ตอนที่ 5 ้าอะไรจากฉัน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่คอนโดหรูของดรีม
ดรีมเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเองก่อนจะเดินตรงไปหาผู้จัดการหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งกินข้าวกล่องอยู่แล้วยื่นกุญแจรถของเค้าคืนให้เ้าตัวพร้อมกับถาม“พี่เรย่า พรุ่งนี้มีงานที่ไหนหรือปล่าว”
เรย่ายื่นมือไปรับกุญแจรถของตัวเองก่อนจะตอบ “ก็มีต้องไปงานเปิดตัวเครื่องสำอางตอนเที่ยงน่ะค่ะ”
“อ๋อ...งานของเครื่องสำอางแบรนด์นั้นใช่ไหม” ดรีมถามห้วนๆ
เรย่าก็รีบตอบกลับ “ใช่ค่ะ”
“ถ้างั้นดรีมไปนอนก่อนก็แล้วกันนะ” พูดจบสาวสวยก็เดินตรงเข้าไปในห้องนอนของตัวเองในทันที
เรย่าที่มีสถานะเป็ทั้งผู้จัดการส่วนตัวและผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการสับเปลี่ยนรถของดรีมให้เธอไปแอบลักลอบเป็ชู้กับพีทได้โดยไม่ไม่โดนจับได้นั้นใจนึงเค้าก็อดเป็ห่วงหญิงสาวคนนี้ไม่ได้ ถึงดรีมจะร้ายกาจราวกับแม่มดใจร้ายในสโนว์ไวท์ต่างจากภาพลักษณ์ที่เธอพยายามแสดงให้คนทั่วประเทศเห็นก็ตามแต่อันที่จริงนั้นดรีมก็ยังดูอ่อนต่อโลกซะเหลือเกิน ซึ่งเรย่าที่แก่กว่านั้นย่อมรู้ดีว่าเธอคงจะโดนความหล่อและคารมของดาราหนุ่มรุ่นพี่เล่นงานจนทำให้เธอหลงรักพีทหัวปักหัวปรำขนาดหนักแต่เค้าก็ไม่สามารถจะพูดเตือนอะไรออกไปได้
Rrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ทำให้เรย่าหลุดจากห้วงความคิดของตัวเองเค้ายื่นมาไปกดรับก่อนจะพูดโต้ตอบปลายสายไปอย่างรวดเร็ว “หวัดดีคะ พี่หลินหลิน เอ๊ะ! อะไรนะคะอุ๊ย! หล่อด้วยเอ๊าะด้วยหรอคะ ว๊ายๆๆๆ.....ได้ค่ะๆเดี๋ยวเรย่าจะรีบไปเลยค่ะ”
วางสายเสร็จ เรย่าก็เดินตรงไปที่ประตูห้องนอนของดรีมจากนั้นเค้าก็เคาะประตูห้องไปสองทีก่อนจะพูดบอก “น้องดรีมค่ะ พี่ขอออกไปหาเพื่อนหน่อยนะคะ”
“หืม....อืมได้” พอดรีมพูดจบเรย่าก็สะบัดก้นเดินออกไปจากห้องแล้วตรงไปหาเพื่อนที่ว่าในทันที………
วันรุ่งขึ้น เวลา 12.56 น. ที่ห้างใหญ่ใจกลางเมือง
ดรีมอยู่ในชุดเดรสราตรีสีขาวทองที่ดูหรูหราและเรียบร้อยสมกับภาพลักษณ์ที่เธออุตส่าห์สร้างมาอย่างยาวนานวันนี้เธอได้มาร่วมงานเปิดตัวเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่มีเธอเป็พรีเซ็นเตอร์หลักก่อนที่จะจบลงด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวนชนเหมือนเช่นเคย
“งั้นดรีม ขอตัวก่อนนะคะ พี่ๆ” ดรีมกล่าวลานักข่าวที่มารุมล้อมพร้อมกับพนมสองมือขึ้นไหว้พวกเค้าอย่างงดงามหลังจากที่เธอยืนให้สัมภาษณ์มาซักพักแล้วก่อนที่เธอจะหันไปหาผู้จัดการหนุ่มที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ“พี่เรย่าคะ กลับกันเถอะค่ะ”
ถึงแม้ว่าเรย่าจะรู้เช่นเห็นชาตินางเอกสาวคนนี้เป็อย่างดี แต่เค้าก็ดีใจทุกครั้งที่ดรีมปฏิบัติต่อเค้าอย่างสุภาพถึงแม้ว่าจะแค่ในที่สาธารณะก็ตามที
ทั้งสองคนเดินพากันมาจนถึงลานจอดรถแต่ยังไม่ทันที่พวกเค้าจะเดินไปจนถึงรถบีเอ็มป้ายแดงคันใหม่ที่ดรีมเพิ่งจะถอยมาหลังจากที่เรย่าเอารถเบนซ์คันเก่าที่กันชนหน้าบุบไปให้คนรู้จักขายเป็รถมือสองไปแล้วดีเรย่าที่เกิดปวดห้องน้ำขึ้นมากะทันหันก็พูดขึ้น “น้องดรีมคะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะน้องดรีมไปรอที่รถก่อนได้เลย”
ดรีมอยากจะต่อว่าผู้จัดการคนนี้ไปซะรอบ เพราะก่อนหน้านี้ในงานเค้าก็มีเวลาจะไปเข้าห้องน้ำตั้งมากตั้งมายในตอนที่เธอกำลังขึ้นเวทีแต่ด้วยว่าที่นี่ยังคงเป็ที่สาธารณะดรีมจึง “ได้ค่ะแล้วรีบตามมานะคะ”
พูดจบดรีมก็เดินตรงไปข้างหน้าต่อในทันทีส่วนเรย่านั้นก็หันหลังเดินกลับไปเข้าห้องน้ำในห้างต่อแต่ดรีมเดินไปได้ไม่ไกลนักก็มีชายหนุ่มคนนึงเดินออกมาจากหลังเสาต้นนึงแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเธอดรีมใเล็กน้อยที่อยู่ดีๆก็มีคนมายืนดักทางข้างหน้า แต่ดรีมที่เป็คนความจำดีเธอนั้นจำหน้าของผู้ชายที่ยืนจังก้าได้เป็อย่างดีจึงทักไป“อ้าว...คุณเอ็มเองหรอคะ จะมาขอสัมภาษณ์ดรีมหรอคะ”
เอ็มยืนจ้องหน้าของดาราสาวเขม็งก่อนจะตอบ “ปล่าวครับ....ผมแค่จะเอาของมาให้คุณดรีมเฉยๆน่ะครับ”
พูดจบเอ็มก็ยื่นซองเอกสารขนาดใหญ่ที่ถืออยู่ในมือให้กับเธอและถึงแม้ว่าดรีมจะหวาดกลัวในสายตาที่ดูดุดันของนักข่าวหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่เธอที่รู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ในลานจอดรถของห้างขนาดใหญ่ที่ยังคงมีคนเดินกันไปมาขวักไขว่จึงทำใจดีสู้เสือยื่นมือไปรับซองนั้นพร้อมกับพูดด้วยเสียงหวาน“อะไรหรอคะเนี่ย ดรีมเปิดดูเลยได้ไหมคะ”
เอ็มฉีกยิ้มกว้างรับคำถามของดรีมก่อนจะตอบ “ผมว่าคุณดรีมเอาไปเปิดดูคนเดียวในรถดีกว่านะครับ”
ดรีมหวาดผวาไปกับรอยยิ้มของเอ็มจึงทำได้แค่ยืนตัวแข็งทื่อส่วนเอ็มพอเห็นดาราสาวแสนสวยขวัญใจคนทั้งประเทศยืนนิ่งงันไปก็พูดต่อ “ผมมีธุระแค่นี้แหล่ะครับ....งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ.....แล้วเจอกันนะครับคุณดรีม”
พูดจบเอ็มเดินจากไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้ดรีมยืนนิ่งงันไปครู่ใหญ่ก่อนที่เธอจะรีบเดินตรงไปที่รถของตัวเองดรีมวางซองเอกสารที่รับมาไว้บนคอนโซลหน้าของรถพร้อมกับครุ่นคิดถึงสิ่งที่เอ็มบอกแล้วความอยากรู้อยากเห็นว่าของข้างในที่อยู่ในซองเอกสารบางๆนี่มันคืออะไรก็ทำให้เธอตัดสินใจฉีกมันออกมาดูอย่างรวดเร็ว
แล้วดาราสาวคนสวยก็ได้เห็นรูปถ่ายห้าหกใบที่อยู่ในนั้นและพอเธอเทมันออกมาดูดรีมก็ได้รู้ว่าภาพถ่ายเ่าั้มันก็คือภาพการร่วมเพศของเธอกับพีทในโรงแรมม่านรูดเมื่อวานนี้นั่นเอง
เธอช็อกสุดขีดกับภาพถ่ายพวกนั้น สมองของดรีมในตอนนี้นั้นมีแต่คำถามเต็มไปหมดไม่ว่าจะทั้ง ‘เอ็มไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน’ หรือ ‘หรือว่าเค้าจะเป็คนตามไปแอบถ่ายเอง’ และ ‘ถ้าใช่เค้าเข้าไปแอบถ่ายภาพเหล่านี้ในโรงแรมนั้นได้ยังไง’ เป็ต้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็คำถามใหญ่ในสมองของดรีมเลยนั่นก็คือ ‘นักข่าวกระจอกๆคนนี้มัน้าอะไรจากเธอกันแน่’ เธอพยายามล้วงมือเข้าไปในซองเอกสารนั้นก่อนที่เธอจะเจอเข้ากับกระดาษแผ่นนึงที่อยู่ในนั้นและพอเธอหยิบมันออกมาดูก็พบว่าบนกระดาษแผ่นนั้นมันมีไอดีไลน์เขียนไว้อยู่พร้อมกับข้อความที่เขียนไว้ว่า ‘อย่าบอกใครเด็ดขาด ถ้าบอกคนอื่นรูปพวกนี้หลุดไปในโลกโซเชียลแน่’
แต่ยังไม่ทันที่ดรีมจะได้ทำอะไรต่อเสียงเปิดประตูรถก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูดของผู้จัดการร่างใหญ่ “น้องดรีมคะ ขอโทษทีนะคะที่ให้รอนาน”
ดรีมรีบเก็บรูปถ่ายพวกนั้นกลับเข้าไปในซองเอกสารอย่างรวดเร็วพอดีกับที่เรย่าก็หย่อนก้นนั่งลงบนเบาะรถพอดี เรย่าสังเกตเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนและใบหน้าที่ซีดเผือดของดรีมจึงถาม“น้องดรีม เป็อะไรหรือปล่าวคะ”
ดรีมรีบหันมามองหน้าของเรย่าก่อนจะตอบ “มะ....ไม่มีอะไรนี่ รีบ....กะ....กลับคอนโดกันเถอะ”………………..
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่คอนโดหรูของดรีม
พอถึงคอนโดดาราสาวก็รีบวิ่งตรงเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็วและพอเธอได้อยู่ลำพังดรีมก็ล้วงมือเข้าไปหยิบกระดาษในซองเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาดูก่อนจะกดแอดไอดีไลน์นั้นพร้อมกับกดส่งแชตไปหา
‘นาย้าอะไรจากฉัน’
และเพียงไม่นานหลังจากข้อความที่ดรีมส่งไปขึ้นว่าอ่านแล้วข้อความของคู่สนทนาก็ส่งกลับมา ‘มาตามโลที่ส่งไปให้นี่เวลา22.00 น. ห้ามสายแล้วก็มาคนเดียวด้วย’ ก่อนจะมีโลเคชั่นของสถานที่แห่งนึงที่ถูกแชร์ส่งตามมา
ดรีมอ่านจนเข้าใจในทุกคำดีแต่เธอก็พิมพ์ถามต่อ ‘ที่นั่นคือที่ไหน’
‘ไม่ต้องถามมากแค่มาให้ตรงเวลาก็พอ ขับรถเก๋งเก่าๆโทรมๆคันนั้นมานั่นแหล่ะ’
พออ่านมาถึงข้อความนี้ดรีมก็ได้รู้แล้วว่าคู่สนทนาของตัวเองนั้นรู้เื่ของเธอมากกว่าที่เธอรู้ซะอีกสาวสวยจึงพิมพ์ถามต่อ ‘แล้วนาย้าอะไรจากฉัน’
ถึงข้อความที่ดรีมส่งไปมันจะถูกขึ้นว่าอ่านแล้วหลังจากนั้นไม่นานแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีข้อความใดๆส่งตอบกลับมา.....สาวสวยจึงเลิกคิดที่จะส่งข้อความไปถามอะไรอีกต่อไปแล้วก็ได้แต่นอนรอเวลาอยู่ในห้องของตัวเองเพียงลำพัง…….
เวลา 21.54 น. ที่แมนชันเก่าๆแห่งนึง
ดรีมที่ตอนนี้กำลังสวมใส่หมวกแก๊ปกับแว่นกันแดดอันเดิมมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าแมนชั่นเก่าๆตามโลเคชั่นที่ถูกส่งมาก่อนหน้าก่อนที่เธอจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความไปหา ‘ฉันมาถึงแล้ว’
คราวนี้ดรีมไม่ต้องรอนาน ข้อความของคู่สนทนาก็เด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ‘ขึ้นมาที่ชั้น 7 ห้อง ที่ 4’
ดรีมรีบเดินขึ้นไปตามชั้นที่ข้อความส่งมาบอกอย่างรวดเร็วด้วยความระมัดระวังโชคดีของดรีมที่แมนชันแห่งนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านให้เธอคอยหลบหลีกมากนักและเพียงไม่นานจากนั้นดาราสาวคนดังก็มายืนอยู่ที่หน้าห้องหมายเลข ‘704’ จนได้
ดรีมเคาะประตูห้องไปสองทีก่อนจะมีเสียงที่เธอเพิ่งจะได้ยินที่ห้างเมื่อเช้าดังลอดออกมา “เปิดเข้ามาเลย ไม่ได้ล๊อก”
และพอดรีมเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วสิ่งแรกที่เธอเห็นนั่นก็คือเอ็มที่กำลังนั่งอยู่ไขว้ห้างอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งสีดำอยู่ที่กลางห้องและกำลังหันมามองจ้องเธอไม่วางตา
ดรีมปิดประตูห้องแล้วเดินตรงมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าของเอ็มก่อนจะถามขึ้นทันที“ตก...ตกลงว่าที่เรียกมาดรีมมาที่นี่มีอะไรหรอคะ”
เอ็มทำหน้าเรียบเฉยก่อนจะพูด “นี่...ไม่รู้จริงๆหรอเนี่ย”
ดรีมจึงตัดสินใจถามด้วยเสียงหวานต่อ “เื่...เื่รูปพวกนั้นน่ะหรอ เอ็มไปเอารูปพวกนั้นมาจากไหนหรอคะ”
“ก็จากกล้องน่ะซิ...ถามโง่ๆ” เอ็มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ดรีมอยากจะอ้าปากด่านักข่าวหนุ่มจอมกวนบาทาที่นั่งอยู่ตรงหน้าคนนี้ซะหน่อยแต่เธอก็เลือกจะอดกลั้นอารมณ์โกรธไว้ก่อนจะถามต่อ “ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือดรีมจะถามว่าทำไมเอ็มถึงได้มีรูปพวกนั้นต่างหากหล่ะ.....คือดรีมรู้นะคะว่าเื่ที่ดรีมทำกับพี่พีทไปมันไม่ดี.....แต่ว่า...เอ็มช่วยลบรูปพวกนั้นทิ้งไปจะได้ไหมคะ”
คราวนี้เอ็มแสยะยิ้มก่อนจะพูดออกมา “ทำไมมึงถึงได้หน้าด้านและตอแหลอย่างนี้นะ อีดรีม”
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของดรีมที่โดนคนด่าต่อหน้าอย่างนี้เธอนิ่งงันหน้าชาไปพักใหญ่ ก่อนจะใช้วุฒิภาวะที่พอหลงเหลืออยู่สะกดกลั้นอารมณ์ไว้แล้วพูดต่อ“ทำไมเอ็มถึงด่าดรีมยังงั้นหล่ะคะ”
เอ็มหุบยิ้มก่อนจะตอบ “ก็เพราะกูมันรู้เช่นเห็นชาติมึงดียังไงหล่ะ....เลิกพูดคะขาซะทีเถอะมันน่ารำคาญ.....ทีนี้....เรามาเข้าเื่กันเลยดีกว่า”
พอเอ็มพูดขึ้นมาอย่างนั้น ดาราสาวจึงเลิกที่จะพูดอ้อนวอนแล้วหันมาพูดด้วยเสียงแข็ง“ก็ได้....มาเข้าเื่กันเลยก็ได้....นายอยากได้เงินซินะ...เท่าไหร่หล่ะ.....แสนนึง...สองแสนหรือว่าห้าแสน”
เอ็มจ้องตาสาวสวยเขม็งก่อนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สิบล้าน.....กูขอสิบล้าน”
พอได้ยินจำนวนเงินที่เอ็มบอกดรีมก็ถึงกลับร้องลั่นใ “หา! สะ....สิบล้านฉะ...ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก”
“เป็ดาราโด่งดังมาก็ตั้งหลายปีมึงจะไม่มีเงินเก็บได้ไงเนี่ย” เอ็มพูด
ดรีมก้มหน้านิ่งคิดคำนวณก่อนจะพูดข้อเสนอ “ถ้า....ถ้าล้านนึง ฉันพอจะหาให้ได้อยู่นะล้านนึงได้ไหม”
“ไม่....สิบล้านก็คือสิบล้าน” เอ็มยังคงยืนกราน
ดรีมที่เงินในบัญชีไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นด้วยเหตุผลบางประการจึงตัดสินใจกลับมาลองพูดอ้อนวอนด้วยเสียงหวานดูอีกครั้ง “คือ....คือว่า ถ้าให้เวลาดรีมซักสี่ห้าปี..ดรีมก็พอจะหาเงินขนาดนั้นมาให้ได้อยู่นะคะ”
เอ็มพูดแทรกขึ้นมาทันที “กูจะเอาตอนนี้.....ถ้ามึงไม่มีเงินมาให้กูตอนนี้กูจะเอารูปพวกนั้นไปลงข่าวแน่นอน”
ดรีมเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเอ็มแล้วกล้ำกลืนฝืนพูดด้วยเสียงหวานต่อ“แต่...แต่ถ้าเอ็มเอารูปพวกนั้นไปลง....เพื่อทำให้ดรีมเสียหายเอ็มก็จะไม่ได้เงินนะคะ”
“มึงนี่มันฉลาดพูดจริงๆนะ” เอ็มกล่าวชมดาราสาวพร้อมกับยิ้มออกมาก่อนจะพูดต่อ“อืม....ตอนนี้กูมีความคิดอะไรดีๆแล้ว...ถ้าตอนนี้มึงไม่มีเงินงั้นมึงก็ต้องทำอย่างอื่นให้กูก็แล้วกัน”
“อะไรหล่ะ” ดรีมรีบถามกลับไป
เอ็มไม่ได้ตอบอะไรออกไปนอกจากลุกขึ้นมายืนพร้อมกับปลดเปลื้องอาภรณ์่ล่างออกไปกองไว้ที่ข้อเท้าก่อนจะยิ้มแล้วพูด “มาซิ”
ดรีมก้มมองแก่นกายอันเขื่องของเอ็มที่ห้อยโตงเตงอยู่ตรงกลางหว่างขาของเค้าด้วยความใเพราะในชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นแก่นกายของใครที่จะมีขนาดใหญ่โตขนาดนี้มาก่อนเลยซักครั้งแถมพอมาคิดว่านี่ขนาดมันหลับใหลยังมโหฬารกว่าของผู้ชายหลายคนที่ดรีมเคยนอนด้วยแล้วมันก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งหวาดหวั่นไปกันใหญ่
“จะ...จะให้ฉันทำ...ทำอะไรน่ะ” ดรีมเงยขึ้นมองเอ็มหน้าก่อนละล่ำละลักถามออกไป
“มาอมควยกูไงอีโง่” เอ็มอธิบายก่อนด่าทอดาราสาวคนสวยอีกครั้ง
“ฉัน.....ฉันไม่เคยอะ...อมอะ.....ไอ้นั่นฉะ.....ฉันทำไม่เป็หรอก”ดรีมตอบไปตามความจริงเพราะถึงเธอจะมีแฟนหนุ่มมาแล้วหลายคนจนมาถึงดาราหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอแอบแซ่บด้วยแต่ดรีมนั้นก็ไม่เคยใช้ปากให้กับชายใดเลยซักคนถึงแม้ว่าพีทจะเคยขอร้องเธอก็ตาม
เอ็มหันหน้ากลับไปหาคอมพิวเตอร์ของตัวเองก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดออกมา“เฮ้ออ...งั้นก็คงจะต้องเอารูปพวกนั้นลงไปในโซเชียลซะหล่ะมั้งกูว่า”