ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 144 ของขวัญก่อนปีใหม่


             ภรรยาหลี่หงถึงกับตกตะลึง นางคิดว่าหลังจากจวนโหวจัดงานแต่งงานของนางและหลี่หงแล้วคงไม่มีเงินเหลือ คิดไม่ถึงว่ายังมีเงินเหลืออยู่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง แม้จะบอกว่าสินเจ้าสาวของนางมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง แต่ในสินเจ้าสาวนั้นมีเตียงหนึ่งชุดและโต๊ะเก้าอี้ซึ่งได้ใช้ไปแปดพันตำลึงแล้ว ที่เหลืออีกมูลค่าเจ็ดพันตำลึงเป็นภาพวาดและของโบราณอีกเป็นเงินไม่น้อย หากนับเป็นเงินจริงๆ แล้วมีไม่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึง หากดูจากตรงนี้รากฐานของจงหย่งโหวนับว่าดียิ่ง

              ต้องรู้ว่าสินสอดของหลี่หงจำนวนสองหมื่นตำลึงนั้นเป็นเงินจำนวนเท่านั้นตามจริง

              “ท่านแม่โปรดวางใจ งานแต่งงานของหลินเจี่ยเอ๋อร์นั้นข้าจะจัดการให้เรียบร้อยอย่างดีที่สุดเจ้าค่ะ” ภรรยาหลี่หงกล่าว ในใจนั้นค่อยๆ กระจ่างแจ้งแล้วว่าผู้มีอำนาจที่แท้จริงในจวนโหวยังคงเป็น หลี่ลั่ว

              ที่นาพระราชทาน ที่นาหนึ่งพันสองร้อยหมู่ และร้านค้าสองร้าน ล้วนอยู่ในมือของหลี่ลั่ว แต่ภรรยาหลี่หงยังไม่มีความคิดที่จะเอามา นางพอใจกับการดำเนินชีวิตในเวลานี้ แม่สามีเป็นคนใจกว้างและตรงไปตรงมา อยู่ด้วยได้ไม่ยาก สามีเป็นคนสุภาพอ่อนโยน น้องสาวสามีเป็นคนเงียบขรึม น้องชายสามีไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ภายในจวน สามารถมีครอบครัวสามีเช่นนี้ถือเป็นวาสนาที่นางได้สั่งสมบุญมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

              ณ ค่ายทหารซีเป่ย

              “เป็นอย่างไรบ้าง?” กู้จวิ้นเฉินมองไปยังหลี่จงหมิงและองครักษ์มือดีที่เดินทางกลับมาจากหุบเขาลั่วเหอ

              แม่ทัพอวี๋เซียวได้หายตัวไปที่หุบเขาลั่วเหอเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ แล้ว สถานการณ์เช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อค่ายทหารซีเป่ยเป็นอย่างยิ่ง หากยังหาตัวไม่พบอีก ทางราชสำนักย่อมต้องส่งแม่ทัพคนใหม่มา แต่ซีเป่ยเป็นพื้นที่ของสกุลอวี๋ หลังจากแม่ทัพผู้เฒ่าอวี๋แล้วเป็นหลี่ซวี่ หลังจากหลี่ซวี่แล้วเป็นแม่ทัพอวี๋เซียว แม้จะเป็นพื้นที่ของสกุลอวี๋ แต่ก็เป็นพื้นที่ของจ้าวหนิงฮ่องเต้เช่นกัน จ้าวหนิงฮ่องเต้อยู่ที่นี่เป็นเวลายี่สิบกว่าปี เมื่อยามที่เขาอยู่ที่นี่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทหารต่างซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเขา

              หลี่จงหมิงส่ายหน้า “คว้าน้ำเหลวพ่ะย่ะค่ะ คนทั้งหมดราวกับหายตัวไปอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งร่องรอยเล็กน้อยก็ไม่มีให้พบเห็น” ไฉนจึงมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้

              สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ของกู้จวิ้นเฉินเคร่งขรึมลง ขอเพียงแค่เคยผ่านไป จะต้องทิ้งร่อยรอยเอาไว้เป็นแน่ นอกเสียจากว่า...กู้จวิ้นเฉินหรี่ตาลง นอกเสียจากว่าเวลานั้นพี่ชายจะไม่ได้ไปหุบเขาลั่วเหอ ทว่าเขานำทหารไปด้วยห้าร้อยนาย ทั้งๆ ที่ได้บอกว่าไปหุบเขาลั่วเหอ หากไม่ได้ไปหุบเขาลั่วเหอ เช่นนั้นจะไปที่ไหน?

              ทหารซีเป่ยมีทั้งหมดห้ากองทัพย่อยด้วยกัน อวี๋เจิ้นซีเป็นแม่ทัพใหญ่ รองจากเขายังมีรองแม่ทัพอีกห้าคน และรองแม่ทัพทั้งห้าคนนี้ไม่มีผู้ใดรู้เบื้องหลังของเรื่องราวในครั้งนี้ ทำให้กู้จวิ้นเฉินรู้สึกเหลือเชื่อ

              “พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?” กู้จวิ้นเฉินมองรองแม่ทัพทั้งห้าคนที่นั่งอยู่และถามออกไป

              อย่าพูดว่ากู้จวิ้นเฉินหนักใจอยู่คนเดียว พวกเขาก็เองก็หนักใจเช่นเดียวกัน พวกเขาติดตามอวี๋เจิ้นซีอย่างร่วมเป็นร่วมตายมาเป็นเวลาสี่ปีแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขาติดตามหลี่ซวี่ อวี๋เจิ้นซีสำหรับพวกเขาแล้วนั้นเป็นเสมือนพี่น้องแขนขาของพวกเขา เวลานี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พวกเขาจะรู้สึกสบายใจได้หรือไร?

              “ลำดับแรกต้องรู้ชัดเจนเสียก่อนว่าเหตุไฉนท่านแม่ทัพจึงได้นำกำลังทหารจำนวนห้าร้อยนายไปหุบเขาลั่วเหอ” รองแม่ทัพจางกล่าว

              “ปัญหานี้เมื่อยามที่เปิ่นหวางมาถึงได้ถามพวกท่านแล้ว พวกท่านบอกว่าพี่ชายได้รับรายงานจากสายลับ ฝูชิวได้เตรียมกำลังคนกลุ่มหนึ่ง จะข้ามหุบเขาลั่วเหอมาซุ่มโจมตีทหารของพวกเรา ดังนั้นพี่ชายจึงนำกำลังคนไปต้านรับ ใช่หรือไม่?” กู้จวิ้นเฉินถาม

              “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” รองแม่ทัพเคอกล่าว “เวลานั้นแม่ทัพบอกกับพวกเราเช่นนี้”

              “ดังนั้นปัญหาสำคัญที่สุดในเวลานี้คือต้องหาตัวสายลับที่พี่ชายบอกเอาไว้” กู้จวิ้นเฉินกล่าว “สายลับที่พวกเราวางไว้ในฝูชิวมีผู้ใดรู้เรื่องนี้บ้า?”

              อีกสองวันก็จะปีใหม่แล้ว หากไปตามหาสายลับที่ฝูชิวในเวลานี้ เกรงว่า...แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพูด

              “รายงาน” ข้างนอกมีเสียงคนพูดขึ้น

              “เรื่องอันใด?”

              “มีคนขอเข้าพบฉีอ๋องพ่ะย่ะค่ะ บอก...บอกว่าเป็นจงหย่งโหวเสี่ยวโหวเหฺยมาส่งของขวัญให้กับฉีอ๋อง เป็นรถม้าขบวนใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”

              อะไรกัน? แววตากู้จวิ้นเฉินเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นความรู้สึกปลาบปลื้มยินดีพลันเอ่อท้นขึ้นภายในใจของเขา แม้สีหน้าของเขายังคงไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่ร่างของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมุ่งไปยังประตู จวิ้นอีรีบติดตามเขาออกไป หลี่จงหมิงและหลี่ต้านรีบรุดติดตาม รองแม่ทัพทั้งห้าที่เหลือต่างมองหน้ากันไปมา จงหย่งโหวเสี่ยวโหวเหฺย ใช่บุตรชายของหลี่โหวเหฺยหรือไม่? เมื่อคิดถึงโหวเหฺยที่ฟาดฟันอยู่ในสนามรบเฉกเช่นยมทูตผู้นั้นขึ้นมา พวกเขาก็ดวงตาแดงก่ำ วิ่งตามออกไปเช่นกัน

              แต่ทว่า เมื่อพวกเขาวิ่งออกไปถึงหน้าประตูนั้น เห็นฉีอ๋องและคนอื่นๆ ยืนตกตะลึงอยู่ที่นั่น พวกเขาหันไปมองข้างหน้า คนทั้งหมดล้วนทึมทื่อกันหมด นี่ไม่ใช่เพียงขบวนรถม้าอันใหญ่โต แต่มันคือ...มันคือ....มีคนดวงตาแดงก่ำ ร่ำไห้ออกมา “เป็นข้าวสาร ข้าวสารจำนวนมากมาย”

              ข้าวสาร พวกเขาไม่ได้กินข้าวสีขาวมานานแค่ไหนแล้ว?

              ทุกวันได้กินแต่หม่านโถว หม่านโถวที่ไร้ซึ่งรสชาติ มื้อแล้วมื้อเล่า แล้วยังกินไม่อิ่ม หม่านโถวสองลูกสำหรับทหารเหล่านี้แล้วจะอิ่มได้อย่างไร?

              กู้จวิ้นเฉินเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ เขาคิดถึงจดหมายของหลี่ลั่ว ในที่สุดก็กระจ่างแจ้งว่าหมายความว่าอย่างไร อีกสองวันก็ปีใหม่แล้ว เขาส่งข้าวสารมาในเวลานี้ เพื่อให้ทหารซีเป่ยได้ฉลองปีใหม่ ลั่วเอ๋อร์...

              “ผู้น้อยถวายบังคมฉีอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ของจวนฉีอ๋องก้าวขึ้นมาข้างหน้าคารวะ “เสี่ยวโหวเหฺยสั่งการให้องครักษ์ของจวนฉีอ๋องจำนวนสองร้อยนายคุ้มกันเสบียงเหล่านี้มาที่นี่ เสี่ยวโหวเหฺยให้กระหม่อมนำคำพูดมาถึงทุกท่าน นี่เป็นข้าวสารที่เก็บเกี่ยวได้จากที่นาพระราชทานหนึ่งพันหมู่ของจวนจงหย่งโหว ข้าวสารทั้งหมดสี่แสนห้าหมื่นชั่ง ที่นาพระราชทานนั้นฝ่าบาทเป็นผู้พระราชทาน ต่อไปข้าวสารที่เก็บเกี่ยวได้จะส่งมาที่ซีเป่ยทุกปีพ่ะย่ะค่ะ”

              “ช่างไม่เสียแรงที่เป็นบุตรชายของหลี่โหวเหฺย”

              “เป็นเสี่ยวโหวเหฺยของพวกเราหรือนี่ ช่างดีต่อพวกเรายิ่งนัก”

              “เสี่ยวโหวเหฺย? ใช่คุณชายใหญ่หรือไม่? เมื่อก่อนเมื่อคราวที่ติดตามโหวเหฺยเข้าเมืองหลวงยังเคยได้พบเสี่ยวโหวเหฺยท่านนั้น”

              “ไม่ใช่” หลี่จงหมิงกล่าว “เสี่ยวโหวเหฺยเป็นคุณชายเล็ก เป็นผู้ที่ถือกำเนิดที่ซีเป่ย ต่อมาถูกส่งกลับเมืองหลวง”

              “ท่านพูดขึ้นมาเช่นนี้ข้านึกออกแล้ว คุณชายเล็กท่านนั้นเวลานี้เพิ่งจะห้าขวบกระมัง?”

              “เป็นไปได้หรือ? เพิ่งจะห้าขวบก็...”

              “ถูกต้องแล้ว” หลี่จงหมิงกล่าว “เสี่ยวโหวเหฺยเพิ่งจะห้าขวบก็คิดถึงเรื่องใหญ่แล้ว เพราะเขาเป็นบุตรชายของหลี่โหวเหฺย หลี่โหวเหฺยเป็นคนของกองทัพซีเป่ย” แม้ว่าเขาจะทำการคุ้มกันเสี่ยวโหวเหฺยตั้งแต่ยังเล็กอย่างลับๆ แต่ทว่าได้สัมผัสกับเสี่ยวโหวเหฺยจริงๆ นั้นเริ่มตั้งแต่เดือนห้าของปีนี้ หลังจากได้สัมผัสแล้วจึงรู้ว่า เสี่ยวโหวเหฺยนั้นเป็นคนรู้จักพลิกแพลงราวกับปีศาจน้อย การพูดการจา การกระทำ ล้วนมีนิสัยเป็นของตน ทำให้คนนับถือยิ่งนัก คนเช่นนี้เป็นนายน้อยในใจของเขา

              “ระหว่างทางลำบากแล้ว” กู้จวิ้นเฉินกล่าว

              หัวหน้าองครักษ์ส่ายหน้า “เสี่ยวโหวเหฺยมอบเหล้าองุ่นให้พวกกระหม่อมคนละสองขวด ให้พวกกระหม่อมดื่มระหว่างทางเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย เสี่ยวโหวเหฺยยังให้พวกกระหม่อมนำพวกผักมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ มีมันฝรั่ง ผักตากแห้ง หัวไชเท้าดอง เสี่ยวโหวเหฺยยังกล่าวว่า ผักตากแห้งพวกนี้สามารถนำมาทำเป็นน้ำแกงดื่มได้ ไม่จำเป็นต้องเติมเครื่องใดๆ หัวไชเท้าดองนั้นกินเป็นกับข้าว ยังมีมันฝรั่งเหล่านี้ มันฝรั่งหั่นเป็นลูกบาศก์ ใส่เกลือเพิ่มเล็กน้อยหุงต้มพร้อมกับข้าวสารรสชาติยิ่งดีนักพ่ะย่ะค่ะ”

              มันฝรั่งมากมายเช่นนี้ ผักใบเขียว หัวไชเท้า เพียงพอให้พวกเขากินนานกว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่สำหรับหลี่ลั่วแล้วเป็นเพียงการเสียเงินไปเพียงไม่กี่ร้อยตำลึง

              “หลี่จงหมิง เจ้าพาพวกเขานำข้าวสารไปเก็บไว้ให้ดี สั่งการลงไป วันนี้มื้อกลางวันกินข้าวสวย” กู้จวิ้นเฉินหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวอีกว่า “ทำตามที่เสี่ยวโหวเหฺยสั่งมา นำมันฝรั่งไปหั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ เติมเกลือเล็กน้อย หุงต้มพร้อมกับข้าวสวย”

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              “เจ้าเข้ามาพูดกันด้านใน” กู้จวิ้นเฉินพูดกับหัวหน้าองครักษ์ผู้นั้น

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              เมื่อเข้าไปในกระโจม กู้จวิ้นเฉินจ้องมองหัวหน้าองครักษ์ หัวหน้าองครักษ์หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “นี่เป็นจดหมายที่เสี่ยวโหวเหฺยกำชับกระหม่อมให้นำมาให้ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

              “อืม” สิ่งที่กู้จวิ้นเฉินต้องการคือสิ่งนี้ แต่เขาไม่รีบร้อนอ่านจดหมาย แล้วจ้องมองถุงผ้าที่อยู่บนร่างของหัวหน้าองครักษ์ หัวหน้าองครักษ์จึงปลดถุงผ้าลงมา มีสองใบ “นี่เป็นของที่เสี่ยวโหวเหฺยนำมาให้ท่าน อีกใบหนึ่งเป็นพ่อบ้านให้นำมาให้ท่านพ่ะย่ะค่ะ”

              “ยังมีอีกหรือไม่?” น้ำเสียงของกู้จวิ้นเฉินมีความไม่พึงใจเล็กน้อยแล้ว เอาออกมาให้หมดภายในครั้งเดียวไม่ได้หรือไร? ต้องให้เขาถามอย่างหนึ่งเอาออกมาอย่างหนึ่งเช่นนั้นหรือ?

              หัวหน้าองครักษ์หยิบถุงเงินออกมาใบหนึ่ง “นี่เป็นยันต์ป้องกันภัยอันตรายที่เสี่ยวโหวเหฺยวาดเองพ่ะย่ะค่ะ ด้านในเขียนอักษรยันต์โบราณว่า ‘คุ้มครองปลอดภัย’ มอบให้ท่านอ๋องเช่นกัน จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ มีเพียงเท่านี้”

              “อืม เจ้าออกไปเถิด” กู้จวิ้นเฉินโบกไม้โบกมือ

              หลังจากหัวหน้าองครักษ์ออกไป กู้จวิ้นเฉินนำถุงเงินยันต์ป้องกันภัยแขวนไว้กับตัว แต่เกรงว่าหากแขวนเอาไว้จะไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงนำถุงเงินซ่อนเอาไว้ในอก หลังจากซ่อนเข้าไปแล้ว เขาก็หยิบออกมาลูบคลำอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นซ่อนกลับเข้าไปอีก หลังจากทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง เขาจึงค่อยๆ สบายใจขึ้น ต่อมาเขาจึงเปิดถุงผ้า ในถุงผ้าคือเสื้อคลุมชั้นนอกตัวใหม่สองชุดและรองเท้าใหม่สองคู่ ซีเป่ยเป็นพื้นที่อากาศหนาวเย็น เมื่อเขาออกเดินทางมานั้นเพิ่งจะเดือนสิบ เวลานี้อากาศหนาวเย็นจนแทบจะตัวแข็งไปหมด

              เสื้อคลุมและรองเท้าทำมาจากขนสัตว์ เป็นขนสัตว์ที่หลี่ซวี่เหลือเอาไว้ หลี่ลั่วให้เหนียนหงและสาวใช้งานเย็บปักคนอื่นๆ เร่งทำออกมา ด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงเร่งทำได้เพียงเสื้อคลุมสองตัวและรองเท้าสองคู่ กู้จวิ้นเฉินถือเอาไว้ในมือ รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก จากนั้นจึงนำเสื้อคลุมมาสวม และสวมรองเท้าด้วยตนเอง สายตาตวัดมองไปที่ถุงผ้าของพ่อบ้าน ผลักห่างออกไป ยามนี้ยังไม่ต้องการใช้

              ต่อมาเขาเปิดจดหมายที่หลี่ลั่วเขียนมาให้เขา

              ‘ท่านพี่ฉีอ๋อง เป็นอย่างไรบ้าง ข้าคิดถึงท่านยิ่ง แต่ข้าจะรอท่านกลับมาเมืองหลวง อาจารย์ได้มรณภาพไปแล้ว เมื่อท่านเห็นจดหมายฉบับนี้ พี่ใหญ่ได้แต่งงานแล้วเช่นกัน ส่วนพี่หญิงใหญ่นั้นได้หมั้นหมายกับจางเลี่ยนไป๋ เดือนสามปีหน้านางก็จะเป็นฮูหยินของจิ้นซื่อแล้ว จางเลี่ยนไป๋ผู้นี้ข้าถูกตายิ่งนัก น่าจะมีอนาคตไกล

              เจียงซูเอ๋อร์เพื่อปฏิเสธการแต่งงานกับองค์ชายฉวี่หลง จึงมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับถังลิ่ง ทั้งสองได้หมั้นหมายกันแล้ว

              ที่สำคัญที่สุดก็คือ องค์หญิงฉวี่หลงและองค์ชายรองได้หมั้นหมายกันแล้วเช่นกัน

              อีกเรื่องคือมารดาและข้าปรึกษากันแล้ว ครอบครัวของเรายังมีที่นาอีกหนึ่งพันสองร้อยหมู่ เริ่มจากปีหน้าเป็นต้นไปก็จะสามารถส่งข้าวสารจำนวนหกแสนชั่งไปซีเป่ยได้ทุกปี แม้จะไม่ได้มากนัก แต่สามารถให้พวกเขาได้กินเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน

              ปีใหม่แล้ว เมืองหลวงเห็นการจุดพลุดอกไม้ไฟ ไม่รู้ว่าซีเป่ยจะมองเห็นหรือไม่

              ปรารถนาให้ท่านรักษาเนื้อรักษาตัว

              หลี่ลั่ว’

              กู้จวิ้นเฉินอ่านอักษรทีละตัวๆ เรื่องของเจียงซูเอ๋อร์และถังลิ่ง องค์หญิงฉวี่หลงและองค์ชายรองนั้น เขารู้นานแล้ว พ่อบ้านกู่เขียนจดหมายให้เขาทุกเดือน เรื่องเช่นนี้เขาย่อมต้องบอกกล่าวกับตน

              ตัวอักษรแต่ละขีดนั้นเขียนได้เป็นระเบียบ แต่กลับเป็นลายมือของเด็กน้อย ไม่มีส่วนใดมีค่าพอที่จะนำมาเก็บเอาไว้ แต่ในใจกู้จวิ้นเฉินนั้นกลับมีค่าเป็นอย่างยิ่ง

              ปีใหม่ของซีเป่ยไม่มีการจุดพลุดอกไม้ไฟ กลับกัน ด้วยเหตุที่พี่ชายหายตัวไป ปีใหม่จึงผ่านไปอย่างสลดหดหู่ แต่เขาส่งข้าวสารและผักมาให้ ทำให้พวกเขามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นมา

              ช่างเป็นการส่งถ่านท่ามกลางหิมะที่เหน็บหนาว[1]จริงๆ



    [1] หมายถึง การส่งความช่วยเหลือให้ในยามที่ลำบาก มาได้ประจวบเหมาะ


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405