กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้านแม้ว่านางอยากจะนอนก็นอนต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะเสียงท้องของนางดังประท้วงโครกครากไม่หยุด กลิ่นหอมของอาหารมันเชิญชวนให้หิวจริงๆ
หวังลี่เหยาลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย จริงสิ! เมื่อวานหลังกลับจากอาบน้ำนางสู้รบบนเตียง แค่ก! ดิ้นรนหนีไอ้โรคจิตบนเตียงนี่นา ไม่ใช่ว่าโดนแอ้มไปแล้วนะ? ชาติที่แล้วไม่ได้จนถึงอายุ30ปี เลยนะชาตินี่นางยังเด็กอยู่เลย นางยังไม่ถึง15ปีเลยนะ
แต่พอมาสำรวจตัวเองดีแล้วก็ไม่น่าจะใช่ ถ้าหากว่าไม่นับริมฝีปากที่บวมแดงเวลาแตะแล้วเจ็บ ที่อื่นก็ดูปกติทุกอย่าง อีกอย่างนึง จากที่เคยอ่านมาถ้าเสียซิง เฮ้ย! พรมจรรย์ไปแล้วเืต้องมีสิ นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่นางยังไม่มีอะไรบุบสลาย เพราะว่าหวังลี่เหยาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่แต่งงาน นางไม่อยากมีครอบครัว
ยิ่งนางเป็แบบนี้มีพลังขนาดนี้ก็ยิ่งลำบากกว่าเดิมอีก นางรับรู้ได้ว่าถ้ามีคนรู้ว่านางทำอะไรได้บ้างยิ่งอันตราย จากที่เคยเป็คอนิยายมาก็มาก ถ้าหากมีผลประโยชน์เขาก็จะเก็บตัวนางเอาไว้ แล้วถ้าหากนางทำให้ใครเสียผลประโยชน์คงไม่มีใครคิดจะเก็บนางเอาไว้อย่างแน่นอน
นางไม่ใช่นางเอกที่จะใช้พลังเพื่อให้ผู้คนมาสนใจ และแย่งชิง นางแค่อยากอยู่เงียบๆ สงบๆ เหมือนชาติก่อนก็พอแล้ว เอาเถอะเดี๋ยวค่อยคิดวันข้างหน้ายังมาไม่ถึงนี่นา
" จริงสิ อาหาร ข้าไม่ได้กินอะไรดีๆ มาหลายวันแล้ว ผลไม้มันไม่อยู่ท้องเลย ข้าคิดถึงข้าวเหนียว"
ทันใดนั้นกล่องข้าวเหนียวหอมกรุ่นก็วางอยู่ตรงหน้า
"ว้าว! ข้าวเหนียวของโปรด อย่างนี้ก็ได้เหรอ โครตเทพเลย เสียดายอยากกินส้มตำ ไก่ย่าง”
"ฮูหยินเ้าตื่นแล้ว หิวหรือไม่?พี่ทำอาหารมาให้เ้าหลายอย่างเลย พี่ไม่รู้ว่าเ้าชอบกินสิ่งใด”
หากใครมาได้ยินจักรพรรดิปีศาจพูดคำนี่คงต้องตกตะลึงอ้าปากค้างเป็แน่ ส่วนด้านหวังลี่เหยาอ้าปากค้างจนหุบไม่ลง อะไรคือฮูหยิน? อะไรคือพี่? แล้วไหนจะน้ำเสียงออดอ้อนนั้นอีก ชวนให้ขนลุกจริงๆ ดีนะที่หล่อ แค่ก! ไม่ใช่แหละ
"เ้าเรียกใครฮูหยิน? ข้าไปเป็ฮูหยินเ้าตอนไหนกัน?"
" ก็พี่ไม่รู้ชื่อเ้าก็เลยเรียกฮูหยินไปก่อนหรือเ้าจะให้พี่เรียกว่าน้องหญิงล่ะ?"
"ข้าชื่อหวังลี่เหยาข้าไม่ใช่ฮูหยินใครทั้งนั้น ไอ้คนโรคจิต"
" เหยาเอ๋อร์จูบพี่แล้ว ร่างกายทุกส่วนของพี่เหยาเอ๋อร์ก็ััไปหมดแล้ว เหยาเอ๋อร์ต้องแต่งให้พี่เป็ฮูหยินของพี่สิ"
" ห่ะ! อะไรนะ!? จะบ้าเหรอ ข้าไม่ได้อยากจะจูบหรืออยากจับตัวเ้า เ้านั้นแหละที่จับข้า จะ จูบข้า"
หวังลี่เหยาเถียงปากคอสั่นไปหมดเกิดมาพึ่งเคยเจอ โดนบังคับแล้วยังต้องรับผิดชอบอีก นี่เป็จูบแรกของนางทั้งสองชาติเลยนะ
"งั้นรึ ถ้าอย่างนั้นพี่จะเป็ฝ่ายรับผิดชอบเหยาเอ๋อร์เอง เรียกพี่ว่าพี่หานฟงหรือท่านพี่ก็ได้นะ"
"ไม่เรียกอะไรทั้งนั้นแหละ ออกไปได้แล้วนี่ที่พักข้า"
"เหยาเอ๋อร์มากินข้าวก่อน เดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้ หลังจากนี้เรามีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีกเยอะ"
เว่ยหานฟงรีบพูดกลัวนางจะไล่ไม่ให้เขาอยู่ต่อ หวังลี่เหยามองไปที่โต๊ะอาหาร เห็นอาหารมากมายชวนให้น้ำลายไหลตอนนี้อยากจะนั่งลงกินอาหารตรงหน้านี้แล้ว ทำอย่างไรได้ก็นางอดข้าวมาหลายวันแล้ว ตอนนี้หิวข้าวจนตาลายไปหมดแล้ว
"เ้าทำเองหมดเลยเหรอ?"เื่อื่นเดี๋ยวค่อยคุยกันอาหารน่ากินตรงหน้ามัวแต่ลีลาก็อดสิ
"ใช่พี่ทำเอง ต่อไปถ้าเ้าอยากกินอะไรหรืออยากได้สิ่งไหนขอเพียงเ้าบอกมาพี่หาให้เ้าได้"
เว่ยหานฟงยิ้มกว้างขึ้นตอบนาง เมื่อเห็นว่านางดูอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว เขาคิดในใจว่า คงต้องทำอาหารให้นางทุกมื้อแล้วนางจะได้อารมณ์ดี หวังลี่เหยาไม่ตอบ เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ลงมือกินข้าว นางหิวมากจนไม่อยากตั้งแหง่อะไรกินเสร็จค่อยคุยกันอย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียว
" มานั่งกินด้วยกันสิ ข้ากินไม่หมดหลอกนะ"
หวังลี่เหยาชวนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำตาปริบปริบมองนางกินข้าวอย่างน่าสงสาร เว่ยหานฟงหลุบตาลงซ่อนประกายตาดีใจเอาไว้ รีบนั่งลงกินข้าวข้างๆ นาง พร้อมกับคอยดูแลคอยคีบอาหารให้นางไม่หยุด
"เหยาเอ๋อร์ ทานเยอะๆ นะเอานี่ด้วย"
ที่แท้การมีหนุ่มหล่อมาคอยเอาใจ คอยคีบอาหารให้มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง นางเริ่มจะเข้าใจคนที่เที่ยวบาร์โฮสต์แล้วว่ามันรู้สึกดีแค่ไหน
หวังลี่เหยาแอบสังเกตุชายหนุ่มข้างๆ เมื่อเช้าวุ่นวายกับการต่อสู้บนเตียงเลยไม่รู้อะไรเลยว่าเขาเป็ใคร มาทำอะไรที่นี่แล้วตามนางมาั้แ่เมื่อไหร่ คงต้องมีเื่คุยกันอีกยาว แต่เท่าที่เห็นในตอนนี้เขาเป็คนเ้าชู้แน่ๆ เพราะปากว่ามือถึงขนาดนั้น เจอหน้าครั้งแรกก็จับจูบเลย คิดแล้วขึ้นเลย โมโห ถือว่ารูปหล่อคงจีบสาวไปทั่ว ชาติที่แล้วนางเห็นมาเยอะ ยิ่งอยู่ในยุคเมีย3อนุ4แบบนี้คงมีครบ ไหนจะอะไรนะ?ที่เรียกอุ่นตงอุ่นเตียงอะไรนั้นอีก
แต่ถ้าหากสังเกตดูผิวพรรณของเขาดีๆ ไม่น่าจะเป็แค่คนธรรมดาหรือจะเหมือนท่านอ๋อง องค์ชาย หรือฮ่องเต้ตามที่เห็นในนิยาย คงไม่โชคร้ายขนาดนั้นมั้งหวังลี่เหยา
หวังลี่เหยาถ้าหากว่าเขาใช่ จะโดนตัดคอไหมเนี่ยทั้งด่าทั้งตี เฮ้อ! เครียด เว่ยหานฟงนั่งกินอาหารไปคีบอาหารให้นางบางครั้ง หน้าขึ้นสีแดงก่ำ เมื่อนางเอาแต่แอบจ้องหน้าเขาไม่หยุด จับตะเกียบมือไม้สั่น เกิดมาไม่เคยมีสิ่งใดที่เขาควบคุมอะไรไม่ได้แบบนี้มาก่อน เอาเถอะถ้าหากนางชอบมอง เขาก็จะนั่งให้นางได้มองไปตลอดชีวิต คิดแล้วมุมปากก็โค้งสูงขึ้นกว่าเดิม
หลังกินข้าวเสร็จแล้วหวังลี่เหยาตัดสินคุยกับชายหนุ่มตรงๆ
" ท่านเว่ยเ้าคะ "
"เรียกพี่หานฟง"
" เ้าค่ะ พี่หานฟงข้าอยากรู้ว่าท่านเป็ใคร?แล้วมาทำอะไรที่นี่? แล้วท่านตามข้ามาั้แ่เมื่อไหร่?"
เว่ยหานฟงส่งยิ้มไปให้นางอย่างพึงพอใจ ในที่สุดนางก็อยากที่จะรู้จักเขาบ้างแล้วจึงบอกเล่าเื่ราวของเขาโดยไม่ปิดบัง
" พี่เป็ประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬ พี่เติบโตที่ป่าแห่งนี้ อาจารย์ของพี่เคยอยู่ที่นี่จนอาจารย์ของพี่เสียชีวิต พี่ถึงออกจากหุบเขาพิษ"
เว่ยหานฟงเริ่มบอกเล่าเื่ของตัวเองแต่ไม่เล่าละเอียดมีเพียงบางเื่เท่านั้นที่เขาไม่ได้บอกนางเพราะไม่อยากะให้นางรับรู้เื่ทุกข์ใจของเขา เขามองว่ามันไม่จำเป็
"ก่อนถึงหน้าหนาวพี่ต้องลงมาฝึกตนที่นี่วันนั้นอยู่ๆ ร่างเ้าก็ตกลงมาเบื้องหน้าพี่ ตัวพี่เองไม่รู้ว่าเ้าเป็ใคร? และมาจากไหน?แต่พี่ได้แต่คอยลงอักขละป้องกันแมลงและสัตว์ร้ายไม่ให้เข้าใกล้หรือไปรบกวนในระหว่างที่เ้ากำลังพักผ่อนนะแต่เ้าไม่รู้ตัว ได้แต่คอยช่วยเหลือเ้าอยู่ห่างๆเพราะพี่กลัวว่าตัวเ้าใ"
เว่ยหานฟงข้ามไปหลายตอนเลยทีเดียวในตอนแรก ที่เขาเกือบจะฆ่านางไปแล้วด้วยซ้ำเพราะคิดว่านางมารบกวน แต่แล้วเขาเปลี่ยนใจปล่อยนางเอาไว้ดูเล่นแก้เบื่อในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่นี่
หวังลี่เหยานึกขอบคุณเขาในใจถึงว่าป่าทึบขนาดนี้ทำไมถึงไม่มีงูหรืออะไรให้นางได้เห็นเลยนอนป่าแต่ไม่มียุงกัดซักตัวทั้งๆ ที่ไม่มีมุ้ง ที่แท้เค้าคอยช่วยนางไว้นี่เอง
"ขอบคุณเ้าค่ะพี่หานฟง แล้วเื่ทำแผลของข้าล่ะเ้าคะ"
หวังลี่เหยาจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง เว่ยหานฟง รับรู้ถึงเหงื่อที่ซึมทั่วแผ่นหลังเขาหลุบเปลือกตาลง พยายามวางหน้าเคร่งขรึม ผิดกับใบหน้าที่มีริ้วสีแดงพาดผ่านบนหน้าจนแดงไปหมดทั้งหน้าแล้วตอนนี้
" พี่เข้ามาในบ้านนี้เพราะเ้าเป็ไข้ พี่ก็เลยต้มยาให้เ้า แต่เห็นแผลของเ้าเพราะเืซึมออกมาพี่ก็เลยใส่ยาให้ แต่พี่ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะพี่มองแต่แผลอย่างเดียวทายาเสร็จพี่ก็กลับ"
เว่ยหานฟงรีบอธิบายอย่างรวดเร็วกลัวนางถามเื่อื่น อย่างเื่ตอนนางอาบน้ำเขาไม่ได้โกหกนางเลย ตอนทำแผลเขาไม่ได้มองร่างของนางจริงๆ แต่ไม่นับตอนนางอาบน้ำนี่จะบอกทำไมในเมื่อนางไม่ได้ถามนี่นา