ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเก้า วิทยาศาสตร์การกีฬา
ผมมีทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับเวทย์หากว่าเอาเรื่องของการ
“ของขึ้น”
จากการสักยันต์ที่เป็นลิงลมคนก็จะทำท่าคล้ายลิง
คนที่สักจระเข้ก็จะส่ายขาไปมาแบบจระเข้
หรือพระเยซูไปช่วยคนที่เป็นชีเปลือยอยู่ในสุสานเนื่องจากผีเข้าคนนั้นเป็นกองทัพLegion ลีเจี้ยน
หรือตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อเอาน้ำมนต์รดคนที่เป็นชีเปลือยในวัดให้กลับมามีสติอยู่ได้
ผมสรุปได้ว่าคนเรามีสิทธิกลายเป็นชีเปลือยได้อย่างมีนัยยะสำคัญในการที่เราจะเล่นเกี่ยวกับวิชาคาถาอาคมพวกนี้
มีคนกล่าวถึงการผิดพลาดพวกนี้น้อยมาก
แต่ละคนชอบกล่าวถึงความสำเร็จของคาถาและเคล็ดวิชาแต่แกล้งๆลืมความผิดพลาดจากคาถาและวิชาต่างๆไป
เห็นได้จากเคล็ดวิชา
“นอนกับผี”
ที่ปลุกผีสาวและครอบครัวของเธอมานอนด้วยตลอดทั้งคืน
แค่ห้ามกินอาหารที่ทางบ้านผีสาวนั้นเอามาให้หรืออยู่ต่อจนเลยยามเช้า
หากรักษาข้อห้ามที่ว่าได้
เด็กเกรียนที่ไหนก็สามารถเอาผีสาวมา xxx ได้
ถึงพิจารณาจากคนที่มีสติว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่ากันสักเท่าไร
ยุคสมัยที่มีโอนลี่แฟนเช่นปัจจุบันนั้นปลอดภัยกว่ามาก
แต่หากเราศึกษาจากที่พวกสาวกเคออสของจักรวาลWarhammer ลองอธิบายเกี่ยวกับเรื่องเวทย์
ด้วยความที่เอเรบัสนั้นสักยันต์ทั่วร่างกายคล้ายเณรชื่อดัง
คำกล่าวของเอเรบัสหรือสาวกเคออสน่าจะเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง(แม้การกินเนื้อมนุษย์และจับคนมาบูชายัญของพวกเขาทำให้ผมไม่คิดว่าพวกเขามีสติครบสมบูรณ์สักเท่าไรก็ตาม)
ว่าการเล่นกับพลังที่อยู่เหนือโลกวัตถุนั้น
คนเราต้องพยายามตั้งสติหักห้ามใจตนเอง
เวลาใช้คาถาใดใดเสร็จหากรู้สึกคอแห้งอยากดื่มน้ำก็ต้องห้ามตนเองเอาไว้
เพราะจะกลายเป็นนิสัยที่ตอนแรกอาจจะเริ่มจากการดื่มน้ำต่อไปจะกลายเป็นดื่มเลือด กัดริมฝีปากตนเองจนกลายเป็นแผล
จากนั้นจะค่อยๆต้องการลิ้มรสของเลือดและคร่าชีวิตคนเพื่อตอบสนองความอยากนั้น
ระวังความรู้สึกของตนเองเสมอเวลาที่ใช้เวทย์หรือเรียกพลังมาจากต่างโลก
หากพิจารณาจากการเป็นชีเปลือยหรือลักษณะของการ
“ของขึ้น”
น่าจะเริ่มมาจากที่เรารู้สึกร้อนจนกระทั่งต้องการถอดเสื้อผ้าทีละนิดทีละนิด หรือทำพฤติกรรมใกล้เคียงกับสัตว์ไปทีละนิด ทีละนิด
จนกระทั่งเรากลายเป็นชีเปลือยหรือไร้สติไม่ต่างกับสัตว์ในที่สุด
นั่นคือหนทางของเดรัจฉานวิชา Path of Damnation
ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตราย
ที่ราวกับเอาอาวุธปืนหรือระเบิดให้กับเด็กเกรียนที่ไหนก็ไม่รู้ใช้งานอย่างคิดว่ามันเป็นของเล่น
อย่างคาถา “นอนกับผี”ดังกล่าว
ที่เราเอาความสามารถสุดยอดในการปลุกผีขึ้นมาพูดคุยกันได้มาแค่ทำxxx กับพวกผีสาวตลอดทั้งคืนเท่านั้น
ผมพยายามแก้นิสัยเสียๆของพวกผู้ใช้อาคมของเรา
โดยการพาพวกเขามาออกกำลังกาย
ผมเอามาจากทฤษฎีวูดูเรื่องเล่าของชาวเม็กซิกัน
ว่าเพื่อนของเขาคนหนึ่งสามารถเอาตัวรอดจากการที่ไปเกี่ยวข้องกับคำสาปบ้านผีสิงได้ด้วยการเล่นกล้ามล้วนๆ
ทุกคนเห็นผีกันหมดในเหตุการณ์
มีแต่พี่คนนี้คนเดียวที่เล่นกล้ามจนผีไม่สามารถทำอะไรได้
อาจจะเป็นแค่เรื่องเล่า
แต่สำหรับผมที่เหมือนกับโดนโยนมาในกระแสน้ำเชี่ยวจะไม่คว้าเอาไว้ก็ไม่ได้
“ยืดแข้งยืดขาจากนั้นเราจับคู่กันออกกำลังกาย”
หากอธิบายแบบแถในทางอาคมก็คือ
ร่างกายนั้นเปรียบได้กับวิหารของพระเจ้า
ทำร่างกายให้แข็งแรง
ไม่ว่าสิ่งเลวร้ายอันใดก็ไม่สามารถมากล้ำกรายได้