“เ้าอย่าได้กำเริบเสิบสานเกินไปนัก!” ดวงตาของกู้ตงหลิงแดงก่ำไปด้วยโทสะนางเกรงกลัวหมอหญิงกู้จึงต้องก้มหน้ายอมจำนนมาตลอดแต่สตรีผู้นี้กลับดูถูกนางถึงเพียงนี้
“ยังมีที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้อีกนะ” กู้ชิงเฉิงไม่สนใจความรู้สึกของนางแม้แต่น้อยกู้ตงหลิงบังอาจแตะต้องอันหยวนถังของนาง ก็สมควรตายแล้ว
นางยั้งมืออย่างที่สุดแล้วที่ไม่เอาชีวิตกู้ตงหลิง
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินยิ่งเห็นกู้ชิงเฉิงก็ยิ่งรู้สึกสนใจนางเป็หญิงที่ตรงไปตรงมาเสียจริง เขาหรี่ตาลง ก่อนจะเอ่ยออกมา“ดี”
“องค์รัชทายาทเพคะ” คุณหนูสกุลกู้กู้ตงหลิงยกมือขึ้นกุมหน้าอก นางรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “นางดูิ่หม่อมฉันถึงเพียงนี้ขอองค์รัชทายาทโปรดเป็ผู้ตัดสินให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”
“ครานี้ เ้าสมควรได้รับโทษแล้ว” สีหน้าของโม่อวี้เฉินเยียบเย็นเขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
และนั่นทำให้กู้ตงหลิงรู้สึกเ็ปในอกยิ่งนักทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำก็เพื่อเขาทั้งนั้น แต่นางไม่อาจเอ่ยออกมาได้เพราะนั่นจะทำให้องค์รัชทายาทต้องตกอยู่ในความไม่เป็ธรรม
ทว่าถึงแม้นางจะไม่เอ่ยโม่อวี้เฉินก็รับรู้ได้อยู่แล้ว
“หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าองค์รัชทายาท บัดนี้เ้าคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”กู้ชิงเฉิงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์หลังจากที่นางเผชิญหน้ากับโม่อวี้เฉินมาสองครั้ง นางก็เปลี่ยนใจ
นางไม่สามารถแข็งข้อได้อีกต่อไปจึงทำได้เพียงกอดขากับองค์รัชทายาทเอาไว้เท่านั้น เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาของตนนางยอมทำทุกวิถีทาง
อันที่จริงแล้วการที่รู้เื่ราวั้แ่ต้นจนถึงตอนจบนั้นก็เป็เื่ที่ทรมานใจไม่น้อย
แม้กู้ตงหลิงจะไม่พอใจแต่นางรู้ว่าหากยังคงยั่วยุหมอหญิงกู้ต่อไป ก็คงไม่เป็ผลดีแน่
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่อาจกล้ำกลืนความแค้นนี้ลงได้
โม่อวี้เฉินนั่งลงตรงข้ามกับกู้ชิงเฉิงเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนางในระยะใกล้
เวลานี้ั์ตาของนางดูอ่อนโยนและสงบนิ่งปราศจากคลื่นอารมณ์ใดๆ
ชั่วขณะหนึ่งโม่อวี้เฉินยากจะหยั่งคาดถึงสิ่งในใจนางได้
“มาเพคะ ลองชิมเหล้าดอกกุ้ยฮวาจากอันหยวนถังของเราดู!” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง คิ้วเรียวโก่งงอน นางรินเหล้าหนึ่งจอก แล้วยื่นให้เขา
จากนั้นอันอี้ฝานก็จัดการลงโทษกู้ตงหลิง
เมื่อมีกู้ชิงเฉิงคอยควบคุมกู้ตงหลิงจึงไม่กล้าขยับเขยื้อน ทำได้เพียงอดทนรับไว้
นางกำหมัดแน่นและสาบานในใจว่า สิ่งใดก็ตามที่อันหยวนถังได้กระทำกับนางนางจะต้องเอาคืนเป็ร้อยเท่าพันทวี
ยิ่งเ็ปในตอนนี้มากเท่าไหร่นางก็ยิ่งจดจำความแค้นนี้ได้ชัดเจนมากเท่านั้น
ตราบใดที่นางยังมีชีวิตรอดกลับไปยังเมืองหลวงนางจะทำให้คนเหล่านี้ตายอย่างไร้ที่ฝัง
“ท่านหมอกู้ สุรานี้ท่านลงมือหมักเองหรือ?” โม่อวี้เฉินรับจอกเหล้ามาพลางเลิกคิ้วขึ้นถาม
อันที่จริงกู้ชิงเฉิงเองก็ชื่นชมโม่อวี้เฉินเช่นกันผงหญ้าลวงใจเกือบครึ่งขวดกลับไม่ส่งผลใดๆ ต่อเขาเลยนับว่ายากจะหยั่งรู้ถึงเบื้องลึกของเขาโดยแท้
“วางใจเถิดเพคะ มันไม่มีพิษ” กู้ชิงเฉิงเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางดื่มไปหนึ่งจอกด้วยตนเอง พร้อมกับคว่ำจอกเหล้าเปล่าลง
โม่อวี้เฉินยิ้มพลางยกจอกเหล้าขึ้นดมที่ปลายจมูก จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“องค์รัชทายาท ไม่สมควรดื่มสุรานะพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงเจ๋อที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดมาตลอดก็เดินออกมา
เขาเดินทางกลับมายังเมืองอี๋สุ่ยเพื่อยับยั้งกู้ตงหลิงแต่กลับมาช้าเกินไป
เขาเองก็ใเช่นกันที่โม่อวี้เฉินถึงกับนั่งลงดื่มเหล้าทำให้เขารู้สึกว่ากู้ชิงเฉิงจะต้องใช้เวทมนตร์กลใดเป็แน่
มิฉะนั้นแล้วด้วยความเ็าขององค์รัชทายาทจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะนั่งดื่มเหล้ากับหญิงแปลกหน้าเช่นนี้
โม่อวี้เฉินเหลือบมองเฟิงเจ๋อ“ถอยไปก่อน”
“แต่ว่า องค์รัชทายาท พิษเหมันต์ของท่าน...” เฟิงเจ๋อร้อนใจหมอกู้ผู้นี้ไม่รักษานายท่านก็แล้วไปเถิด นี่ยังคิดจะทำร้ายเขาอีก
ช่างน่าตายนัก…
โม่อวี้เฉินเงยหน้ามองเฟิงเจ๋อแวบหนึ่งทำให้เฟิงเจ๋อรีบปิดปากลง แล้วถอยไปยืนอยู่ด้านข้างด้วยความไม่เต็มใจนัก
ในเวลานั้นกู้ตงหลิงก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา เข็มเล่มหนึ่งถูกฝังลงไปที่เล็บของนาง
“อุดปากนางซะ” กู้ชิงเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า“ไม่จำเป็ต้องไว้หน้า นางปฏิบัติต่อพวกเ้าอย่างไรพวกเ้าก็ปฏิบัติต่อนางอย่างนั้น เราเพียงแค่เอาคืนก็เท่านั้น”
คุณหนูสกุลกู้กู้ตงหลิงยามลงมือก็โเี้ถึงเพียงนั้นการลงโทษทั้งหมดนี้คือสิ่งที่นางสมควรได้รับ
โม่อวี้เฉินก็มองตามไปพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านหมอกู้… ท่านเคยรับปากกับข้าแล้ว ว่านางจะต้องไม่ตาย” โม่อวี้เฉินเตือนออกมาอย่างมีไมตรี
การกระทำของเขาก็เพื่ออันหยวนถังจะได้ดี
“องค์รัชทายาทวางใจเถิดเพคะ ฝีมือการแพทย์ของหม่อมฉันดีเยี่ยมถึงเพียงนี้จะปล่อยให้นางตายได้อย่างไร? เมื่อนางใกล้ตายถึงตอนนั้นหม่อมฉันค่อยชุบชีวิตนางขึ้นมาใหม่ก็ยังไม่สาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่นางสมควรได้รับ” กู้ชิงเฉิงไม่ได้ใจอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย
เพื่อที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองและกู้จิ่งเซวียนนางจึงไม่อาจใจอ่อนได้
หากกู้ตงหลิงผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ตัวนางก็คงไม่มีวันมีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขเช่นกัน
อีกทั้งนางยังตระหนักดีว่าถึงแม้จะสามารถพึ่งพาโม่อวี้เฉินได้บ้างแต่สำหรับกู้ตงหลิงแล้ว เป็ไปไม่ได้เลย เพราะทั้งสองต่างก็เป็ศัตรูกันมานานแล้ว
เฟิงเจ๋อตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะเขาแทบจะกระอักเืออกมากู้ชิงเฉิงผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า้าทรมานกู้ตงหลิง
กู้ชิงเฉิงช่างเป็สตรีที่โเี้อำมหิตยิ่งนักคนเช่นนี้จะกลายมาเป็หมอเทวดาได้อย่างไร? สองมือนั้นไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อรักษาผู้คนหรอกหรือ?
แต่นางกลับกล่าวออกมาอย่างง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนทำให้แม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิมาหลายปีและมือเปื้อนเืมานับไม่ถ้วนอย่างเขาต้องรู้สึกละอายใจ
นางเป็สตรีเช่นไรกันแน่?ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
โม่อวี้เฉินพยักหน้าและไม่ได้กล่าวอะไรอีก
เขารู้ดีว่าหากวันนี้ไม่ปล่อยให้กู้ชิงเฉิงได้ระบายความแค้นนี้กู้ตงหลิงคงไม่มีชีวิตรอดอยู่เป็แน่
ทั้งร่างของกู้ตงหลิงโชกไปด้วยเืเสื้อผ้าขาดวิ่นเพราะถูกเฆี่ยนตี นางสลบไปเพราะความเ็ปแต่ครู่เดียวก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่นางเคยกระทำต่อผู้คนในอันหยวนถังคนเ่าั้ไม่เคยล่วงเกินนางเลยสักนิดแต่กลับถูกนางกระทำอย่างโเี้ถึงเพียงนี้
เฟิงเจ๋อหันหน้าหนีไม่อาจทนมองได้
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ผู้นี้เคยมีชื่อเสียงโด่งดังไร้ผู้เทียมทานแต่กลับต้องมาลงเอยด้วยสภาพเช่นนี้
โม่อวี้เฉินไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่พยักหน้า จากนั้นก็รินสุราให้ตนเองอีกจอก สุรานี้เป็สุราชั้นเลิศจริงๆเข้มข้นกว่าสุราที่เขาดื่มในวังเสียอีก ช่างเย้ายวนใจจนไม่อาจห้ามใจได้
กู้ชิงเฉิงดื่มสุราพลางสังเกตโม่อวี้เฉินไปด้วยถึงแม้ว่านางจะรู้จักตัวละครในหนังสือเป็อย่างดีแต่บุรุษเบื้องหน้าของนางในยามนี้กลับยากที่จะคาดเดา
เฟิงเจ๋อไม่กล้าที่จะเอ่ยปากห้ามโม่อวี้เฉินดื่มสุราอีกเพียงแค่ยืนอยู่ด้านข้าง และจ้องมองกู้ชิงเฉิงอย่างมีความหวัง
เขาหวังว่าหมอเทวดาผู้นี้จะมีความเมตตาต่อคนไข้และเอ่ยปากถามถึงพิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินด้วยตนเอง
อันที่จริงกู้ชิงเฉิงก็รู้สึกขัดแย้งในใจเป็อย่างยิ่ง
นาง้าเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตนเองและการมีอยู่ของโม่อวี้เฉินนั้นสำคัญเป็อย่างยิ่ง
ดังนั้นหลังจากดื่มสุราไปสองสามจอก กู้ชิงเฉิงก็เอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“สุรานี้มีผลในการยับยั้งพิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทเพคะ”
คำกล่าวนี้ทำให้เฟิงเจ๋อตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันทีและหันไปมองหมอหญิงกู้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
จากนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายจ้องมองไปยังไหสุรานั้นเขาแทบอยากจะอุ้มไปทั้งไหเสียเดี๋ยวนั้น
โม่อวี้เฉินเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบัดนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะถือว่า...หมอกู้ยินดีจะรักษาพิษเหมันต์ให้ข้า ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนเพคะ แต่ว่า...” กู้ชิงเฉิงครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน
นางกำลังคิดอยู่ว่าจะขอเงินดีหรือว่าจะขอเงื่อนไขบางอย่างดี
โม่อวี้เฉินถือถ้วยสุราในมือจ้องมองกู้ชิงเฉิงเช่นนั้น
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงต้องสวมผ้าคลุมหน้าแต่จากดวงตาคู่นี้ก็สามารถคาดเดาได้ว่านางคงจะงดงามมากเป็แน่
ดวงตาคู่นี้ราวกับรวบรวมสิ่งสวยงามที่สุดในโลกไว้ทั้งหมดทำให้ผู้คนอยากจะจมดิ่งลงไปในนั้น
“ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อเพคะ” กู้ชิงเฉิงชั่งน้ำหนักแล้วจึงเอ่ยปากออกมา
นางต้องคิดถึงเื่ระยะยาวและวางแผนอย่างรอบคอบ
กู้ตงหลิงสลบไปเพราะความเ็ปแล้วก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นท่าทางที่โม่อวี้เฉินมองกู้ชิงเฉิงแล้วรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมาก
นางรู้สึกโมโหและโกรธแค้นเหลือคณา
ใต้หล้านี้ไม่มีใครคู่ควรที่จะนั่งข้างโม่อวี้เฉินได้นอกจากกู้ตงหลิงเท่านั้น
ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร นางก็จะต้องทำลายอันหยวนถัง และกำจัดผู้คนเหล่านี้ให้สิ้นคนเหล่านี้ ไม่มีใครที่ควรจะรอดชีวิตไปได้เลย
“ว่ามาสิ” ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของโม่อวี้เฉินปรากฏความเ็าขึ้นมาแวบหนึ่ง
เขาไม่ชอบให้ใครมาข่มขู่และเขาเองอยากจะรู้นักว่าสตรีนางนี้จะเสนอเงื่อนไขอะไรออกมา