จวนสกุลเยี่ยน
“ข้าไม่กล้า” เยี่ยนมิ่งลี่มองผงปลุกกำหนัดในมือตนและฟังข้อเสนอของหวังปิงปิง
ผู้ฟังถอนใจและทำหน้าผิดหวังออกมาทันที “เฮ่อ แสดงว่าเ้ามิได้รักชอบรัชทายาทมู่หรงหลานจริงๆ สินะ”
เยี่ยนมิ่งลี่ส่ายหน้า “มิใช่นะ ข้ารักพระองค์ด้วยใจจริง จึงมิสามารถทำเช่นนั้นได้ต่างหาก ไหนจะเื่ลักลอบเข้าวังอีกเล่า มันไม่ถูกต้อง หากท่านพ่อรู้เข้าข้าต้องถูกขับไล่ออกจากสกุลเยี่ยนแน่ๆ” ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เื่ใหญ่เช่นนี้หากผู้ใดรู้เข้านางคงมิพ้นต้องไปปลงผมบวชชี ไม่เหมือนหวังปิงปิงสหายของนางที่ดูท่าจะไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลย
“_” อาเปามองบน ‘บ่าวว่าแล้ว’
“เอาล่ะๆ ไม่ไปก็ไม่ไป เช่นนั้นเ้าก็รอรัชทายาทมาขอเองก็แล้วกัน ข้ากลับนะ” ปิงปิงรีบขอตัวกลับทันทีเมื่อเื่ไม่ได้ดั่งใจ นางหันมองสาวใช้แล้วเดินนำออกจากเรือนเล็กในสกุลเยี่ยน “ข้าไม่น่ามาเลยจริงๆ”
“บ่าวบอกแล้วเ้าค่ะ ว่าคุณหนูเยี่ยนไม่กล้าแน่ ยิ่งคุณหนูบอกให้นางไปร่วมรักกับรัชทายาทก็ยิ่งหนักไปใหญ่ นางเป็สตรีในห้องหอไม่มีทางกระทำเื่บัดสีเช่นนั้นเด็ดขาด”
“เหมือนเ้าว่าข้านะอาเปา” เพราะแผนนี้นางเป็คนคิด
“มิใช่เช่นนั้นสิเ้าคะ คุณหนูเพียงเป็ผู้คิดมิได้ทานผงปลุกกำหนัดนั้นเสียหน่อย” คุณหนูของนางถูกเสมอสิ
หวังปิงปิงทำหน้าเซ็ง “ข้ายังไม่ถอดใจหรอก ไว้ค่อยคิดแผนช่วยมิ่งลี่ใหม่ก็แล้วกัน” ผงปลุกกำหนัดถุงนั้นก็มิได้เอาคืนกลับมา ‘ฝากให้มิ่งลี่นั่งมองต่างหน้านั่นล่ะ’ ถึงยังไงนางก็ไม่คิดอยากจะนำมันไปใช้อยู่แล้ว
เมื่อสองนายบ่าวขึ้นรถม้าเสร็จ รถจึงเคลื่อนตัวทันที จุดหมายต่อจากนี้คือคลังสินค้าท่าเรือสกุลหวัง
“เดี๋ยวก่อน” จู่ๆ ปิงปิงผู้เบื่อหน่ายกลับนึกถึงบุรุษผู้ได้หัวใจของนางขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อวานนี้นางเพิ่งจะโมโหออกจากวัง มาวันนี้ความโมโหนั้นหายไปมากกว่าครึ่งซึ่งเื่ที่โมโหหนักๆ ก็มิได้เกี่ยวข้องกับฝ่าาเลย ดังนั้นตอนนี้นางจะแอบเข้าไปถามอาการของพระองค์จากท่านลุงสุ่ยเสียหน่อยว่าหลังจากที่นางออกมาจากตำหนักหลงซิ่วแล้วฝ่าาทรงมีอาการเช่นไร “ข้าเปลี่ยนใจเข้าวังดีกว่า” ไหนๆ ก็บอกทุกคนแล้วว่าจะออกมานานกว่าหนึ่งชั่วยาม ก็คงต้องทำตามนั้น ‘นั่นคือตามใจนาง’
“ได้เ้าค่ะ” อาเปาเคาะผนังรถม้าก่อนจะเอ่ยบอกบ่าวชายให้เปลี่ยนเส้นทางซึ่งจุดหมายคือร้านผ้าใกล้วังหลวง…สถานที่เปลี่ยนชุด
&&&&
สองเค่อต่อมา
ตรงประตูทางเข้าด้านหลังของวังหลวง ยามนี้ได้เกิดเื่ชุลมุนขึ้นเมื่อหวังปิงปิงและอาเปาที่ลักลอบเข้าวังกำลังถูกกลุ่มของนางกำนัลจากตำหนักไป๋เซ่อจับตัวเอาไว้ สองสตรีถูกคุมตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของกู้ฮองเฮาที่ดูท่าจะอารมณ์เสียไม่น้อยเมื่อพบกับใบหน้าสวยใสอันอ่อนเยาว์ของหวังปิงปิง จากที่คิดจะเจรจาเื่การรับนางเข้ามาเป็สนมเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ลอบสังหาร กลับกลายเป็ว่าความอิจฉาและโทสะมันเพิ่มหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อนางกำนัลคนสนิทมาบอกว่าคุณหนูสกุลหวังกำลังจะเดินทางไปยังตำหนักหลงซิ่วอีกแล้ว! รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้แต่ทำไม? ผู้เป็ฮองเฮาเช่นนางจึงคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่ได้!!
“งามหน้า!! ไร้ความเป็สตรีในห้องหอ บิดามารดาเ้ามิสอนสั่งรึว่าสตรีที่ดีมิควรลักลอบเข้าหาบุรุษที่มีฮูหยินแล้ว”
ยกเว้นเสียแต่ฝ่ายบุรุษผู้เป็สามีจะพานางมาออกหน้าให้ภรรยาเอกยอมรับนั่นก็เป็อีกเื่
“อย่าว่าไปถึงบิดามารดาข้านะเ้าคะ เื่ลอบเข้ามาในวังเป็ข้าคิดเองทั้งสิ้น” ปิงปิงเถียงออกมา แม้รู้ว่ามันมิใช่เื่ดีก็ตาม ยิ่งนางถูกจับได้ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ‘ไม่ถูกลงโทษจนตายอีกรอบ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว’ สงสารก็แต่อาเปาและสกุลหวังเท่านั้นที่ต้องมาสิ้นชื่อเพราะความรักของนาง
ฟังคำนางที่กล้ายอมรับออกมาอย่างไร้ยางอาย กู้ฮองเฮาก็ยิ่งกำหมัดแน่น “กล้าเถียงแม้กระทั่งข้า หากมิลงโทษให้หลาบจำ ภายหน้าคงอยู่ร่วมกันมิได้” หันไปสั่งนางกำนัลคนสนิท “ฟู่หลันตบปากนางสามครั้งให้หลาบจำ! ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าข้าอย่าคิดที่จะทำกิริยาเช่นนี้!!” คำเตือนนั้นหมายถึง ถ้าหากหวังปิงปิงได้เข้ามาเป็สนมก็มิควรต่อปากต่อคำกับนางเด็ดขาด
“เ้าค่ะ” ฟู่หลัน นางกำนัลร่างใหญ่แสยะยิ้มพร้อมกับยกมือ เพี๊ยะ!!
‘อาา…เจ็บเป็บ้า’