หลังจากที่หลิงซานเจ็บป่วยมาหลายวัน ตอนนี้เขาก็หายเป็ปกติ
เลยออกมาเดินเล่นข้างนอก ก็เจอกับชาวบ้านที่เดินผ่านมา พอพวกชาวบ้านเห็นเขาก็ค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม หนึ่งในนั้นเลยเอ่ยทักเขา
"ท่านดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ท่านหลิงซาน"
"ผมดีขึ้นมากแล้วล่ะ"
เขาตอบหนึ่งในนั้นออกไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะพวกเขาทำสีหน้าไม่เข้าใจคำพูดของเขา เขาเลยรีบเปลี่ยนคำพูดเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
"เอ่อ... คือข้าดีขึ้นมากแล้ว แล้วพวกคุณจะไปไหนกัน เอ่อข้าหมายถึง พวกท่านจะไปที่ใดกัน"
เขาคงต้องฝึกฝนเื่คำพูดเสียใหม่ เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม พลางคิดในใจ (ทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้วะ กะอีแค่คำพูดยุ่งยากฉิบหาย)
"พวกข้าจะไปที่บ้านของท่านผู้นำ ท่านจะไปกับพวกข้าด้วยรึไม่ท่านหลิงซาน"
"เอ่อพวกท่านมีธุระอะไรกันหรือเปล่า แล้วข้าไปได้ด้วยหรือ"
"ไปได้ซิ ที่ท่านผู้นำเรียกพวกข้าไป ก็เพื่อจะหารือเื่ของท่านโดยตรง ท่านก็ย่อมไปได้ซิ"
"เื่ของข้า เื่อะไร"
"ตามพวกข้ามาเถิดเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง"
หลังจากกล่าวจบ พวกเขาก็พากันเดินไปยังที่หมายต่อ โดยมีหลิงซานเดินตามไปอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจว่า คนพวกนั้นกำลังพูดเื่อะไรเกี่ยวกับตัวเขา เลยบ่นงึมงำออกมาเบาๆ
"มันเกี่ยวอะไรกับกูอีกวะนี่ ปวดหัวชะมัดเลยโว้ย... "
พอไปถึง หลิงซานก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเห็นเย่วซิน พี่ชายบุญธรรมของตนนั่งอยู่ในกลุ่มคนเ่าั้ด้วย และกำลังปรึกษาหารือเื่อะไรกันเขาก็ไม่รู้ เพราะทุกคนต่างก็หยุดพูด และหันมามองที่เขาเป็ตาเดียว เลยเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
"มีอะไรเกี่ยวกับ เอ่อ... ข้าหรือเปล่า"
เย่วซินลุกขึ้นจากที่นั่ง ตรงมาทางน้องชายบุญธรรมทันที และดึงเขาให้เข้าไปนั่งใกล้ๆ ท่านผู้นำ หลวนคุณหันมามองหลิงซานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอะไรบางอย่าง ที่อยู่ในกล่องไม้ใบเล็กออกมา เพียงแว๊บแรกที่หลิงซานเห็นเขาก็จำได้ในทันที
"ไอ้สร้อยคอเ้าปัญหา เป็เพราะแกฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่"เขาได้แต่แอบบ่นเงียบๆ เป็เพราะมัน เขาจึงต้องจากบ้านเกิดมาอยู่ที่นี่ ยิ่งคิดยิ่งแค้น
"ชาตินี้อย่าได้ญาติดีกันเลย เ้าสร้อยอัปลักษณ์"
"หลิงซาน เ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าอีกหน่อยซิ"
หลวนคุณเอ่ยเรียกอีกคนให้เข้ามาใกล้ๆ อีกนิด หลิงซานเลยต้องเขยิบเข้ามาใกล้ๆ คนที่นั่งตรงหน้าเขา หลวนคุณเลยสวมสร้อยเส้นนี้ให้หลิงซาน ตอนแรกเขาจะปฏิเสธ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอาม่าเคยบอกกับเขาเอาไว้ ว่าถ้าไม่จำเป็ก็อย่าได้ถอดออกจากคอ เพราะมันช่วยเขาได้
(เอาวะ ถึงขนาดทะลุมิติออกมาได้แบบนี้ ยังจะมีอะไรที่เป็ไปไม่ได้อีก)
"ตอนที่เ้ามาที่นี่ ข้าเห็นมันตกอยู่ที่ข้างกายเ้าพร้อมกริชอันนี้ ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็ของเ้า"
หลังจากที่สร้อยคอเส้นสวยได้มาอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็ ก็เกิดลำแสงสีทองสว่างออกมาจากจี้ลายั ทุกคนจ้องมองอย่างแปลกใจระคนตื่นเต้น ท่านผู้นำเลยกล่าวขึ้น
"เอาละนี่คงเป็นิมิตหมายที่ดี หลิงซานเ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม พิธีผูกพันธะส่งตัวเ้าสาวแก่าาัจะมาถึงในอีกไม่ช้า เย่วซินข้าฝากเื่นี้ให้เ้าจัดการด้วย เ้าจะว่าอย่างไร"
"ข้ารับปากท่าน ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ท่านวางใจได้ท่านผู้นำ"หลิงซานยืนงงกับคำพูดของคนทั้งคู่ จึงได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ที
"มีใครพอจะอธิบายให้ข้าฟังได้บ้าง ว่ามันเื่อะไรกัน มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะท่านพี่"หลวนคุณรู้สึกแปลกใจ เลยเอ่ยถามเย่วซินออกไป
"เย่วซิน เ้ายังมิได้บอกเขาหรอกหรือ"
"ข้าคิดว่ารอให้เขาหายป่วยแล้วข้าจะบอก แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย เขาก็มารู้เสียก่อน"
"หลิงซาน เ้าฟังสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้แล้วจงยอมรับมัน เพราะอย่างไรเสีย เ้าก็หนีชะตาครั้งนี้ไม่พ้นหรอก อีกไม่นานที่นี่จะมีพิธีผูกพันธะส่งตัวเ้าสาวั หรือจะเรียกว่าคู่ชะตาก็ได้เช่นกัน ถึงตอนนั้นองค์าาัจะมารับคู่ชะตาด้วยตนเอง ซึ่งคู่ชะตาครั้งนี้ก็คือเ้า หลิงซานเ้าคือคู่ชะตาของาาั หลังจากเสร็จพิธีผูกพันธะ าาัจะรับตัวเ้ากลับวังัทันที"
(เอ๋? ทำไมเื่นี้มันรู้สึกคุ้นๆ อย่างไรก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน)
"ท่านพี่มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย"
หลิงซานถามออกไปอย่างไม่เชื่อ เขาจับต้นชนปลายไม่ถูก กับเื่ราวประหลาดๆ ที่ผู้นำหมู่บ้านบอกกับเขา
"เ้าใจเย็นๆ ก่อนเถิดหลิงซาน ที่ท่านผู้นำพูดออกมาเมื่อสักครู่ มันเป็เื่จริงทุกอย่าง เ้าคือคู่ชะตา เป็ผู้ที่ถูกเลือกให้เป็ราชินีขององค์าาั"
(ราชินีส้นตีนอ่ะดิ อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงทั้งปากไปเลย ราชินีบ้านพ่อง กูเป็ผู้ โว้ยโปรดเข้าใจไว้ด้วย)เขาคิดในใจ
"ห่า าาัเหี้ยอะไรวะ"หลิงซานพืมพำออกมาเบา จนผู้นำที่ได้ยิยต้องขมวดคิ้วมุ่น
"เ้าพูดจาพิลึกนัก พวกข้าฟังไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย"
"พวกท่านเป็อะไรกันไปหมดแล้ว ข้าคือผู้ชาย เอ่อคือบุรุษไม่ใช่สตรี จะไปเป็ราชินีได้ไงเล่า เพี้ยนกันทั้งหมู่บ้านเลยหรือไง ท่านก็ชื่ออย่างนั้นด้วยหรือท่านพี่ แต่ข้าไม่เชื่อและไม่ยอมเล่นอะไรบ้าๆ ไปกับพวกของท่านหรอก"
"แต่เ้าต้องเข้าพิธีผูกพันธะกับาาั นี่คือคำสั่ง"หลวนคุณพูดขึ้น
"ไม่ ัอะไรข้าไม่เคยเห็น ท่านอย่ามาพูดมั่วๆ นะ"
หลวนคุณชักจะโมโหกับความดื้อดึงของหลิงซาน จึงออกคำสั่งกับอีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ทำให้หลิงซานไม่พอใจเอามากๆ หมดความนับถือ อีกฝ่ายลงไปทันที เลยแผลงฤทธิ์เข้าให้
"ตาแก่บ้าพลัง บ้าอำนาจ ข้าไม่มีทางทำตามความ้าของพวกท่านหรอก อย่ามาบังคับข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะไปจากที่นี่!! "
เขาพูดออกมาด้วยความโกรธ ดวงตาดื้อรั้นเอาแต่จ้องตาของท่านผู้นำอย่างเอาเป็เอาตาย บ่งบอกว่าอย่างไรเสียก็ไม่ยอมเด็ดขาด
"เ้ากล้าดีอย่างไรหลิงซาน เ้าอย่าท้าทายข้าให้มันมากนัก ถ้าเ้าคิดจะหนีข้าจะให้คนจับเ้ามัดไว้จนถึงวันเข้าพิธี จะเอาอย่างไรก็เลือกเอา!! "
หลวนคุณหมดความอดทนกับความดื้อรั้นของหลิงซาน เลยยื่นคำขาดออกไป แต่มีหรือที่หลิงซานจะเกรงกลัว เพราะเขาชื่อว่าตนเองก็มีฝีมือพอตัว ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น เย่วซินยืนมองอยู่เงียบๆ เขาคิดว่าเื่นี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ยังไงหลิงซานคงไม่ยอมง่ายๆ เป็แน่ ท่านผู้นำก็คิดเช่นนั้น เลยสั่งให้เย่วซินจับตาดูหลิงซานเอาไว้ อย่าได้คลาดสายตาเป็อันขาด
"มันเื่อะไรกันวะนี่ ทำไมมันถึงได้ซวยบรรลัยอะไรอย่างนี้วะ แต่อะไรก็ไม่เท่าที่จะให้กูไปเป็เมียไอ้ัอะไรนั่นอีก กูเป็ผู้ชายโว้ย... ตัวผู้เข้าใจไหม จะมีผัวได้ไง ช้างชนช้าง หยี๋... คิดแล้วขนลุกโว้ย ห่ากูจะหนี กูจะหนี"ร่างเล็กตีโพยตีพายอยู่คนเดียวอย่างคนจิตตก พูดจางึมงำตามประสา แต่คนอื่นก็ฟังไม่รู้เื่ที่อีกฝ่ายพูด
"ห่าเอ๊ย ไอ้ัส้นตีน คอยดูเถอะอย่าให้เจอก็แล้วกัน พ่อจะกระทืบให้จมดินเลยคอยดู สัส!! "
กลางดึกสงัดคืนหนึ่ง มีเงาตะคุ่มๆ กำลังมุ่งหน้าออกจากบ้านที่พักอาศัย ขาเล็กๆ กำลังย่ำเดินไปข้างหน้า อย่างไม่มีจดหมายปลายทาง มือก็กระชับกริชเล่มเล็กที่อยู่ในมืออย่างมั่นคง พร้อมที่จะฟาดฟันทุกอย่าง ที่คิดว่าเป็อันตรายต่อตัวเอง พลางก็บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ตนรอดจากการหลบหนีในครั้งนี้ด้วยเถิด หลิงซานกำลังเร่งฝีเท้าอย่างสุดกำลัง เพื่อจะให้พ้นไปจากหมู่บ้านแห่งนี้โดยเร็ว ถึงแม้ว่าหนทางข้างหน้า มันช่างมืดมิดและน่ากลัวจนมองอะไรก็ไม่เห็น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ อย่างไรก็ต้องไป ถ้าไม่อยากเป็เมียไอ้งูั์อะไรนั่น
เท้าเล็กๆ ก้าวเดินอย่าเร่งรีบ กลัวว่าหากคนในหมู่บ้านรู้เข้า คงได้ระดมคนทั้งหมู่บ้านออกตามหาเขากันให้วุ่น ถึงคราวนั้นเขาคงหมดโอกาสที่จะหนีไปจากที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย
ร่างเล็กมุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง หากแต่ว่าตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ
เหมือนมีใครหรืออะไรกำลังจ้องมองตนอยู่ ด้วยความหวาดระแวงเลยทำให้เขา ต้องใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ ผ่านความมืดก็ไม่เห็นจะมีอะไร แต่ในใจลึกๆ รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย กับสิ่งที่มองไม่เห็น
ด้านวังั
เฟยหลงและอี้เฟย กำลังใช้ดวงจิตรัเพ่งดูคู่ของตน ด้วยความร้อนใจ พวกเขามักจะมีความรู้สึกเหมือนกัน เเละวันนี้ทั้งคู่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้น เลยรีบใช้ดวงจิตรัเพ่งมองดูเหตุการณ์ต่าง อี้เฟยเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเสียให้ได้ เมื่อเห็นคนที่ตนเฝ้าคิดถึง กำลังวิ่งอยู่ในป่า ท่ามกลางความมืดมิดเเละอันตรายรอบด้าน
"นั่นเ้าจะไปที่ใดกัน มืดๆ ค่ำๆ เช่นนี้มันอันตรายเกินไป เ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ ? "
อี้เฟยชักจะนั่งไม่ติด เมื่อเห็นคนตัวเล็กวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เพราะตอนนี้มีคบไฟหลายดวง ส่องสว่างและมุ่งหน้ามาทางคนตัวเล็กของเขา
หลิงซานวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปเรื่อย ๆ อย่างไม่คิดชีวิต เพราะเขาเห็นคบไฟจำนวนมาก มุ่งหน้ามาทางเขาอย่างอลหม่าน
ทางด้านเย่วซิน ซึ่งตอนนี้เขาได้พาคนออกตามหาน้องชายบุญธรรม ด้วยความเป็ห่วง พอรู้ว่าหลิงซานหนีออกมา เขาก็รีบแจ้งชาวบ้านให้ช่วยกันออกตามหาทันที ขนาดเขาระวังเอาไว้แล้วนะแต่ยังพลาดจนได้ เพราะเผลอหลับไปแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ตื่นมาอีกทีคนตัวเล็กก็หนีหายไปเสียแล้ว ค่ำมืดแบบนี้มันอันตรายยิ่งนัก สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับป่าแห่งนี้ หลิงซานวิ่งมาเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย เส้นทางรึก็รกชันสิ้นดี ตอนนี้ตามเนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของกิ่งไม้ที่ตนบุกเข้าไป แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้สนใจตัวเองสักนิด ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเ็ปตามร่างกาย ที่ได้รับาเ็บ้างก็ตามที แต่ที่คนตัวเล็กเป็กังวลอยู่ตอนนี้ก็คือ คบไฟที่ตามเขามาด้านหลังเสียมากกว่า
"ที่นี่ที่ไหนกัน ไอ้ป่าบ้านี่ก็เสือกเหมือนกันหมด แล้วจะไปทางไหนต่อดี เวรกรรมอะไรของกูวะที่ต้องมาตกที่นั่งแบบนี้ ฮึก!! ป๊าช่วยซานด้วย ซานอยากกลับบ้าน ฮึก ฮื่อ... "
เขาร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง คงหมดหนทางแล้วจริงๆ ทั้งเหนื่อยล้า หิวโหย อีกทั้งยังหวาดกลัวอย่างจับใจ หันไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด จิตใจที่คิดว่าเข้มแข็ง มาตอนนี้มันกลับอ่อนแอมาก และ้าใครสักคนอยู่เคียงข้างเป็ที่สุด ตามเนื้อตัวมีเืไหลซิบ เพราะโดนกิ่งไม้ที่แหลมคมบาดเอา เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนนี้สร้อยคอที่เขาสวมอยู่ ได้หลุดหายไปั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้
อี้เฟยได้แต่มองคนที่ตนรักอย่างเป็ห่วง อยากจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกิน แต่ต้องหักใจไว้ไม่สามารถฝ่าฝืนกฎของเผ่าได้ ด้านเฟยหลงก็กำลังมองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างหงุดหงิดหัวใจ ที่คู่ของตนเอาแต่เป็ห่วงเด็กนั่น และเสี่ยงออกตามหามืดๆ ค่ำๆ แบบนี้ มันอันตรายขนาดไหน อีกฝ่ายน่าจะรู้ดี เ้าเด็กนั่นมันสำคัญขนาดไหนกัน ถึงต้องออกตามหากันให้วุ่นวายแบบนี้
เย่วซินรีบเร่งฝีเท้าเพื่อไล่ตามอีกฝ่ายให้ทัน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเศษผ้าชิ้นหนึ่ง ที่โดนกิ่งไม้เกี่ยวขาดติดอยู่ เลยหยิบออกมาดูก็จำได้ในทันที
"เขามาทางนี้ พวกเรารีบตามให้ทันก่อนที่จะเกิดอันตรายกับคู่ชะตา พวกเ้าแยกไปทางโน้น เดี๋ยวทางนี้ข้าจะตามไปเอง พวกเ้าระวังตัวกันด้วยมันอันตราย"
"ครับ "พวกเขาตอบรับพร้อมกันอย่างขยันขันแข็ง ทุกคนต่างก็ให้ความเคารพอีกฝ่าย เพราะรู้ว่า ต่อไปเย่วซินจะมารับตำแหน่ง เป็หัวหน้าหมู่บ้านคนถัดไปต่อจากหลวนคุณ เย่วซินรีบวิ่งตามหลิงซานไป เขาแยกตัวไปตามลำพังเพราะหากเจอตัว หลิงซานจะได้ไม่ต้องใ และเขาก็สามารถเกลี้ยกล่อมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยที่ตัวเขาก็ไม่รู้เลยว่า มีอะไรบางอย่างผิดปกติ
เขาเดินมาได้สักพัก ก็เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เลยระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาเดินไปเรื่อยๆ หูก็เกิดได้ยินเสียงร้องไห้ขึ้นมา
รู้ได้ในทันทีเลยว่าเป็เสียงของน้องชายตนเอง จึงรีบวิ่งไปยังที่มาของเสียง ก็เจอเ้าตัวยุ่งนั่งก้มเอาใบหน้าซุกเข่าร้องไห้อยู่ คงเพราะหมดหนทางที่จะไปต่อ เขารีบเข้าไปดึงร่างเล็กมากอดไว้ พร้อมเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ที่หาคนตัวเล็กเจอก่อนที่มันจะเกิดอันตราย คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งสุดตัว เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีคนมาคว้าตัวเขาเข้าไปกอด
แต่เพียงไม่นานเขาก็รู้ได้ว่า คนที่กอดตนไว้เป็ใคร เลยยกมือเล็กกอดกลับไปอย่างไม่ลังเล
"ท่านพี่ ท่านจริงๆ ด้วยฮือ... ข้ากลัวช่วยข้าด้วย"
"ไม่เป็ไรแล้วเ้าหยุดร้องเสียเถิด ข้ามารับเ้า กลับบ้านกันเถิดท่านพ่อท่านแม่กำลังรอเ้าด้วยความเป็ห่วง กลับไปหาพวกท่านเถิดหลิงซาน"หลิงซานได้แต่พยักหน้ารับ เย่วซินเลยดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น เพื่อที่จะพากันกลับ แต่พอหันกลับมาก็เจอเข้ากับบุรุษร่างกายสูงใหญ่สองคน ยืนมองหน้าพวกเขาอยู่ เย่วซินมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
"พวกเ้าสองคนมีเื่อันใดจะพูดกับข้ารึ หารเปา ถ่งท่าย "
เย่วซินเอ่ยกับสองคนนั้นซึ่งเขารู้จักเป็อย่างดี เพราะเขากับสองคนนี้ไม่ถูกกัน เป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ด้วยเื่ที่หารเปา ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไร ที่ท่านผู้นำหมู่บ้าน จะยกตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านให้เขาในวันข้างหน้าพร้อมกับหนิงอัน สตรีที่ตนแอบรักก็ยังไปรักเย่วซินอีก จึงทำให้อีกฝ่ายแค้นเคืองเขายิ่งนัก มาวันนี้มีโอกาส จึงคิดที่จะกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นทางเสีย ด้วยฝีมือที่ต่างก็ไม่มีใครด้อยไปกว่าใคร หากจะเสียเปรียบอีกฝ่ายก็คงจะเป็รูปร่างที่เล็กกว่าของเย่วซิน ทั้งคู่กระโจนหันคมดาบเข้าใส่กันไม่ยั้ง
เย่วซินผลักหลิงซานให้ห่างจากคมดาบ กลัวจะพลาดพลั้งโดนเข้าจะเป็อันตราย หลิงซานกำกริชในมือไว้แน่น พุ่งตัวเข้าไปหมายจะช่วยพี่ชายอีกแรง แต่ถูกอีกคนรวบตัวเอาไว้
"เ้าจะไปไหน ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับพวกเขาหรอก เรามาหาอะไรสนุกๆ ทำกันดีกว่า"มันลากร่างเล็กของหลิงซานไปอีกทาง หมายจะขืนใจอีกฝ่าย เพราะรูปร่างและหน้าตาถูกใจมันยิ่งนัก มันหมายปองเขามานานแล้ว พอมีโอกาสก็รีบฉวยไว้โดยเร็ว
แต่หลิงซานสะบัดหลุด เลยซัดหมัดเล็กๆ ไปที่ใบหน้าถ่งท่ายเสียเต็มรัก แต่เชื่อเถิดว่า แรงทีส่งไปไม่ได้เล็กอย่างเ้าของมัน เล่นเอามันล้มลงไปนอนนับดาวแทบไม่ทัน พอหายมึน อีกฝ่ายก็กระชากหลิงซานเข้ามา ก่อนจะตบลงไปบนใบหน้างามเสียฉาดใหญ่ เล่นเอาร่างเล็กกรามแทบหัก เพราะอีกฝ่ายตัวใหญ่แรงเลยมากตามไปด้วย หลิงซานเืขึ้นหน้าเพราะความเจ็บ
"ไอ้เหี้ย!! มึงอยากตายนักใช่ไหมไอ้สัสกูจะฆ่ามึง"
หลิงซานะโออกไปเพราะโกรธจัด มันหันมามองเพราะฟังไม่รู้ความ หลิงซานใช้จังหวะที่มันเผลอ เตะก้านคออีกฝ่ายจนหลับกลางอากาศ แล้วถอยมายืนดูผลงานตัวเองอย่างภูมิใจ
อาวุใดก็ไม่ดีเท่ากับอาวุธที่ติดกายเรามาแต่กำเนิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างเพราะนึกขึ้นมาได้ว่า พี่ชายตนกำลังเผชิญหน้ากับไอ้ั์ตามลำพัง เลยรีบมองหากริชเล่มเล็กซึ่งไม่รู้ว่ามันกระเด็นตกไปอยู่ที่ใด ตอนที่เขาถูกไอ้บ้านี่ลากตัวมา มันรวดเร็วจนตั้วตัวไม่ทันจึงทำกริชหลุดมือ สร้อยคอก็ด้วยหายไปหมด ไม่เห็นจะช่วยอะไรเขาได้ อย่างที่อาม่าบอกเอาไว้เลย สายตาเหลือบไปเห็น กริชเล่มเล็กตกอยู่ไม่ไกลนัก จึงรีบหยิบขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนรีบเข้าไปช่วยเย่วซิน ที่กำลังจะรับมือกับอีกฝ่ายไม่ไหว เพราะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ เขาเห็นพี่ชายใช้เวทย์ต่อสู้ แต่ฝ่ายนั้นก็มีพลังเวทย์เหมือนกัน
เย่วซินเลยเสียหลักโดนอีกฝ่ายซัดพลังเวทย์เข้าใส่ เลยกระอักเืออกมาคำใหญ่ หลิงซานรีบเข้ามาประคองพี่ชายตนทันที ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไรได้ก็เขาไม่มีพลังเวทย์นี่ ขนาดคนมีพลังอย่างพี่ชายตนยังสู้มันไม่ได้เลย แล้วเขาจะเหลืออะไร
หลิงซานมองอย่างตื่นตะลึง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่จนจะยี่สิบแล้ว ยังไม่เคยเห็นพลังอะไรแบบนี้เลย เคยเห็นก็แต่ในละครแต่นี่มันของจริง เลยตื่นเต้นไปด้วย เห็นพี่ชายตนใช้ฝ่ามือที่มีดวงไฟลอยอยู่ ซัดใส่อีกฝ่ายไป เลยมีเพลิงลุกไหม้ไปทั่วบริเวรนั้น
"โห... เท่ชะมัดเลย ผมอยากทำได้บ้างจัง"
ในขณะเดียวกัน เฟยหลงกับอี้เฟยจ้องมองทั้งคู่ด้วยความเป็ห่วง เพราะดูท่าทางอีกฝ่ายมุ่งหมายเอาชีวิต พวกเขาสองคนมองอย่างกระสับกระส่าย ต่างคนต่างอยู่ตำหนักใครตำหนักมัน แต่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม อย่างกับมีไฟแผดเผา เลยต่างก็ตรงดิ่งเพื่อไปหากัน อย่างไม่ได้นัดหมายมาก่อน จึงมาเจอคนละครึ่งทาง
"ท่านพี่ข้า"
"เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ตามข้ามา"