ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณที่แสดงถึงเวลาในการแข่งขันที่ใกล้หมดลงทุกทีเจียวซิ่นนั่งรอบนเสื่อใต้ต้นไม้ทำหน้าที่ของกรรมการอย่างสบายใจปานนั่งปิกนิกในสวนหลังบ้านของตนเองกำลังใช้ไม้จิ้มท้อสวรรค์ที่วางอยู่บนจานเข้าปากอย่างสบายใจระหว่างนั่นจึงปรากฏร่างสูงสง่าของพี่ชายนางจางลู่ฉีที่วันนี้ได้สวมชุดสีเขียวดูแล้วช่างเป็นชายที่ดูแล้วช่างคล้ายกับเทพเซียนลงมาโปรดสัตว์ในป่าแห่งนี้เป็นอย่างมากเจียวซิ่นจึงไม่แปลกใจที่ศิษย์หญิงหลายคนในสำนักอยากครอบครองตำแหน่งฮูหยินของพี่ใหญ่กันชนิดที่ถ้าให้ต่อแถวจากหน้าสำนักคงยาวไปถึงหน้าบ้านตระกูลจางของนาง
“พี่ใหญ่เหนื่อยใจไม่เจ้าคะ”เจียวซิ่นเอ่ยถามลู่ฉีที่เดินเข้ามา
“พี่ไม่เหนื่อยอันใดถือว่าเดินเล่นออกกำลังกาย”ลู่ฉีนั่งลงพร้อมกับยกชาจากบัวสวรรค์ที่เจียวซิ่นรินให้ขึ้นจิบเบาๆพร้อมเอ่ยชมพรสวรรค์ของน้องสาว
"หอมอร่อย สรรพคุณยังครบถ้วนซิ่นเออร์ช่างมีพรสวรรค์ในการทำอาหารชากานี้ดีจริงๆกลิ่นหอมติดจมูกต่อให้เป็นฮ่องเต้ก็คงไม่มีวาสนาเท่าคนในตระกูลจางที่ได้ชาปราณชนิดต่างๆมาจิบเล่นเช่นนี้"ลู่ฉีเอ่ยอย่างภาคภูมิใจในความสามารถด้านการปรุงอาหารของน้องสาวตน
"อย่ามัวแต่ชมข้าเลยเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ควรสนใจสมุนไพรที่ท่านเก็บมาเถิดเจ้าค่ะว่าจะสู้สมุนไพรที่อาลู่เก็บมาได้หรือไม่ รายนั้นถ้าหากพี่ใหญ่แพ้ขึ้นมาอาจหมดตัวได้นะเจ้าคะ"เจียวซิ่นเอ่ยเตือนพี่ชายตนเกี่ยวกับความช่างเลือกกินของลู่จื้อเลือกกินอย่างเดียวพอไหวนี่เล่นกินอย่างกับกระเพาะเป็นหลุมดำที่เติมได้ไม่มีสิ้นสุด
"เจ้ายังไม่สมุนที่พี่เก็บมาพี่มั่นใจว่าอาลู่ไม่มีทางชนะแน่นอนเจ้าสบายใจได้"ลู่ฉีเอ่ยอย่างมั่นใจพร้อมกับหยิบหญ้าหนวดกิเลนกับเห็ดไข่มังกรออกมาจากแหวนมิติเพื่อโชว์ผลงานให้เจียวซิ่นได้ชมฝีมือการเก็บสมุนไพรของตนเอง
"หญ้าหนวดกิเลนนี้เมื่อเดือนที่แล้วพี่บังเอิญพบมันยังเป็นตนอ่อนในถ้ำใต้เขาที่พี่เข้าไปเก็บตัวเลื่อนขั้นปราณส่วนเห็ดไข่มังกรนี่ช่างเป็นโชคดีของพี่ที่มันดันมาเกิดข้างๆของหญ้าหนวดกิเลนพอดีจึงทำให้พี่ไปที่เดียวได้มาถึงสองอย่าง"ลู่ฉีกล่าวอย่างใจเย็น หากเขาไม่มั่นใจว่าจะชนะลู่จื้อคงไม่นำเงินในกระเป๋าไปเสี่ยงกับกระเพาะของลู่จื้อเป็นแน่
"พี่ใหญ่โกงอาลู่รึไม่รู้แหละหากพี่ใหญ่ไม่อยากให้เงินในกระเป๋าของท่านหมดไปในกระเพาะของอาลู่ท่านต้องหาเครื่องประดับมาปิดปากข้า"เจียวซิ่นเอ่ยอย่างเป็นต่อ
"เจ้าอย่าเข้าใจผิด พี่หาได้คดโกงสิ่งใดไม่เป็นอาลู่ที่ชะล่าใจท้าพี่ที่เป็นเจ้าถิ่นเอง เรื่องนี้พี่ต้องสอนให้อาลู่ลดความมั่นใจในความสามารถตนเจ้าเองก็จำเรื่องนี้เป็นบทเรียนเอาไว้ให้ดี"ลู่ฉีเอ่ยสอนเจียวซิ่น
"เจ้าค่ะข้าจะจดจำเอาไว้ให้ดีว่าไม่ควรประหมาดและทะนงตนอีก" เจียวซิ่นรับคำของพี่ชายตน
“พี่ใหญ่ข้ามาแล้ว”ลู่จื้อกล่าวอย่างร่าเริงพร้อมวิ่งเข้าหาพี่ของตน
“อาลู่ เจ้าได้สิ่งใดมา” เจียวซิ่นเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
"พี่รองข้าได้นี่มันคือโสมคนอายุไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปีและนี่ต้นหญ้าเพลิงเป็นไงสมุนไพรที่ข้าเก็บมาพอสู้กับพี่ใหญ่ได้หรือไม่ขอรับ" ลู่จื้อเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
"อาลู่เจ้าคงต้องแพ้พนันในครั้งนี้แล้วหละ พี่ใหญ่เก็บหญ้าหนวดกิเลนกับเห็ดไข่มังกรกลับมา"เจียวซิ่นเอ่ยบอกน้องชายตนด้วยรอยยิ้ม
"โถ่พี่ใหญ่ข้าอดกินอาหารที่พี่ใหญ่เลี้ยงเลยว่าแต่ท่านไปพวกมันมาจากที่ใดหรืขอรับ" ลู่จื้อถามด้วยความสงสัย
"ข้าเป็นเจ้าถิ่นข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกมันเกิดที่ใดเจ้าชะล่าใจเองที่มาท้าเจ้าถิ่น ถึงเจ้าจะมีความสามารถก็จริงแต่เจ้าอาจต้องแพ้ให้กับคนที่ไม่มีความสามารถใดๆแต่รู้ว่าสิ่งใดอยู่ที่ใดในถิ่นของตนเจ้าไม่ควรทะนงตนในความสามารถนี้เพราะอาจพาเจ้าไปสู่อันตรายได้"ลู่ฉีเอ่ยสอนลู่จื้ออย่างเป็นห่วง
“ขอรับข้าจะจดจำคำสอนนี้ของพี่ใหญ่” ลู่จื้อน้อมรับคำสอนของลู่ฉีอย่างยินดี
“เช่นนั้นอาลู่เจ้าต้องเลี้ยงข้ากับพี่ใหญ่เข้าใจรึไม่”เจียวซิ่นเอ่ยเตือนให้อาลู่เลี้ยงตามที่ตกลงไว้
"ทราบแล้วขอรับแต่สมุนไพรนี่ข้าขอนะขอรับถือว่าเป็นค่าอาหารที่เราจะไปกินกัน"ลู่จื้อหยิบหญ้าหนวดกิเลนกับเห็ดไข่มังกรไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินนำออกมาเพื่อยืนยันว่าเขาจะรับสมุนไพรเหล่านี้มาดูแลอย่างแน่นอนเจียวซิ่นและลู่ฉีได้แต่ถอนใจกับความบ้าสมุนไพรของลู่จื้อแล้วได้เเต่เดินตามลู่จือไปเพื่อไปกินอาหารเย็น