“อ่อบอกพวกเขาให้รอก่อน ข้ากำลังกินข้าวกับฮูหยินอยู่” เฉินจงกุ้ยบอก บ่าวจึงรับคำ“ขอรับ”
แล้วบ่าวก็ถอยออกไปเฉินจงกุ้ยจึงตักโจ๊กไปป้อนให้ฮูหยิน “เ้ากินโจ๊กสักหน่อยนะ”
“เ้าค่ะ”เฉินม่านอิ๋งพยักหน้า อ้าปากกินโจ๊ก นางไม่ค่อยชอบน้องสามีทั้งสองคนของสามีดังนั้นนางจึงไม่ได้บอกให้สามีรีบไปพบน้องก่อนก็ได้ เฉินจงกุ้ยก็ไม่รีบไปพบน้องทั้งสองเขาเห็นฮูหยินสำคัญกว่าน้องทั้งสองคน
เฉินไฮ่ผิงกับเฉินเหวินเคอนั่งรออยู่ในห้องโถงนานมากรอจนเฉินไฮ่ผิงเริ่มหมดความอดทน “ข้าจะกลับแล้ว”
“พี่รองรออีกหน่อยเถอะ” เฉินเหวินเคอประเหลาะพี่รองต้องให้พี่รองออกหน้าจัดการเ้าเด็กนั่นก่อนซิถ้าหากถูกพี่ใหญ่จับได้ความผิดก็จะตกแก่พี่รองเขาก็ทำไม่รู้เื่ราวถอยออกไปชมดูอย่างไร้ความผิดใด หึๆๆๆ
“หึ! พี่ใหญ่เคยเห็นหัวข้าด้วยรึั้แ่แต่งนางแพศยานั่นเข้ามา”เฉินไฮ่ผิงสบถอย่างแค้นใจ เฉินเหวินเคอรีบประเหลาะ “พี่รองใจเย็นก่อนเถอะเพื่อการนั้นพี่ก็อดทนอีกนิดเถอะนะ”
ประโยคหลังเขากระซิบเสียงเบาอย่างยิ่งเฉินไฮ่ผิงนึกถึงแผนการแล้วก็ข่มใจให้อดทน เขานั่งลงยกเหล้าขึ้นจิบอย่างไม่พอใจ “หึ!”
บ่าวก็ลอบสังเกตท่าทีของทั้งสองอย่างละเอียดลออยิ่งพวกเขาไม่ค่อยชอบน้องของนายท่านทั้งสองเลย คนทั้งสองล้วนไม่เห็นบ่าวเป็คนพวกเขาเห็นบ่าวเป็เพียงบ่าวไพร่ไร้ค่าที่จะฆ่าจะแกงอย่างไรก็ได้ไม่เหมือนนายท่านที่เห็นบ่าวเป็คน ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกันหากไม่ทำผิดอะไรก็ไม่ต้องกลัวนายท่านจะดุด่าลงโทษอีกทั้งอาหารการกินหรือก็สมบูรณ์ยิ่งกว่าจวนอื่นๆ บ้านอื่นๆ มากนักพวกบ่าวจึงรักนายท่านราวกับชีวิตของพวกเขาเอง
จนกระทั่งบ่าวเห็นนายท่านเดินมาบ่าวคนหนึ่งก็รีบแอบไปกระซิบบอก “นายท่านขอรับ........”
เฉินจงกุ้ยฟังบ่าวจนจบแล้วส่งสายตาให้บ่าวบ่าวก็ถอยไปอย่างนกรู้ เฉินจงกุ้ยเดินเข้าไปอย่างเฉยชา ทักทายว่า “น้องรอง น้องสามมาหาข้าถึงจวนมีอะไรรึ?”
“ข้าได้ข่าวว่าพี่สะใภ้คลอดหลานแล้วจึงได้มาเยี่ยมขอรับ”เฉินเหวินเคอรีบพูดพลางส่งสายตาให้บ่าวคนสนิท บ่าวก็รีบยกของขวัญไปให้เฉินจงกุ้ยมองหีบไม้ใบนั้น “นี่คืออะไรรึ?”
“นี่เป็โสมพันปีบำรุงร่างกายดีนักขอรับ ข้าเอามาให้พี่สะใภ้ขอรับ”เฉินเหวินเคอรีบพูดพลางลุกไปเปิดกล่องเฉินจงกุ้ยมองโสมพันปีต้นนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก “น้องสามไม่ต้องเอาของมาให้ข้าก็ได้แค่มีใจมาเยี่ยมเยือนข้าก็ดีใจแล้ว”
“พี่ใหญ่รับไว้เถอะหากท่านไม่รับไว้ข้าคงเสียใจ” เฉินเหวินเคอคะยั้นคะยอ เฉินจงกุ้ยจึงรับเอาไว้“ขอบใจเ้ามาก”
บ่าวก็ส่งกล่องโสมให้บ่าวของจวนบ่าวรับกล่องมาแล้วยกไปเก็บ เฉินไฮ่ผิงส่งสายตาให้บ่าวบ่าวก็รีบเดินขึ้นหน้าไปพลางเปิดกล่องไม้ เฉินไฮ่ผิงรีบบอก “พี่ใหญ่นี่เป็ยาบำรุงสตรีหลังคลอดของหมอหลวงเชียวนะขอรับข้านำมามอบให้พี่สะใภ้ขอรับ”
เฉินจงกุ้ยพยักหน้า“อ่อ ขอบใจเ้ามาก”
บ่าวส่งกล่องไม้ให้บ่าวของจวนบ่าวก็รับกล่องไปเก็บ เฉินไฮ่ผิงรีบพูดต่อ “พี่ใหญ่ พวกเรามาเยี่ยมพี่สะใภ้พวกเราอยากเห็นหลาน ขอพวกเราดูหลานสักหน่อยเถอะขอรับ หน้าตาคงน่ารักน่าเอ็นดู”
“ใช่ๆพวกเราอยากเห็นหลานมากขอรับ ว่าแต่เป็ชายหรือหญิงขอรับ?ข้าว่าคงเป็หลานชายแน่นอน” เฉินเหวินเคอรีบพูดอีกแรง
“เป็ชายข้าตั้งชื่อให้เขาว่า เฉินมู่อิ๋ง เอาล่ะพวกเ้าอยากเห็นหลานก็ตามข้าไปเถอะแต่อย่าได้อยู่นานนัก พี่สะใภ้เ้ายังไม่แข็งแรงดี”
เฉินจงกุ้ยบอกแล้วเดินนำไปเฉินไฮ่ผิงกับเฉินเหวินเคอรีบเดินตามไป ทั้งสองมองกันไปมองกันมาเดินตามพี่ใหญ่เข้าไปด้านใน
เมื่อไปถึงเรือนนอนเฉินจงกุ้ยก็เดินนำเข้าไป เฉินไฮ่ผิงกับเฉินเหวินเคอรีบกุมมือให้พี่สะใภ้ “พี่สะใภ้ข้ามาเยี่ยม”
“พี่สะใภ้ขอข้าดูหลานหน่อยเถอะขอรับ คงจะน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว”เฉินไฮ่ผิงพูดอย่างประจบเอาใจ แต่ในใจนั้นอยากอาเจียนเพราะคำพูดของตัวเองยิ่งนักหึ! น่ารักกับผีซิ
“พวกเ้าอยากดูก็เข้ามาดูซิเขาหลับอยู่” เฉินม่านอิ๋งบอกน้ำเสียงราบเรียบเฉินไฮ่ผิงเดินเข้าไปดูหน้าตาหลานทันที เฉินเหวินเคอก็รีบตามไปพวกเขามองดูหลานชายตัวน้อยที่เป็ดั่งหอกข้างแคร่ซ่อนแววตาจงเกลียดจงชังเอาไว้มิดชิด ยิ้มแย้มหน้าบานชมว่า “โอ ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง”
“โอ น่ารักมากโตขึ้นมาต้องหล่อเหมือนพี่ใหญ่แน่นอน” เฉินเหวินเคอพูดเยินยอ ยื่นมือไป“พี่สะใภ้ขอข้าอุ้มเขาหน่อยได้ไหมขอรับ?”
เขามองพี่สะใภ้อย่างอ้อนวอนราวกับคนเห่อหลานเฉินไฮ่ผิงรีบเสริม “ใช่ๆ ขออุ้มนิดเดียวก็ยังดี หลานข้าน่าเอ็นดูเหลือเกิน น่าเอ็นดูยิ่งกว่าเ้าใหญ่อีก”
เฉินม่านอิ๋งไม่อยากให้อุ้มแต่เห็นท่าทางพวกเขาเห่อหลานจริงๆนางจึงพยักหน้า “ก็ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้เขาตื่นล่ะ”
“อื้มๆ รับรองไม่ตื่นๆข้าเคยอุ้มเ้าใหญ่เป็ประจำ รับรองว่ามือเบายิ่งกว่าแม่นมเสียอีก”เฉินไฮ่ผิงรีบพูด พลางยื่นมือไปอุ้มหลานมา ปากก็ชมว่า “โอ น่ารักเหลือเกินโตขึ้นมาต้องหล่อกว่าเ้าใหญ่แน่นอน แต่ดูเหมือนจะผอมกว่าเ้าใหญ่ของข้าอยู่นา”
“ไหนๆ ขอข้าอุ้มหน่อย”เฉินเหวินเคอขยับไปหา เฉินไฮ่ผิงดุเสียงเบา “อย่าๆ เ้าไม่เคยมีลูก ไม่เคยอุ้มเด็กเ้าไม่ต้องอุ้มหรอก ดูอย่างเดียวน่ะดีแล้ว”
“พี่รองน่ะ”เฉินเหวินเคอทำหน้างอน “ข้าไม่อุ้มก็ได้ ไหนๆ ดูซิ พี่รองหลานคนนี้ข้าว่าน่ารักกว่าเ้าใหญ่ของพี่อีกนา”
“อืม”เฉินไฮ่ผิงพยักหน้าเห็นด้วยเฉินเหวินเคอก็อาศัยจังหวะปลอดแอบป้อนยาพิษใส่ปากหลานทันทีเมื่อป้อนยาเสร็จเขาก็ชมกลบเกลื่อน “ช่างน่ารักจนข้าอยากมีลูกเลย”
“เ้าอยากมีลูกก็ต้องขยันทุกวันซิ”เฉินไฮ่ผิงพูดราวกับเป็ผู้ชำนาญการอย่างไรอย่างนั้น เฉินเหวินเคอบ่นกระปอดกระแปด“จะไปมีเวลาทุกวันได้อย่างไรเล่าพี่รองงานข้าบางวันก็เยอะจนข้าต้องอยู่ค้างที่กองด้วยซ้ำ”
เฉินมู่อิ๋งค่อยๆตื่นขึ้นพร้อมกับเบะปากร้องไห้ “แว๊!---”
“โอ้ ตื่นแล้วๆสงสัยจะหิวนมแล้วกระมัง” เฉินไฮ่ผิงรีบส่งหลานคืนให้พี่สะใภ้ทันทีเฉินม่านอิ๋งรับลูกมา เฉินไฮ่ผิงรีบพูด “เช่นนั้นพวกข้าก็ไม่อยู่รบกวนพี่สะใภ้แล้ววันหน้าพวกข้าจะมาเยี่ยมใหม่นะขอรับ”
“อืม”เฉินม่านอิ๋งพยักหน้ารับทีหนึ่ง เฉินไฮ่ผิงก็จับมือน้องชายเดินออกไปเฉินจงกุ้ยเดินตามไปส่ง เมื่อน้องสามีไปแล้วเฉินม่านอิ๋งจึงป้อนนมให้ลูกกินทันทีเฉินมู่อิ๋งดูดนมกินอย่างไร้เดียงสา ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอาทั้งสองวางยาพิษเสียแล้วเฉินม่านอิ๋งก้มมองลูกอย่างรักใคร่ จนกระทั่งลูกกินอิ่มแล้วนางจึงอุ้มลูกพาดบ่าเฉินมู่อิ๋งเรอทีหนึ่ง “เอิ้ก”
แล้วก็หลับคาบ่าท่านแม่เฉินม่านอิ๋งรอจนแน่ใจว่าลูกหลับไปแล้วจึงอุ้มลูกลงนอนสาวใช้ก็จัดแจงเอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเต้านมฮูหยิน “ฮูหยินเ้าคะ เช็ดก่อนเ้าค่ะ”
“อืม”เฉินม่านอิ๋งมองดูสาวใช้ทำความสะอาดเสร็จแล้วนางปิดเสื้อแล้วก็นอนลงข้างๆ ลูกสาวใช้ถอยไปนั่งรอรับใช้ เฉินม่านอิ๋งก็หลับไปอย่างเพลียๆ สาวใช้คอยดูแลอยู่ข้างๆ
เฉินจงกุ้ยกลับเข้ามาในห้องอีกทีจึงเห็นว่าฮูหยินหลับไปแล้วเขาจึงเดินไปนอนที่เตียงอีกหลังซึ่งเตรียมไว้ั้แ่ก่อนฮูหยินจะคลอดแล้วเตียงหลังเดิมนั้นใหญ่พอสำหรับคน 4 คน แต่เขากลัวว่าตัวเองจะนอนดิ้นจนเผลอไปทับลูกเขาจึงได้ให้บ่าวยกเตียงอีกหลังมาตั้งในห้อง
เฉินไฮ่ผิงกับเฉินเหวินเคอกลับไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องพิษนั้นออกฤทธิ์ช้าๆ ทั้งไร้สีไร้กลิ่น ยากที่หมอคนไหนจะตรวจพบ รออีกสักเดือนเ้าเด็กหอกข้างแคร่นั่นก็จะตายไปหึๆๆๆ หากพี่สะใภ้ได้รับพิษตกตายไปด้วยก็ยิ่งดี ย่อมเท่ากับยิงธนูได้นกสองตัวแต่หากตายเฉพาะเด็กก็ไม่เป็ไร ไว้ค่อยหาโอกาสฆ่าพี่สะใภ้วันหน้าก็ได้
วันรุ่งขึ้นเฉินจงกุ้ยก็ไปทำงานตามปกติ เหล่าขุนนางที่รู้ข่าวก็พากันแสดงความยินดีด้วย “โอยินดีด้วยๆ ที่ท่านเสนาบดีเฉินได้ลูกชาย”
“โอจัดฉลองเดือนเมื่อไหร่ ท่านอย่าลืมเชิญข้านะขอรับ”
“อา ท่านเสนาบดีเฉินข้าได้ข่าวว่าฮูหยินเฉินคลอดลูกแล้ว ยินดีด้วยๆขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกขอรับ”
ฯลฯผู้คนพากันแสดงความยินดีกับเสนาบดีเฉินกันถ้วนหน้า แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็แสดงความยินดีด้วย“ท่านเสนาบดีเฉิน ได้ข่าวว่าฮูหยินท่านคลอดลูกแล้ว ข้าหวังว่าลูกท่านจะแข็งแรงนะแต่เด็กเล็กๆ ต้องระวังให้มากเชียว เจ็บไข้ได้ป่วยนิดหน่อยก็จะตายเสียก่อน”
เฉินจงกุ้ยหน้าตึงเขาฟังคำกระทบกระเทียบนั้นออก เขาข่มใจเอาไว้ตอบอย่างนิ่มๆ ว่า “ขอบคุณท่านเสนาไฉ (财) ที่เป็ห่วง ลูกข้าย่อมแข็งแรงเติบโตสืบสกุลเฉินต่อไปอีกนานแสนนานแน่นอน”
ไฉฟู่ (财富)เสนาบดีฝ่ายขวาหน้ากระตุกสองทีเขายังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงทหาระโว่า “ฮ่องเต้เสด็จ---”
ฮ่องเต้เสด็จมาถึงก็นั่งบนบัลลังก์ัเหล่าขุนนางก็คุกเข่าคารวะ “ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”
“ลุกขึ้น” ฮ่องเต้สั่งเหล่าขุนนางก็ลุกขึ้นยืน ฮ่องเต้มองเสนาบดีเฉินแล้วพูดว่า“ได้ข่าวว่าฮูหยินเฉินคลอดลูกแล้ว เป็ชายหรือหญิง?”
คำถามนี้ทำให้เหล่าขุนนางตื่นตัวทันทีเพราะพวกเขาจำได้ว่าฮ่องเต้เคยพูดว่าถ้าเสนาบดีเฉินมีลูกสาวจะให้แต่งกับองค์ชายเก้าพวกเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าข่าวที่เสนาบดีเฉินได้ลูกชายเป็ความจริงกี่ส่วนดังนั้นพวกเขาจึงหูผึ่งรอฟังกันเลยทีเดียว ชายหรือว่าหญิง?
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่ฝ่าาทรงสนใจบุตรของกระหม่อมเป็ชายพะย่ะค่ะ บุตรของกระหม่อมเป็ชายพะย่ะค่ะ” เฉินจงกุ้ยตอบอย่างฉะฉานฮ่องเต้มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย พริบตาเดียวก็กลับคืนสู่ปกติ “เป็ชายก็ดีข้าหวังว่าเขาจะเติบโตแข็งแรงและเฉลียวฉลาดเป็กำลังให้บ้านเมืองอีกแรงหนึ่งในอนาคต”
“ขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตาบุตรกระหม่อม”เฉินจงกุ้ยคุกเข่าลงคารวะ 3 ครั้ง ฮ่องเต้โบกมือ เฉินจงกุ้ยจึงลุกขึ้นมายืนฮ่องเต้เบนสายตาไปมองขุนนางคนอื่นๆ ถามว่า “ว่าแต่วันนี้มีอะไรที่ต้องรีบทำก็ว่ามา”
“มีเื่.........”รองแม่ทัพพูดขึ้นมา เหล่าขุนนางจึงตั้งใจทำงานฮ่องเต้ก็ฟังขุนนางรายงานเื่ราวต่างๆ ไปเรื่อยๆจนกระทั่งหมดฎีกาของวันนี้ฮ่องเต้จึงเสด็จกลับไป เหล่าขุนนางก็แยกย้ายกันไป บรรดาขุนนางฝ่ายเดียวกับเสนาบดีเฉินก็พากันล้อมหน้าล้อมหลังเสนาบดีเฉินพูดคุยแสดงความยินดีหน้าตายิ้มแย้มชื่นบาน
ไฉฟู่เดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แต่ก็นับว่าดีที่เด็กนั่นเป็ชายหากมันเป็หญิงคงได้หมั้นหมายกับองค์ชายเก้าไปแล้ว องค์ชายเก้าเป็น้องชายแม่เดียวกันกับองค์ชายใหญ่ซึ่งก็คือฮองเฮาคนปัจจุบัน หากเสนาบดีเฉินได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์อำนาจของเสนาบดีเฉินย่อมมากขึ้นอีกหากเป็เช่นนั้นจริงย่อมไม่ส่งผลดีอะไรกับเขาเลยเด็กนั่นเป็ชายก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นหน่อย หึๆๆๆ
วันคืนผ่านไปอย่างสงบเหล่าผู้คนที่มีสัมพันธ์อันดีกับเสนาบดีเฉินก็พากันส่งของขวัญไปแสดงความยินดีกับท่านเสนาบดีเฉินจนล่วงเลยไปถึง 10 วัน จึงไม่ค่อยมีใครมาส่งของขวัญแล้วหากมีมาย่อมมาจากต่างเมืองซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางมาเพื่อมอบของขวัญ
พ่อบ้านเหลียงอี้ฟาน (梁懿帆)พ่อบ้านของจวนตระกูลเฉิน ก็จัดแจงคัดแยกและจดบันทึกของขวัญต่างๆที่ได้รับมาใน่นี้เอาไปเก็บรักษาไว้อย่างดีส่วนของที่ฮ่องเต้พระราชทานให้นั้นถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บสมบัติที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดก็ของที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ต้องเก็บรักษาอย่างดี ไม่อาจสูญหายได้ หากทำหายไปอาจจะถูกคนยุแยงว่าิ่พระเกียรติของฮ่องเต้เอาได้หากฮ่องเต้เอาเื่เอาความผิดขึ้นมาผู้คนในจวนคงหัวหลุดจากบ่ากันหมดแน่
พ่อบ้านเหลียงคนนี้เฉินจงกุ้ยไว้ใจมากราวกับเป็แขนขาของตัวเองเขาเคยช่วยเหลือพ่อบ้านเหลียงไว้มาก พ่อบ้านเหลียงจึงจงรักภักดีต่อนายท่านยิ่งชีวิตเลยทีเดียว
วันคืนผ่านไปอีก15 วัน เฉินมู่อิ๋งก็ร้องไห้โยเย ไม่ยอมกินนมเฉินม่านอิ๋งร้อนใจมาก นางให้บ่าวรีบไปตามท่านหมอติงมาทันทีติงเฟิ่งเหล่ยก็รีบไปดูอาการ เขาตรวจอยู่พักใหญ่แล้วบอกฮูหยินว่า “ตัวร้อนนิดหน่อยเลยทำให้งอแงขอรับ ข้าจะให้ยาลดไข้ ยาขมจนคุณชายน้อยอาจจะไม่ยอมกินแต่ก็ต้องบังคับป้อนนะขอรับ”
“อ่อ ขอบคุณท่านมาก”เฉินม่านอิ๋งพยักหน้า ติงเฟิ่งเหล่ยก็รีบให้บ่าวเอายาไปต้ม “เ้ารีบไปต้มยามาเร็วใช้น้ำ 1 ถ้วย ต้มไฟอ่อนๆ จนเหลือครึ่งถ้วย”
“ขอรับ”บ่าวของติงเฟิ่งเหล่ยรับเทียบยาไปแล้วเดินไปที่ห้องครัวทันทีเขามาที่นี่กับนายท่านบ่อยๆ จนคุ้นเคยลู่ทางในจวนเป็อย่างดี
“เชิญท่านหมอนั่งก่อนเถิด”เฉินม่านอิ๋งเชิญอย่างมีน้ำใจ ติงเฟิ่งเหล่ยพยักหน้า “ขอบคุณฮูหยินขอรับ”
“ข้าต้องขอบคุณท่านมากกว่าที่ท่านรีบมา”เฉินม่านอิ๋งพูดพลางรินน้ำชาให้ติงเฟิ่งเหล่ยด้วยตัวเอง ติงเฟิ่งเหล่ยซาบซึ้งใจมาก“ขอบคุณฮูหยินขอรับ”
เขาชื่นชมฮูหยินเฉินตรงที่นางเป็คนมีน้ำใจอีกทั้งจิตใจดีงามถึงนางจะไม่ค่อยแข็งแรงแต่เป็ฮูหยินจวนเสนาบดีเฉินก็ไม่จำเป็ต้องสู้งานหนักนี่นาแค่นางคอยชี้นิ้วสั่งบ่าวไพร่ก็ได้แล้ว อีกทั้งนางยังมีความงามล่มเมืองต่อให้นางจะใกล้ตายก็คงมีบุรุษนับร้อยพร้อมยอมรับใช้นางแน่นอน เขาชื่นชมจริงๆไม่ได้ชมชอบฉันชู้สาวแม้แต่น้อยนิด เขายกชาขึ้นจิบรอให้บ่าวต้มยามาให้
เฉินม่านอิ๋งก็ดูลูกอย่างร้อนใจลูกร้องไห้โยเยไม่ยอมกินนมกินน้ำ สามีก็ไปทำงานยังไม่กลับ นางจึงร้อนใจอยู่คนเดียวหากสามีอยู่ด้วยนางคงไม่ร้อนใจถึงเพียงนี้หรอก ติงเฟิ่งเหล่ยก็ปลอบใจว่า“ฮูหยินเฉิน เดี๋ยวยาก็มาแล้วขอรับ”
เฉินม่านอิ๋งมองติงเฟิ่งเหล่ยทีหนึ่งแล้วหันไปมองลูกอย่างร้อนใจเฉินมู่อิ๋งร้องไห้โยเยตลอดเวลา ร้องมาได้สัก 2ชั่วโมงแล้วร้องจนเสียงแหบแห้งก็ยังร้องไม่หยุด สะอึกสะอื้นจนผู้คนร้อนใจจะตายแล้ว
“ยามาแล้วขอรับ”บ่าวรีบถือยาไปให้เ้านาย ติงเฟิ่งเหล่ยรับถ้วยยาไปตรวจดู เขาตักยาชิมก่อนไม่พบอะไรผิดปกติจึงถือถ้วยยาไปหาคุณชายน้อย “ฮูหยินเฉินท่านช่วยจับคุณชายน้อยดีๆนะขอรับ ข้าจะป้อนยาให้เขาเอง”
“ได้” เฉินม่านอิ๋งพยักหน้าจับลูกบีบปาก ติงเฟิ่งเหล่ยก็รีบป้อนยาไป 1 ช้อนเฉินมู่อิ๋งรู้สึกขมจึงบ้วนยาทิ้งทันที เฉินม่านอิ๋งดุลูก “บ้วนยาไม่ได้นะเ้าต้องกินจะได้หายไข้”
ติงเฟิ่งเหล่ยก็ป้อนยาอีกเฉินมู่อิ๋งก็บ้วนยาออกมา ยิ่งร้องไห้โยเยยิ่งกว่าเดิม เฉินม่านอิ๋งร้อนใจจะตายแล้ว“ท่านหมอ จะทำอย่างไรดี?”
“ต้องป้อนไปเรื่อยๆขอรับ บ้วนทิ้งก็ช่างขอรับ อย่างน้อยกินเข้าไปบ้างก็ยังดีขอรับคุณชายน้อยยังเด็กจึงไม่อาจบอกกล่าวหรือบังคับกรอกได้ไม่เช่นนั้นจะสำลักจนอาการอาจจะแย่กว่านี้” ติงเฟิ่งเหล่ยบอกแล้วป้อนยาอีกเฉินมู่อิ๋งก็บ้วนทิ้งอีก มียาส่วนน้อยนิดที่ไหลลงคอไปสาวใช้เห็นว่าอาภรณ์ฮูหยินเปรอะเปื้อนจึงอาสาทำแทน “ฮูหยินเ้าคะ ให้ข้าน้อยอุ้มคุณชายน้อยเถอะเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไป ข้าทำเอง”เฉินม่านอิ๋งบอกไม่ยอมให้สาวใช้ทำแทนเพราะกลัวว่าสาวใช้จะบีบปากลูกแรงเกินไปจนลูกเจ็บ แค่อาภรณ์เปื้อนก็ถอดเปลี่ยนใหม่ได้แต่ถ้าลูกเจ็บจนแก้มช้ำนางคงปวดใจยิ่งกว่า สาวใช้จึงหดมือกลับไปนางก็เป็ห่วงคุณชายน้อยเช่นกัน
ติงเฟิ่งเหล่ยก็ป้อนยาไปเรื่อยๆเรียกได้ว่าคุณชายน้อยบ้วนทิ้ง 3 ส่วนกินไป 1 ส่วน อย่างน้อยยังกินลงไปบ้างก็ยังดีเมื่อป้อนยาเสร็จแล้ว เขาก็บอกว่า “เช่นนั้นข้าน้อยออกไปก่อนฮูหยินจะได้เปลี่ยนอาภรณ์ อ่อ ท่านให้คนจัดห้องให้ข้าด้วยขอรับข้าจะอยู่จนกว่าคุณชายน้อยจะอาการดีขึ้นขอรับ”
“โอ ขอบคุณท่านมาก”เฉินม่านอิ๋งดีใจมาก นางหันไปสั่งสาวใช้ทันที “เ้าไปจัดห้องที่เรือนข้างๆให้ท่านหมอนะ”
“เ้าค่ะ” สาวใช้รับคำสั่งแล้วเดินออกไปติงเฟิ่งเหล่ยจึงบอกว่า “เดี๋ยวข้าไปต้มยาไว้อีกดีกว่าคุณชายน้อยคงต้องกินยาอีกหลายครั้งขอรับ”
“เชิญท่านหมอเถอะ”เฉินม่านอิ๋งบอก ติงเฟิ่งเหล่ยเดินออกไป บ่าวของเขาก็ตามออกไปด้วยเฉินม่านอิ๋งก็จัดแจงเปลี่ยนอาภรณ์ให้ลูกแล้วก็เปลี่ยนอาภรณ์ตัวเองสาวใช้ก็เก็บอาภรณ์ออกไปซัก
เฉินจงกุ้ยกลับมารู้ว่าลูกไม่สบายก็รีบไปดูทันทีเขาเห็นลูกร้องไห้โยเยก็ร้อนใจมาก “หมอๆ ตามหมอมาเร็ว”
“ข้าตามแล้วท่านหมอติงไปต้มยาอยู่เ้าค่ะ” เฉินม่านอิ๋งบอกเฉินจงกุ้ยจึงคลายความร้อนใจลงไปนิดหนึ่ง แต่เห็นลูกป่วยเช่นนี้ทำเขาปวดใจมากหากสามารถเป็แทนลูกได้เขาคงเป็แทนไปแล้ว
ติงเฟิ่งเหล่ยก็อยู่รักษาคุณชายน้อยเขาแปลกใจมากที่อาการคุณชายน้อยไม่ดีขึ้นเลย ทั้งๆที่ป้อนยาไปแล้วไข้ก็ควรจะลดลงซิ แต่นี่คุณชายน้อยยังเป็ไข้อยู่เลยอีกทั้งเอาแต่ร้องไห้โยเยตลอดเวลา เขาจึงตรวจอีกครั้ง แต่ตรวจอย่างไรก็ไม่พบอาการผิดปกติอะไรเลยเขาลองตรวจพิษก็ไม่พบว่าถูกพิษ เขาตรวจท้องคุณชายน้อยก็ไม่พบสิ่งผิดปกติร่างกายคุณชายน้อยปกติดีทุกอย่าง เหตุใดจึงยังไม่ดีขึ้นล่ะ?
เขาตรวจอาการพลางคิดจนหัวโตแล้วแต่ก็ยังไม่อาจรักษาคุณชายน้อยให้ดีขึ้นได้เลยเฉินจงกุ้ยก็คอยถามตลอด “ท่านหมอ เหตุใดลูกข้าจึงยังร้องไห้อยู่ล่ะ?”
วะ! ข้าจะไปรู้รึ! ติงเฟิ่งเหล่ยสบถในใจ ปากก็ตอบว่า“ข้ากำลังรักษาอยู่”
เฉินม่านอิ๋งฟังน้ำเสียงกัดฟันพูดของท่านหมอออกจึงยื่นมือไปสะกิดแขนสามี“ท่านพี่ ท่านหมอกำลังพยายามอยู่เ้าค่ะ”
“แต่ลูกเรา...”เฉินจงกุ้ยหยุดพูดไปเมื่อเห็นฮูหยินส่ายหน้าเป็เชิงห้ามไม่ให้พูดอะไรอีกเขาจึงไม่พูดอะไร ได้แต่มองดูลูกที่ร้องไห้โยเยจนหัวใจเ็ปไปหมดแล้ว “ลูกข้า”
ติงเฟิ่งเหล่ยก็ตรวจคุณชายน้อยตรวจแล้วตรวจอีกตรวจจนแทบอยากจะผ่าท้องควักไส้ออกมาดูแล้ว! โว๊ย!
เฉินมู่อิ๋งก็ร้องจนไม่มีเสียงแล้วสีหน้าทุกข์ทรมานจนผู้คนเห็นแล้วเ็ปหัวใจกันไปหมด
ติงเฟิ่งเหล่ยพยายามรักษาคุณชายน้อยสุดความสามารถยิ่งนักแต่คุณชายน้อยไข้ก็ไม่ลดลงเลย กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกเลยว่าตัวร้อนมากกว่าเมื่อตอนสายเสียอีกเขาพยายามป้อนยาให้คุณชายน้อยเรื่อยๆเฉินม่านอิ๋งก็อุ้มลูกบีบปากให้กินยาอย่างเ็ปหัวใจมาก นางน้ำตาไหลเป็สายแล้วติงเฟิ่งเหล่ยเ็ปหัวใจจนแทบอยากร้องไห้ตามเขากัดปลายลิ้นข่มความรู้สึกตัวเองให้เข้มแข็ง พูดปลอบใจว่า“คุณชายน้อยจะต้องหายขอรับ”
ณจวนเฉินเหวินเคอบ่าวจวนเสนาบดีเฉินที่เขาซื้อตัวไว้ก็มารายงานว่า “ตอนนี้คุณชายน้อยกำลังป่วยขอรับฮูหยินร้อนใจมากขอรับ”
“ดีๆ”เฉินเหวินเคอหยิบเงินให้บ่าวคนนั้นไปบ่าวก็รีบจากไปเพราะหากหายไปนานพ่อบ้านเหลียงย่อมสงสัยแน่เขาเก็บเงินซ่อนเอาไว้มิดชิดแล้วก็รีบกลับจวนไปสืบความเคลื่อนไหวต่อเฉินเหวินเคอนั่งยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อง “หึๆๆๆ อีกไม่นานเ้าเด็กนั่นก็จะตายแล้ว”
“ใครจะตายหรือเ้าคะ?”ฮูหยินห้าถาม นางได้ยินสามีพูดแว่วๆ เฉินเหวินเคอลุกพรวดไปตบโคร้ม!
“ว๊าย!” ฮูหยินห้าล้มลงไป นางใจนร้องไห้ออกมา “ฮือๆ ท่านพี่ตบข้าทำไมเ้าคะ?”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ