ประตูห้องนอนใหญ่บานหนาหนักทำจากไม้สักทองถูกผลักปิดลงอย่างเชื่องช้า เสียงสลักกลอนที่ดังกริ๊กเบาๆ กลับสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของผมราวกับเสียงระฆังเตือนภัย ผมยืนพิงแผ่นหลังอันสั่นเทาเข้ากับบานประตูห้อง ปล่อยให้ความเงียบสงัดของห้องนอนที่เคยเป็วิมานแสนสุขโอบล้อมรอบกาย แสงจันทร์นวลผ่องที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นพรมเปอร์เซียสีหม่น ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในห้องดูอ้างว้างและเหน็บหนาวจับขั้วหัวใจ ขาทั้งสองข้างของผมไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ผมต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายจากการเผชิญหน้ากับ ‘นิชา’ ลูกเลี้ยงสาวที่เพิ่งจะสถาปนาตนเองเป็มัจจุราชผู้กุมชะตาชีวิตของผมเอาไว้
ผมก้าวเดินอย่างเชื่องช้าและเลื่อนลอยไปยังเตียงกว้างหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาเรียบตึงไร้รอยยับย่น หมอนหนุนสองใบวางเคียงคู่กันอย่างเป็ระเบียบ ทว่าพื้นที่ฝั่งขวาอันเป็ที่ประจำของ ‘เกด’ ภรรยาผู้เป็ที่รักยิ่งของผมกลับยังคงว่างเปล่า เธอรับหน้าที่ออกไปเจรจาธุรกิจสำคัญั้แ่่บ่าย และจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา ทิ้งให้ผมต้องเผชิญหน้ากับฝันร้ายที่ตัวเองเป็คนก่อขึ้นเพียงลำพัง
ผมทิ้งตัวลงนอนพิงพนักหัวเตียงบุหนังสีครีมอย่างหมดสภาพ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับที่กำลังเต้นตุบๆ ด้วยความเครียดจัด สมองของผมกระสับกระส่ายและปั่นป่วนราวกับพายุทอร์นาโดที่กำลังบ้าคลั่ง ภาพรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งตัณหาและอำนาจของนิชายังคงตามหลอกหลอนผมไม่หยุดหย่อน คำขู่ที่ดังก้องอยู่ในหัว “คืนพรุ่งนี้... เรามาเริ่มเล่นเกมกันนะคะ น้าภัทร” มันบีบรัดหัวใจของผมจนแทบจะแหลกสลายเป็ผุยผง ผมไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะต้องเจอกับความวิปริตและบทลงโทษแบบไหนบ้างจากเด็กสาวที่ผมเคยคิดว่าไร้เดียงสา
เมื่อทอดสายตามองไปยังฝั่งเตียงที่ว่างเปล่า ความรู้สึกผิดบาปอันหนักอึ้งก็ถาโถมเข้าใส่ตัวผมราวกับคลื่นั์สึนามิ ผมยกมือขึ้นลูบไล้รอยบุ๋มบนหมอนของเกดอย่างแ่เบา ััได้ถึงกลิ่นหอมละมุนของดอกคาโมมายล์อันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวเธอ กลิ่นที่เคยทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นทุกครั้งที่ได้ซุกไซ้และหลับใหลอยู่เคียงข้าง แต่ในค่ำคืนนี้ กลิ่นหอมนั้นกลับกลายเป็หนามแหลมคมที่ทิ่มแทงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผมให้ขาดวิ่น เกดคือผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เธอเป็ทั้งนักธุรกิจหญิงที่เก่งกาจ เป็แม่ที่รักลูกสุดหัวใจ และที่สำคัญ... เธอเป็ภรรยาที่แสนดีและซื่อสัตย์ต่อผมเสมอมา เธอเคยมอบความไว้วางใจทั้งหมดในชีวิตให้ผม มอบความรักอันบริสุทธิ์และยกย่องให้ผมเป็ผู้นำครอบครัว แต่ผมล่ะ? ผมกลับตอบแทนความรักและความไว้วางใจเ่าั้ด้วยการทรยศหักหลัง ด้วยการปล่อยให้ตัณหาชั่ววูบและความมักมากเข้าครอบงำ จนเผลอไผลไปทำเื่บัดซบกับลูกสาวสายเืแท้ๆ ของเธอเอง
"ผมขอโทษ... เกด... ภัทรขอโทษ" ผมพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำตาแห่งความอัปยศและความสมเพชตัวเองไหลรินลงมาอาบสองแก้มอย่างเงียบเชียบ ผมมันก็แค่ไอ้หน้าโง่ ไอ้คนเนรคุณที่กำลังจะทำลายครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ด้วยน้ำมือของตัวเอง หากเกดรู้ความจริงเื่นี้ หัวใจของเธอคงแตกสลายไม่มีชิ้นดี และผมคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปได้หากต้องทนเห็นน้ำตาแห่งความผิดหวังจากดวงตาคู่สวยของเธอ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ผมยังคงจมปลักอยู่กับห้วงความคิดอันมืดมิดและสิ้นหวัง จนกระทั่งความเงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูห้องที่หมุนเปิดออกเบาๆ
ผมสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าและปรับท่านั่งให้ดูเป็ปกติที่สุด สายตาจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่ค่อยๆ แง้มออก ร่างเพรียวระหงของเกดก้าวเข้ามาภายในห้อง ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่ใช่การกลับมาดึกดื่นของเธอ แต่เป็สภาพที่แปลกประหลาดและน่าใจหายของนักธุรกิจหญิงเหล็กคนนี้
เกดไม่ได้เดินหลังตรงเชิดหน้าด้วยความมาดมั่นและสง่างามเหมือนเช่นทุกวัน ไหล่ที่เคยตั้งตรงเพื่อแบกรับความรับผิดชอบนับร้อยล้านกลับลู่ตกลงอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เสื้อสูทราคาแพงที่เคยเนี้ยบกริบหลุดลุ่ยและยับย่น ใบหน้าที่เคยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตบัดนี้ซีดเซียวและหมองคล้ำ ดวงตาคู่สวยที่เคยมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวกลับแดงก่ำและบวมช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง เธอเดินโซเซเข้ามาในห้องด้วยก้าวเท้าที่ไร้เรี่ยวแรง ราวกับตุ๊กตาไขลานที่กำลังจะหมดพลังงาน
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างของเกดก็ทรุดฮวบลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่มุมห้อง เธอทิ้งตัวลงอย่างหมดสภาพ ซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนที่เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นเอาไว้จะะเิออกมาอย่างรุนแรง
"ฮึก... โฮ... ภัทร... เกดไม่ไหวแล้ว... เกดทำไม่สำเร็จ..." เสียงร้องไห้โฮของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความร้าวราน เจือปนไปด้วยความสิ้นหวังอย่างลึกล้ำ
ผมเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกกังวลเื่ของนิชาถูกปัดเป่าทิ้งไปในชั่วพริบตา สัญชาตญาณความเป็สามีผลักดันให้ผมสปริงตัวลุกจากเตียงและถลาเข้าไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว ผมทรุดเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าเก้าอี้นวม เอื้อมมือทั้งสองข้างไปกอบกุมมือที่เย็นเฉียบและสั่นเทาของเธอเอาไว้แน่น
"เกด! เกิดอะไรขึ้นครับคนดี ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรเกด บอกภัทรมาสิครับ!" ผมถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนและเต็มไปด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างปลอบโยน
เกดเงยหน้าขึ้นมองผม ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและมาสคาร่าที่เลอะเทอะทำให้ผมรู้สึกปวดหนึบในอก เธอโถมตัวเข้าสวมกอดผมแน่น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของผม ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายและไม่หลงเหลือคราบของผู้บริหารสูงสุดหญิงผู้แข็งแกร่งอีกต่อไป ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรงตามแรงสะอื้น ผมกอดตอบเธอรัดแน่น ลูบแผ่นหลังที่สั่นเทาขึ้นลงอย่างแ่เบาเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและเป็ที่พึ่งพิงให้เธอในยามที่เธออ่อนแอที่สุด
"ฮึก... ภัทร... บริษัท... บริษัทของเกด... มันจบแล้ว" เกดสะอื้นฮัก พยายามเค้นเสียงพูดผ่านก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ "การเจรจาวันนี้ล้มเหลวไม่เป็ท่าเลยภัทร... คุณสมภพ... เขาปฏิเสธข้อเสนอของเราทั้งหมด เขาประกาศถอนตัวจากการเป็พันธมิตรทางธุรกิจและดึงเงินลงทุนคืนทั้งหมด... ฮือ... เกดพยายามอ้อนวอน พยายามเสนอผลประโยชน์ทุกอย่างให้เขาแล้ว แต่เขาไม่ยอมฟังเลย..."
คำพูดของเกดเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจผม ผมรู้ดีว่าโปรเจกต์นี้สำคัญกับบริษัทของเธอมากแค่ไหน มันเป็การขยายฐานการผลิตครั้งใหญ่ที่มีอนาคตของพนักงานนับพันชีวิตเป็เดิมพัน การที่คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอย่างคุณสมภพถอนตัวกะทันหันในตอนที่บริษัทลงทุนไปแล้วกว่าครึ่ง ย่อมหมายถึงหายนะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ใจเย็นๆ ก่อนนะครับเกด หายใจลึกๆ มันอาจจะมีทางออกอื่นก็ได้ เราค่อยๆ คิดกันนะ" ผมพยายามพูดปลอบใจ แม้จะรู้ดีว่าสถานการณ์มันเลวร้ายเพียงใด
"ไม่มีทางออกแล้วภัทร! ฮึก..." เกดส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง น้ำตายังคงไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย "หนี้สินก้อนโตที่เรากู้มาลงทุน... ดอกเบี้ยที่วิ่งอยู่ทุกวัน... ถ้าไม่มีเงินทุนของคุณสมภพมาหมุนเวียน บริษัทเราต้องล้มละลายแน่ๆ... เกดกำลังจะสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมากับมือ... เกดกำลังจะทำให้พนักงานทุกคนต้องตกงาน... เกดแบกรับมันไม่ไหวแล้วภัทร... เกดเหนื่อย... เกดกลัว..."
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความแตกสลาย ความรู้สึกผิดชอบและแรงกดดันมหาศาลที่เธอต้องแบกรับในฐานะผู้นำองค์กรได้พังทลายลงมาทับถมจิตใจของเธอจนแหลกละเอียด ผมััได้ถึงความสิ้นหวังและความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกอณูขุมขนของเธอ ผู้หญิงที่เคยมั่นใจและแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง บัดนี้กลายเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังหลงทางและ้าที่พึ่งพิง
ความรู้สึกสงสารและรักใคร่เอ็นดูตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอของผม ผมประคองใบหน้าของเกดขึ้นมา ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มเนียนของเธออย่างอ่อนโยนที่สุด มองสบเข้าไปในดวงตาที่บอบช้ำของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรักที่บริสุทธิ์ใจ
"เกดฟังภัทรนะ..." ผมพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น "เกดเก่งที่สุดแล้ว เกดทำดีที่สุดแล้วจริงๆ อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ เื่ธุรกิจมันก็แบบนี้แหละ มีขึ้นมีลง ไม่มีใครคาดเดาได้หรอก... ตอนนี้เกดเหนื่อยมากแล้ว หยุดคิดเื่พวกนี้ก่อนเถอะนะ ปล่อยให้สมองได้พักบ้าง"
ผมค่อยๆ ประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน พาเธอเดินไปนั่งที่ปลายเตียงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดทำความสะอาดใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาให้เธอ เกดหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ปล่อยให้ผมปรนนิบัติดูแลเธออย่างว่าง่าย ััจากผ้าอุ่นๆ ทำให้เธอค่อยๆ คลายความเกร็งลงเล็กน้อย
"เดี๋ยวภัทรลงไปอุ่นนมมาให้นะครับ ดื่มนมอุ่นๆ จะได้สบายท้องและหลับง่ายขึ้น" ผมบอกเสียงนุ่ม ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนลงไปยังห้องครัวด้านล่าง
ภายในห้องครัวที่เงียบสนิท ผมจัดการอุ่นนมสดในเตาอบไมโครเวฟด้วยความทะมัดทะแมง ระหว่างที่รอ ผมหยิบแก้วมัคสีอ่อนละมุนใบโปรดของเกดออกมาเตรียมไว้ ความคิดของผมวนเวียนอยู่แต่กับสภาพอันน่าสงสารของภรรยา ความอ่อนแอของเธอในค่ำคืนนี้เป็การตอกย้ำให้ผมเห็นว่า ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่้าความรัก การปกป้อง และการดูแลเอาใจใส่จากใครสักคน และคนคนนั้นก็คือผม... สามีที่เธอเลือกที่จะฝากชีวิตและหัวใจเอาไว้
แต่ผมกลับทำระยำกับเธอ หักหลังความเชื่อใจของเธออย่างเืเย็น ความรู้สึกผิดที่ถูกฝังกลบไว้ชั่วคราวปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันกัดกินหัวใจผมจนเ็ปรวดร้าว ผมสาบานกับตัวเองในวินาทีนั้นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันทอดทิ้งเกด ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยความผิดบาปที่ผมก่อขึ้น ผมจะดูแลและปกป้องเธอด้วยชีวิตของผมเอง
ติ๊ง!
เสียงเตาอบไมโครเวฟดังขึ้นเรียกสติ ผมรีบเทนมอุ่นๆ ลงในแก้วมัคแล้วประคองเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอนใหญ่ เกดยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย ผมเดินเข้าไปใกล้ ทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างเธอ แล้วส่งแก้วนมให้
"ดื่มซะหน่อยนะครับคนดี ระวังร้อนนะ" ผมเอ่ยอย่างอ่อนโยน
เกดรับแก้วนมไปถือไว้ด้วยสองมือที่ยังคงสั่นน้อยๆ เธอจิบนมอุ่นๆ เข้าไปอึกใหญ่ ความอบอุ่นที่ไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารช่วยให้ร่างกายที่เย็นเฉียบของเธอเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง เธอวางแก้วลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตัดพ้อในโชคชะตา
"ถ้าไม่มีภัทรอยู่ตรงนี้... เกดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมือกับเื่บ้าๆ พวกนี้ยังไง..." เธอกล่าวเสียงแ่ น้ำตายังคงคลอหน่วยอยู่ที่เบ้าตา "เกดอาจจะสติแตกจนทำอะไรโง่ๆ ลงไปแล้วก็ได้... ขอบคุณนะภัทร ขอบคุณที่ยังอยู่ข้างๆ เกด ไม่รังเกียจผู้หญิงที่กำลังจะหมดตัวแบบเกด..."
คำพูดของเธอเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจผมให้แหลกสลาย ผมส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ขยับเข้าไปสวมกอดเธออีกครั้ง คราวนี้ผมกดศีรษะของเธอให้ซบลงบนแผงอกกว้างของผม ปล่อยให้เธอได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักและความสัตย์จริง
"อย่าพูดแบบนั้นสิครับเกด ภัทรเป็สามีของเกดนะ เราเป็ครอบครัวเดียวกัน เป็ผัวเมียกัน... ไม่ว่าเกดจะร่ำรวยล้นฟ้า หรือจะล้มละลายจนไม่เหลืออะไรเลย ภัทรก็จะยังเป็ภัทรคนเดิม ภัทรคนที่รักเกดหมดหัวใจ ภัทรคนที่จะไม่มีวันปล่อยมือเกดไปไหนเด็ดขาด" ผมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ทุกถ้อยคำกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิติญญา
ผมขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเธอให้ชัดเจน เอื้อมมือไปบีบนวดที่บริเวณบ่าและต้นคอของเธออย่างรู้น้ำหนัก ััได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดและจับตัวเป็ก้อน ผมค่อยๆ นวดคลึงเพื่อคลายความปวดเมื่อยและความกดดันที่เธอแบกรับมาตลอดทั้งวัน
"ภัทร..." เกดครางแ่ในลำคอด้วยความผ่อนคลาย เอนศีรษะซบลงบนฝ่ามือของผมอย่างยอมจำนน
"เกดจำวันที่เราแต่งงานกันได้ไหมครับ?" ผมกระซิบถามข้างหูเธอ เสียงนุ่มทุ้มชวนฝัน "ตอนที่ภัทรสวมแหวนให้เกด ภัทรสาบานต่อหน้าบาทหลวงและแขกทุกคนว่า ภัทรจะรักและดูแลเกด ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ในยามป่วยและยามสบาย... คำสาบานนั้นมันไม่ได้เป็แค่ลมปาก แต่มันคือสัญญาที่ภัทรสลักไว้ในใจ ภัทรจะช่วยเกดแก้ปัญหาเราจะจับมือผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ถึงบริษัทจะล้มละลาย เราก็แค่เริ่มต้นสร้างมันขึ้นมาใหม่ ภัทรยังมีแรง มีความรู้ ภัทรจะทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเกดกับลูกๆ เอง ภัทรจะไม่ยอมให้ครอบครัวของเราต้องลำบากเด็ดขาด"
เกดลืมตาขึ้นมองผม ดวงตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและปีติยินดี ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่เคยเกาะกุมหัวใจเริ่มมลายหายไป สลายกลายเป็ความอบอุ่นและพลังใจอันมหาศาลที่ได้รับจากผู้ชายที่เธอรัก เธอยกมือขึ้นประคองใบหน้าของผม ลูบไล้แก้มสากของผมอย่างแ่เบา
"เกดโชคดีเหลือเกิน... โชคดีที่มีภัทรเป็สามี" เธอสะอื้นเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของผมอย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง
มันไม่ใช่จุมพิตที่เร่าร้อนหรือเต็มไปด้วยตัณหาความใคร่ แต่มันเป็จุมพิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ความขอบคุณ และความผูกพันทางจิติญญาอันลึกซึ้ง เป็การถ่ายทอดพลังงานและความอบอุ่นให้แก่กันและกันในยามที่โลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย ผมจูบตอบเธออย่างอ้อยอิ่งและทะนุถนอม สอดประสานมือเข้ากับมือของเธอ จับกระชับแน่นราวกับจะสื่อสารว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะพรากเราออกจากกันได้
ความรักและความบริสุทธิ์ใจของเกดที่ส่งผ่านจุมพิตนี้ ยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้สึกสมเพชและรังเกียจตัวเองอย่างถึงที่สุด ผมมันเป็ไอ้คนบาปหนาที่กำลังสวมหน้ากากสามีผู้แสนดี ทั้งที่เื้ัเต็มไปด้วยความโสมมและความคาวโลกีย์ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็แรงผลักดันให้ผมฮึดสู้ ผมจะยอมแพ้ไม่ได้ ผมจะปล่อยให้นิชามาทำลายผู้หญิงที่แสนดีคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ผมจะต้องปกป้องเกด ปกป้องครอบครัวนี้ไว้ให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยิญญาของผมเองก็ตาม
เราสองคนผละออกจากกันอย่างเชื่องช้า เกดซบหน้าลงกับอกผมอีกครั้ง ลมหายใจของเธอเริ่มสม่ำเสมอและผ่อนคลายลง ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ประกอบกับนมอุ่นๆ และการนวดผ่อนคลาย ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มเลือนราง ในที่สุด... นักธุรกิจหญิงเหล็กก็หลับสนิทไปในอ้อมกอดของผม คราบน้ำตายังคงทิ้งร่องรอยไว้ที่หางตาและพวงแก้ม
ผมค่อยๆ ประคองร่างที่หลับสนิทของเกดให้นอนราบลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ห่มผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างให้เธอจนถึงหน้าอก เลื่อนตัวขึ้นไปนอนเคียงข้างเธอ ดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาโอบกอดไว้ในวงแขนกว้าง ผมก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของเธออย่างแสนรัก มือข้างหนึ่งลูบไล้เรือนผมของเธออย่างเบามือ
บรรยากาศภายในห้องนอนกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของภรรยาสุดที่รัก ผมทอดสายตามองใบหน้ายามหลับใหลของเกดด้วยความหวงแหน ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็อัศวินที่กำลังปกป้องเ้าหญิงในปราสาท ปณิธานอันแรงกล้าที่จะต่อสู้เพื่อรักษาครอบครัวนี้ไว้ลุกโชนขึ้นในอก ผมจะเผชิญหน้ากับนิชา ผมจะหาทางออกจากนรกขุมนี้ให้ได้ ผมจะไม่ยอมสูญเสียเกดไปเด็ดขาด...
ทว่า... ความสงบสุขและค่ำคืนอันแสนอบอุ่นกลับคงอยู่ได้เพียงไม่นาน
ครืดดด... ครืดดด...
เสียงสั่นะเืของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงฝั่งของผมดังขึ้นทำลายความเงียบงัน มันดังเป็จังหวะสั้นๆ สองครั้ง บ่งบอกถึงการแจ้งเตือนข้อความเข้า
ผมชะงักงัน หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับมากระตุกเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนอยู่ในอก ผมค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากเกดอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เธอตื่น เอื้อมมือที่เริ่มสั่นเทาไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
แสงสว่างจากหน้าจอวาบขึ้นในความมืด ปรากฏแถบการแจ้งเตือนข้อความสั้นจากเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ แต่ผมจำตัวเลขสิบหลักนั้นได้ดีจนขึ้นใจ... เบอร์ของนิชา!
เืในกายของผมจับตัวเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง ลมหายใจสะดุดกึกอยู่ที่ลำคอ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนแทบจะทำหล่น นิ้วหัวแม่มือที่สั่นเทาเลื่อนไปกดเปิดอ่านข้อความนั้นอย่างช้าๆ ราวกับคนต้องมนตร์สะกด
ตัวอักษรสีดำที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจผม
*"คืนพรุ่งนี้... อย่าลืมข้อตกลงของเรานะคะ น้าภัทร"*
ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ แต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล ความอบอุ่น ความหวัง และปณิธานอันแรงกล้าที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ มลายหายวับไปในพริบตา ราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุพัดดับ สภาพจิตใจของผมถูกกระชากดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งของหุบเหวแห่งความหวาดผวาและความสิ้นหวังอีกครั้ง
ผมหันไปมองร่างที่หลับสนิทของเกด ภรรยาผู้แสนดีที่กำลังเผชิญกับวิกฤตชีวิตและฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ผม น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาของผมกระทบลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ผมหลับตาลงอย่างรวดร้าว กัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเื กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้เลยว่าในวันพรุ่งนี้... ผมจะเอาชีวิตรอดจากเกมวิปริตของลูกเลี้ยงสาว และปกป้องหัวใจของภรรยาสุดที่รักไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร... ชะตากรรมของผมมันมืดมนเกินกว่าจะจินตนาการได้จริงๆ.