แสงสีส้มอ่อนของอรุณรุ่งเล็ดลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสที่ฝังอยู่ในผนังห้องหลิงเซียว เสียงกลไกเบา ๆ จากภายในกำแพงดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ คล้ายสัญญาณปลุกของสถานที่แห่งนี้
เขาลืมตาช้า ๆ พร้อมสูดลมหายใจลึก ความรู้สึกเมื่อยล้าจากการเดินทางและบททดสอบอันหนักหน่วงดูจะคลี่คลายไปเล็กน้อยหลังคืนที่ได้พักเต็มอิ่ม
หลิงเซียวลุกขึ้นจากเตียงไม้ แขนเสื้อคลุมหลวมเบา ๆ พลิ้วไปตามแรงลมเช้าที่พัดผ่านเข้ามา เขาเดินไปยังโต๊ะกลางห้อง สายตาหยุดอยู่ที่หนังสือเล่มหนาเดิม
“บทเรียนเบื้องต้น: กลศาสตร์พื้นฐานแห่งสำนักหมื่นกลจักร”
เขาลูบสันปกหนังเบา ๆ ก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพียงผ่านตา แต่คือการอ่านด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริง
“กลไกเป็ภาษาแห่ง์—ผู้ใดเข้าใจมัน จะสามารถสนทนากับกฎของโลก”
ข้อความประโยคนั้นปรากฏเด่นชัดราวจารึกไว้ในใจเขา
ยังไม่ทันที่หลิงเซียวจะอ่านต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ สามครั้ง
เขาลุกไปเปิด พบว่าเป็เฟิ่งเหยา นางในชุดคลุมฝึกสีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย ดวงตายังฉายแววอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“พวกเขาเรียกรวมตัวแล้ว” นางเอ่ยเบา ๆ
หลิงเซียวพยักหน้า หยิบหนังสือเล่มนั้นแนบอก ก่อนจะก้าวออกไปพร้อมเธอ
…
ที่ลานฝึกกลางของหอศิษย์ใหม่ ศิษย์ทั้งหกคนยืนเรียงแถวภายใต้แสงแดดยามเช้า เยว่อี้ยืนอยู่เบื้องหน้า ในมือมีม้วนคัมภีร์เก่าเก็บฉบับหนึ่ง
“ั้แ่วันนี้ บทเรียนจริงจังจะเริ่มต้นขึ้น” น้ำเสียงเขามั่นคง “แต่ก่อนจะเรียนรู้ ‘จักรกล’… เ้าต้องเข้าใจ ‘ตนเอง’ ก่อน”
เขาโบกมือ ม้วนคัมภีร์คลี่ออกกลางอากาศ รอยลายวงกลไกที่ละเอียดประณีตแผ่ขยายออกเป็วงแสงล้อมรอบศิษย์ทั้งหก
ทันใดนั้น วงกลไกเบื้องล่างก็เปล่งแสงขึ้น—และเส้นแสงพุ่งขึ้นจากพื้น แยกเข้าสู่ใต้เท้าของแต่ละคน ก่อนจะหยุดนิ่ง…เผยให้เห็นภาพเงาร่างจำลองของทุกคนลอยอยู่เหนือศีรษะของตนเอง
ภาพจำลองของหลิงเซียวปรากฏเป็เงาบุรุษในชุดคลุมยาว ผิวเนื้อเป็แสงประกายจาง ๆ ที่ไหลเวียนตลอดร่าง ทว่าบริเวณหัวใจกลับมี “เฟืองโลหะเรืองแสง” หมุนวนอยู่เงียบงัน
เยว่อี้เดินเข้าไปใกล้ เขาเพ่งพิจารณาเงาของแต่ละคนอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะหยุดที่หลิงเซียว
“เฟืองกลกลางใจ… เ้าคือผู้ที่เดินด้วยสัญชาตญาณแห่งการเชื่อมโยง” เขาพึมพำเบา ๆ ราวกล่าวกับตัวเอง
หลิงเซียวเงยหน้ามองภาพของตนเองในอากาศ ความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับถูกถอดเปลือยหัวใจด้วยแสงกลไก
“ภาพนี้แสดงพฤติกรรมเชิงกลไกของจิตภายใน พลังที่สำนักเราตีความว่าเป็ ‘รูปแบบการรับรู้กลจักร’ ของแต่ละบุคคล” เยว่อี้อธิบาย “บางคนมีรูปแบบราวคมดาบ บางคนเป็เหมือนเปลวไฟ…แต่เ้ากลับมี ‘แกนหมุน’ ที่เชื่อมทุกรูปแบบเข้าหากัน”
“มันคือข้อดี หรือข้อเสีย?” หลิงเซียวถามเรียบ ๆ
“ไม่มีคำตอบนั้นในจักรกล” เยว่อี้ยิ้มบาง “มีแต่ ‘ความเข้าใจ’ กับ ‘จังหวะ’ เท่านั้น”
…
หลังพิธีเปิดบทเรียนจบลง เยว่อี้พาพวกเขาเข้าไปยัง “หอปัญญาเบื้องต้น” — อาคารรูปหกเหลี่ยมหลังคาเตี้ยที่เต็มไปด้วยเฟืองและวงล้อหมุนเบา ๆ โดยรอบ บนโต๊ะยาวกลางห้องมีวัตถุทรงกระบอกสีดำคล้ายแท่งโลหะวางอยู่หกชิ้น
“นี่คือ ‘แกนวิเคราะห์กลไกขั้นต้น’” เยว่อี้กล่าว “หน้าที่ของพวกเ้า คือทำความเข้าใจการทำงานของมันให้ได้…โดยไม่เปิดหรือทำลาย”
เสียงพึมพำดังขึ้นทันที
“เ้าจะให้เราเข้าใจ…ทั้งที่ไม่ได้เปิดมันเลย?” เซี่ยหรงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
เยว่อี้ไม่ตอบ แต่เพียงถอยหลัง—แล้วเอ่ยเพียงว่า
“เวลาเริ่ม…เดี๋ยวนี้”
…
หลิงเซียววางมือบนแท่งโลหะเบื้องหน้า ััถึงความเย็นเฉียบที่แทรกผ่านผิวมือเขาได้ทันที
‘ถ้าให้เข้าใจโดยไม่เปิด… ต้องเป็การมองผ่านพฤติกรรมภายนอก…’
เขาหรี่ตา โน้มหน้าเข้าใกล้ มองดูแนวต่อระหว่างรอยเชื่อมของชิ้นส่วน หูแนบเบา ๆ ได้ยินเสียงคล้ายของเหลวกลไกไหลวนเบา ๆ จากภายใน
เขาคิดเร็ว… แกนโลหะชิ้นนี้ไม่ได้ว่างเปล่า หากแต่มี “กลไกหมุน” อยู่ภายในชั้นในสุด — และกลไกนั้นค่อย ๆ หมุนด้วยแรงที่ไม่คงที่ นั่นหมายความว่า…มันตอบสนองต่ออุณหภูมิภายนอก
‘ของเหลวปรับสมดุลอุณหภูมิภายใน… กลไกชนิดนี้มักใช้ควบคุมกลไกที่แปรผันตามสภาพแวดล้อม… ถ้าอย่างนั้น—’
เขาหยิบเศษกระดาษจากกระเป๋าเสื้อ คลี่ออก แล้วจุดไฟเผาใกล้ ๆ แกนโลหะเล็กน้อย
ทันใดนั้น เสียง “กริ๊ก” เบา ๆ ก็ดังขึ้น
เยว่อี้ซึ่งยืนเงียบมาตลอด พยักหน้าเล็กน้อย
“คนแรกที่ััจังหวะของมันได้…คือหลิงเซียว”
เฟิ่งเหยาหันมามองเขา ดวงตาสะท้อนประกายประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่ศิษย์คนอื่นเริ่มทดลองตามอย่างเร่งรีบ
หลิงเซียวกลับไม่สนใจคำชม เขาเพียงพึมพำในใจ
‘นี่แค่ระดับเบื้องต้น… แล้วข้างหน้าเล่า?’
…
เมื่อวันแรกผ่านไป พระอาทิตย์เริ่มคล้อย บรรยากาศในสำนักก็เงียบลง
หลิงเซียวนั่งอยู่บนม้านั่งหินใต้ต้นเหอหลาน ดวงตาเขามองไปยังหอคอยโลหะไกลลิบ
เขายังไม่รู้ว่าสิ่งใดรออยู่ข้างหน้า
แต่เขารู้เพียงอย่างเดียว…
หากจังหวะกลไกเปรียบเสมือนหัวใจของสำนักนี้—เขาจะเป็ผู้ที่ทำให้มัน “เต้นแรง” กว่าผู้ใด
⸺
หากคุณพร้อมแล้ว จะสามารถเริ่ม ตอนที่ 29 – ใต้เงาแห่งหอคอยจักรกล ได้ต่อทันทีครับ.