่ะก็ไม่ดีแน่ ท่านป้าขายให้พวกเราถูก ๆ เถอะ!”
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
