ณ บ้านสกุลจาง
เมื่อรถม้าของทั้งสี่มาถึงสกุลจาง บ่าวรับใช้จึงได้ไปรายงานจางฮูหยิน ซึ่งทางบ้านสกุลจางก็ได้ต้อนรับการมาเยี่ยมเยียนของเฟยหรงและซิงอีเป็อย่างดี
“เฟยหรง! ลมอะไรหอบเ้ามาหาแม่ถึงนี่ได้?”
“ท่านแม่...ข้าขอพูดตามตรงเลยก็แล้วกัน”
“เ้าว่ามาเถิด...”
“ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของข้ากับซิงอีถูกคนกลั่นแกล้ง!! ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะวางยาระบายลงในหม้อก๋วยเตี๋ยว ทำให้คนที่มากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านของข้าท้องร่วง จนทำให้ตอนนี้ลูกค้าที่ร้านของข้าน้อยมาก”
“แล้วพวกเ้ารู้ตัวคนทำหรือไม่?”
“เรียนท่านแม่ ข้าก็มีสงสัยอยู่บ้าง แต่เื่ที่ข้าจะปรึกษาท่านในวันนี้ไม่ใช่เื่การหาตัวคนผิดหรอก”
“ถ้าเป็เช่นนั้น...เ้ามาหาแม่ด้วยเหตุอันใด?”
จางฮูหยินยกน้ำชาขึ้นมาจิบ พลางมองหน้าบุตรชายและลูกสะใภ้ไปด้วย
“ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะอยากจะขอให้ท่านแม่ชี้แนะ ว่าข้าสมควรขายอะไรดี เพื่อให้ลูกค้ากลับมาไว้ใจ!”
จางฮูหยินลุกขึ้นเดินไปทั่วห้อง และใช้เวลาครุ่นคิดเพียงครู่เดียว นางก็ได้นำเสนอความคิดของนางให้แก่ลูกชาย
“แม่ว่า เ้าเอาอย่างนี้สิ...เ้าก็ขายอาหารที่มันสามารถปรุงสดใหม่ได้จานต่อจาน...เ้าว่าความคิดนี้เป็ยังไง?”
'จริงสินะ ในโลกของข้ามีร้านที่ขายอาหารตามสั่งตั้งมากมาย ทำไมข้าจึงคิดไม่ได้!’ เฟยหรงครุ่นคิดอยู่ภายในใจ
“ข้าคิดออกแล้วท่าแม่ อีกสองสามวัน ท่านโปรดไปที่ร้านของข้าด้วย”
“ได้เลย...ลูกรัก”
หลังจากที่สนทนาประสาแม่ลูกกันเสร็จ เฟยหรงและซิงอีจึงขอตัวกลับก่อน เพราะวันนี้เขาต้องไปจัดเตรียมแผนการเปิดร้านใหม่
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เฟยหรงก็ไม่รอช้า ได้เตรียมพู่กันและกระดาษเพื่อให้ซิงอีวาดรูปทันที
“ซิงอี เดี๋ยวเ้าวาดตามที่ข้าสั่งนะ”
สิ่งที่เฟยหรงให้ซิงอีวาดออกมานั้นก็คือรายการอาหารตามสั่งที่เขาตั้งใจว่าจะขายในร้านนั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอเฟยหรงยังสั่งให้ซิงอีวาดประกาศเพื่อให้ลี่ิและซิงซิงนำไปป่าวประกาศเื่การเปิดร้านใหม่ของเขาภายในอีกสองสามวันข้างหน้า
วันถัดมา
เมื่อจัดการกับการวาดภาพรายการอาหารและประกาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งสองคนจึงได้เดินทางไปยังตลาดเพื่อซื้อเนื้อสัตว์และผัก โดยเฟยหรงได้ทำข้อตกลงกับทางเถ้าแก่ของแต่ละร้านว่าหากซื้อในปริมาณมาก ๆ ตัวเถ้าแก่จะสามารถไปส่งของให้เขาถึงที่บ้านได้หรือไม่
เมื่อตกลงกับทางร้านค้าได้แล้ว เฟยหรงจึงเดินทางกลับมาที่บ้านเพื่อพักผ่อน และเตรียมรอรับสินค้าที่สั่งไปในวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น
ผักและเนื้อสัตว์ที่เฟยหรงสั่งกับทางร้านค้าไว้ก็ได้ถูกนำมาส่งถึงหน้าร้านของเขาั้แ่ยังไม่รุ่งสางดี
เมื่อเฟยหรงรับผักและเนื้อสัตว์มาแล้ว ซิงอีและซิงซิงจึงรับอาสาเป็คนจัดการเตรียมเนื้อสัตว์และผักเ่าั้โดยมีเฟยหรงเป็ผู้สอนให้ว่าพวกเขาต้องหั่นแบบใดบ้าง
ในระหว่างที่ซิงอีกำลังหั่นผักอยู่นั้น เฟยหรงก็มองดูฮูหยินของเขาด้วยความเอ็นดู ในใจก็คิดว่านี่เขาคงไม่ได้พานางมาลำบากหรอกใช่ไหม
“นี่!ซิงอี...เ้าเหนื่อยไหม?”
ซิงอีที่เห็นสามีของนางส่งสายตาที่ห่วงใยมาให้ นางจึงรู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็อย่างมาก เพราะนอกจากแม่ของนางแล้วก็จะมีเพียงแค่ซิงซิงที่คอยห่วงใย แต่ว่าในตอนนี้นางได้รับความห่วงใยเพิ่มมาจากสามีอีกคน สิ่งนี้จึงจัดว่าเป็สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าเงินทองใด ๆ สำหรับตัวนาง
เมื่อได้ยินคำถามจากเฟยหรง ซิงอีก็ส่งยิ้มให้เขาและจึงได้ส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อเป็การปฏิเสธ
“หากมีท่านอยู่ด้วยกัน ต่อให้จะเป็งานที่ยากกว่านี้ ตัวข้านั้นก็คงไม่รู้สึกเหนื่อย!”
“แค่ก ๆ ๆ”
ซิงซิงที่เห็นเ้านายของตัวเองจีบกันจนออกนอกหน้าจึงได้แกล้งกระแอมใส่ทั้งคู่ ซิงอีที่รู้สึกเขินจัดจึงได้ฟาดเข้าไปที่แขนของซิงซิงหนึ่งทีเพื่อเป็การแก้เขิน
เมื่อทั้งสองหั่นผัก และเนื้อสัตว์เสร็จแล้ว เฟยหรงก็ได้จัดการจัดร้าน และอบรมงานให้แก่ซิงอี ซิงซิง และลี่ิ
ซึ่งหน้าที่ของแต่ละคนนั้นก็ไม่ต่างจากเดิมนัก จะเปลี่ยนแค่ซิงซิงที่จะต้องเป็คนช่วยเฟยหรงเสิร์ฟและเก็บจาน เพราะร้านอาหารตามสั่งจะมีเมนูมากกว่าก๋วยเตี๋ยว บางครั้งคนเสิร์ฟก็ต้องมีความจำที่ดี เฟยหรงจึงเห็นว่าลี่ิทำคนเดียวน่าจะไม่ทัน ส่วนตัวเขานั้นน่าจะทำอาหารคนเดียวได้ เพราะเขามีประสบการณ์ด้านการทำอาหารมาหลายปีแล้ว
“นี่ซิงอี เ้าเป็คนรับรายการอาหารเหมือนเดิมนะ”
“ได้เลยเฟยหรง ข้าจะทำให้เต็มที่!”
“ดี! ส่วนซิงซิงและลี่ิคอยบริการลูกค้าและเก็บโต๊ะนะ”
“ขอรับคุณชาย”
“เ้าค่ะคุณชาย”
เมื่อทั้งสี่เตรียมความพร้อมกันเสร็จแล้ว เพียงไม่นานนัก ลูกค้ารายแรกของร้านก็มาถึง และเค้าคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็เถ้าแก่ร้านโต๊ะ ที่เฟยหรงเคยให้ลี่ิไปสั่งทำนั่นเอง