ค่ำคืนในฤดูหนาวนั้นหนาวเหน็บราวกับจะแช่สรรพสิ่งให้เป็น้ำแข็ง
หนาวเสียจนปลายจมูกไร้ความรู้สึก ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวกับจมอยู่ในหิมะ อวี๋ม่านขมวดคิ้วพยายามลืมตาขึ้นแต่กลับรู้สึกว่าเปลือกตาหนักยิ่งนัก ผ่านไปครู่หนึ่งเพดานแปลกตาก็ปรากฏสู่สายตา นางค่อย ๆ ชันตัวขึ้นก่อนได้ยินเสียงอุทานด้วยความใ
“คุณหนูรู้สึกตัวแล้วหรือเ้าคะ?”
ไม่ทันที่อวี๋ม่านจะได้ตั้งสติก็มีเสียงอึกทีกคึกโครมดังมาจากด้านนอก ดูเหมือนเ้าของเสียงจะวิ่งออกไปแจ้งข่าวหลังจากนั้นในเรือนก็เต็มไปด้วยความโกลาหล อวี๋ม่านมองสถานการณ์นี้ด้วยความสับสน นางไม่ใช่คุณหนู ไม่รู้จักสาวใช้เหล่านี้ แล้วยิ่งไม่เคยเห็นห้องที่นางอยู่
ที่สำคัญ นางควรจะตายไปไม่ใช่แล้วหรือ เหตุใดจึงยังลืมตาขึ้นมาได้อีก นี่มันเื่อะไรกัน?
เพียงชั่วครู่ก็มีสาวใช้นำทางชายชราเข้ามา หลังจับชีพจรนาง หมอชราก็ถอนหายใจโล่งอก
“เมื่อคุณหนูอินฟื้นก็เท่ากับว่าปลอดภัยแล้ว ขอเพียงพักผ่อนให้มากและกินยาตามเทียบก็จะหายเป็ปกติ”
เห็นคนป่วยนอนเหม่อไม่พูดสิ่งใด ก็หันไปกำชับสาวใช้ก่อนจะจากไป
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวในห้องก็กลับมาเหลือเพียงนางกับสาวใช้อีกคนเท่านั้น อวี๋ม่านกะพริบตา พยายามประมวลข้อมูลที่ได้รับมา ดูเหมือนชายแก่ผู้นั้นจะเรียกนางว่าคุณหนูอิน แต่นางคืออวี๋ม่าน แล้วคุณหนูอินคือใครกัน? พลันสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่กระจกบานหนึ่ง
กระจกใบนั้นสะท้อนเงาของเด็กสาววัยไม่เกินสิบเจ็ด ั์ตาหงส์ ผิวเนียนละเอียด แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไปบ้างทว่าก็นับเป็เด็กสาวผู้งดงาม ..ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
นี่ใช่ที่อาจารย์เคยพูดว่าเคล็ดวิชาค่ายกลสะกดิญญามีผลข้างเคียงใช่หรือไม่?
เช่นนั้นที่เหตุการณ์ที่นางกำลังประสบคือการคืนร่างสลับิญญาหรือ?!
ไม่กี่วันผ่านไปอวี๋ม่านก็พอจะเข้าใจสถานะของตัวเอง
ร่างของนางมีนามว่า'อินหลีม่าน' คุณหนูแห่งจวนผู้ตรวจการ มีบิดานามว่าอินหลี่เฉิง มารดาหรืออินฮูหยินนั้นเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน ส่วนสาเหตุที่อินหลีม่านเกือบเอาชีวิตไม่รอดเป็เพราะนางพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ แม้จะถูกช่วยขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่ความเย็นเยียบของน้ำในฤดูหนาวก็ได้คร่าชีวิตของคุณหนูอินจน’ อวี๋ม่าน’ ได้กลายเป็’ อินหลีม่าน’ ไปแทน
ชีวิตของพวกนางเรียกได้ว่าเป็ขั้วตรงข้าม อินหลีม่านนั้นเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้งชีวิตเต็มไปด้วยกฎระเบียบมากมาย อินหลี่เฉิงเข้มงวดกับนางมากจนความสัมพันธ์พ่อลูกห่างเหิน คุณหนูอินที่โตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้จึงเฉยชาจนเรียกได้ฉายาว่าหญิงงามน้ำแข็ง
ส่วนนางเป็เด็กกำพร้าที่อาจารย์เก็บมาเลี้ยงั้แ่ยังเป็ทารก อวี๋ม่านเป็ชื่อที่อาจารย์ตั้งให้โดยให้ใช้แซ่อวี๋เช่นเดียวกัน อวี๋ม่านจึงนับถืออาจารย์ดุจบิดาแท้ ๆ แม้จะได้ชื่อว่าเป็เด็กกำพร้าแต่กลับเติบโตมาอย่างอบอุ่น
อาจารย์ของนางมีลูกศิษย์สามคน ทั้งสามคนเป็พี่น้องกัน ยามที่อาจารย์อุ้มนางที่ยังเป็ทารกขึ้นเขามาบอกว่าจะเลี้ยงดู ทั้งสามก็เอาแต่เรียกนางว่าน้องสาว มาเกาะแกะนางไม่หยุดจนอาจารย์ต้องตะเพิดไป อวี๋ม่านจึงเป็เด็กกำพร้าที่มีทั้งบิดาและพี่ชายอีกสามคน แม้จะไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนางแต่กลับได้เรียนทุกสิ่งที่อยากเรียน เรียกได้ว่าทั้งชีวิตไม่มีสิ่งใดขาด
ทว่ายามนี้นางไม่เหลือใครแล้ว อาจารย์ของนางเสียไปเมื่อนางอายุสิบเจ็ด พี่ชายทั้งสามของนางเสียชีวิตในา นางเองก็ไม่มีห่วงอะไรในชีวิต เช่นนั้น์จะส่งนางมาในร่างคุณหนูอินทำไม?
“คุณหนูเ้าคะ นายท่านเรียกให้คุณหนูไปพบเ้าค่ะ”
จื่อหลันเป็สาวใช้ประจำตัวของอินหลีม่าน โดยปกติแล้วแม้คุณหนูอินจะเ็าไปเสียบ้างแต่ก็จะส่งเสียงตอบรับนางเสมอ แต่ไม่กี่วันมานี้คุณหนูมักจะนิ่งเงียบเหมือนมีอะไรในใจ เมื่อนางทวนประโยคหลายครั้งเข้าจึงกะพริบตาราวกับพึ่งรู้สึกตัว ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“คุณหนูเ้าคะ?”
อวี๋ม่านที่กำลังอยู่ในภวังค์สะดุ้งเล็กน้อย นางเอียงหัวเล็กน้อยมองไปที่สาวใช้ประจำตัว จื่อหลันเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยซ้ำอีกครั้ง
“นายท่านเรียกคุณหนูไปพบเ้าค่ะ”
หญิงสาวหลุบตาลง
จริงสินะ ยามนี้นางไม่ใช่อวี๋ม่านอีกต่อไปแล้ว ไม่มีอาจารย์ที่คอยมองนางเล่นซุกซนด้วยรอยยิ้มใจดี ไม่มีพี่ชายที่ตามใจนางไปเสียทุกอย่างอีกต่อไป นางคืออินหลีม่าน คุณหนูแห่งจวนผู้ตรวจการผู้เงียบขรึมเ็า
คนที่ตายก็ตายไป ส่วนคนยังอยู่อย่างนางก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป
“ข้ารู้แล้ว”
แม้ตระกูลอินจะเรียกได้ว่าเป็ตระกูลมีชื่อเสียงแต่กลับตกแต่งอย่างเรียบง่ายเพราะอินหลี่เฉิงเป็คนสมถะ มีอุดมการณ์ชัดเจนและไม่ลุ่มหลงในลาภยศเงินทอง นับว่าเป็ขุนนางที่ดีคนหนึ่งแต่กลับไม่ใช่บิดาที่ดีนัก ่ที่อินหลีม่านรักษาตัวอยู่ในเรือนอินหลี่เฉิงไม่เคยมาเยี่ยมสักครั้งและยามนี้ที่นางพึ่งฟื้นตัวได้ไม่นานก็ยังเรียกไปพบ
จื่อหลันนำทางอินหลีม่านไปจนถึงห้องทำงานของอินหลี่เฉิง เมื่อบ่าวรับใช้แจ้งว่าคุณหนูอินมาแล้วก็ได้ยินเสียงนิ่งขรึมตอบกลับมาจากด้านใน
“เข้ามาได้”
ภายในห้องทำงานนั้นเต็มไปด้วยเอกสารที่จัดเรียงอย่างเป็ระเบียบเครื่องเรือนมีเพียงเท่าที่จำเป็เท่านั้น เมื่อได้ยินเสียงอินหลีม่านเดินเข้ามาอินหลี่เฉิงก็เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารเ่าั้
“นั่งลงก่อน”
ในใจอินหลีม่านยามนี้อึดอัดหาใดเปรียบ แม้อาจารย์ของนางจะเคยสอนธรรมเนียมเช่นนี้มาทว่าชีวิตของอวี๋ม่านไม่จำเป็ต้องสนใจ บัดนี้นางมาอยู่ในร่างของคุณหนูสกุลอินที่เคร่งครัดไปเสียหมดจึงทำได้เพียงสงบจิตสงบใจใช้ความนิ่งเข้าสู้
“อาการป่วยเป็อย่างไรบ้าง” แม้น้ำเสียงจะนิ่งเรียบแต่นางก็พอจับความห่วงใยบางเบาที่พอมีอยู่ในประโยคได้
“ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ เพียงแต่เหมือนความทรงจำของข้าจะขาดหายไปไม่น้อย” อินหลีม่านตอบ
มีเพียงการอ้างเช่นนี้ที่จะทำให้ความแปลกประหลาดต่าง ๆ ไม่เผยพิรุธมากจนเกินไป นางไม่เคยสนใจข่าวคราวในแวดวงขุนนาง อย่างไรเสียก็ไม่สามารถวางตัวเช่นคุณหนูอินตัวจริงได้ ดังนั้นอะไรจะเกิดขึ้นก็โยนให้อินหลี่เฉิงแก้ปัญหาไปซะ จะเข้มงวดเ็ากับนางอย่างไรอินหลีม่านก็ไม่ใส่ใจ อย่างไรอินหลี่เฉิงก็มิใช่บิดาของนาง
เมื่อได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนี้อินหลี่เฉิงก็นิ่งไป ความจริงเขาได้ยินเื่นี้มาจากหมอประจำตระกูลแล้วแต่เมื่อได้ยินจากปากอินหลีม่านก็อดถอดถอนใจไม่ได้
“เอาเถอะ พักฟื้นอีกหน่อยก็คงจะกลับมา ดีขึ้นแล้วก็จงอ่านตำราที่ข้าเคยให้ไว้ให้จบ”
“เ้าค่ะ”
อินหลีม่านได้แต่เวทนาคุณหนูอินตัวจริงอยู่ในใจ บุตรสาวก้าวเท้าเฉียดประตูไปปรโลกถึงเพียงนี้ บิดากลับบอกให้ไปอ่านตำรา หากนางเป็อินหลีม่านจริง ๆ คงเสียใจมาก
“ไม่มีอะไรแล้วเ้าก็ไปพักผ่อน อีกไม่นานจะถึงเทศกาลล่าสัตว์แล้ว หากล้มป่วยลงอีกจะลำบาก”
ราชวงศ์ของแคว้นต้าฉีจะจัดเทศกาลล่าสัตว์ในทุก ๆ ปี
โดยปกติแล้วผู้เข้าร่วมจะเป็เหล่าคุณชายทั้งหลายในเมืองหลวงแต่ปีนี้ได้ยินว่าแม่ทัพหรงซวินและแม่ทัพเต๋อชุนจะเข้าร่วมด้วย บรรดาหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนจึงตั้งตาคอยเป็พิเศษ อินหลีม่านได้ยินแล้วก็แปลกใจ ก่อนนางตายเมืองอวิ๋นโจวทำากับซีเป่ย ต่างฝ่ายต่างรอให้ทัพเสริมมาสมทบ เมืองหยวนชีที่แม่ทัพหรงซวินประจำอยู่นั้นใกล้กับอวิ๋นโจวที่สุดจึงอยู่ในระหว่างเดินทัพมายังอวิ๋นโจว เช่นนั้นเหตุใดแม่ทัพหรงซวินจึงมาร่วมงานได้?
“เ้ารู้ข่าวคราวาที่เมืองอวิ๋นโจวกับชาวซีเป่ยหรือไม่?” อินหลีม่านถามขึ้น สายตาก็เหลือบไปเห็นพัดเล่มหนึ่งในกล่องเครื่องประดับ หยกสีขาวแกะสลักงดงามสะดุดตานัก มือเรียวดุจลำเทียนโฉบพัดเล่มนั้นไปดูอย่างสนใจ
“าที่อวิ๋นโจว? าอะไรหรือเ้าคะ?” จื่อหลันเอียงคอ ท่าทีของจื่อหลันยิ่งทำให้นางประหลาดใจ เป็ไปได้หรือที่าใหญ่ขนาดนั้นจะไม่มีข่าวคราวมาถึงเมืองหลวง
“ก็าที่คุณชายเซี่ยทั้งสามคนตายในสนามรบอย่างไรเล่า”
ได้ยินเช่นนี้จื่อหลินก็กระจ่าง “คุณหนูหมายถึงาที่แม่ทัพหรงซวินยกทัพไปช่วยอวิ๋นโจวเมื่อสองปีก่อนหรือเ้าคะ?”
มือที่กำลังหุบคลี่พัดไปมาชะงักงัน “สองปีก่อนงั้นรึ?”
จื่อหลันเห็นท่าทางของอินหลีม่านก็เข้าใจว่าตกน้ำคราวนี้คุณหนูของนางลืมเลือนเื่ต่าง ๆ ไปมากจึงกล่าวว่า “คุณหนูอาจจำไม่ได้ งานเลี้ยงต้อนรับที่แม่ทัพหรงซวินได้รับชัยชนะกลับมาคุณหนูก็ไปร่วมนะเ้าคะ”
อินหลีม่านไม่ได้ใส่ใจคำพูดที่เหลือของจื่อหลัน 'าจบไปสองปี' แล้วเื่นี้ทำให้นางในัก แต่เมื่อคิดดูอีกทีการที่นางมาเข้าร่างของอินหลีม่านก็ไม่ใช่เื่ที่สามารถทำความเข้าใจได้อยู่แล้ว การที่ระหว่างนั้นเวลาจะล่วงเลยไปถึงสองปีคงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
“เช่นนั้นทหารซีเป่ยได้บุกเข้าไปในอวิ๋นโจวหรือไม่?” อินหลีม่านเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ “..แล้วเซี่ยฮูหยินเป็อย่างไร?”
“ได้ยินมาว่าทหารซีเป่ยเดินทัพล่าช้า กว่าจะมาถึงกองทัพจิ่นเยว่ก็ตั้งทัพรออยู่อวิ๋นโจวแล้วเ้าค่ะ ส่วนเซี่ยฮูหยินหลังคลอดคุณชายรองก็ย้ายกลับมาอยู่ที่จวนตระกูลเซี่ยในเมืองหลวง”
ได้ยินว่าการเสียสละของนางไม่สูญเปล่า อินหลีม่านก็หลุบตาลง ริมฝีปากแดงระเรื่อดุจแต้มชาดคลี่ยิ้มอย่างยินดี แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน จื่อหลันมองอย่างตกตะลึง ยากนักที่จะเห็นคุณหนูของนางยิ้มแต่พอยิ้มแล้วก็ราวกับฤดูใบไม้ผลิที่มาเยือนหลังความหนาวเหน็บของเหมันต์ เห็นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจตาม
อินหลีม่านเป็หญิงงามที่หาตัวจับได้ยาก เป็ความงามที่แตกต่างกับอวี๋ม่านโดยสิ้นเชิง อวี๋ม่านมีใบหน้าอ่อนหวาน ปากนิดจมูกหน่อยขับให้อวี๋ม่านดูจิ้มลิ้ม น่ารัก ยิ่งนางไม่แต่งหน้าจึงทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าความเป็จริง กอปรกับความเป็คนร่าเริ่งยิ้มง่ายจึงทำให้คนมักเข้าใจว่านางอ่อนโยนก็ยิ่งทำให้เป็ที่เอ็นดูในสำนัก ส่วนอินหลีม่านนั้นสวยคมสะดุดตา หางตาเชิดขึ้นราวั์ตาหงส์ ริมฝีปากแดงระเรื่อ โดยปกติแล้วดวงตาคู่งามมักมีเพียงความเฉยเมยแต่ไม่กี่วันมานี้กลับเต็มไปด้วยประกายแวววาวแบบที่จื่อหลันไม่เคยเห็น
หลังจื่อหลันเล่าเื่ราวาที่อวิ๋นโจวให้ฟังอินหลีม่านก็ตกอยู่ในภวังค์ ก่อนนางตายอวี๋ม่านมีห่วงอยู่เพียงไม่กี่อย่างหนึ่งในนั้นคือเซี่ยฮูหยิน ภรรยาของพี่ชายใหญ่เซี่ยจวิ้น ขณะนั้นนางกำลังตั้งครรภ์บุตรชายคนที่สอง อีกทั้งเซี่ยจวิ้นก็พึ่งจะเสียชีวิต แม้จะรู้ว่าเซี่ยฮูหยินเป็สตรีเข้มแข็งแต่กระนั้นนางก็เป็ห่วงอ ได้ยินว่าเซี่ยฮูหยินปลอดภัยดีอิหลีม่านก็วางใจ
และยังมีอีกเื่หนึ่ง
ในเทศกาลล่าสัตว์ทั้งแม่ทัพหรงซวินและแม่ทัพเต๋อชุนจะเข้าร่วมด้วย ในฐานะอวี๋ม่านนางนับได้ว่าคุ้นเคยกับแม่ทัพเต๋อชุน 'หานเยี่ยน' เพราะเป็เพื่อนร่วมเรียนของเซี่ยหาน พี่ชายสามของนาง อีกทั้งยังเป็สหายสนิทของอวี๋ม่าน หากได้เจอกับอีกฝ่ายอินหลีม่านก็ไม่มั่นใจว่าควรบอกกับหานเยี่ยนหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วนางคืออวี๋ม่าน หากบอกนางก็ยังนึกไม่ออกว่าจะอธิบายเื่เหนือธรรมชาติเช่นนี้อย่างไรให้ไม่โดนหานเยี่ยนไล่ตะเพิดออกมา อีกทั้งนิสัยไม่รับแขกของเ้าตัวก็ยิ่งทำให้เข้าถึงยากขึ้นไปอีก ยิ่งคิดอินหลีม่านก็ยิ่งปวดหัว
เฮ้อ เช่นนั้นก็ให้เป็เื่ของอนาคตก็แล้วกัน..