รวมเรื่องสั้น นรกร่างสุดท้าย ระทึกขวัญ...หักมุมตอนจบ

    (ตอนที่ 6) คืนหลอนมรณะ 1 (เพื่อนร่วมทางยามค่ำคืน)

            ตีหนึ่งกว่าแล้ว...

            คมกริชยังคงขับรถคู่ใจทะยานไปบนถนนหลวงสายเปลี่ยว แสงไฟหน้ารถสาดส่องพื้นถนนเบื้องหน้าหลบหายเข้าไปใต้พื้นรถเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด จนบางครั้งเขายังคิดอยู่เลยว่า จุดสิ้นสุดของถนนสายนี้อยู่ตรงไหน

            ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็๲สิ่งมีชีวิตเพียงชีวิตเดียวในค่ำคืนนี้ ไม่มีผู้คนรอบกายที่จะมาเป็๲เพื่อนคุยแก้เหงาในเวลานี้ ทุกคนต่างพร้อมใจกันซุกร่างกายภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แล้วหลับตาลง...โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

            คมกริชอยากจะเป็๞เหมือนคนเ๮๧่า๞ั้๞บ้าง แต่หน้าที่การงานของคนเรามันต่างกัน เซลล์แมนขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเขาจึงต้องยอมจำนน ขับรถฝ่าลมหนาวปลายเดือนธันวาคมมุ่งหน้าสู่ชนบทห่างไกลความเจริญ เพื่อหวังสร้างยอดขายจากสินค้าในถิ่นทุรกันดาร

            ดวงไฟสองดวงที่แล่นฝ่าความมืดมองเห็นอยู่ไกลลิบลับนั้น ทำให้คมกริชอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ที่อย่างน้อยค่ำคืนนี้ก็ยังมีชีวิตอื่นที่ไม่ยอมหลับใหลเหมือนกับเขา คนหัวอกเดียวกันย่อมจะเข้าใจกันมากกว่าคนอื่น ๆ คนในรถคันนั้นคงจะรู้สึกเงียบเหงาว้าเหว่ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

            คมกริชจับจ้องดวงไฟคู่นั้นอย่างไม่ละสายตา แต่รู้สึกเหมือนว่ามันจะขยับถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่เขาขับมุ่งหน้าไป ยิ่งเขาพยายามเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นเท่าไหร่ มันก็ไม่ช่วยลดระยะห่างรถของเขากับรถคันนั้นลงได้เลย มันเหมือนคนขับจะขับรถถอยหลังออกไป...ห่างออกไป...จนในที่สุดก็หายวับเข้าไปในความมืด

            ชายหนุ่มขยี้ตาตัวเองอยู่หลายรอบ จนในที่สุดก็มาสรุปกับตัวเองว่า เขาคงตาลายหรือตาฝาดไปเองที่มองเห็นแสงสว่างกลางความมืดนั้น อยากได้เพื่อนร่วมทางยามค่ำคืนจนคิดอุปาทานไปเองว่า จะมีคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันขับรถสวนผ่านมาทางนี้บ้าง

    และแล้วคมกริชก็ไม่ได้สิ้นหวังไปเสียเลยทีเดียว เมื่อเขาเหลือบมองที่กระจกมองหลัง ปรากฏดวงไฟสุกสว่างอยู่ข้างในนั้น ชายหนุ่มหันไปมองข้างหลัง เพื่อยืนยันกับตัวเองว่าคราวนี้เขาไม่ได้ตาฝาดเป็๞รอบที่สอง

            มันคือดวงไฟหน้ารถที่ผุดขึ้นท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ในที่สุดเขาก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอะไรเลยในรัตติกาลอันหนาวเหน็บนี้ เขาจับจ้องแสงไฟในกระจกอย่างใจจดจ่อ มันกำลังแล่นเข้ามาหาเขาแล้ว...

            แต่พลันเขาก็รู้เหมือนว่าดวงไฟคู่นั้นจะขยับถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้เร่งเครื่องให้ความเร็วเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...ยิ่งเขาขับรถให้ช้าลงเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเพิ่มระยะห่างระหว่างรถของเขากับรถคันนั้นลงเรื่อย ๆ เหมือนเ๯้าของจะขับถอยหลัง...ห่างออกไป...จนในที่สุดก็หายเข้าไปในความมืด

            ชายหนุ่มขยี้ตาตัวเองอยู่หลายรอบ จนในที่สุดก็มาสรุปกับตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองตาลายหรือตาฝาดอีกต่อไปแล้ว เพราะคนเราคงไม่ตาฝาดถึงสองครั้งสองหนแน่นอน...

            แล้วมันคืออะไรล่ะ?! ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผลในสิ่งที่ไร้ตัวตน ผุดขึ้นท่ามกลางมโนสำนึกที่ฟุ้งซ่านในค่ำคืนของฤดูหนาว เส้นขนที่มีอยู่ทั้งหมดในร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ตื่นตัวตอบสนองกับสิ่งเร้าภายนอกจนยากแก่การควบคุม

            สองมือสั่นเทาที่จับพวงมาลัยรถเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ไม่ต่างจากใบหน้าคมเข้มที่ผุดไปด้วยเม็ดเหงื่อเกาะพราวเหมือนหยดน้ำค้างเกาะอยู่ที่ใบหญ้า เนื้อผ้าสีขาวถูกแนบเนื้อด้วยของเหลวอุ่น ๆ โชกชุ่มไปทั่วทั้งร่างกายกำยำ

            คมกริชละมือซ้ายจากพวงมาลัยรถมาเกาะกุมที่กลางอก เขากำลังคลำหาพระเครื่องที่ห้อยคออยู่ไม่เคยถอดเก็บเลยแม้แต่เวลานอน

    ให้ตายเถอะ!! เขาต้องลืมเอาไว้ที่โรงแรมตอนถอดออกอาบน้ำแน่ ๆ ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจหล่นวูบไปจากอกข้างซ้าย มันเคลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนไปตกอยู่ที่ตาตุ่มเหมือนที่เคยได้ยินคนเขาพูดกัน กำลังใจที่มีเหลืออยู่น้อยนิดอันตรธานหายไปจากใจจนหมดสิ้น...

            แต่คมกริชก็ยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่ ลำพังกำลังใจที่ลดฮวบลงไปก็ยังเทียบไม่ได้ถ้าความรู้สึกของสติจะขาดผึงลงจนทำอะไรที่ไร้จิตสำนึกลงไป


    (เชิญอ่านตอนที่ 2)


    (***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ  จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป    ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็๞พระคุณอย่างสูงครับ***)