“แกจะทำอะไร? ไอ้เด็กเปรต แกคิดจะทำอะไรน่ะห๊ะ!?” เ้าอ้วนหวังควงแขนไปรอบ ๆ ทำท่าทางอย่างกับหมูในโรงฆ่าสัตว์ที่กำลังจะโดนเชือด “ไอ้สัตว์ประหลาด! ปล่อยฉันไป!”
เขาน่ะเหรอคือสัตว์ประหลาด? เสียงะโปลุกฉินเฉาตื่นจากความโกรธ ฉินเฉาคลายมือออกปล่อยร่างของเ้าอ้วนหวังร่วงลงพื้น ความเ็ปเล่นแปล๊บขึ้นที่ก้นกบของเ้าอ้วนหวัง
มีเื่แปลก ๆ เกิดขึ้นกับเขาหลายอย่าง ฉินเฉาทบทวนความจำจากเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาแสดงท่าทางราวกับเป็ฮีโร่ เขาคลับคล้ายคับคลาเหมือนว่าตัวเองได้เห็นเงาดำ ๆ ลอยเข้าสู่ร่างกายของตน ตอนที่แจกันตกใส่หัวของเขา แล้วจากนั้นอยู่ ๆ เขาก็แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่เฉพาะที่แขนกลายเป็สีดำเหมือนสัตว์ป่า แต่เขาสามารถหยุดรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงด้วยแขนเปล่า ๆ ตอนนี้ร่างกายของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยพลังความแข็งแกร่ง แม้แต่กระแสไฟฟ้าจากกระบอง ยังไม่สามารถทำให้เขาเ็ปได้ เขาสามารถอัดพวกรปภ.เหล่านี้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดาย
ในตอนนี้เอง หนึ่งในรปภ.ได้เข้ามากอดเขาไว้จากทางด้านหลัง จากนั้นะโว่า “เร็วเข้า ฉันจับเขาได้แล้ว รีบช่วยหัวหน้าเร็วเข้า!”
หลังจากชายคนนี้ร้องะโคนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้สึกตัว พวกมันรีบวิ่งไปหาอ้วนหวัง แล้วเห็นว่าสภาพของมันค่อนข้างสะบักสะบอมจากการถูกโจมตี ระหว่างนั้นเองชายคนที่จับตัวฉินเฉาก็พ่นลมหายใจที่เหมือนกับกลิ่นกล้วยไม้ออกมา แล้วพูดกระซิบข้างหูฉินเฉาว่า
“กายาปีศาจ.....หึหึ โชคของข้าช่างดีจริง ๆ ....เ้าระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ ก่อนที่ข้าจะมาหาเ้า อย่าถูกปีศาจตัวอื่นกินไปซะก่อนล่ะ”
ทันใดนั้นฉินเฉาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาลง เป็เพราะรปภ.ที่อยู่ด้านหลังเขาอยู่ ๆ ก็หายไปกับอากาศ ฉินเฉารู้สึกว่ามันประหลาดมาก เพราะอยู่ ๆ เขากลับรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มคล้ายกับหน้าอกของผู้หญิงกำลังเบียดเสียดกับแผ่นหลังเขาอยู่ ทันใดนั้นรปภ.ผู้ชายที่อยู่ด้านหลัง ก็กลายเป็ผู้หญิง
“พวกแกยืนโง่อยู่ทำไม รีบ ๆ มาช่วยดึงฉันลุกขึ้นสิวะ!”
ได้ยินเสียงะโของอ้วนหวัง พวกรปภ.รีบตะลีตะลานดึงมันขึ้นจากพื้น ก้นของเ้าอ้วนหวังาเ็สาหัสมาก ความรู้สึกเจ็บบริเวณก้นกบทำให้โกรธเป็อย่างมาก
“เก่งนักนะแก... คิดจะแข็งข้อกับฉันเหรอ? มันไม่จบแค่นี้แน่!” อ้วนหวังพูดกับฉินเฉาด้วยดวงตาเล็กๆ ของเขา พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนมันกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ มันจับจ้องเข้าไปในดวงตาของฉินเฉา เมื่อเห็นสายตาเ็าของเขามันก็สะดุ้งใหวาดกลัวจนร่างกายสั่นเทิ้ม
“รีบล้อมมันไว้! ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!” อ้วนหวังะโ จากนั้นก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ในตอนนั้นเองเสียงหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้น ซึ่งเป็เสียงที่มายุติปัญหาทุกอย่างที่กำลังรุมล้อมฉินเฉา
“ไม่จำเป็ต้องโทรหาตำรวจ ผู้อำนวยการซูเป็คนเรียกเขามาเอง”
ทุกคนมองไปที่ต้นเสียง พวกเขาเห็นสาวสวยสวมสูทสีขาวยืนอยู่ด้านข้าง ท่อนขาขาวจั๊วะเรียวยาวของเ้าหล่อนนับว่าเป็สินค้าชั้นเยี่ยมเลยทีเดียว
“เลขาฉิน” ราวกับเวทมนตร์ ใบหน้าอัปลักษณ์ของเ้าอ้วนหวังเปลี่ยนไปในทันที ตอนนี้มันยิ้มแก้มปริทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมประจบประแจงสุดขีด
สาวสวยที่ถูกเรียกว่าเลขาฉินขมวดคิ้ว เดินมาอย่างเงียบ ๆ พูดด้วยรอยยิ้มมืออาชีพ
“คุณหวัง รู้สึกว่าคุณจะทำเกินไปแล้วนะคะ”
ด้านหลังเลขาฉินคือ สองสาวน้อยที่กำลังโบกมือให้กับฉินเฉา
ฉินเฉาเข้าใจทันที สองสาวฟางเหวินกับหู่หลี่ลี่เห็นว่าสถานการณ์ชักไม่เข้าท่า ทั้งสองจึงรีบไปรายงานให้สำนักงานใหญ่ทราบ เลขาฉินที่เรียกเขามานี้ไม่เพียงแต่มีน้ำเสียงหวานหยดย้อยเท่านั้น รูปร่างของเธอก็ยังน่ารักน่าชังเป็อย่างมาก
“คุณคือ ฉินเฉา? แล้วทำไมคุณดูเหมือนมัมมี่อย่างนี้ล่ะคะ...?” เลขาฉินมองฉินเฉาั้แ่หัวจรดเท้า ลังเลอยู่นานกว่าจะเรียกชื่อเขาออกมา จากนั้นก็พึมพำเล็กน้อย
“ฮิ ๆ ...” สองสาวที่อยู่ด้านหลังทนไม่ไหวจึงหัวเราะออกมา แต่เ้าอ้วนจ้องทั้งสองตาเขม็ง สองสาวเลยรีบวิ่งไปหลังตึกอย่างเร็วที่สุด
“ครับ ผมชื่อฉินเฉา” ฉินเฉาสำรวมตัวเองส่งยิ้มให้เธอ ต่อจากนี้พวกเขาจะกลายเป็เพื่อนร่วมงานกัน ดังนั้นเขาต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอเอาไว้ โดยเฉพาะมีเพื่อนร่วมงานสวย ๆ ขนาดนี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม อาจเพราะการได้มาทำงานที่นี่มันช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้เขาได้ “พี่สาวสวยมากเลยครับ ยิ่งกว่านั้นแซ่ของเรายังเหมือนกันอีก ผมรู้สึกเป็เกียรติมากที่ได้รู้จักคุณ”
“เหอะ!” อ้วนหวังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พึมพำออกมา “ไอ้กะล่อน”
เลขาฉินมองเขา “คุณเรียกฉันว่าฉินหลิงก็ได้ค่ะ มากับฉัน... ผู้อำนวยการรอคุณอยู่นานแล้ว”
แล้วเธอก็เดินส่ายสะโพกอย่างผ่อนคลายเข้าไปในโรงเรียน
สะโพกกลมกลึงที่ถูกหุ้มด้วยเครื่องแบบรัดรูป ขลับให้ก้นกลม ๆ ของเธอดูราวกับแตงโมสองลูก ฉินเฉากับรปภ.คนอื่น ๆ ต่างพากันจ้องมองตาเป็มัน มุมปากของแต่ละคนมีน้ำลายไหลย้อยออกมา
ฉินหลิงรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองจากข้างหลัง เธอหันขวับกลับไปมองหน้าพวกเขา ถลึงตาจ้องมองพวกเขาอย่างคาดโทษ
“มองอะไรกัน!? แยกย้ายไปได้แล้ว!”
“ครับ ๆ!” ฉินเฉาพยักหน้า แต่ในใจกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น โอ้อนิจจังเพราะความหื่นอาจนำทางเ้าสู่ความขมขื่น หลายครั้งหลายคราที่เขาพยายามยับยั้งชั่งใจ ทันใดนั้นหางตาของเขาเห็นความเกลียดชังออกมาจากสายตาของเ้าอ้วนหวัง เขาจึงรีบเดินตามฉินหลิงไปอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เด็กเปรต!” หลังจากที่ทั้งสองคนเดินจากไปไม่นาน อ้วนหวังก็ร้องะโด้วยความโมโห “ไอ้เด็กนรกนั่นมันกำลังจะมาทำงานที่นี่ พวกแกทุกคนต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำ ให้มันรู้ว่าใครใหญ่ อัดมันทุกครั้งที่เห็น ได้ยินมั้ย! ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง!”
จากนั้นมันก็เดินลูบก้นสลับกับหัวของตัวเอง เดินกะโผลกกะเผลกกลับเข้าห้องรักษาความปลอดภัยไป
“เหอะ!” รปภ.คนอื่น ๆ ก่นด่าเขา หน้าอย่างแกนะเหรอจะมานั่งรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้น บังคับพวกเราให้ทำร้ายคนอื่น ถ้าถึงเวลาเข้าจริง ๆ คนที่ต้องคอพาดเขียงก็ไม่พ้นพวกเราหร๊อก! ไอ้คนที่ชื่อฉินเฉานั่นก็เก่งเป็บ้า เผลอ ๆ มันอาจจะเรียนมวยมาก็ได้?
ขณะที่พวกมันกำลังนวดกับการเดามั่ว ๆ ว่าฉินเฉาเรียนมวยมาหรือเปล่านั้น ทางด้านของฉินเฉากำลังเดินตัวสั่นตามหลังเลขาฉินหลิงต้อย ๆ เข้าไปในตึกบริหารของโรงเรียน
สายตาของเขาสอดส่องไปรอบ ๆ เขาเห็นตึกเรียนดูทันสมัยน่าประทับใจตั้งตระหง่าน ภายในหัวใจเขาก็อดเศร้าโศกไม่ได้ โรงเรียนแห่งนี้หากเปรียบเทียบกับวิทยาลัยระดับ 3 ของเขา กับโรงเรียนกวงหยวนแล้วล่ะก็ ก็คงเหมือนกับคุณโสชั้น 1 อยู่ในซ่องชั้น 1 ผู้คนเสาะแสวงหาอยากจะลองเหยียบเข้ามาสักครั้ง ขณะที่วิทยาลัยระดับ 3 ของเขาเหมือนกับตัวราคาถูก อยู่ในซ่องเก่า ๆ โกโรโกโส หน้าอกราบเรียบ ก้นแบนเรียบ รูปร่างหน้าตาแสนธรรมดา ผู้ใช้บริการของเ้าหล่อนก็มีแต่พวกจน ๆ ที่มีโรคติดต่อทางเพศแถมมาด้วย มีเพียงสิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นในห้องห่วย ๆ นั่น
ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวจริง ๆ!
ซูเฟยอยู่ในห้องทำงานที่สดใส หลังจากได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเธอบอก เธอก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย สาวน้อยคนนี้ชอบอยู่แต่ในที่เสี่ยง ๆ ไปแม้กระทั่งที่อันตราย ๆ อย่างสวนสาธารณะเฉาหยาง! โดยปกติแล้วคนทั่วไปเขาไม่ค่อยจะไปกัน
เธอฝักใฝ่ในศาสนาพุทธ พอ ๆ กับชอบติดต่อกับคนแปลก ๆ มันน่าผิดหวังในฐานะที่เป็พี่สาว ที่ไม่รู้ถึงความเคลื่อนไหวของน้องสาวตัวเองเลย
พ่อของเธอซูเสี่ยนฉิน เคยลงโทษสาวน้อยแสนซนคนนี้ด้วยการส่งซูจีกลับจิงหยางในเช้าวันหนึ่ง จากนั้นก็กักบริเวณให้เธออยู่แต่ในบ้าน โดยออกกฎเข้มงวดไม่ยอมให้เธอเดินออกนอกประตูแม้แต่ก้าวเดียว
แม้ว่าน้องสาวของเธอจะถูกช่วยเหลือ โดยชายหนุ่มที่ชื่อว่าฉินเฉาก็ตาม ซูเฟยก็ไม่ชอบคนแบบนี้สักเท่าไหร่นัก เธอสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับฉินเฉาแล้ว เลยรู้ว่าเขาจบจากวิทยาลัยระดับ 3 กำลังตกงาน บางทีเขาอาจเป็คนที่จ้างนักเลงพวกนั้นเองก็ได้ เขาอาจ้ารวยทางลัด โดยใช้ความมั่งคั่งของตระกูลซูของเธอ
ผู้ชายแบบนี้ซูเฟยเห็นมานักต่อนักแล้ว เธอต้องพูดดี ๆ กับซูจีเพื่อให้เธอไม่ติดต่อกับคนแบบนี้อีก
ั้แ่ก้าวแรกที่เขาเข้ามาเหยียบโรงเรียนของเธอ เขาก็ทำร้ายหวังเหวินคุน หัวหน้ารักษาความปลอดภัยของโรงเรียน นอกจากนี้หวังเหวินคุนเป็ญาติห่าง ๆ ของตระกูลซูของเธอ ด้วยความสัมพันธ์ทางสายเืถึงแม้จะค่อนข้างห่างเอามาก ๆ ก็ตาม แต่มันก็มักจะอวดเบ่งราวกับตัวเองเป็เ้าของโรงเรียนนี้
พอคิดถึงชายน่ารังเกียจคนนี้ ซูเฟยก็แอบยิ้มอย่างสะใจที่มันโดนสั่งสอนซะบ้าง แล้วเธอก็พูดพึมพำกับตัวเองว่า “ดีล่ะ... ในเมื่อนายมาอยู่ที่นี่แล้ว ฉันจะเตรียมงานดี ๆ ให้กับนายเอง”
ขณะที่กำลังพูดกับตัวเองอยู่นั้น เสียงของเลขาฉินหลิงก็ดังมาจากหน้าประตู
“ผู้อำนวยการซู ดิฉันพาฉินเฉามาพบแล้วค่ะ....”
“เข้ามาได้” ซูเฟยรีบทำหน้าเ็าเคร่งขรึม
หลังจากสิ้นเสียง ประตูห้องทำงานได้เปิดออก หัวที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลเดินเข้ามา เผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้น
“คุณคือฉินเฉา?” ซูเฟยตะลึง แต่ทันใดนั้นเธอก็จำได้เกี่ยวกับสิ่งที่น้องสาวเธอพูด เธอบอกว่าเพราะชายคนนี้เข้ามาช่วยเหลือเขาเลยถูกตีที่หัวจนเือาบ พอเห็นเขาเธอก็เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างแจ่มแจ้งทันที พอรู้ความจริงเธอก็รู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้แอบคิดไม่ดีกับเขา ชายคนนี้ได้รับาเ็จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะรอยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือซูจี เพราะเหตุนี้ซูจีเลยอยากทำคุณไถ่โทษฝากฝังงานให้กับเขา
ขณะที่เธอกำลังเริ่มใจอ่อน ทันใดนั้นเธอก็เหลือบเห็นเขากำลังทำตาพริ้มจ้องมองหน้าอกเธอ ที่ปูดบวมราวกับโดนแมงป่องต่อย เมื่อเห็นตัวเองกำลังถูกแทะโลมด้วยสายตาแบบนี้ทันใดนั้นซูเฟยก็ฉุนกึ้ก แล้วจ้องมองหน้าเขาอย่างเ็า
“อ่าา... ครับ ผมเอง” หลังจากจ้องมองหน่มน้มสาวสวยอยู่นาน ทันใดนั้นฉินเฉาก็เริ่มรู้สึกตัว ฉินเฉาทอดถอนหายใจ ูเาลูกโตที่นูนยื่นออกมาด้านหน้าช่างสวยเด่นเป็สง่าเสียจริง ๆ ความใหญ่โตมโหฬารไม่ได้ด้อยกว่าซูจีเลย แต่เพราะเธอชอบทำหน้าจริงจังฉินเฉาเลยรู้สึกว่าซูจีดูน่ารักกว่า
ผมของเธอสีดำไฮไลท์ด้วยสีทอง ความแตกต่างของทั้งคู่อนึ่งไฟกับน้ำแข็ง
“ผู้อำนวยการซู ขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนคุณ ผม....”
ก่อนที่ฉินเฉาจะทันพูดจบประโยค ซูเฟยก็ตัดบทสนทนาด้วยการโบกมือและพูดอย่างเ็าว่า
“โอเค ฉินหลิง เธอเข้ามา”
หลังจากที่เลขาเข้ามา เธอพูดว่า “พาฉินเฉาไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยแล้วหาเครื่องแบบให้เขา ั้แ่พรุ่งนี้ไปให้เขาเป็รปภ.ของที่นี่”
“อ่า?” ทั้งฉินเฉา และ ฉินหลิงตกตะลึง แต่หลังจากมองเข้าไปในดวงตาที่ดุร้ายของซูเฟย เธอก็เข้าใจทันที
“ค่ะ ผู้อำนวยการซู” ด้วยเหตุนั้น เธอจึงดึงฉินเฉาออกจากห้อง “คุณมากับฉัน”
เธอลากฉินเฉาที่กำลังยืนอึ้งออกจากห้องของซูเฟย
“หึหึ!” ซูเฟยหัวเราะเยาะเบา ๆ “เ้าบ้ากาม ดูสิ...ฉันจะจัดการนายยังไง”
ซูเฟยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของเธอครั้งนี้จะส่งผลกระทบยังไงกับชีวิตเธอ
บ้าเอ๊ย! ฉินเฉามองเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยสีน้ำเงินบนแขนของเขาพร้อมไม้กระบองคู่กาย ก็อดเวทนาตัวเองไม่ได้เห็นได้ชัดว่าซูเฟยคนนี้กำลังทำอะไรบางอย่างกับเขา
เขาไม่ได้อยากจะเป็รปภ. เพราะไอ้อ้วนหวังซึ่งเป็คู่อริของเขา มันเป็หัวหน้ารักษาความปลอดภัยที่คอยจ้องเล่นงานเขาอยู่
รปภ.สองคนในห้องรักษาความปลอดภัย ต่างนิ่งตะลึงเมื่อเห็นหน้าของฉินเฉา
“ไอ้เด็กนรก ตอนนี้แกมาเหยียบถึงถิ่นของฉันแล้ว แกต้องได้ชดใช้!” อ้วนหวังพูด ทันใดนั้นเขาก็หยิบกระดาษกองหนา จากโต๊ะที่ไม่รู้ว่าไม่ได้ทำความสะอาดมานานแค่ไหน
“เห็นนี่ไหม? นี่คือกฎข้อบังคับของหน่วยรักษาความปลอดภัย! ฉันจะให้แกอ่านแค่หนึ่ง แล้วต้องจำทั้งหมดนี้ให้ได้! ถ้าไม่ ก็ไสหัวไปซะ!”
“หนาขนาดนี้เนี่ยนะ?” ตาของฉินเฉาเบิกกว้าง “ไปตาย....” เขาสาปแช่ง ‘ไปตายซะไอ้อ้วนนรก ในหัวมีแต่เื่สกปรก’ แต่เขาจะจดจำทุกอย่างไว้ เขา้างานนี้ เพื่อที่จะรักษางานนี้ไว้ ‘เพื่อค่าเช่า ค่าอาหาร ฉันต้องทนมันไปก่อน’ เขาคิด
“แล้วก็จำใส่กะโหลกน้อย ๆ ของแกเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแกเป็ลูกน้องของฉัน!” อ้วนหวังอยากจะเห็นใบหน้าสิ้นหวังของฉินเฉา ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกพอใจ “ที่นี่ ไม่ว่าแกจะทำอะไร แกจะต้องฟังฉัน แล้วก็ทำตามทุกสิ่งที่ฉันบอก!”
พออ้วนหวังพูดจบมันก็เรียกรปภ.คนหนึ่งที่กำลังดื่มน้ำอยู่ด้านขวาของเขา “หยางกวงรีบ ๆ เสนอหน้ามานี่”
“เอ๋....?” หน้าของหยางกวงซีดลง เขารีบสำรวมตัว เดินไปข้างหน้าอ้วนหวังพร้อมกับเกร็งหน้ารอ
เพลี๊ยะ!!! ฉินเฉาใ อ้วนหวังตบหน้าหยางกวงอย่างแรง จากนั้นเดินกลับไปที่นั่งของเขาอย่างเงียบ ๆ
“ดูเอาไว้ซะว่าที่นี่ฉันใหญ่ที่สุด” จากนั้นอ้วนหวังชี้หน้าฉินเฉา แล้วพูดว่า “ยื่นหน้ามาซะ!”
จบตอน#