ตอนที่ 6 ทำความสะอาดหลุมศพ (2)
เสี่ยวจือจืออยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูขาว เท้าสวมรองเท้าหนังสีชมพูคู่หนึ่ง พร้อมด้วยถุงเท้าสีชมพูและกระเป๋าเป้ใบเล็กที่สะพายอยู่บนไหล่
ภายในกระเป๋าเป้มีผลไม้ งูหนึ่งตัว ธนบัตรกงเต๊ก กระดาษเงินกระดาษทอง ไฟแช็ก เทียน อีกทั้งในมือของเสี่ยวจือจือยังกำดอกกุยช่ายไว้อีกกำหนึ่ง
เธอเป็เด็กที่เฉลียวฉลาด แทบจะทุกเื่ที่โจวมู่เคยทำ เธอล้วนจดจำได้ทั้งสิ้น เมื่อก่อนเธอเคยเห็นว่า ทุกครั้งที่พ่อของเธอจะไปทำความสะอาดสุสานก็จะนำดอกไม้ไปเยี่ยมหลุมศพด้วย ดังนั้นเสี่ยวจือจือจึงไปเด็ดดอกกุยช่ายพร้อมเอ้อร์หู่มาหนึ่งกำ ทันทีที่โจวมู่เห็นหนูน้อยอุ้มดอกกุยช่าย ก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมาทันที
ขณะที่โจวมู่เดินทางขึ้นเขาไปพร้อมหนูน้อย ระหว่างทางยังได้ยินเสียงของป้าหลี่ด่าไล่หลังมาจากในหมู่บ้านด้วยเสียงอันดังลั่นว่า “โจรชั่วตัวไหนมาขโมยดอกกุยช่ายของฉันกัน ดอกกุยช่ายของฉัน...”
แม้จะเป็โจวมู่ผู้ซึ่งไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งเร้ารอบกายใด เมื่อได้เห็นภาพของป้าหลี่ที่เท้าเอววีนด่าบนแปลงกุยช่ายที่โล่งเตียน ท่าทีของเขาก็สลดลงเล็กน้อย
“จือจือ พ่อเคยบอกหนูแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามเอาของของคนอื่นมาตามใจชอบโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะ”
โจวจือจือทำหน้าตาน่าสงสาร ก่อนจะล้วงเอางูสามเหลี่ยมตัวเล็กตัวหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและดึงยืดมันเล่นราวกับหนังยาง พร้อมเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็พ่อและพูดอย่างจริงจังว่า “แต่ว่าหนูฝังเงินหนึ่งร้อยหยวนไว้ในดินตรงนั้นนี่นา”
เอาละ กลายเป็โจวมู่ที่น่าสงสารแทนเสียแล้ว... ‘เงินหนึ่งร้อยหยวนกับดอกกุยช่ายหนึ่งช่อ มันจะแพงเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ’
โชคยังดีที่ตัวเองสามารถหาเงินได้ โจวมู่ยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวของเขา ผมอ่อนนุ่ม ััของศีรษะใต้ฝ่ามือของเขาก็นุ่มไปด้วย
เมื่อเดินขึ้นมาในเขตูเาก็ต้องปีนขึ้นเนินต่อ เสี่ยวจือจือไม่อยากให้พ่ออุ้มอีกแล้ว เธอกระชับกระเป๋าเป้บนหลัง ก้าวขึ้นไปด้วยตัวเองบนเส้นทางยาวโดยไม่แวะพักหายใจ หลังจากเดินผลัดกันนำผลัดกันตามกับเอ้อร์หู่ไปเรื่อยๆ โจวมู่ที่เดิมทีจิตใจหนักอึ้งก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยะโเรียก “พ่อ เร็วหน่อยสิคะ” คำแล้วคำเล่า
ที่หลุมศพของคุณพ่อคุณแม่โจวมู่ ต้นอ่อนต้นเล็กของพืชพันธุ์แห่งฤดูใบไม้ผลิโดยรอบตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็ต้นไม้ที่สูงกว่าหนูน้อยเท่าตัวไปแล้ว กิ่งก้านอวบหนาจนเกือบจะเท่าแขนของเธอ ใบดกเขียวขจี ลำต้นแข็งแรงสูงตรงตระหง่าน
เสี่ยวจือจือทำตามที่ตัวเองเคยลั่นวาจาไว้ เธอหยิบจอบเล็กๆ ออกมาและลงมือกำจัดวัชพืช
โจวมู่เห็นว่าทันทีที่เธอขุดเอาไส้เดือนตัวหนึ่งออกมาได้ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเล่นกับไส้เดือนตัวนั้นแทน จนทั่วทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน ชุดใหม่สีชมพูที่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อเช้า ตอนนี้เลอะไปด้วยดินโคลนและดอกหญ้า
มองภาพของหนูน้อยใสซื่อที่นั่งลงหน้าหลุมศพพร้อมมือที่แบ่งกุยช่ายออกเป็สองกองด้วยท่าทีจริงจัง ความนิ่งเย็นบนใบหน้าของโจวมู่ก็ค่อยๆ ลบเลือนไปจนเหลือเพียงความอบอุ่น
หลังจากจัดวางจานอาหารสำหรับไหว้เคารพศพเสร็จแล้ว ก็จุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง โจวมู่นำหนูน้อยให้กราบก้มหัวทำความเคารพป้ายหลุมศพสามครั้ง
“พ่อครับ แม่ครับ ไม่ต้องห่วงนะ ผมสบายดี” โจวมู่สะอึกนิ่ง เพียงแค่คิดว่าเพราะตัวเองต้องไปเข้าคุก จึงทำให้พ่อแม่ต้องโมโหจนตาย เขาก็รู้สึกเ็ปใจอย่างมาก เป็ความเ็ปใจที่ไม่สามารถระบายออกมาได้
เสี่ยวจือจือก้มหัวคำนับตามอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็พ่อที่ยังคงหมอบกราบอยู่บนพื้น เธอลุกยืนขึ้น ยื่นมือไปตบลงบนศีรษะของพ่อ พร้อมพูดขึ้น “พ่อไม่ต้องเสียใจนะคะ คุณปู่คุณย่าไม่อยู่แล้ว หลังจากนี้จือจือจะดูแลพ่อเองนะ”
ยังอยู่บนพื้นหลุมศพเย็นเฉียบ โจวมู่โอบเสี่ยวจือจือไว้ในอ้อมกอด ศีรษะพิงเอนไปที่หลุมศพราวกับกำลังอยู่ในอ้อมกอดของแม่อย่างไรอย่างนั้น เขาเงยหน้าขึ้น พร้อมน้ำตาที่ปล่อยให้ไหลออกมา
เสี่ยวจือจือนั่งบนตักของพ่อ ศีรษะซบลงในอ้อมกอดของพ่อ กอดไปที่เอวของพ่อ ก่อนจะค่อยๆ ผล็อยหลับไป
สายลมแห่งหุบเขาพัดผ่าน โอบอุ้มขี้เถ้าของกระดาษเงินกระดาษทองลอยขึ้นปลิวว่อน หมุนวนในอากาศ...