คล้อยหลังฮั่วหนานอันกับเสี่ยวเฟิง ประตูบ้านก็ถูกปิดสนิทลงกลอนอย่างแ่า ฮั่วิจูเกิดความกังวล นางเป็ห่วงบุรุษทั้งสองที่เพิ่งออกไปจัดการกับโจรนิรนามพวกนั้น
ในที่สุดนางก็ได้รู้เสียทีว่าชาติที่แล้วเกิดอันใดขึ้น ท่านหมอถึงได้ย้ายออกจากหมู่บ้านซานไห่ ถึงแม้ชาวบ้านอ้อนวอนให้อยู่ต่อกลับไม่เป็ผล
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน ขณะที่ฮั่วิจูกำลังนอนอยู่ หัวสมองของนางนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ชาติที่แล้วนางได้ยินข่าวแว่วมาว่า หมอเทวดาที่อาศัยอยู่บนเขาตัดสินใจย้ายออกจากหมู่บ้านซานไห่ เพราะเกิดเื่บางอย่างขึ้น ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเป็เื่อะไร นอกเสียจากหัวหน้าหมู่บ้านและคนอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น
นับว่าโชคดีที่ฮั่วิจูได้รับโอกาสให้หวนกลับมาใน่วัยเยาว์ จึงวางแผนให้ท่านอาจารย์ลงไปทานมื้อค่ำกับพวกตนในค่ำคืนนี้ หลังจากนั้นก็ยกโขยงกันขึ้นมาส่งท่านอาจารย์ ไม่คิดเลยว่าจะพบเจอโจรกลุ่มหนึ่งที่มีอาวุธครบมือ
นี่สินะคือสาเหตุที่ชาติก่อนท่านหมอเทวดาต้องลาจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป
สมุนไพรตากแห้งถูกขนไปจนหมดห้อง นับว่ายังโชคดีที่สมุนไพรหายากถูกซ่อนเอาไว้ในห้องลับอย่างมิดชิด จึงรอดพ้นสายตาของพวกหัวขโมย
ฮั่วิจูสงสัยว่าคนสองกลุ่มมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แล้วชาวบ้านธรรมดาจะเอาอาวุธมาจากที่ใด
ชาติที่แล้วสกุลหลี่สั่งสมกองกำลังจำนวนมากอยู่ที่อำเภอจางหลิน หรือว่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน
ประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา ฮั่วหนานอันกับเสี่ยวเฟิงก็กลับมา ทุกคนจึงตัดสินใจพาโอวหยางเพ่ยเพ่ยลงเขา เพื่อกลับไปค้างคืนที่บ้านฮั่ว
ตื่นเช้าขึ้นมา ฮั่วหนานอันรีบเดินทางไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน พอหัวหน้าหมู่บ้านทราบว่าบ้านของหมอเทวดาถูกปล้นสมุนไพรไปจนหมดก็ใ
หัวหน้าหมู่บ้านกับลูกชายเดินทางมายังบ้านฮั่ว เพื่อสอบถามถึงเื่ราวที่เกิด ชาวบ้านทุกคนรู้ดีว่าหมอเทวดาคือผู้ที่พวกตนไม่สามารถยุ่งด้วยได้ หากหมู่บ้านไม่มีหมอเทวดาปักหลักอยู่ ทุกคนจะต้องเดือดร้อนยามเจ็บป่วย
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ข้า้าย้ายลงมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน” โอวหยางเพ่ยเพ่ยแจ้งความประสงค์
“ดี เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง ข้าคิดว่าควรเป็เช่นนั้น ผู้ใดมันกล้าทำเื่เลวทรามขึ้นได้ โชคดีที่เมื่อคืนท่านหมอลงมาทานมื้อเย็นกับบ้านฮั่ว”
หัวหน้าหมู่บ้านเคารพหมอเทวดาผู้นี้มาก สมาชิกในครอบครัวของเขาถึงสองคนรอดตายมาได้ก็เพราะฝีมือการรักษาของท่านหมอเทวดา
“ท่านหมอ้าปลูกบ้านบริเวณใด ข้าจะได้ดูที่ดินให้”
“ในหมู่บ้านมีบ้านร้างบ้างหรือไม่” การสร้างบ้านใหม่ต้องรอหลายวัน ถ้ามีคนขายบ้านหลังเก่า เพียงแค่ซ่อมแซมไม่กี่วันก็น่าจะย้ายเข้าไปอยู่ได้”
“ข้ามีบ้านเก่าหลังหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านฮั่ว แต่ว่ามันค่อนข้างทรุดโทรม บ้านหลังนี้เป็บ้านั้แ่บรรพบุรุษ มีพื้นที่ไม่ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป ถ้าท่านหมอ้าไปอยู่ข้าจะได้พาคนไปซ่อมแซม”
“ตกลงว่าข้าจะซื้อบ้านหลังนั้น หัวหน้าหมู่บ้านบอกราคามาได้เลย”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยเห็นว่าบ้านหลังที่กล่าวถึงอยู่ในละแวกเดียวกับบ้านฮั่วจึงตัดสินใจซื้อ โดยไม่ไปสำรวจบ้านดูก่อน
“เอาเป็ว่าข้าจะยกบ้านหลังนั้นกับที่ดินให้ท่านโดยไม่คิดเงินก็แล้วกัน”
เพื่อความสะดวกในการรักษา ชาวบ้าน้าให้ท่านหมอย้ายลงมาอยู่ในหมู่บ้านนานแล้ว แต่เป็ท่านหมอเองที่ไม่ยินยอมลงจากเขา
นับว่าเื่นี้เป็เื่น่ายินดี เอาเป็ว่าเขาจะยกบ้านหลังนั้นเป็การตอบแทนที่ท่านหมอย้ายลงมาอยู่ในหมู่บ้าน และเพื่อเป็การปลอบขวัญที่ถูกหัวขโมยทำให้ตื่นตระหนก
“ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจ ยามพวกท่านเดือดร้อนข้าเก็บเงินค่ารักษา แต่พอตนเองเดือดร้อนกลับให้ท่านเสียสละบ้านและที่ดิน มันมิใช่เหตุผลที่ดีเลย”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยไม่้าตกเป็ขี้ปากชาวบ้าน คำครหาของผู้คนในเื่เงินทองนั้นน่ากลัว จึงไม่คิดรับความหวังดีของหัวหน้าหมู่บ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านยอมรับเงินจากท่านหมอ แต่เป็การรับเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น หวังเพียงว่า้าซื้อใจให้ท่านหมอเทวดาปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านซานไห่ตลอดไป
พอเจรจากันเรียบร้อย หัวหน้าหมู่บ้านเร่งเกณฑ์แรงงานมาช่วยซ่อมแซมบ้านหลังเก่าั้แ่บรรพบุรุษ เพียงหัวหน้าหมู่บ้านเล่าถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับหมอเทวดาเมื่อคืน ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านจึงเดินทางมาช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับท่านหมอเทวดาอย่างเร่งด่วน
ผู้อื่นไปช่วยกันซ่อมแซมบ้านให้กับท่านหมอเทวดา แตกต่างจากฮั่วหนานอันที่เตรียมพร้อมไปรับจ้างสร้างบ้านให้กับครอบครัวจางหมินต่อ ถุงเงินค่าแรงที่ได้รับมาเมื่อวานถูกยื่นออกไปตรงหน้าของภรรยา
หวังซื่อมองถุงที่ถูกยื่นมาต่อหน้า ท่าทางยืดอกเชิดหน้าจนคล้ายกับแหงนมองฟ้าทำให้นางนึกขัน
“ถุงอะไรของท่าน”
“นี่คือเงินค่าแรงของข้า กว่าจะได้มันมาข้าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด” ยกมือขึ้นบีบนวดแขนตนเองไปมา โอ้อวดเงินค่าแรงราวกับเด็กน้อย ในใจหวังคำชมจากปากภรรยา
หวังซื่อรับถุงเงินมาเปิดออกดู พอเห็นว่าเป็เหรียญทองแดงจำนวนยี่สิบเหรียญก็ปิดถุงไว้ตามเดิม
“อะแฮ่ม!” ฮั่วหนานอันเห็นภรรยาจะเดินจากไปโดยไม่กล่าวชมก็รีบกระแอมหยุดเอาไว้ก่อน
หวังซื่อปรายตามองคนที่ยืนกอดอกอยู่กับที่ ไม่ยอมเดินไปไหน
“ขอบคุณท่านมาก เงินในถุงนี้ข้าจะใช้อย่างประหยัด”
แม้ว่าจะไม่ใช่คำกล่าวชม เพียงคำขอบคุณฮั่วหนานอันพึงพอใจมากแล้ว ปกติภรรยาผู้นี้ปากหนักยิ่งกว่าอะไรดี เคยขอบคุณตนด้วยน้ำเสียงปกติเสียที่ไหน
“เ้าไม่ต้องใช้ประหยัดหรอก เงินจะหาเมื่อไหร่ก็ได้ ข้าทำงานหนักเพิ่มอีกสักหน่อยพวกเ้าจะได้อยู่สบาย”
หวังซื่อเกือบหลุดขำกับคำพูดของเขา เงินค่าแรงที่เขาทำงานสองวันยังไม่ได้ถึงเสี้ยวที่พวกตนออกไปเก็บอาหารทะเลขาย
“ท่านอย่าหักโหมให้มาก เจ็บป่วยขึ้นมา เงินที่หามาได้จะต้องเสียไปกับค่ารักษา”
ฮั่วหนานอันยืนยิ้มเผล่กับคำพูดของภรรยาคนงาม นี่นางเป็ห่วงเขาใช่หรือไม่ ั้แ่แต่งงานกันมาจนมีลูกสอง แทบนับครั้งได้ที่นางพูดประโยคที่เหมือนห่วงใยออกมา
หวังซื่อเดินจากไปนานแล้ว แต่ฮั่วหนานอันยังอยู่ที่เดิม คนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าคือบุตรสาวคนเล็กอย่างฮั่วิจู
“ท่านพ่อ!”
เสียงเรียกของบุตรสาวทำให้ฮั่วหนานอันได้สติ ก้มลงมองร่างกระจ้อยที่ยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้า
“เ้ามีอันใด”
“ค่าแรงที่ท่านได้ให้ท่านแม่ไปทั้งหมดเลยหรือเ้าคะ”
“แน่นอนสิ ข้าจะซ่อนเงินแม่เ้าไปทำไมกัน” เ้าเด็กคนนี้สงสัยว่าตนซ่อนเงินหรือ ถึงได้เอ่ยคำถามเช่นนี้ออกมา
“ทำไมท่านพ่อไม่ให้เงินขวัญถุงแก่ข้ากับพี่สาวบ้างล่ะ คนละอีแปะก็ยังดี ได้เงินมาก็ให้ท่านแม่เสียหมด ในใจของท่านพ่อมีพวกเราสองพี่น้องอยู่หรือไม่”
“เ้าเด็กนี่! เป็เด็กเป็เล็กจะเอาเงินไปทำอะไร ให้แม่ของเ้าเก็บไว้ดีแล้ว” ผลักหน้าผากเด็กน้อยหน้าเงินเบา ๆ ท่าทางราวกับนักเลงน้อยมาขู่กรรโชกทรัพย์ดูได้เสียที่ไหน
“ท่านพ่อจะไปไหนหรือเ้าคะ” ฮั่วิจูเห็นบิดากำลังจะออกจากบ้านก็รีบถามขึ้น
“พ่อจะไปสร้างบ้านจางหมิน”
“หืม ท่านพ่อไม่ไปช่วยซ่อมแซมบ้านของท่านอาจารย์หรือเ้าคะ”
คนในหมู่บ้านล้วนไปช่วยซ่อมแซมบ้านของอาจารย์ แต่ท่านพ่อของนางกลับไปรับจ้างสร้างบ้านต่อ
“จางหมินก็้าให้บ้านเสร็จเร็วเหมือนกัน ที่บ้านอาจารย์ของเ้ามีคนไปช่วยงานจนเต็ม พ่อของเ้าเป็ผู้ที่จิตใจเมตตา ไปรับงานที่ได้ค่าแรงดีกว่า”
โบกมือลาบุตรสาวแล้วรีบวิ่งออกจากบ้าน มุ่งตรงไปยังบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ พอไปถึงก็พบเข้ากับคนงานอีกสี่ห้าคนที่เลือกมาสร้างบ้านต่อให้แล้วเสร็จ
ฮั่วิจูมองตามหลังบิดาผู้เห็นเงินแล้วตาลุกวาว วันนี้นางและคนที่บ้านจะต้องลงมือทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่ไปช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับท่านอาจารย์
ณ เวลานี้เท่ากับว่าท่านอาจารย์มีเพียงครอบครัวของพวกตนที่นับถือกันดุจญาติมิตร แต่บิดาตัวดีกลับวิ่งเข้าใส่เงิน ปัดก้นหนีงานที่ไม่สามารถทำเงินให้ได้