บทที่ 2 เข้าร่างใหม่
“เกิดอะไรขึ้น”
ลี่ซาถามตนเองก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด
“ลี่ซา”
เสียงคุ้นเคยเรียกขานชื่อดังกังวานมาในความมืดก่อนจะค่อย ๆ เห็นแสงนวลส่องมาจากที่แห่งหนึ่ง
“คุณตา”
ลี่ซาโผเข้ากอดชายที่มีใบหน้าคล้ายคุณตาที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
ชายวัยกลางคนยิ้มละมุนแววตาอ่อนโยนก้มลงมองหญิงสาวที่สวมกอดร่างของตน ก่อนที่ลี่ซาจะนึกขึ้นได้ว่าคุณตาของตนได้ตายไปแล้ว
“แต่คุณตาตายไปแล้วนี่คะแล้วตอนนี้หนูยืนอยู่กับคุณตา ก็แสดงว่าหนูตายไปแล้วอย่างนั้นหรือคะ”
คุณตาของลี่ซายิ้มละมุนให้กับคำถามของนางก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงเยือกเย็น
“เ้ายังไม่ตายหรอกแค่ร่างกายได้นอนพักผ่อนชั่วสักระยะหนึ่งเท่านั้น”
ลี่ซานิ่วหน้ากับคำตอบของคุณตา
“หมายความว่าอย่างไรคะนอนพักผ่อน?”
ชายวัยกลางคนไม่ตอบ แต่มอบสิ่งหนึ่งให้กับลี่ซา
“ชะตาชีวิตของเ้ายังไม่ถึงเวลาตาย แต่มีบางอย่างที่ยังติดค้างผู้อื่นจึงทำให้ิญญาต้องออกจากร่าง หลังจากภารกิจเสร็จลุล่วงแล้วเ้าก็จะได้คืนกลับเข้าร่างของตนและนี่คือสิ่งที่จะช่วยเ้าในการทำภารกิจครั้งนี้”
ลี่ซาเงยหน้ามองชายเบื้องหน้าก่อนจะหรี่ตา เมื่อเห็นความแตกต่างของชายคนดังกล่าว
“ท่านไม่ใช่คุณตาของฉันนี่นา”
ร่างของคนเบื้องหน้าเรืองแสงราวกับดวงดาวก่อนจะหายไป พร้อมกับคำพูดที่ฝากไว้เื้ั
“จงใช้สติปัญญาความสามารถที่มีช่วยเหลือผู้คนอย่างที่เ้าเคยตั้งใจ ของที่ข้าให้เป็ทั้งของเ้าเองและของที่ข้ามอบให้ขอให้เ้าใช้มันอย่างฉลาด ”
หลังร่างของชายคนนั้นหายไปลี่ซาก็รู้สึกคล้ายกับถูกแรงเหวี่ยงดึงดูดเข้าไปในความมืดจนต้องหลับตาลง
ความมืดมิดค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำ ลี่ซาพยายามกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องอับชื้น กลิ่นเหม็นที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศมันทำให้เธอขมวดคิ้วโดยอัตโนมัติ ภาพของชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทำให้ลี่ซาต้องเบิกตากว้าง
เธอเงยหน้าขึ้นมองชายร่างใหญ่ที่ยืนมองร่างเธออยู่ดวงตาเล็กเรียวที่จ้องมองมายังเธอเต็มไปด้วยโกรธปะปนกับความหื่นกระหาย
“เก่งจริงนะนังตัวดีกล้าขัดขืนข้าอย่างงั้นหรือ เดี๋ยวข้าจะทำให้เ้าต้องร้องขอชีวิต”
มันแสยะยิ้ม พร้อมกับเอื้อมมือของมันเข้ามาใกล้
ลี่ซาพยายามดึงสติกลับคืนมาเธอไม่รู้ว่ามันเป็ใคร และตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่เธอจะไม่ยอมให้มันทำอะไรเธอได้ง่ายๆ แน่นอน
เมื่อเห็นมือของมันเอื้อมเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอ ลี่ซาก็บิดข้อมือของมันอย่างรวดเร็วและรุนแรงกระดูกของมันดัง “กร๊อบ” น่าสยดสยอง
“อ๊าก!”
ชายร่างใหญ่ร้องลั่นด้วยความเ็ปมันสะบัดมือออกอย่างแรง แต่ลี่ซาก็ไม่ปล่อย
ด้วยความโกรธชายร่างใหญ่เงื้อมือขึ้นสูง หวังจะฟาดลงบนใบหน้าของลี่ซา แต่หน่วยสวาทสาวใช้จังหวะที่มันเสียหลักเหวี่ยงตัวลุกขึ้น ก่อนจะเตะใส่หน้าแข้งของมันอย่างแรง
“อั่ก!”
คราวนี้ชายร่างใหญ่ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเ็ปลี่ซาไม่รอช้า ะโเข้าใส่ร่างของชายร่างใหญ่ที่ยังคงนอนกุมหน้าแข้งอยู่บนพื้น
“แกต้องชดใช้”
ลี่ซาคำรามเสียงลอดไรฟันก่อนจะกระหน่ำแทงเข่าลงไปบนจุดสำคัญของมัน
ชายร่างใหญ่ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปทรมานก่อนที่ลี่ซาจะลุกขึ้นยืน แล้วรีบวิ่งออกจากกระท่อมอย่างรวดเร็ว จนเมื่อวิ่งออกไปได้ระยะหนึ่งภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวหยุดชะงัก
ภาพทุ่งนาผืนใหญ่ที่ชาวบ้านกำลังเริ่มเพาะปลูกข้าวใหม่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแสงอาทิตย์ในยามเย็นส่องกระทบผืนน้ำในทุ่งนา ทำให้เกิดภาพสะท้อนงดงาม
ลี่ซาตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า
“เฮ้ยนี่มันที่ไหนกัน ทำไมอยู่ ๆ ฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่ท่าน้ำไม่ใช่เหรอ”
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างแ่เบาความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการถูกลอบยิงศีรษะในระหว่างปฏิบัติภารกิจแต่ที่นี่...มันไม่ใช่โรงพยาบาล
“ทำไมมือของฉันเล็กแบบนี้อ้าว.. แล้วทำไมใส่เสื้อผ้าแบบนี้”
ลี่ซาสำรวจตัวเองอย่างละเอียดพบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นเป็ชุดผ้าฝ้ายหยาบๆ แบบที่คนยากจนในชนบทจีนโบราณสวมใส่กันผมยาวถูกถักเป็เปียสองข้าง
ในขณะที่กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ภาพความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองของเธออย่างท่วมท้น
เด็กสาวร่างนี้ชื่อจางเหยี่ยนอี้ อายุ 14 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อจางลี่หยางมารดาชื่อจางหยุนผิง มีพี่ชายหนึ่งคนอายุ 16 ชื่อ จางจื่อหาน
“นี่มันเื่อะไรกัน”
ลี่ซาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านที่ยากจนข้นแค้นได้อย่างไร
ขณะที่กำลังสับสนอยู่นั้นความทรงจำอันเลวร้ายก็ผุดขึ้นมาในสมองของเธอ จางเหยียนอี้ถูกผู้ใหญ่บ้าน หยางเค่อดักรอข่มขืนขณะเดินทางกลับจากการทำนาเพียงลำพัง แต่เธอวิ่งหนีจึงถูกทำร้ายร่างกาย จนศีรษะกระแทกพื้นเสียชีวิต
“ไอ้สารเลว!”
ลี่ซากัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นในฐานะหน่วยสวาทที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักเธอจะไม่ยอมให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำสองอย่างแน่นอน
ลี่ซาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เธอต้องรีบกลับไปที่บ้าน ป่านนี้บิดามารดาและพี่ชายเ้าของร่างคงกำลังตามหาด้วยความเป็ห่วง
เมื่อก้าวเดินไปได้ไม่กี่ก้าวลี่ซาก็ต้องหยุดชะงัก เธอรู้สึกถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง
“คิดจะหนีไปไหน”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเย็นเยียบ
ลี่ซาหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างกำยำของผู้ใหญ่บ้านใบหน้าของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“แก...ไอ้สารเลว”
ลี่ซากล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดดาลก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถ้าหากตนเองแสดงฝีมือในการต่อสู้อาจทำให้ผู้ใหญ่บ้านเกิดความสงสัย ว่าเด็กหญิงอ่อนแอคนเก่ากลายเป็นักต่อสู้ผู้เก่งกาจในชั่วเวลาข้ามวันได้อย่างไร
ใบหน้าของลี่ซาเปลี่ยนไปก่อนจะหัวเราะร่าขึ้นมาราวกับคนเสียสติ
“ฮ่าฮ่า ฮ่า แกรู้มั้ยว่าข้าเป็ใคร อยากตายใช่มั้ย”
ผู้ใหญ่บ้านตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กสาวที่เขากำลังจะรังแกหัวเราะราวคนบ้า ดวงตาของนางเบิกโพลงใบหน้าบิดเบี้ยว
“เ้า..เ้าเป็ใคร”
ผู้ใหญ่บ้านหยุดขาที่กำลังจะก้าวเข้าหาเด็กสาวพร้อมกับหรี่ตามอง
ลี่ซาลอบยิ้มเยาะอยู่ในใจเมื่อเห็นคนเลวเริ่มลังเล
“ฮ่าฮ่า ฮ่า มองดูให้ดี แล้วเ้าจะรู้ว่าข้าเป็ใคร ”
สิ้นคำพูดลี่ซาก็พุ่งตัวเข้าใส่ผู้ใหญ่บ้านอย่างรวดเร็วเธอใช้ทักษะการต่อสู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี กระหน่ำโจมตีใส่มันอย่างไม่ยั้ง
ผู้ใหญ่บ้านไม่ทันตั้งตัวถูกลี่ซาระดมต่อยเข้าที่ใบหน้าและลำตัวจนล้มลงไปกองกับพื้น
“อั่ก!”
มันคำรามออกมาด้วยความเ็ป
“แก...แกเป็ใคร แกไม่ใช่จางเหยี่ยนอี้ใช่ไหม”
หยางเค่อเืกลบปากมันถอยหลังกรูด ใบหน้าแสดงความหวาดกลัวอย่างสุดขีด
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว ข้าไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอคนนั้น ข้าจะตีสั่งสอนเ้าให้ตาย”
จากนั้นลี่ซาก็เริ่มลงมือสั่งสอนผู้ใหญ่บ้านอย่างสาสม เธอใช้ทุกทักษะที่เคยร่ำเรียนมาสั่งสอนให้มันรู้ว่าการล่วงละเมิดผู้อื่นนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย
ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านก็สลบไป ลี่ซาใช้เท้าเขี่ยใบหน้าของมันจนมั่นใจจึงปล่อยร่างของมันทิ้งไว้ แล้วเดินจากไป
“เรียบร้อยไอ้คนสารเลวมันคงจะคิดว่าคนที่ทำร้ายมันไม่ใช่จางเหยี่ยนอี้ คราวหน้าถ้าเจอมัน เราก็จะทำเป็จำไม่ได้กับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันคงไม่กล้าเอ่ยถึงเื่ความเลวของตนเองหรอก”
ลี่ซาคิดในใจก่อนจะรีบเดินทางกลับบ้านตามความทรงจำของเ้าของร่าง