ฉันคือผู้คุมผู้ประเมินการทดสอบ ชื่อว่าจางิ ความแข็งแกร่งขอบเขตพิเศษขั้น 4
ตอนนี้ฉันอยู่ที่วิทยาเขตศิลปะการต่อสู้ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมือง Y และทำหน้าที่เป็ผู้ประเมินด่านทดสอบพลัง
ตอนนี้ฉันกำลังตื่นตระหนก เมื่อนึกถึงการเดิมพันกับเพื่อนสองสามคนของฉันก่อนหน้านี้ ฉันคิดว่าฉันคงแพ้การเดิมพันแล้วล่ะ
พระเ้าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
ส่งฉันมาทดสอบที่สนามทดสอบนี้ แต่กลับไม่มีนักเรียนเจ๋ง ๆ โผล่ออกมาสักคน
ฉันควรจะทำยังไงดีเนี่ย?
ตั้งตารอคอยต่อไป...ร้อนใจชะมัด!
……
จางิพยายามเก็บอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เขายังคงตีหน้าขรึมด้วยท่าทางนิ่งสงบ
แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดราวกับระลอกคลื่นที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลง สายตาของเขาจ้องมองไปที่นักเรียนที่เข้ารับการทดสอบทีละคน หลังจากที่พวกเขาซัดกำปั้นไปที่แผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำ คะแนนก็ปรากฏขึ้น
หลังจากที่นักเรียนชายร่างอ้วนคนหนึ่งทำคะแนนได้ 1,100kg สีหน้าของเขาก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
มีคะแนนที่สูงขึ้นมาแบบนี้ก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นมาหน่อย ถึงจะแพ้การเดิมพันแต่อย่างน้อย ๆ ก็ไม่เสียหน้าคนอื่น
นักเรียนที่อยู่ด้านหลังถึงแม้ว่าจะได้คะแนนมาตรฐานทั่วไป ทว่าจางิกลับไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแม้แต่น้อย
เขายอมรับความจริงแล้ว ความจริงที่ว่าเขาต้องเลี้ยงข้าวคนพวกนั้นตลอดทั้งเดือน นี่เป็สิ่งที่เขาหนีไม่พ้น
จู่ ๆ สีหน้าของจางิก็เปลี่ยนไป เขามองนักเรียนชายคนหนึ่งที่กำลังก้าวเท้ามาด้านหน้า แต่เขากลับไม่สามารถอ่านใจเด็กคนนี้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
นักเรียนคนนี้คือเซี่ยฮุย
เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่าผู้ประเมินการทดสอบกำลังใช้สายตาสำรวจเขาอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก มือทั้งสองข้างยังคงล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ขณะก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำ
“เชร้ด...ยุคสมัยนี้แล้วยังมีคนเดินทำตัวกร่างแบบนี้อีกเหรอวะ? ไอ้คนคร่ำครึแบบนี้มันมาจากที่ไหนวะเนี่ย?”
“ฉันขอมอบให้สามพยางค์เลย…LOW (ต่ำ) ”
“นี่...โทษทีนะ...ที่นายพูดมันแค่พยางค์เดียวไม่ใช่เหรอ”
“ชิ...ขอฉันเปิดกูเกิ้ลแปลความหมายแป๊บ”
“ท่าทางของนายแบบนี้หมายความว่าไงวะ? ทดสอบเสร็จไปเจอกันที่ใต้ต้นไม้เล็กสักตั้งไหมล่ะ?”
“ไม่กลัวอยู่แล้ว”
......
เซี่ยฮุยไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังท้าดวลกันใต้ต้นไม้ เขายังคงเดินตรงไปที่แผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำอย่างไม่แยแส
เขายกหมัดขวาขึ้นและอัดหมัดเข้าใส่แผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำที่อยู่ตรงหน้า
“ทำแบบขอไปทีสินะ!”
“ฉันขอพนันเลยว่าถ้าพลังจากหมัดนี้เกิน 8...เอ่อ...ไม่สิ...ถ้ามีเลขขึ้นมา้าหน้าจอแสดงผล ฉันยอมกินขี้ครึ่งกิโลเลย”
เมื่อเห็นเซี่ยฮุยที่ปล่อยหมัดราวกับยื่นแขนออกไปโบกทักทาย อีกทั้งยังดูเหลาะแหละไร้กำลัง นักเรียนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เริ่มพูดคุยแสดงความคิดเห็นจนเกิดเสียงดังจอแจ
ปัง!
เสียงหมัดปะทะเข้ากับแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำดังขึ้น ไม่มีใครคาดคิดว่าหมัดของเซี่ยฮุยในครั้งนี้จะเกิดเสียงดังอึกทึกถึงขั้นนี้ เสียงนี้ทำให้เหล่านักเรียนที่กำลังพนันกันหันไปมองทางฝั่งเซี่ยฮุยเป็ตาเดียว
“1600kg!”
“เชี้ย!”
“เป็ไปไม่ได้!”
เมื่อเห็นตัวเลขที่ปรากฏขึ้น เสียงสบถของคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ดังขึ้น พวกเขายกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น และมองไปที่ตัวเลขที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
ไม่ผิดแน่...1600kg!
ทุกสายตาหันกลับไปมองหมัดของเซี่ยฮุยที่ดึงกลับมา จากนั้นเขาก็ล้วงมือกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง
“ฉันพนันได้เลย มันต้อง...มันต้องเป็เพราะเครื่องเสียแน่ ๆ!”
นักเรียนที่เดิมพันด้วยการกินอุจจาระครึ่งกิโลได้สติเป็คนแรก จากนั้นเขาก็เอ่ยปากเพื่อพนันเื่ต่อไปทันที
เพียงไม่นาน ราวกับว่าเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา เสียงของเขาก็ค่อย ๆ ทุ้มต่ำและเงียบหายไปในที่สุด
เขาเหล่ตามองนักเรียนที่ยืนอยู่รอบ ๆ เมื่อเห็นว่าทุกคนยังยืนอึ้งอยู่กับที่ หัวใจของเขาก็เต้นตึก ๆ เขารีบใช้โอกาสนี้เบี่ยงตัวเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเงียบ ๆ
หลายนาทีผ่านไป
“โคตรโหดเลยว่ะ”
“แม่จ๋า ลองทายสิว่าหนูเจออะไรมา หนูเจออสูรในร่างมนุษย์จ้ะแม่จ๋า”
“พลังนี้...ถ้าอัดเข้าใส่ร่างของมนุษย์ ถึงขั้นขี้เล็ดแน่”
เอ๋? ขี้เหรอ? ไอ้คนที่บอกว่าจะกินขี้หายไปไหนแล้ว?
วีรบุรุษกินขี้ผู้นั้นหดคอ และแสร้งทำเป็หันมองหาเหมือนกับคนอื่น ๆ ท้ายที่สุดคนเหล่านี้ก็ไม่มีทางหาเขาเจอ
จางิเหล่มองวีรบุรุษกินขี้ผู้นั้นปราดหนึ่ง มุมปากของเขากระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย
เขาพูดในใจ : นักเรียนคนนี้ไหวพริบดีจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าคะแนนที่ได้จะเท่าไหร่กันนะ
หลังจากนั้นจางหมินก็หันไปมองเซี่ยฮุยที่ยังยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย จู่ ๆ ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เยี่ยมมาก พลังหมัด 1,600kg คะแนนยอดเยี่ยม”
จางิรู้สึกดีใจราวกับดอกไม้กำลังผลิบานภายในใจ พลัง 1,600 kg ไม่เพียงแต่จะเรียกว่ายอดเยี่ยมเท่านั้น ชั้นมัธยมปลายคงไม่มีใครมีคะแนนสูงกว่านี้อีกแล้ว
คะแนนนี้ถ้าหากถูกประกาศออกไป มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้หลายแห่งคงรีบมาแย่งตัวเขากันเป็บ้าเป็หลังแน่ ๆ
หากยังไม่เข้าสู่ขอบเขตพิเศษ และมีพลังมากกว่า 1,500kg การเพิ่มขึ้นทุก ๆ 1kg ต้องฝึกฝนและใช้ความพยายามอย่างหนัก
สำหรับเซี่ยฮุย ถ้าหากเขาไม่ได้มีพร์ติดตัวมาั้แ่เกิด ไม่มีทางทำเื่เช่นนี้ได้แน่ ๆ
ได้ยินมาว่าผู้ที่ยังไม่เข้าสู่ขอบเขตพิเศษ พลังของผู้ฝึกยุทธ์สามารถส่งออกมาได้รุนแรงที่สุดคือ 2,000 kg
ส่วน 1,600kg เป็เพียงแค่ตัวเลขสำหรับนักเรียนสายศิลปะการต่อสู้เท่านั้น
จางิคิดเช่นนี้ สายตาของเขาก็แอบประกายความอิจฉาออกมา
“ตอนที่ฉันยังไม่ได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษ พลังของฉันมีอยู่เท่าไหร่นะ? รู้สึกยังไม่เกิน 1,400 kg เลยมั้ง”
สำหรับจางิที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้าสู่ขอบเขตพิเศษแล้ว เขารู้สึกได้ถึงพร์ของเซี่ยฮุยผู้นี้
แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะทำเื่ไม่จำเป็เพียงเพราะรู้สึกอิจฉาภายในใจอยู่แล้ว
การปรากฏตัวของเซี่ยฮุยสามารถพูดได้ว่าเป็การกู้สถานการณ์ และทำให้เขาได้รับชัยชนะในการเดิมพันครั้งนี้ ตอนนี้ผลได้พลิกจากหน้ามือเป็หลังมือแล้ว
ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง เขาควรขอบคุณพร์ที่แข็งแกร่งของเซี่ยฮุยที่ทำให้ชนะการเดิมพันในครั้งนี้
เขาแอบส่งข้อความไปหาเพื่อนของตัวเอง จากนั้นก็ส่งคะแนนของเซี่ยฮุยไปให้อีกฝ่าย
จางิพูดกับเซี่ยฮุยว่า “เอาล่ะ เธอไปทดสอบด่านต่อไปได้เลย”
“ขอบคุณครับ”
เซี่ยฮุยตอบกลับเสียงเรียบ เขาหมุนตัวออกไปจากสนามสอบแห่งนี้
หลังจากเดินออกมาจากประตู เขาก็มุ่งหน้าไปยังสนามสอบต่อไปทันที
พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นแล้ว เมื่อไม่ได้ยืนอยู่ในห้องแอร์ที่มีอากาศเย็นฉ่ำ เขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวจากด้านนอกที่กระทบลงบนิั เซี่ยฮุยรีบสาวเท้าเพื่อเดินไปยังสถานที่ถัดไปให้เร็วยิ่งขึ้น
เพียงไม่นาน เขาก็เดินทางมาถึงด้านหน้าอาคารแห่งหนึ่งซึ่งมีรูปทรงเป็วงรี
เขาแหงนหน้าขึ้นไปมอง้า แม้ว่าจะมีแค่เก้าชั้น แต่ระดับความสูงของมันเทียบเท่ากับตึกธรรมดาที่มีความสูงยี่สิบกว่าชั้นได้สบาย ๆ สาเหตุที่อาคารแห่งนี้มีขนาดใหญ่ก็เพราะที่นี่คืออาคารฝึกสำหรับวิ่งของวิทยาเขตศิลปะการต่อสู้
การจัดแต่งของแต่ละชั้นมีรูปแบบชนิดเดียวกัน บริเวณพื้นภายในอาคารถูกปูด้วยลู่วิ่งยางซึ่งถูกตีเส้นไว้สิบช่อง โดยมีการวางเรียงกันจนกลายเป็รูปทรงวงแหวน หนึ่งวงมีความกว้างมาตรฐานคือ 300 เมตร
นักเรียนที่เข้ามารับการทดสอบที่นี่ต้องทดสอบพลังทางกายภาพและความเร็วของตัวเอง
สนามสอบของเซี่ยฮุยอยู่ชั้นเก้า เขายืนอยู่หน้าทางเข้าและแหงนหน้ามองขึ้นไป้า ที่นี่มีความสูงเกือบ ๆ 70 เมตร
เขาแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เริ่มเดินขึ้นไป้าทันที
ภายในวิทยาเขตศิลปะการต่อสู้ นอกจากตึกของอาจารย์ที่ติดตั้งลิฟต์แล้ว อาคารอื่น ๆ จะไม่มีการติดตั้งลิฟต์ภายในอาคาร
ถ้าหาก้าขึ้นไป้าต้องเดินขึ้นไปเท่านั้น
โดยยึดเหตุผลจากคำพูดของผู้อำนวยการวิทยาเขตศิลปะการต่อสู้ว่า : นักเรียนสายศิลปะการต่อสู้จะชินกับความสะดวกสบายไม่ได้
เซี่ยฮุยใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวก็เดินขึ้นมาถึงชั้นเก้า เขาผลักประตูเข้าไปด้านในก็พบว่าในนี้มีนักเรียนจำนวนไม่มากเท่าไหร่นัก
เป็เพราะแตกต่างจากด่านทดสอบด้านพลัง ที่นี่ถ้าหากมีนักเรียนเข้ามาครบสิบคนก็จะเริ่มการทดสอบทันที
ผู้ประเมินการทดสอบมีทั้งหมดสิบคน แต่ละคนจะประจำตำแหน่งแต่ละลู่วิ่ง พวกเขาจะทำหน้าที่ดูแลนักเรียนในลู่วิ่งของตัวเอง และบันทึกคะแนนการประเมินของนักเรียนคนนั้น
ตอนที่เซี่ยฮุยมาถึง ภายในห้องนี้ก็ครบสิบคนพอดี เขาจึงเดินมาประจำตำแหน่งลู่วิ่ง
เขามายืนตามตำแหน่งที่ผู้ประเมินการทดสอบเตรียมไว้พร้อม ๆ กับนักเรียนผู้เข้ารับการประเมิน ด่านนี้ไม่มีการกำหนดท่าทางเฉพาะเจาะจง ดังนั้นท่าเตรียมตัวเพื่อออกตัวของนักเรียนทั้งสิบจึงแตกต่างกัน
เซี่ยฮุยยืนรอฟังเสียงปืนที่ตำแหน่งลู่วิ่งของตัวเองด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ปัง!”
สิ้นสุดเสียงปืน นักเรียนก็วิ่งทะยานออกจากจุดเริ่มต้นราวกับเสือชีต้าที่กำลังไล่ตะครุบเหยื่อ พวกเขาพุ่งตัวออกไปรวดเร็วราวกับวายุ
รอบที่หนึ่งใช้เพื่อประเมินความเร็ว ดังนั้นนักเรียนทุกคนจึงต้องปล่อยความเร็วทั้งหมดที่มีออกมาให้หมด ส่วนอีกเก้ารอบที่เหลือต้องวิ่งให้ครบภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง
เหล่านักเรียนที่เข้ารับการประเมินวิ่งกันอย่างรวดเร็วราวกับลอยอยู่กลางอากาศ แต่เนื่องจากพลังทางกายภาพของแต่ละคน หลังจากวิ่งไปได้ประมาณร้อยเมตร นักเรียนจำนวนสิบคนก็เริ่มทิ้งระยะห่างจากกันออกเป็สามกลุ่ม
เซี่ยฮุยวิ่งด้วยความเร็วปกติราวกับกำลังวิ่งจ๊อกกิ้ง ความเร็วของเขาไม่ได้เร็วหรือช้าเกินไปจึงจัดอยู่ในกลุ่มที่สองที่วิ่งไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
ด่านนี้แตกต่างจากด่านแรกตรงที่สามารถควบคุมได้ง่ายกว่าด่านทดสอบพลัง
เดิมทีพลัง 30% ที่เขาปล่อยออกมาอาจจะทำให้เขากลายเป็ที่หนึ่งได้ แต่เขาไม่อยากทำตัวโดดเด่นเกินไป ดังนั้นในด่านนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะทดสอบแบบค่อยเป็ค่อยไป
เพียงไม่นาน นักเรียนทั้งหมดก็วิ่งครบรอบแรก ไม่มีนักเรียนคนใดถูกผู้ประเมินการทดสอบเรียกตัวออกจากลู่วิ่ง ซึ่งหมายความว่าทุกคนผ่านด่านทดสอบความเร็วทั้งหมด
จากนั้นนักเรียนทั้งสิบก็วิ่งต่อให้ครบ 9 รอบที่เหลือ เซี่ยฮุยสังเกตเห็นว่าความเร็วของผู้เล่นคนอื่น ๆ เริ่มแ่ลงแล้ว เขาจึงปรับโหมดใหม่อีกครั้งโดยปรับลดชะลอความเร็วของตัวเองลง
บางทีอาจจะเป็เพราะเซี่ยฮุยบังเอิญมาเจอกับกลุ่มนักเรียนเหล่านี้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาถือว่าไม่เลวเลย ระยะทางกว่า 27,000 เมตร นักเรียนที่วิ่งช้าสุดทำเวลาไป 25 นาที
เซี่ยฮุยรู้สึกชื่นชอบเป็อย่างมาก เพราะสิ่งนี้ช่วยให้เขาผ่านการทดสอบด่านนี้ไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่กลายเป็ที่สังเกต
หลังจากคนสุดท้ายวิ่งมาถึงเส้นชัย ผู้ประเมินการทดสอบก็ปรากฏให้พวกเขาทั้งสิบคนผ่านการทดสอบ และแจ้งให้ทุกคนเตรียมตัวเพื่อรับการทดสอบด่านศิลปะการต่อสู้ใน่บ่ายสาม
ด่านศิลปะการต่อสู้คือด่านสุดท้ายที่มีแค่นักเรียนที่ผ่านสามด่านแรกเท่านั้นที่จะได้รับการทดสอบ ด่านสุดท้ายในการทดสอบเพื่อให้ตัวเองมีคุณสมบัติในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้
เซี่ยฮุยมองกลุ่มนักเรียนที่ยังยืนดีอกดีใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ ทว่าเขากลับไม่ได้เข้าไปร่วมในวงสนทนากับคนเ่าั้
แม้ว่าเขาจะเข้ามาอยู่ในสายศิลปะการต่อสู้หนึ่งเดือนกว่าแล้ว แต่เขากลับไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว
ไม่ใช่เพราะเขาเข้ากับใครไม่ได้ แต่เป็เพราะเขาไม่อยากสุงสิงกับใครมากกว่า
หลังจากสอบปลายภาคทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเองแล้ว ไม่มีความจำเป็ต้องทำให้ตัวเองรู้สึกเศร้าใจเมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกจากกัน
เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ ตอนนี้ถึงเวลาออกไปหาข้าวเที่ยงกินแล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จค่อยแวะไปนั่งพักที่เดิมก็แล้วกัน