“จะเอาออกจริงๆ เหรอ?” รมิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เธอคิดว่าเด็กไม่มีความผิดเลยสักนิด และการถามครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า้าหาเื่ แต่รมิตาอยากหาทางออกที่ดีที่สุด
“อืม...” เทวิกาเงยหน้ามองรมิตาอีกครั้ง “ไปด้วยกันนะ”
“ฉันตัดสินใจแล้วเทล แกอย่ามาชวนฉันทำอะไรแบบนี้อีก”
“แต่...”
“แกอายคนใช่ไหม?” รมิตาถามออกไป
เป็อีกครั้งที่เทวิกาชะงักไป แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับด้วยความอับอาย ไม่ว่าจะใครหน้าไหนเธอก็ไม่อยากให้มารับรู้เื่นี้ทั้งนั้น ที่จริงหากว่าสามารถหาทางออกเองได้ แม้แต่รมิตาเธอก็จะไม่มาหาเหมือนกัน
“อีกสองสัปดาห์ก็จะสอบแล้ว ในระยะสามเดือนแรก ร่างกายของคนเป็แม่จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ฉันคิดว่าคงไม่มีปัญหา”
หากแต่คำพูดที่คล้ายพึมพำคนเดียวของรมิตากลับทำให้เทวิกาเงยหน้ามองด้วยความใ ฟังจากที่พูดก็พอเดาได้ว่ารมิตาไม่เห็นด้วยกับการเอาเด็กออก ยิ่งรู้จักกันมาั้แ่เด็ก เทวิกายิ่งรู้ว่ารมิตาเป็คนประเภทไหน เธอชอบที่จะวางแผนทุกอย่างเอาไว้เสมอ เพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือต่อให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็สามารถหาทางรับมือแก้ไขได้อย่างง่ายดาย
“แต่...”
“กลัวเื่อาการแพ้ท้องเหรอ?” นี่คืออีกเื่ที่เดาได้ไม่ยากเลยว่าอาจจะมีคนสงสัย
เทวิกาพยักหน้ารับ
“ถ้าบอกว่า่นี้เรียนหนักเพราะใกล้จะจบ พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดลงกระเพาะ อืม...บอกว่าเมนใกล้มาด้วยก็ได้ ยังไงอาการของคนเป็เมนกับคนท้องมันก็คล้ายกันอยู่”
“แล้วถ้ามีคนไม่เชื่อ...”
“ก็ท้าให้มันพิสูจน์” คำพูดนี้ทำให้เทวิกาสั่นสะท้านทั้งร่าง
พิสูจน์ยังไง? ในเมื่อเธอท้องอยู่จริงๆ จะพิสูจน์เื่ประจำเดือนเหรอ? ไม่มีทาง! ความแตกทันทีแน่นอน หรือจะพิสูจน์ด้วยเทคนิคทางการแพทย์? คือเล่นใหญ่ไปไหม? แล้วนั่นไม่ยิ่งเป็หลักฐานมัดตัวหรอกเหรอ?
ยิ่งฟังเทวิกายิ่งแตกตื่น เธอไม่คิดว่าวิธีของรมิตาจะดีนัก เธอกลัว...
“พิสูจน์ยังไง? แก! ฉันท้องจริงๆ นะ ถ้าพิสูจน์ก็ความแตกกันพอดีสิ!”เทวิกาโวยวายทันที เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจคิดผิดที่มาปรึกษารมิตา
หรือรมิตาคิดจะแก้แค้นเื่ครั้งก่อน...
เทวิกาในตอนนี้ไม่มีสติมากพอที่จะจัดการเรียบเรียงความคิดของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ทุกอย่างตีวนสับสนไปหมด
“ใจเย็นๆ สิ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนสติแตก รมิตาก็ต้องปรามก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ลง
“แต่...”
“แกต้องเตรียมเครื่องตรวจครรภ์ปลอมเอาไว้ ถ้ามีใครเซ้าซี้มากๆ ก็ท้าพิสูจน์ไปเลย ทำเหมือนเป็ตรวจครรภ์แต่เอาอันปลอมให้พวกนั้นดู”
เทวิกาชะงักไปอีกครั้ง เธอลองคิดตามที่รมิตาพูด ดูเหมือนว่า...วิธีนี้จะเข้าท่า
“มันจะได้ผลเหรอ?” น้ำเสียงของเทวิกาไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
“ก็ถ้าแกแสดงเนียนไม่เผยพิรุธให้คนอื่นจับได้”
“แล้ว...แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“หมายถึงหลังเรียนจบ?” รมิตาเลิกคิ้วถามกลับไป เทวิกาพยักหน้ารับ “ก็ทำตามปกติ แกคลอดเขาแล้วก็เลี้ยงเขาให้ดี”
“ไม่ไหวหรอก!” เทวิกาแย้งออกมาทันที เธอยังหางานไม่ได้เลยนะ แล้วจะไปเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้ยังไง
“...”
“ฉันเลี้ยงเขาไม่ได้” พูดถึงตรงนี้เทวิกาก็ร้องไห้ออกมา ไม่รู้ว่ามันคืออารมณ์อ่อนไหวของคนตั้งครรภ์หรือเป็เพราะความเครียดที่สะสมอยู่มากเกินไป
“งั้นฉันจะเลี้ยงเขาเอง...”
“มิน...” เทวิกามองเพื่อนผ่านม่านน้ำตา ดวงตาเบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ฉันจะเลี้ยงเอง” หากแต่น้ำเสียงของรมิตากลับหนักแน่นมั่นคง ไม่มีแม้ความกลัวกับสิ่งที่ต้องเผชิญ
“ไม่ได้! ฉันรบกวนแกขนาดนั้นไม่ได้หรอก”
“เทล...” รมิตามองเพื่อนด้วยแววตาจริงจัง “ฉันไม่ได้จะแย่งลูกของแกไป เขายังคงเป็ลูกของแก ฉันแค่จะรับเลี้ยงเขาไว้ เมื่อแกพร้อมเมื่อไหร่ แกก็มารับเขาไป ฉันสัญญาว่าจะไม่ปิดบังหรือหลอกเขาว่าใครคือแม่ที่แท้จริง”
“แต่ถึงอย่างนั้น...”
“ดีเสียอีกที่ลูกของฉันจะได้มีเพื่อนเล่น” เมื่อพูดถึงลูกตัวเอง รมิตาก้มมองท้องแล้วยิ้มออกมา เธอไม่เคยรู้สึกเสียใจที่มีเด็กคนนี้ กลับกันที่รู้สึกว่าเขาช่างมาได้ถูกจังหวะเสียจริง เพราะหากเรียนจบไปแล้ว รมิตาคงไม่ได้เจอกับเพื่อนๆ บ่อยนัก ต่างคนต่างทำงานของตัวเองกันไป กับคนที่ตัวคนเดียวแบบเธอ คงมีบ้างที่จะแอบเหงา แต่ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว...รมิตาไม่จำเป็ต้องคิดถึงเื่พวกนั้นแล้ว ในเมื่อต่อจากนี้เธอมีลูกน้อยให้ดูแล ลูกจะอยู่เป็เพื่อน อยู่เป็กำลังใจ อยู่เป็เป้าหมายครั้งใหม่ของเธอ
เทวิกาที่เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนมีความสุขของเพื่อนก็ชะงักไป จู่ๆ ก็รู้สึกพ่ายแพ้อับอายขึ้นมา เธอรู้สึกว่ารมิตาเข้มแข็งมาก ในขณะที่ตัวเองเลือกที่จะยอมแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่ม
“จะไม่ทำให้แก...ลำบากเหรอ?” ยิ่งถามประโยคนี้ออกไป เทวิกาก็ยิ่งรู้สึกอับอาย
“แกก็รู้ว่าฉันรวย” รมิตาพูดไปก็ขำไป เธออยากทำให้บรรยากาศมันดีขึ้นสักนิด
และที่พูดไปนั่นก็ไม่ใช่เื่โกหก เคยบอกแล้วว่ารมิตาโชคดีที่หาทางที่ชอบและทางที่ใช่ของตัวเองเจออย่างรวดเร็ว งานเขียนนิยายจึงสร้างรายได้ให้เธอได้อย่างมากมาย มันเกินพอกับการเลี้ยงดูเด็กสองคน อีกอย่างถึงแม้ว่าตอนนี้รมิตาจะตัวคนเดียว แต่ก่อนที่พ่อแม่ของเธอจะเสียก็ยังเหลือมรดกและที่ดินเอาไว้ให้อยู่บ้าง แม้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็เกินพอสำหรับคนๆ หนึ่ง
“มันจะดีจริงๆ เหรอ?” ถึงรมิตาจะบอกว่าไม่มีปัญหา แต่ถึงอย่างนั้นเทวิกาก็ยังไม่มั่นใจเลยสักนิด
“ดีสิ”
“แต่มันก็ยังมีค่าใช้จ่ายระหว่างท้องอีกนะ ไหนจะค่าคลอด”
“ก็บอกอยู่ว่ารวย”
“แก...จะออกฉันเหรอ?” แม้จะพูดเหมือนไม่มั่นใจ แต่ถึงอย่างนั้นแววตาของเทวิกากลับเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ใช่”
“จะดีเหรอ?”
“ก็ไม่มีปัญหานะ” รมิตาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ในเมื่อเื่พวกนี้ไม่นับว่าเป็ปัญหาสำหรับเธอเลยจริงๆ
“ขอบใจแกมากเลยนะมิน ถ้าไม่ได้แกฉันต้องแย่แน่ๆ” ยิ่งพูดเทวิกาก็ยิ่งร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอลุกขึ้นแล้วตรงเข้าไปหารมิตาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือ
สองเพื่อนสนิทลุกขึ้นกอดกันร้องไห้ ถึงแม้ว่าคนที่ร้องจะมีเพียงแค่เทวิกาคนเดียวก็ตาม ส่วนรมิตาเพียงกอดปลอบเท่านั้น เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นความงอแงของเพื่อน คิดไปคิดมาหรือนี่คือเื่ปกติของคนที่ท้องกันนะ
“ขอบใจแกมากจริงๆ”
“ไม่เป็ไร...เพื่อนกัน”
่เวลาก่อนจบเป็อะไรที่วุ่นวายไม่น้อยมีเื่เข้ามาเสียยิ่งกว่ามรสุมชีวิต ถึงรมิตาจะสามารถจัดการมันไม่อย่างง่ายดาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งเื่เรียน ทั้งงาน ไหนจะร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยนี่อีก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้ คิดไปคิดมาก็น่าสนุกดี ผ่านเื่นี้ไปได้เมื่อไหร่ นิยายเื่ต่อไปของเธอคงสนุกไม่น้อย เพราะเธอมีประสบการณ์ตรงจากเื่นี้แล้ว
กลายเป็ว่ามรสุมที่เข้ามาเป็เื่สนุกสำหรับรมิตาไปเสียอย่างนั้น
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถยินดีไปกับมันได้
เื่ที่รมิตาท้องนั่นถูกรับรู้กันโดยทั่ว เพราะฉะนั้นเวลาใครเห็นเธอเกิดอาการแพ้ท้องหรืออยากกินของแปลกๆ ขึ้นมาก็ไม่มีใครแปลกใจสงสัยอีกแล้ว กลับกันที่มองมาด้วยความอึ้งใมากกว่า ว่าคนที่ตัวเล็กๆ แบบเธอสามารถกินได้เยอะเกินขนาดตัวไปมาก
แต่ก็นั่นแหละ...กินเยอะก็เอาออกเยอะเหมือนกัน
ใบหน้าสวยซีดเผือดไม่น้อยเมื่อเพิ่งอ้วกเอาข้าวกลางวันที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาจนหมด เพื่อนร่วมคลาสที่อยู่ใกล้เลยต้องมาช่วยลูบหลังให้ จากอาการแพ้ท้องของรมิตาทำเพื่อนผู้หญิงหลายคนหวาดกลัวการท้องไปไม่น้อย
“ไหวป่ะเนี่ย?” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อรมิตากำลังยืนล้างหน้าในรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง
ในห้องน้ำหญิงตอนนี้มีพวกปีสี่ยืนกันอยู่หลายคน ส่วนใหญ่เป็เพื่อนร่วมคลาสกันทั้งนั้น นับว่าโชคดีที่ครั้งนี้รมิตาเกิดอยากอ้วกหลังจากที่เพิ่งจบคลาสไป พวกเพื่อนๆ ที่เป็ห่วงเลยตามมาดูแลด้วย กลัวว่าที่คุณแม่จะเป็ลมในห้องน้ำ
“อือ...” รมิตาพยักหน้ารับ แต่น้ำเสียงของเธอดูไม่ไหวอย่างแรง
การท้องนี่มันเหนื่อยจริงๆ เลยนะ
“อยู่ที่หอก็เป็แบบนี้เหรอมิน?” เพื่อนอีกคนยื่นยาดมมาให้พร้อมกับถามด้วยความอยากรู้
รมิตาพยักหน้ารับแต่ไม่ได้ตอบ เธออ้วกจนหมดแรงแล้ว
“มินท้องอยู่ก็ไม่แปลกหรอก...” เพื่อนอีกคนพูดแล้วเว้นจังหวะไป จู่ๆ รมิตาก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เธอหันมองตามสายตาของเพื่อนคนนั้นไป
...เทวิกา
คนที่ตกเป็เป้าสายตาชะงักไป จู่ๆ ก็ร้อนตัวจนเลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้พวกเพื่อนๆ หันมองด้วยความสงสัย เทวิการีบหลบสายตาของทุกคน
“แล้วแกอ่ะเป็อะไรวะเทล? ่นี้แปลกๆ นะ”
“อะไร? แปลกอะไร? ฉันก็ปกติดีนี่” เทวิการ้อนรนจนลืมสิ่งที่เคยคุยกับรมิตาไปก่อนหน้าจนหมด
“ปกติก็บ้าแล้ว”
“ใช่ๆ อาการไม่ต่างอะไรกับคนท้องอย่างมินเลย”
“ฉันไม่ได้ท้อง!”
“มีพิรุธอ่ะ”
“ฉันไม่ได้ท้องจริงๆ นะ” ยิ่งพยายามแก้ตัว เทวิกาก็ยิ่งอยากร้องไห้ เธอไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้ พวกเพื่อนๆ จะมองเธอยังไง? ทุกคนจะต้องเอาเธอไปล้อ ไปนินทาลับหลังแน่ๆ
“งั้นแล้วทำไมแกถึงแปลกไปล่ะ?”
“ฉัน...”
“เทลมันเครียดน่ะ” เป็รมิตาที่ตอบแทน ทั้งๆ ที่สภาพของเธอตอนนี้ก็เวียนหัวจนจะแย่อยู่แล้ว ร่างเล็กในชุดนักศึกษายืนพิงอ่างล้างหน้า มือหนึ่งจับยาดมยัดจมูก
พวกเพื่อนๆ ที่ได้ยินต่างหันมองมายังรมิตาด้วยความสงสัย แต่เธอก็ไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมา ยังคงท่าทางเหมือนปกติ
“่นี้พวกเราสอบนะ เหลืออีกไม่กี่ตัวก็จบแล้วนี่”
“ก็จริง”
“ไม่แปลกหรอกที่จะเครียดจนลงกระเพาะหรือไม่ได้ดูแลตัวเอง”
“จะว่าไป่นี้ฉันก็โทรมมากเลย ฮือออ...แกดูใต้ตาฉันสิ” เพื่อนอีกคนรีบพุ่งไปที่หน้ากระจก มองใต้ตาที่ดำคล้ำของตัวเอง
เมื่อมีคนเบี่ยงประเด็นไปเป็เื่สภาพที่โทรมของตัวเอง ก็ไม่มีใครสนใจเทวิกาอีก ในตอนที่ไม่มีใครมองอยู่นั้น เทวิกาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอแอบสบตากับรมิตา พยักหน้าบอกขอบคุณอย่างไร้เสียง รมิตาเพียงพยักหน้ากลับก่อนที่จะหันมาสนใจพวกเพื่อนที่เริ่มโวยวายเื่ใบหน้าของตัวเองที่โทรมจนเครื่องสำอางเริ่มเอาไม่อยู่
ทั้งที่เื่เหมือนจะคลี่คลายไปได้แล้วแท้ๆ แต่ความกังวลในใจของเทวิกากลับไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด ทุกคืนวันทุกวินาทีมันก็ยิ่งมากขึ้น วันนี้พวกเพื่อนอาจจะไม่สงสัย แล้ววันข้างหน้าล่ะ?
ถ้าเธอท้องโตขึ้นมาล่ะ? ถึงวันนั้นจะโกหกว่ายังไงดี? คงไม่มีใครเชื่อแล้วแน่ๆ
ยิ่งคิดเทวิกาก็ยิ่งกลัว
และในคืนวันนั้นมันก็ทำให้เธอตัดสินใจได้ เมื่อเห็นสายเรียกเข้าจากทางบ้านของตัวเอง
“แม่...” น้ำเสียงของเทวิกาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เื่ที่เธอท้องแล้วไอ้ผู้ชายเฮงซวยมันปัดความรับผิดชอบ ยังไม่มีใครรู้เื่นี้นอกจากรมิตา แม้ตอนแรกจะแอบกลัวว่ารมิตาจะเอาไปเล่าหรือเปล่า
แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ แต่ทุกคนจะไม่รู้ไปถึงเมื่อไหร่กันล่ะ? แล้วครอบครัวของเธอล่ะ? อีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้ว หลังจากนั้นเธอต้องกลับบ้าน แล้วท้องก็จะโตขึ้นมา ทุกคนก็จะรู้เื่นี้ เทวิกาจะกลายเป็ขี้ปากชาวบ้าน ทุกคนจะต้องนินทาเธอ ว่าเธอเป็ผู้หญิงง่ายร่านผู้ชายอย่างแน่นอน
ไม่เอา! เธอไม่ยอมให้เกิดเื่แบบนั้นขึ้นอย่างแน่นอน!
สุดท้ายเทวิกาก็ไม่คิดสนใจคำพูดของรมิตาอีก ในวันต่อมาที่ไม่มีสอบเธอตัดสินใจไปคลีนิกทำแท้งเถื่อนทันที
เด็กคนนี้จะต้องไม่ได้เกิด มันจะทำให้ชีวิตของเธอล่มจมไม่ได้!
ในเมื่อไม่มีใคร้า...งั้นจะต้องไม่มีใครได้รู้ถึงการมีอยู่ของมัน!