“ในการประชุมคราวนี้ ทุกท่านคงทราบดีว่าหลายประเทศกำลังเจอกับของประหลาดที่เราไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ ผมจึงได้จัดตั้งการประชุมระหว่างนานาประเทศนี้ขึ้น เพื่อหาทางป้องกันและรับมืิอกับปัญหาดังกล่าว มีใครมีข้อเสนอหรือข้อมูลอะไรมั้ย”
“ขออนุญาตครับ ผมตัวแทนจากประเทศX ตอนนี้ทางเราได้ข้อมูลมาว่า ของประหลาดที่ท่านพูดถึงนั้นจะมาในรูปแบบของพัสดุหรือข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์เสมอ นั่นคือเป็สิ่งที่เป็รูปธรรมจับต้องได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถทำลายหรือควบคุมสิ่งนั้นได้ พลังและอำนาจของมันก็จะหายไปด้วยครับ”
“ผมตัวแทนประเทศY ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจากที่กล่าวมาเมื่อกี้ เราทราบว่า สิ่งที่เรียกว่าพัสดุประหลาดนั้นมีสัญลักษณ์ของมันด้วย ซึ่งจะมีติดอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของพัสดุชิ้นนั้น และสัญลักษณ์นั่นมีรูปร่างแบบนี้ครับ”

“ผมตัวแทนประเทศZ ขอเสนอให้จัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อค้นหาความจริงของพัสดุและทำลายพัสดุทิ้งครับ”
“เห็นด้วยครับ” “เห็นด้วยครับ”
“เห็นด้วยครับ” “เห็นด้วยครับ”
“เห็นด้วยครับ” “เห็นด้วยครับ”
“ในเมื่อหลายประเทศยอมรับข้อเสนอนี้ งั้นเอาตามนี้ละกันครับ เราจะจัดตั้งองค์กรพิเศษนี้ขึ้น โดยใช้ชื่อตามจุดประสงค์ขององค์กร ในชื่อ”
SaDS
Search and Delete Supplies
“ฆาตกรคือพี่ชายของผู้ตายนั่นแหละครับ เขาคงหวังเงินประกันจากน้องสาว เลยวางยานอนหลับเธอ ก่อนพาขึ้นรถไปที่บ้านผู้ตาย แล้วค่อยผลักเธอให้ตกบันไดมา ถึงจะหาข้ออ้างได้ว่าเพราะเป็พี่เลยเข้าออกบ้านหลังนั้นได้ แต่ตอนเดินลงบันไดมาหลังทำการฆาตกรรมแล้วเขาคงเผลอเหยียบเืศพ สังเกตจากบริเวณเืของศพจะมีจุดนึงที่เหมือนโดนััจากอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าฆาตกรคงไม่รู้ตัวจนเดินไปถึงประตูหน้าบ้าน ตอนกำลังจะใส่รองเท้าถึงได้สังเกต จากนั้นก็คงรีบกลับบ้านแล้วก็หาทางทิ้งถุงเท้าไปแล้วล่ะครับ แต่รองเท้าของเขามีแค่คู่เดียวและยังไม่ถูกทิ้ง ถ้าเอาไปตรวจดูคงเจอเืของผู้ตาย”
“คุณมั่นใจได้ยังไงว่าเป็เขาแน่ๆ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ”
“ฆาตกรพลาดเยอะมาก อย่างแรกเลยคือการที่ผู้ตายพกกระเป๋าตังค์และกุญแจบ้านไว้ในกระเป๋ากางเกง แต่กลับไม่ได้แต่งหน้าหรือฉีดน้ำหอม ผมคิดว่าเธอคงจะออกจากบ้านไปพบใครซักคน แต่กลับไม่แต่งหน้าทั้งที่ปกติเวลาไปทำงานจะแต่งตลอด ดูจากปริมาณเครื่องสำอางในบ้านและกลิ่นน้ำหอมในห้องนอนก็รู้ แปลว่าคนที่เธอจะไปพบไม่ใช่เพื่อนหรือแฟน อาจเป็พ่อแม่หรือญาติ แต่ครอบครัวเธออยู่ต่างจังหวัด แถวนี้ก็ไม่มีญาติอาศัยอยู่ด้วย ถ้าจะเดินทางกลับบ้านก็ต้องมีการจัดกระเป๋ารอแล้ว แถมเธอยังตาย่ 2-3 ทุ่ม ผมเลยคิดว่าคนเดียวที่เธอจะไปหาเวลานี้ได้คือพี่ของเธอเท่านั้น แล้วก็โดนพามาบ้านทั้งที่ไม่ได้สติแบบนั้นแหละครับ”
“พวกเราจะตรวจสอบตามที่คุณบอก ขอบคุณมากครับ เราคงเป็หนี้คุณอีกแล้ว ขอตัวก่อน”
“ตำรวจมาแต่เช้าเลยนะออฟ ข้าวเย็นหมดแล้วเนี่ย” ลินพูดขึ้นหลังตำรวจทั้งสองเดินออกไป “เอาน่า อย่างน้อยก็ปิดได้อีกคดีแล้วนะ”
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ออฟจะนั่งลงบนเก้าอี้ “เชิญเข้ามาได้เลยครับ” เขาะโบอกไป ชายใส่ชุดสูท 3 คนเดินเข้ามาในบ้าน ก่อนจะทักทายเ้าของบ้านทั้งสอง
ชายชุดสูท1: สวัสดีครับคุณออฟและคุณลิน พวกเราคือ…
ออฟ: คนที่ทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ ใช่มั้ยครับ
ชายชุดสูท2: ใช่ครับ ว่าแต่คุณรู้ก่อนแล้วว่าเราจะมาได้ไงกัน
ออฟ: เปล่าหรอกครับ แต่ผมเห็นนาฬิกาข้อมือของคุณมันเดินช้าไปตั้งหลายชั่วโมง แต่ทั้งเครื่องแต่งกายและท่าทางการเดินก็ดูมีระเบียบ แค่นี้ก็รู้แล้วครับว่าพวกคุณเดินทางไปมามากกว่า 1 ประเทศ แถมทำงานให้ทางการด้วย เพราะพวกคุณดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยวเท่าไหร่
ชายชุดสูท2: คุณนี่ช่างสังเกตอย่างที่ได้ยินมาจริงๆ งั้นพวกเราขอเข้าเื่เลยแล้วกัน
ออฟ: เชิญนั่งลงก่อนเถอะครับ ผมเดาว่าพวกคุณคงยังไม่ได้กินอาหารเช้ามา เรามีขนมปังร้อนๆให้
ชายชุดสูท2: ขอบคุณ
ออฟ: แล้ว… มีคดีอะไรทำให้พวกคุณต้องเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ล่ะ
ชายชุดสูท3: พวกเรามาเพื่อขอเชิญพวกคุณทั้งสองเข้าร่วมองค์กร SaDS
ออฟ: ตกลงครับ
ชายชุดสูท2: ? ตอบตกลงง่ายๆเลยนะครับ
ออฟ: อันที่จริงพวกเราคิดจะเข้าร่วมอยู่แล้วล่ะครับ แค่รอเวลาให้มีคนมาชวนเฉยๆ
ชายชุดสูท2: …
ชายชุดสูท1: งั้นกรุณาเซ็นเอกสารนี้ด้วยครับ
To be continued…