ภายใต้ความงดงามของแสงจันทร์ยามเที่ยงคืนพาหนะรูปร่างแปลกกำลังพาคนสองคนพุ่งทะยานไปข้างหน้าเพื่อหลบหนีจากกองโจรกลุ่มหนึ่งที่กำลังตามมาติดๆพลธนูที่อยู่บนม้าเล็งศรมาที่พวกเขาหมายจะปลิดชีวิตให้ได้ตามคำสั่งแต่กระนั้นฝีมือของรองประมุขหนุ่มก็เหนือชั้นกว่า เขาบังคับพาหนะเคลื่อนตัวหลบศรธนูได้อย่างง่ายดายไม่ต่างอะไรกับการขยับร่างกายของตัวเอง
“น้องฉาง พวกมันจะตามทันแล้วนะ” หลี่ไป๋เหวินที่เหลียวหลังกลับไปมองพบว่าพวกมันควบม้ามาค่อนข้างเร็วทีเดียวนอกจากนั้นบนฟ้ายังมีเหยี่ยวตัวหนึ่งที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่พวกเขาทุกเมื่อฉางลี่อินล้วงไปยังกระเป๋าด้านหลังก่อนจะหยิบะเิออกมาสองสามลูก เร่งเครื่องพุ่งไปข้างหน้าอีกเพื่อสร้างระยะห่างก่อนจะปาะเิมือลงพื้นเมื่อพวกกองโจรควบม้ามาถึงจุดนั้นฉางลี่อินก็จุดชนวนะเิจนหยุดพวกมันไปได้ไม่น้อยกระนั้นก็ยังมีพวกที่ไม่ลดละความพยายามตามไล่ล่าพวกเขาต่อไป
“น้องฉาง ข้าอยากจะเตือนเ้าไว้อย่างหากเรายังมุ่งไปข้างหน้าแบบนี้เรื่อยๆเราคงได้ร่วงลงน้ำตกเป็แน่” หลี่ไป๋เหวินเอ่ยเตือน จริงอยู่ว่าเส้นทางภายในหุบเขาเป็ทางตรงแต่เมื่อมันสิ้นสุดปลายทางที่อยู่ข้างหน้าก็คือเหวน้ำตกแม้มันจะไม่ได้สูงมากแต่ถ้าดิ่งลงด้วยความเร็วระดับนี้ก็อาจตายได้เหมือนกัน
“ข้ารู้” หลี่ไป๋เหวินเลิกคิ้วรู้ทั้งรู้แต่ยังมุ่งมาทางนี้อย่างนั้นรึ
“จับไว้ให้ดีๆ” ฉางลี่อินเร่งความเร็วจนทิ้งห่างพวกกองโจรได้ระยะหนึ่งทั้งสองมุ่งหน้าจนมาถึงขอบน้ำตกก่อนที่ฉางลี่อินจะหยุดพาหนะที่ห่างจากขอบน้ำตกแค่เพียงนิดฉางลี่อินปลดหน้าไม้ออกมาเตรียมพร้อมหลี่ไป๋เหวินไม่ได้พูดอะไรนอกจากตั้งใจมองดูว่าฉางลี่อินจะทำอะไรต่อ
เพียงไม่นาน พวกกองโจรก็ตามมาจนถึงขอบน้ำตกฉางลี่อินรู้ดีว่าแม้ว่าพวกเขาจะหนีไปได้พวกมันก็จะตามไปดักทางพวกเขาที่ด้านล่างไม่สู้จัดการให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยหนีจะดีกว่า
“น้องฉางเ้าแน่ใจรึ” หลี่ไป๋เหวินมองกองโจรที่ติดตามมาจำนวนพวกนั้นมีแค่สิบห้าคนก็จริงแต่เมื่อถูกล้อมเอาไว้พร้อมอาวุธครบมือแบบนี้ก็นับว่าน่ากลัวอยู่และทันทีที่พวกมันตามมาทันพลธนูก็ขึงศรเตรียมพร้อมที่จะยิงพวกเขาในทันที
“หวังว่าคุณชายหลี่จะไม่กลัวน้ำ” ฉางลี่อินเอ่ยโดยที่ไม่ได้มองหน้าหลี่ไป๋เหวิน คนฟังขมวดคิ้วเขากำลังโดนเปรียบเทียบเป็ตัวอะไรอยู่หรือเปล่า
“น้องฉางพูดเื่…..” รองประมุขเร่งเครื่องพาหนะก่อนจะพุ่งเข้าใส่กองโจรที่ล้อมพวกเขาอยู่สะบัดตัวพาหนะให้หันกลับทางเดิมพร้อมทั้งกวาดร่างกลุ่มโจรไปได้หลายคนฉางลี่อินสร้างอาณาเขตป้องกันเอาไว้พร้อมๆกับยิงหน้าไม้สวนกลับศรธนูที่พุ่งเข้ามาศรเ่าั้ไม่อาจฝ่าอาณาเขตป้องกันเข้ามาได้กลับกันศรหน้าไม้ที่ฉางลี่อินยิงออกไปกลับทะลุอาณาเขตป้องกันออกไปปักเข้าที่กลางศีรษะของหัวหน้าโจรอย่างแม่นยำก่อนจะตามด้วยะเิมืออีกสามลูกที่ถูกโยนเข้าไปกลางวงกลุ่มโจรฉางลี่อินเร่งพาหนะพุ่งลงไปทางน้ำตกก่อนจะดีดนิ้วสั่งกลไกะเิ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังไปทั่วบริเวณพร้อมๆกับร่างของพวกเขาที่กำลังดิ่งลงน้ำตก
พรึ่บ!
รองประมุขคว้าตัวหลี่ไป๋เหวินออกมาจากพาหนะก่อนจะสยายปีกเทียมที่ด้านหลังออกเพื่อลดความรุนแรงในการปะทะกับผิวน้ำด้วยความเร็วในการดิ่งลงมาทำให้พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตกน้ำได้และปีกเทียมก็ทำได้เพียงแค่ชะลอความเร็วของพวกเขาลงฉางลี่อินพลิกตัวเองให้อยู่ด้านล่างหลี่ไป๋เหวินเพื่อรับแรงปะทะกับผิวน้ำแต่ไม่รู้ลงกันอีท่าไหนก่อนถึงผิวน้ำหลี่ไป๋เหวินกลับเป็ฝ่ายรับแรงปะทะตอนตกน้ำไปเสียอย่างนั้น
ตูม!
คนทั้งสองทิ้งตัวลงสู่ผิวน้ำก่อนจะเริ่มดิ่งลงไปพาหนะแปลกตาดิ่งตัวลงสู่ก้นน้ำตกด้วยน้ำหนักที่มากกว่าฉางลี่อินปลดปีกเทียมที่ด้านหลังออกก่อนจะฉุดร่างหลี่ไป๋เหวินขึ้นไปเหนือน้ำแขนใหญ่พาดอยู่บนบ่าเล็กก่อนจะสำลักน้ำเบาๆจากนั้นก็มองหน้าฉางลี่อิน
“น้องฉางนี่น่ากลัวเสียจริง หากเราไม่รอดจะทำอย่างไร”ฉางลี่อินประคองร่างที่เปียกปอนของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นฝั่งก่อนจะทิ้งร่างของหลี่ไป๋เหวินให้นั่งลงที่พื้นหญ้าส่วนเขาก็เท้ามือกับเข่าเพื่อหายใจเพราะความเหนื่อยที่ต้องแบกร่างหนักๆนั่นเอาไว้ตั้งหลายหน
“ก็คงจะจมลงใต้น้ำตก” ร่างโปร่งตอบอย่างไม่สะทกสะท้านคนฟังอยากจะแกล้งตาย
“ข้าเป็ผู้จ้างวานนะ”
“อย่างนั้นหรอกรึ” ฉางลี่อินไม่สนใจภารกิจของเขาก็นับว่าเสร็จสิ้นแล้ว ค่าตอบแทนก็จ่ายล่วงหน้ามาแล้วด้วยเขาไม่สนหรอกว่าหลี่ไป๋เหวินจะบ่นอะไร
ถ้าอีกฝ่ายบ่นจริงๆล่ะก็นะ
“ใบหน้างดงามแต่วาจาช่างร้ายกาจนัก” คนที่นั่งอยู่ตัดพ้อ มองฉางลี่อินที่กำลังใช้ลมปราณทำเสื้อผ้าให้แห้งแต่เพราะชุดของฉางลี่อินเป็ชุดหนังอยู่แล้ว จะเปียกน้ำก็ใช้เวลาไม่นานชุดก็แห้งแต่กลับหลี่ไป๋เหวินต้องใช้เวลาอีกสักพัก
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ” หลี่ไป๋เหวินก็เป็ผู้ฝึกวิชาคนหนึ่งฉางลี่อินใช้ลมปราณทำเสื้อผ้าให้แห้งได้เขาก็ทำได้เช่นกันฉางลี่อินมองไปยังท้องฟ้าที่มีแสงดาวส่องแสงอยู่
“รอสัญญาณรวมพล” ในตอนนี้พวกเขาสองคนหลุดออกจากวงคุ้มกันของคนที่เหลือแล้วแต่กระนั้นพวกเขายังปลอดภัยดี ที่เหลือก็แค่รอให้กลุ่มอื่นทำภารกิจเสร็จพวกเขาก็จะกลับไปรวมพลกับคนที่เหลือ
รองประมุขแห่งถังเหมินไม่ใช่คนโง่ ไยจะมองภารกิจในครั้งนี้ไม่ออก
“แล้วเมื่อไหร่จะมีสัญญาณ”
“เมื่อทำภารกิจทั้งหมดเสร็จ” ฉางลี่อินมองหน้าหลี่ไป๋เหวินจากนั้นก็เดินไปหาฟืนแห้งๆมาก่อกองไฟเพราะอากาศในตอนกลางคืนกลางป่ากลางเขาแบบนี้มันเย็นมากและพวกเขาก็ไม่ควรออกไปจากที่นี่จนกว่าจะมีสัญญาณรวมพลเพื่อยืนยันจุดที่ปลอดภัยตอนนี้อุปกรณ์หลายอย่างของฉางลี่อินพังไปแล้ว ทั้งพาหนะและปีกเทียมอีกทั้งภารกิจก็เสร็จสิ้นแล้ว ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนอะไร
โชคยังดีที่จุดที่เกิดะเิไม่ได้อยู่ใกล้ต้นน้ำตกน้ำภายในน้ำตกจึงใสสะอาดใช้ดื่มได้ฉางลี่อินกระหายน้ำจึงเดินไปทางต้นน้ำที่ห่างออกไปเล็กน้อย หลี่ไป๋เหวินก็มองตามขยับตัวไปอยู่ใกล้ๆกองไฟก่อนจะเอาไม้เขี่ยไฟเล่น
“สมแล้วที่เป็รองประมุข” เขาเอ่ยเบาๆให้ได้ยินแค่คนเดียวภารกิจที่ดูเหมือนจะมีเพียงภารกิจเดียว แท้จริงแล้วกลับมีอีกสามภารกิจที่ซ้อนอยู่ช่างน่าประทับใจเสียจริงๆ
“น้องฉาง ข้าหิว” ในระหว่างที่เขี่ยไฟหลี่ไป๋เหวินก็ร้องขึ้นฉางลี่อินเดินกลับมาที่กองไฟก่อนจะโยนแอปเปิ้ลให้มือหนาพลิกแอปเปิ้ลสีแดงในมือไปมา
“น้องฉางชอบพกอะไรแบบนี้ไปกินระหว่างทำภารกิจรึ”
“เปล่า ของเหลือจากเมื่อเช้า” มันเป็แอปเปิ้ลที่ถูกจัดมาพร้อมสำรับในตอนเช้าแล้วที่สำคัญฉางลี่อินไม่ชอบผลไม้รสหวานอย่างแอปเปิ้ล
“หืม?” มือที่ถือแอปเปิ้ลอยู่ยกขึ้นจรดริมฝีปากเมื่อกัดเข้าไปคำหนึ่งก็ััได้ถึงรสหวานละมุนแอปเปิ้ลสีสวยทั้งยังดูสดใหม่เช่นนี้ช่างน่าสงสารที่เรียกมันว่าของเหลือที่สำคัญยังหวานอร่อยเพียงนี้ ไม่กินสักคำเลยรึ
เป็รสชาติที่หวานละมุนและน่าหลงใหลเช่นเดียวกับรองประมุขหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั่น
เรือนผมสีดำขลับรวบสูงชุดหนังสีน้ำเงินดำที่รับกับสัดส่วนได้อย่างพอดีผิวกายที่เนียนละเอียดและกลิ่นหอมละมุนไร้กลิ่นคาวเืของมือสังหารดวงตาสีเทานุ่มลึกยามเมื่อสบตาก็ชวนให้แข้งขาอ่อน
ช่างเหมาะที่จะประกาศความเป็ ‘เ้าของ’ เสียจริง
“ข้าจะไปดูรอบๆ” เพื่อให้มั่นใจว่าบริเวณนี้ปลอดภัยฉางลี่อินจึงจะเดินดูรอบๆเพื่อสำรวจและสร้างอาณาเขตป้องกันเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลารวมพลหลังจากที่บอกคนที่นั่งอยู่เสร็จเขาก็เตรียมตัวที่จะเดินออกไป
กึก!
แต่เมื่อออกเดินไปได้แค่สองก้าวร่างกายของเขาก็ถูกผนึกสายหนึ่งแล่นไปทั่วร่าง ร่างกายถูกตรึงให้อยู่กับที่ฉับพลันบริเวณน้ำตกที่พวกเขาอยู่ก็ถูกสร้างอาณาเขตป้องกันขึ้นมาััหนึ่งซ้อนอยู่ที่ด้านหลังก่อนที่แขนใหญ่ทั้งสองข้างจะวาดมาข้างหน้าข้างหนึ่งโอบเอวเล็กเอาไว้พลางลูบไล้ไปมาผ่านชุดหนังที่ลื่นมืออีกมือยื่นแอปเปิ้ลสีแดงที่กัดค้างไว้คำหนึ่งมาแตะที่ริมฝีปากของฉางลี่อิน เสียงนุ่มทุ้มกระซิบอยู่ที่ข้างหู
“ข้าตั้งใจเลือกผลที่หวานที่สุดมาให้เ้าเรียกมันว่าของเหลือแบบนี้ข้าปวดใจเสียจริง” ริมฝีปากไล้ไปมาอยู่ที่ข้างหูขบเบาๆที่หลังใบหู มือหนาภายใต้ถุงมือไล้ไปตามแผงอกของคนที่ยืนนิ่งอยู่ลูบวนไปมาอยู่แถวหน้าท้องก่อนจะเกยคางเอาไว้บนไหล่เล็ก
“แต่หากจะให้เทียบกันแล้วความหวานของมันก็ไม่อาจเทียบเ้าได้” ริมฝีปากหนาไล้ไปตามลำคอปล่อยผลแอปเปิ้ลสีแดงร่วงหล่นลงพื้นเลื่อนมือไปนวดคลึงบั้นท้ายที่กระชับเต็มมืออย่างหลงใหล
“อึก!” ฉางลี่อินกัดฟันยามเมื่ออีกฝ่ายปลดเสื้อเขาออกฟันคมกัดเข้าที่ซอกคอของเขาจนรู้สึกแสบขึ้นมาในความรู้สึกดวงตาสีเทาสั่นไหวเล็กน้อยยามเมื่อตัวเขาถูกจับให้หันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก่อนจะถูกกดตัวลงนอนกับพื้นข้อมือทั้งสองข้างถูกจับตรึงไว้ข้างตัว ฉางลี่อินสบตากับคน้าในขณะที่อีกฝ่ายกำลังยกยิ้มที่มุมปากใบหน้าคมคายโน้มตัวลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอที่โผล่พ้นอาภรณ์แม้ผนึกที่ตรึงเขาเอาไว้จะหายไปแล้วแต่ข้อมือทั้งสองข้างของเขาก็มีผนึกอีกอันแทนที่ทำให้แม้อีกฝ่ายจะปล่อยมือจากเขาแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถขยับแขนได้ดั่งใจ ได้แต่นอนนิ่งๆอยู่ภายใต้ร่างหนาที่กำลังไล้มือสำรวจร่างกายของเขาราวกับเป็เ้าของ
“ััชายอื่นแบบนี้เ้าทำให้ข้าหงุดหงิดใช่น้อย”ร่างสูงแทรกตัวอยู่ระหว่างขาเรียวทั้งสองข้าง ไล้มือลงมาตามลำคอแทรกนิ้วผ่านชุดหนังที่ถูกปลด ลูบไล้แผงอกเนียนที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆริมฝีปากหนากดจูบลงบนผิวก่อนจะเม้มกัด ลากลิ้นผ่านรอยแดงเบาๆฉางลี่อินรู้สึกแสบจากรอยที่ถูกกัดร่างโปร่งสะดุ้งเฮือกเมื่อหลี่ไป๋เหวินกระชากชุดเขาออกจากตัวร่างกายเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตาผู้ที่อยู่้า อีกฝ่ายไม่ได้รีบร้อนสำรวจร่างกายขาวเนียนนั้นอย่างใจเย็น
“อื้อ!” ฉางลี่อินเม้มปากนิ้วยาวหมุนวนอยู่ที่ปุ่มไตทั้งสองข้าง บีบเค้นหนักสลับเบาใบหน้างามเบือนหนีไปด้านข้างร่างสูงจึงสบโอกาสสูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวพร้อมทั้งทิ้งรอยประทับเอาไว้
“แต่เ้าก็ทำให้ข้าประหลาดใจใครจะคิดว่าเ้าจะกล้าพูดว่าเ้านั้นมี ‘เ้าของ’ แล้ว” ริมฝีปากร้อนไล้ลงมาจากลำคอก่อนจะดูดดึงที่ปุ่มไตข้างหนึ่งร่างที่เปลือยเปล่าแอ่นกายรับััอย่างควบคุมไม่ได้ มุมปากหนายกยิ้ม
ถึงเวลาที่ต้องประกาศตัวแล้ว ว่าใครกันที่เป็ ‘เ้าของ’ มือสังหารผู้งดงามคนนี้
“เ้า...เป็ของข้า” ผ้าสีดำผืนหนึ่งถูกนำมาผูกตาคู่สวยเอาไว้เสียงหวานสั่นเครือยามเมื่อเขาไล้มือสำรวจไปทั่วร่างกายร่างสูงรู้ว่าจะกระตุ้นคนที่อยู่ใต้ร่างอย่างไรมือหนาภายใต้ถุงมือไล้ไปตามเรียวขาทั้งสองข้างก่อนจะแยกออกจากกันนิ้วยาวลากผ่านส่วนนั้นช้าๆแต่ทำให้คนที่ถูกััสั่นสะท้านริมฝีปากร้อนกดจูบไปตามเรียวขาเนียนที่ถูกยกขึ้นพาดบ่าดวงตาคมจ้องมองใบหน้างามนั้นอย่างหลงใหลปรารถนาที่จะเสพสุขร่วมกันแต่เขาก็ยังอยากที่จะเล่นกับร่างกายนี้อีกสักหน่อย
“อ๊า!” ร่างกายขาวเนียนสะดุ้งสุดตัวยามเมื่อนิ้วยาวค่อยๆแทรกตัวเข้าไปสำรวจภายในเพียงแค่ััเบาๆก็ััได้ถึงความคับแน่นของภายใน ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นเผยอขึ้นเล็กน้อยแผงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น
ฉางลี่อินรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังตอบสนองต่อััของอีกฝ่ายเขาพยายามถอยตัวหนีแต่มือหนาก็รั้งเอวเขาเอาไว้พลางขยับนิ้วเข้าออกเร็วขึ้นเสียงที่ได้ยินทำให้ร่างกายร้อนผ่าว มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นใบหน้างามส่ายไปมาอย่างกระสัน ยิ่งเร่งเร้าให้คนที่กำลังเชยชมร่างกายนี้เร่งมือมากขึ้น
“อื้อ! ยะ...อย่ากัด…!” ฟันคมๆกัดเข้าที่เรียวขาจนเป็รอยฟันเด่นชัดลิ้นร้อนเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ ไม่ชอบให้กัดหรอกรึ
“แค่รอยเล็กๆรอยเดียว” มือหนาลูบรอยกัดเบาๆแม้มันจะไม่ใช่รอยเล็กๆอย่างที่ปากว่าแต่กระนั้นก็ไม่มีใครมองเห็น
อยากจะกัดอีกสักหลายๆรอย แต่ในเมื่อคนงามไม่ชอบ เขาก็จะไม่ดันทุรังทำ
“อื้อ~~” ยามเมื่อนิ้วยาวเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเป็สองนิ้วสะโพกบางก็เริ่มขยับรับกับจังหวะที่นิ้วยาวขยับเข้าออกร่างสูงเคลื่อนกายไปกดจูบตามผิวเนียนที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อบดเบียดกายเข้าหาอย่างหลงใหล ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างกระสันเผยอปากส่งเสียงแ่ๆฟังแล้วชวนให้อยากกัดจนจมเขี้ยวยามที่ร่างกายนั้นขยับรับกับนิ้วยาวที่สาวเข้าออกที่่ล่างยิ่งทำให้อดร้นทนไม่ไหวดวงตาผู้ที่อยู่้าวาวโรจน์ กระชากผนึกทิ้งก่อนจะจับคนตัวอ่อนให้นอนคว่ำลง
“อ้ะ อ๊า!!” ร่างกายเปลือยเปล่าสั่นระริกมือหนากระชับสะโพกมนให้ยกขึ้น สอดนิ้วเข้าไปคราวเดียวสามนิ้วก่อนจะขยับเข้าออกร่างกายส่วนบนของฉางลี่อินแนบอยู่กับพื้น สองขาคุกเข่าจนสะโพกมนลอยเด่นเสียงนิ้วที่ขยับเข้าออกยิ่งทำให้อารมณ์กระสันยิ่งเพิ่มพูนลิ้นหนาเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง รองประมุขในยามนี้ช่างยั่วยวนจนแทบขาดสติในยามปกติมักจะเ็าแต่เมื่อถูกกระตุ้นจนราคะเข้าครอบงำก็จะกลายเป็หนุ่มงามยั่วสวาทได้ทันทีและเหมือนรองประมุขก็จะไม่ได้รู้เลยว่าเขากำลังทำท่าทางแบบไหนอยู่ริมฝีปากบางที่กำลังครางกระเส่า ท่วงท่าที่กำลังยั่วยวนโดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวช่องทางด้านหลังที่คับแคบจนนิ้วของเขาขยับเข้าออกลำบากทำให้ร่างสูงต้องคำรามต่ำในลำคอเพื่อควบคุมอารมณ์
ร่างกายนี้ยังจำััของเขาได้
แล้วตัวฉางลี่อินเล่า ยังจำได้หรือเปล่า
“อึก!” นิ้วยาวทั้งสามถูกถอนออกไปร่างสูงคุกเข่าอยู่ด้านหลังสะโพกของรองประมุขใช้เข่าทั้งสองข้างแยกเรียวขาขาวออกจากกัน มือหนายึดสะโพกมนเอาไว้ขยับสะโพกหนาให้ส่วนนั้นเสียดสีกับช่องทางด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้คนด้านล่างได้เตรียมใจเสียงครางอื้ออึงดังอยู่ในลำคอคนที่เอาหน้าแนบพื้นอยู่ทำให้ร่างสูงรู้ว่าฉางลี่อินชอบที่จะให้กระตุ้นแบบนี้
เป็คนเ็าแต่ชอบความนุ่มนวล รองประมุขช่างน่ารักน่าชังเสียจริง
“เดี๋ยวมีแผล” แขนแกร่งช้อนตัวคนที่เอาท่อนบนแนบพื้นอยู่ขึ้นมาก่อนจะให้มือเรียวทั้งสองค้ำพยุงตัวเองเอาไว้แขนใหญ่เท้าตัวอยู่ระหว่างมือเรียวทั้งสองข้างในขณะที่ค่อยๆดันตัวแทรกเข้ามาความร้อนที่ดันตัวเข้ามาทำให้ฉางลี่อินต้องเม้มปากเพราะความอึดอัดมือหนาจับใบหน้างามให้หันมารับจูบจากตน ลิ้นร้อนแทรกตัวเข้าไปดูดกลืนลิ้นเล็กอย่างง่ายดายเมื่อดวงตามองไม่เห็นร่างกายของฉางลี่อินก็ตอบสนองต่อััเร็วขึ้นกายร้อนดันตัวเข้ามาจนสุดแต่ริมฝีปากเล็กก็ไม่ได้รับอิสระสะโพกหนาขยับอย่างเชื่องช้า เสียงหยาบโลนที่ดังเข้ามาในหูทำให้ฉางลี่อินตอบสนองต่อััมากขึ้นสะโพกมนขยับรับจังหวะอย่างช้าๆในขณะเดียวกันก็ตอบสนองกับริมฝีปากหนาที่กำลังคุกคามอย่างจ้าบจ้วงนั่นด้วย
“อืม...อ๊า…..” เมื่อช่องทางด้านหลังเริ่มคุ้นชินกายใหญ่จึงขยับเข้าออกเร็วขึ้นมือหนาไล้ไปตามแผงอกที่ชื้นเหงื่อ บีบนวดอย่างเคยมือไล่ไปจนถึงหน้าท้องที่กำลังหดเกร็ง ร่างโปร่งสะดุ้งเฮือกเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกัั
“ยะ อย่า….”
“หืม? ทำไมล่ะ” ร่างสูงเลิกคิ้ว สาวกายร้อนในมือด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็วนักพรมจูบไปตามหลังใบหูที่ขึ้นสีพร้อมทั้งขยับสะโพกเร็วขึ้นร่างกายคนถูกััสั่นระริก เชิดหน้าครางหวือเมื่อความเสียวกระสันแล่นไปทั่วร่างช่องทางด้านหลังโอบรัดผู้ที่ทะลวงเข้ามาทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะกระแทกกระทั้นใส่ร่างนั้น
“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ! อ๊า!” มือหนาละจากกายร้อนของคนด้านล่างก่อนจะยืดตัวขึ้นยึดสะโพกบางเอาไว้มั่นแล้วสวนกายเข้าออกถี่รัว ร่างกายฉางลี่อินสั่นคลอนมือหนาบีบเค้นสะโพกบางพร้อมทั้งขยับกายเข้าออก มองร่างกายที่ขึ้นสีอย่างหลงใหลขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับยกให้อ้าออกเพื่อสอดใส่ได้ลึกขึ้น เสียงหวานกรีดร้องลั่นด้วยความกระสันปากเล็กครางกระเส่ายั่วยวนใจคนที่กำลังโหมแรงใส่จนอดไม่ได้ต้องโน้มกายลงไปขบกัดริมฝีปากนั้น
“อ๊า! ละ ลึก...เกินไป….!” เสียงหวานเอ่ยกระท่อนกระแท่นร่างสูงตรึงใบหน้านั้นเอาไว้พร้อมทั้งกดจูบโดยไม่สนใจคำอ้อนวอนของร่างโปร่งกายร้อนสวนเข้าออกเร็วขึ้นและลึกขึ้น เสียงหวานหวีดร้องในลำคอร่างกายสั่นสะท้านทุกครั้งที่กายร้อนกระแทกโดนจุดกระสันสะโพกหนาขยับถี่รัวราวกับจะทำให้คนใต้ร่างเสียวกระสันจนขาดใจปลายเท้าเรียวจิกเกร็ง ร่างกายขึ้นสีกระตุกอย่างแรงก่อนจะปลดปล่อยออกมาแต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้คน้าลดจังหวะลงเลย สะโพกหนายังคงขยับกายเข้าออกถี่ยิบรั้งตัวคนอ่อนแรงให้ยืดตัวขึ้นจนแผ่นหลังเนียนแนบติดกับแผงอกแกร่ง มือหนาข้างหนึ่งประคองตัวร่างโปร่งเอาไว้ไม่ให้ฟุบลงกับพื้นส่วนอีกข้างยกขาเรียวค้างเอาไว้ กายร้อนสวนเข้าออกอย่างรุนแรงราวกับไม่รู้จักพอ
หากจะตีตราเป็เ้าของคนผู้นี้ ย่อมต้องฝังัันี้ให้ลงลึกไปจนถึงความรู้สึกต้องฝังให้ลึกมากกว่านี้ ััมากกว่านี้จนกว่าทั้งร่างกายและจิตใจของเขาจะจดจำมันได้ทั้งหมด
“อื้อ! ร้อน….” เสียงของฉางลี่อินแหบพร่าริมฝีปากหนาพรบจูบอยู่ตามซอกคอที่มีรอยแดงนับไม่ถ้วนริมฝีปากหนายกยิ้มเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู
“ร้อนรึ” สะโพกหนาเคลื่อนกายช้าลงฉางลี่อินส่งเสียงในลำคอเมื่อกายร้อนถูกถอนออกไป ร่างของเขาถูกอุ้มขึ้นเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินทำให้คิ้วเล็กขมวดอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายจะไปไหนก่อนจะยกมือขึ้นกอดคอร่างสูงเมื่อััได้ถึงความเย็นของน้ำที่กระทบผิวกายร่างกายที่อาบเหงื่อเมื่อครู่พอกระทบกับน้ำเย็นๆก็ทำให้สั่นสะท้านได้เลยทีเดียว
“ไม่เอา….” ใบหน้าสวยซุกอยู่กับซอกคอคนอุ้มแต่คนฟังกลับยกยิ้มปล่อยตัวฉางลี่อินให้ยืนทรงตัวเองก่อนจะดันตัวร่างโปร่งไปติดกับแผ่นหินเรียบๆที่อยู่ด้านหลังโน้มตัวไปจูบคนที่กำลังตัวสั่นอยู่ก่อนจะอุ้มตัวฉางลี่อินขึ้นขาเรียวหนีบเอวหนาเอาไว้ในทันทีเมื่อแก่นกายใหญ่แทรกตัวเข้ามาอีกครั้งแขนเรียวคล้องอยู่ที่คอคนสูงกว่าสะโพกหนาเริ่มขยับขึ้นลงอีกครั้งพร้อมกับจูบแก้มคนที่ตัวสั่น
“เ้าบอกว่าร้อนมิใช่รึ”
“มะ ไม่ใช่...อื้อ!” เสียงหวานหลุดเสียงครางเมื่อกายใหญ่กระแทกถูกจุดหนึ่งไยรองประมุขช่างน่ารักน่าชังถึงเพียงนี้กัน คนมองพาลจะขาดใจเอา
“ช่วยดับร้อนได้ดีหรือไม่ เ้าชอบหรือเปล่า”
“อ๊ะ! ไม่….ชอบ อ๊า!” สะโพกหนาขยับขึ้นลงเร็วขึ้นฉางลี่อินรู้สึกแปลกยามเมื่อน้ำเย็นๆเข้าไปััที่ด้านในด้วยยิ่งกายร้อนขยับเข้าออกถี่รัวเท่าไหร่เขาก็ััได้ถึงน้ำเย็นๆมากขึ้นเท่านั้นเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดแต่กลับกระตุ้นอารมณ์ได้ดีนัก
“อึก! อือ~~” ริมฝีปากหนาโน้มลงมากัดซอกคอจนได้กลิ่นคาวเืจางๆแขนเรียวกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเมื่อััได้ถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจู่ๆอีกฝ่ายก็คล้ายกับจะมีอารมณ์โกรธขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุและฉางลี่อินรู้สึกเจ็บแผลที่อีกฝ่ายกัดมิหนำซ้ำยังรู้สึกตัวรุ่มๆเหมือนกับจะจับไข้ด้วย
“ข้า...ไม่ไหว…” น้ำเสียงนั้นติดจะสั่นเครืออย่างน่าสงสารฉางลี่อินไม่ได้รู้สึกไปเอง ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายยังอ่อนโยนและนุ่มนวลกับเขาแต่ในตอนนี้ทุกัักลับรุนแรงจนราวกับเป็คนละคน
“แต่เ้ากลับไม่ต่อต้านข้า?” กายใหญ่ทะลุทะลวงเข้ามาเสียงครางหวานเริ่มเบาบางลงเพราะแสบคอร่างสูงรู้สึกสงสารอยู่บ้างแต่พอคิดถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้เขาก็โหมกายเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ดูเหมือนว่าเ้าจะจำไม่ได้จริงๆ
ทั้งๆที่เราัักันไม่รู้ตั้งกี่หน
และเ้ายังไม่ต่อต้านการกระทำของใครที่ไหนก็ไม่รู้ที่กำลังััเ้าอยู่อย่างนั้นรึ
“ได้โปรด….” เสียงของฉางลี่อินเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัดจนร่างสูงเกือบจะหยุดการกระทำทั้งหมดแล้วแต่ด้วยความโกรธความหึงหวงที่มีมากกว่าทำให้เขาเลือกที่จะโหมแรงใส่อีกฝ่ายจนตัวสั่นคลอน
“ข้าเพิ่งจะเริ่มเสพสุขกับเ้า จะรีบร้อนไปไย” มือหนากระชับเอวบางเอาไว้ก่อนจะสวนกายเข้าใส่ถี่ยิบใบหน้าที่เชิดขึ้นแดงก่ำใบหน้าหล่อจัดซุกลงที่ซอกคอพร้อมกระแทกกระทั้นใส่แรงๆก่อนจะกระตุกเกร็งฉางลี่อินครางน้อยๆเมื่อััถึงความอุ่นร้อนที่ด้านล่างเขาซบหน้าอยู่กับไหล่หนาพร้อมทั้งหอบหายใจเพราะความรุนแรงที่อีกฝ่ายทำทำให้เขาไม่มีแรงเหลือที่จะขยับตัวแล้ว
“พอแล้ว…..”
“ยังไม่ทันรุ่งสางเ้าจะรีบพักไปไย” ริมฝีปากหนาพรมจูบอยู่ตามซอกคอฉางลี่อินเริ่มออกอาการต่อต้านเพราะเขาไม่มีแรงเหลือแล้วหากอีกฝ่ายยังรุนแรงกับเขาแบบนี้เขาคงแบกร่างตัวเองกลับไปรวมพลกับคนอื่นไม่ไหว
“โอ๊ย!” ร่างสูงร้องขึ้นเมื่อมือเรียวกระชากผมเขาไปด้านหลังแรงกระชากนั้นมากพอที่จะทำให้เขาเจ็บจนสะดุ้งเลยทีเดียว
“เ้ารุนแรงกับข้าก่อน” ฉางลี่อินยังไม่ยอมปล่อยผมร่างสูงพร้อมทั้งยังออกแรงดึงอีกจนมือหนาต้องไปยื้อฉุดผมเอาไว้ก่อนที่ร่างโปร่งจะดึงไปมากกว่านี้
“ของแบบนี้มันก็ต้องมีควบคุมอารมณ์กันไม่ได้บ้างน้องฉางอย่าโกรธไปเลย”
“หยุดเรียกข้าแบบนั้นเสียที”
“น้องฉางโกรธเป็ด้วยหรือนี่” ร่างสูงยกยิ้มปกติแล้วรองประมุขผู้เ็าไม่ค่อยจะมีอารมณ์โกรธกับเขามีแค่อารมณ์ไม่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น
“ดูเหมือนข้าจะดึงเบาไปสินะ”
“โอ๊ย!! ลี่อิน! ข้าเจ็บแล้วๆ” มือเรียวออกแรงดึงอีกร่างสูงนิ่วหน้า ใช่คนที่เพิ่งจะบอกเขาว่าไม่ไหวเมื่อครู่หรือเปล่าแรงยังดีอยู่มิใช่รึ!
“ผมเ้ายังหยาบกระด้างเหมือนเดิม” มือเรียวยอมละมือไปจากเรือนผมนั้นก่อนจะวางค้างเอาไว้ที่ไหล่หนาร่างสูงชะงักกับคำพูดของรองประมุข มีปอยผมกำหนึ่งที่คลออยู่แถวไหล่ร่างสูงฉางลี่อินจึงกำมันเล่น
เส้นผมที่เคยจับไม่กี่ครั้งแต่กลับชินมืออย่างประหลาด
“ลี่อิน….”
“หยุดเรียก” จะเรียกทำไมนักหนารีบออกไปจากตัวเขาได้แล้ว
มือหนาเอื้อมไปปลดผ้าปิดตาออกใช้มือบังเปลือกตาจากแสงเอาไว้ก่อนจะค่อยๆละมือออกดวงตาสีเทาคู่งามภายใต้เปลือกตาบางบีบเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นเรือนผมสีแดงเพลิงปรากฏแก่สายตาเป็อย่างแรก เมื่อไล่สายตาขึ้นไปก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเ้าของั์ตาสองสีที่ไม่ได้เห็นมานานฉางลี่อินเอื้อมมือไปที่ข้างแก้มนั้นก่อนจะออกแรงหยิกจนร่างสูงสะดุ้งกระนั้นก็ยอมอยู่นิ่งๆให้หยิก
เขาไม่รู้จะบอกความรู้สึกในตอนนี้อย่างไรดี
“เ้ารุนแรงกับข้า”
“นั่นมัน…..” มือเรียวออกแรงหยิกอีกร่างสูงน่าจะรู้ว่าตัวเขาไม่ชอบยามที่ทำแบบนั้นด้วยความรุนแรงแต่อีกฝ่ายกลับทำรุนแรงกับเขาจนถึงกับได้กลิ่นคาวเื มิหนำซ้ำตอนนี้เขาก็รู้สึกได้ว่า่ล่างมันระบมจนอาบเืไปแล้ว
“เ้ารู้?” สวี่ชิงเค่อเอ่ยถามฉางลี่อินจึงละมือจากแก้มหนาๆนั่นมองไปทางอื่นร่างโปร่งพอจะรู้แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรุนแรงกับเขา
เหตุผลเด็กๆ
“ข้าไม่เคยััเ้ากระมังถึงไม่รู้” ดวงตาสองสีมีประกายระยิบระยับเห็นแล้วน่าเอ็นดูแต่สำหรับฉางลี่อินประกายตานั่นชวนให้ฟาดฝ่ามือลงไปเสียมากกว่า
“ั้แ่เมื่อไหร่” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันนี่อีกฝ่ายคิดจะถามเขาในสภาพนี้น่ะรึ
สวี่ชิงเค่อเมื่อเห็นสายตาที่มองมาเขาก็ยอมถอนกายออกจากตัวคนงามอาบน้ำสระผมให้ด้วยเสร็จสรรพก่อนจะอุ้มขึ้นจากน้ำดวงตาสองสีมองไปยังฟูกนอนที่ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อย เขายกยิ้มลูกน้องคนสนิทช่างรู้ใจเขาเสียจริง
ฉางลี่อินถูกวางลงบนฟูกนอนอย่างดีแม้ร่างกายจะเปลือยเปล่าแต่สวี่ชิงเค่อก็กระชับผ้าห่มขนสัตว์อย่างดีถึงต้นคอเพื่อคลายหนาวฉางลี่อินมองคนที่ไม่สะทกสะท้านกับความเย็นของน้ำแล้วยังทำให้เขามีอาการเหมือนไข้จับด้วยสายตาเ็าเขาไม่ได้พูดอะไรเมื่อสวี่ชิงเค่อค้นหายาในกระเป๋าของเขาแล้วไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมสวี่ชิงเค่อถึงรู้ว่ากระเป๋าใบไหนใส่อะไร
ฉางลี่อินคิดว่าตัวเขาเองรู้อะไรมากกว่าที่คิดเพียงแค่ไม่ใส่ใจที่จะทำให้มันเป็เื่เป็ราวก็เท่านั้น
สวี่ชิงเค่อล้วงยาหลายอย่างออกมาจากกระเป๋าของฉางลี่อินก่อนจะมองหน้ารองประมุขหนุ่มเป็เชิงขออนุญาตเมื่อเห็นว่าคนงามไม่พูดอะไรสวี่ชิงเค่อจึงปลดผ้าห่มลงบรรจงป้ายยาลงไปที่รอยแดงเบาๆ ฉางลี่อินไม่อยากจะมองเท่าไหร่นักเขารู้ว่าบนตัวเขาจะต้องมีร่องรอยพวกนั้นอยู่เต็มจนไม่เหลือพื้นที่ว่างแล้วก็คงจะมีรอยช้ำเป็จ้ำๆที่หากแม่นมเห็นคงได้ร้องห่มร้องไห้เหมือนวันนั้นเป็แน่
“เ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเ้ารู้ั้แ่เมื่อไหร่ว่าเป็ข้า”ระหว่างที่ทายาอยู่สวี่ชิงเค่อก็เอ่ยถามฉางลี่อินมองเรือนผมสีแดงของอีกฝ่าย
“ตอนที่แต่งตัวให้เ้า” ร่างสูงเลิกคิ้วมิใช่ว่ารู้มาั้แ่แรกเลยหรอกรึ
“ข้าดูออกง่ายขนาดนั้นเชียวรึ”
“ทักษะการปลอมตัวย่ำแย่ถึงเพียงนั้นเ้ายังกล้าจะปลอมตัวอีก”ฉางลี่อินเอ่ยแสกหน้าเข้าให้ ร่างสูงยิ้มแห้งที่ผ่านมาไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน มันย่ำแย่ถึงเพียงนั้นเชียวรึ
“ข้ามั่นใจมากเลยนะ”
“เอาความมั่นใจนั่นมาจากไหน” ฉางลี่อินเหล่ตา
หน่วยลับที่ซุ่มตัวอยู่มองหน้ากันเหนือหัวนั้นทักษะการปลอมแปลงล้ำเลิศยิ่งกว่าใครในิเอี้ยว อย่าว่าแต่ศัตรูเลยแม้พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำหากเหนือตัวไม่บอกถึงการปลอมตัวครั้งนี้ก่อนยามที่เจอพวกเขาก็เกือบจะไม่มั่นใจว่าจะใช่เหนือหัวของพวกเขาหรือไม่ แล้วรองประมุขฉางลี่อินกลับบอกว่าทักษะการปลอมตัวของเหนือหัวย่ำแย่อย่างนั้นรึ
ฉางลี่อินมองร่างสูงขึ้นลงมิใช่ว่าทักษะการปลอมตัวของอีกฝ่ายย่ำแย่อย่างที่พูดหรอกเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเสียด้วยซ้ำแต่เพราะไม่ยอมปกปิดสิ่งหนึ่งฉางลี่อินจึงจับสังเกตได้ง่ายและรู้ได้แทบจะทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่หลี่ไป๋เหวิน
คนที่ไม่เคยเจอกัน ย่อมไม่มีทางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ ‘คุ้นเคย’ แบบนั้นหรอก