กลางดึกเงียบสงัดคืนหนึ่ง ท้องฟ้ายามนี้อบอ้าววังเวงดูน่ากลัว เงาร่างสองร่างยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ข้างหน้าคล้ายเป็ตำหนักหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ภายใน มีลานด้านหน้าอย่างกว้างขวาง ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูงปิดกั้นการมองเห็นภายในได้ทั้งหมด
"ผู้าุโท่านอยู่เฝ้าหน้าประตูไว้ให้ดี คอยจัดการพวกที่หลบหนีออกมาอย่าให้เล็ดลอดหลุดไปได้เด็ดขาด!"เทียนฉินบอกกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ไม่ต้องห่วง"ตาเฒ่ากล่าวตอบอย่างใจเย็น
ที่หน้าประตูพรรคหมาป่าทมิฬยามนี้ มีคนเฝ้าอยู่เพียงสองคน เทียนฉินไม่รอช้าก้าวเดินไปทางประตูทันที
"นั่นใคร?"หนึ่งในสองคนที่เฝ้ายามอยู่ตรงนั้นเอ่ยถามทันทีที่เห็นเทียนฉินเดินเข้ามา
"ฉั้วะ!"
คำตอบที่ได้คือความตาย!!
"มีผู้บุกรุก! มีผู้บุกรุก!!"อีกคนที่เหลือะโแจ้งเตือนทันที
ไม่ทันสิ้นเสียงร้องะโดาบสะบั้นจันทร์ก็วาดผ่านลำคออีกฝ่ายหัวกับตัวต่างแยกไปคนละทาง
"ฉั้วะ!"
เทียนฉินเดินเข้าไปภายในพรรคอย่างไม่รีบร้อน เพียงไม่นานก็มีคนทะยานออกมาดักหน้าเทียนฉินไว้จนเต็มไปหมด
ฟุบ! ฟุบ!
"เ้าเป็ใคร? กล้าดีอย่างไรถึงมาบุกรุกในยามวิกาลแบบนี้"ชายร่างกายซูบผอมคนนึ่งะโถาม
"พวกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็ใคร เพราะคนตายรู้ไปก็เท่านั้น!"เทียนฉินกล่าวตอบพร้อมกับเผยจิตสังหารออกมา
"ฮ่าๆๆ! นับว่าใจกล้าไม่เบาที่มาหาเื่คนของพรรคหมาป่าทมิฬ"ชายชราอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"สงสัยว่ามันกินอิ่มจนไม่มีอะไรทำแล้วมั้ง ฮ่าๆ!"
หลายคนเอ่ยเสียงเย้ยหยัน หัวเราะเทียนฉินคล้ายกำลังดูเื่สนุกอยู่
เทียนฉินไม่แยแสพวกเขาเ่าั้เลย กลับพุ่งทะยานเข้าหาสะบัันดาบออกไปทันที
ฉับ! ฉั้วะ!!
หัวของชายชราที่พึ่งกล่าวเย้ยหยันเทียนฉินไปอ้าปากค้าง เืพุ่งเป็สายออกมาจากลำคอ ส่วนอีกคนไหวตัวได้เร็วกว่าเบี่ยงตัวหลบคมดาบมาได้
แต่ถึงรอดความตายมาได้ก็มิอาจหลีกหนีคมดาบได้หมด
อ้าก!
ชายวัยกลางคนแหกปากร้องคำรามออกมาด้วยความเ็ป มือด้านหนึ่งกุมหัวไหล่ที่ชุ่มไปด้วยเืสดไปอย่างทุลักทุเล
"พวกเราเข้าล้อมมันไว้อย่าให้หนีไปได้"หนึ่งในสมาชิกพรรคหมาป่าทมิฬะโบอกกับคนที่เหลือ
ไม่รอช้าพวกที่เหลือต่างพุ่งทะยานมาปิดล้อมเทียนฉินโดยทันที
"ต่อให้มีปีกเ้าก็หลบหนีไปไม่พ้นหรอก ฮ่าๆ"ชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เทียนฉินจ้องมองคนเ่าั้ด้วยสายตาเ็าพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มที่ก่อนกล่าว
"กับฝูงสุนัขฝูงหนึ่ง ข้าไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!"
"สามหาว!!"
"กล้าดูถูกคนของพรรคหมาป่าทมิฬ ไม่ตายดีแน่!"
"พวกเราเข้าไปฆ่ามันให้หมด!"
กลุ่มคนของพรรคหมาป่าทมิฬต่างะโออกมาด้วยอารมณ์โกรธกริ้วไม่พอใจพร้อมพุ่งทะยานเข้าหาเทียนฉินทันที
"ดับตะวัน!!"
เทียนฉินไม่รอช้าวาดดาบออกด้วยท่วงท่าดับตะวันทันที
ฉั้วะ! ฉั้วะ! ฉั้วะ!
คนที่ซวยคือกลุ่มคนที่พุ่งมากลุ่มแรก ไม่ทันได้ออกอาวุธร่างก็กระเด็นแยกส่วนออกจากกันไปคนละทาง
เทียนฉินไม่ปล่อยให้พวกนั้นได้ตั้งตัวใช้ท่าร่างเงาจันทราเคลื่อนผ่านไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนสะบั้นดาบออกมาอีกหลายครั้ง
การโจมตีหรือเรียกอีกอย่างว่ากวาดล้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว คนที่มีพลังไม่ถึงระดับหลอมรวมซึ่งส่วนมากเป็ลูกศิษย์ไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าคลื่นดาบวาดผ่านมาทางไหน แม้กระทั่งาุโที่มีพลังระดับหลอมรวมขั้นต้นต่างทยอยกันมาตกตายภายใต้คมดาบของเทียนฉินอย่างต่อเนื่อง
ฉั้บ! ฉั้วะ! ฉั้วะ!
อ้าก! ย้าก!
เคร้ง!!
"หยุดเดี๋ยวนี้!!" ในขณะที่เทียนฉินกำลังสังหารคนกลุ่มนั้นอย่างต่อเนื่องกลับมีแสงกระบี่พุ่งมาสกัดกั้นดาบสะบั้นจันทร์เอาไว้
"หึม!"
เทียนฉินขยับถอยหลังออกมาเตรียมพร้อมในทันทีที่เห็นแสงกระบี่เข้ามาปะทะกับดาบของเขา
สายตาพลันเหลือบมองย้อนตามรอยแสงกระบี่กลับไป
บนท้องฟ้ามีคนอยู่ห้าคน หนึ่งคนลอยอยู่ด้านหน้าเป็ชายวัยกลางคนใส่ชุดคลุมสีดำมีลายหมาป่าสีทองปักอยู่ทั้งสองด้าน ส่วนคนที่เหลือลอยอยู่ด้านหลังเป็ชายชราสามคนแต่ละคนหน้าตาเ้าเล่ห์
บางคนมีหนวดเครารกรุงรังเต็มใบหน้า คนสุดท้ายเป็หญิงสาวรูปร่างเย้ายวนสมส่วนใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นนัก
"เ้าเป็ใคร? มาก่อความวุ่นวายที่นี้อยากตายมากนักใช่มั้ย!!"ชายชราคนหนึ่งเอยออกมาด้วยน้ำเสียงกร้าวร้าว
"แล้วพวกเ้าเล่าเป็ใครกัน?"เทียนฉินเอ่ยกลับอย่างไม่แยแส
"ข้าอู่เฉิน ประมุขพรรคหมาป่าทมิฬ"
ชายวัยกลางคนด้านหน้าเอ่ยออกมาพร้อมกวาดสายตาดูด้านล่างที่เต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายอยู่เต็มลาน บางคนที่รอดชีวิตก็นอนร่ำร้องครวญครางบ้างแขนขาด บ้างขาขาด
ส่วนพวกที่คิดจะหลบหนีออกจากพรรคต่างก็ถูก ตาเฒ่าดักสังหารจนหมดสิ้น
"อ้อ! ประมุขพรรคนี่เอง"เทียนฉินเอยออกมาอย่างง่ายๆ
"เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเ้าถึงบุกเข้ามาสังหารคนของข้าถึงที่นี่?"ประมุขพรรคเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"ฮ่าๆ อย่ามาทำเป็ตัวเองมือสะอาดมีคุณธรรมอยู่เลย!!"เทียนฉินหยอกล้ออย่างไม่เกรงกลัว
"สามหาว!"
"ท่านประมุข! ให้ข้าเป็คนสั่งสอนมันเองว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็อย่างไร!"
"หึ หึ!! พวกสุนัขนี่เห่าเหมือนกันทุกตัวจริงๆ"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด
"ปากดีนัก! ไปตายซะ!!"
ชายชราคนนึงด้านหลังพุ่งทะยานออกมาพร้อมกับฟาดดาบใหญ่ใส่เทียนฉินทันที
เคร้ง!
เทียนฉินขวางดาบสะบั้นจันทร์ออกมาสะกัดกั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
วูบ! เทียนฉินใช้เงาจันทราเบี่ยงออกมาขวาก่อนฟาดดาบออกสุดกำลัง
ฉั้วะ! อ้าก!
ก่อนที่ชายชราจะไหวตัวทันดาบสะบั้นจันทร์ก็วาดผ่านลำคอของเขาไปอย่างรวดเร็ว
"น้องสาม!!"เสียงของชายชราะโออกมาอย่างแหบแห้ง ก่อนจะพุ่งตัวออกไป
"ไม่!! พี่สาม!"หญิงสาวด้านหลังพุ่งออกไปพร้อมกันในทันที
"พวกเ้าเข้าไปพร้อมกันเถอะ!"ประมุขพรรคที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยปากอย่างโกรธแค้น
ฟุบ!
สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนชายชราด้านหลังก็พุ่งออกไปหาเทียนฉินทันที
ย้ากก!
สองชรากับหนึ่งหญิงสาวต่างหากอาวุธเข้าใส่เทียนฉินโดยพร้อมเพรียงหมายจะล้างแค้นให้กับพี่น้องของตนเอง
"ดับตะวัน!"
เทียนฉินเร่งพลังลมปราณออกมาอย่างเต็มที่พร้อมวาดดาบออกมารับทั้งสามคน
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาวุธปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว เทียนฉินตอบโต้กับทั้งสามคนโดยไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสามคนสลับกันรุกกันรับกับเทียนฉินอยู่หลาย กระบวนท่าจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม
"ผ่าอเวจี!!"
คลื่นดาบพวยพุ่งออกมาจากดาบสะบั้นจันทร์เป็เส้นสามสาย แต่ละเส้นสายล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟสีแดงแสด มุ่งตรงเข้าหาทั้งสามอย่างรวดเร็ว
ฉั้วะ! ฉั้วะ! ฉั้วะ!
อ้าก! อ้าก!
สองในสามสะกัดกั้นไม่ทันโดนคลื่นดาบวาดผ่านตัดลำตัวขาดเป็สองส่วนในทันที ชายชราคนที่เหลือโชคดีหน่อยที่มีพลังระดับหลอมรวมขั้นกลางเท่าเทียนฉินจึงพอรับมือได้ทันท่วงที แต่ถึงกระนั้นง่ามมือที่ถือดาบอยู่กลับปรากฎรอยไหม้จางๆทั่วไปหมด
เทียนฉินไม่ปล่อยโอกาสให้ชายชราตั้งตัวพุ่งทะยานเข้าไปหาในทันที
"รนหาที่ตาย!!"ประมุขพรรคฟาดกระบี่สวนกลับไปทันทีหมายจะสกัดดาบช่วยชายชรา
ขณะที่แสงกระบี่ใกล้จะมาถึงตัว เทียนฉินใช้เงาจันทราหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วพร้อมเข้าประชิดตัวชายชราก่อนวาดดาบตัดลำคอในครั้งเดียว
ฉั้วะ!
ชายชราดวงตาเบิกกว้าง ก่อนที่ศีรษะจะกระเด็นกลิ้งตกไปไม่ห่างจากตัวนัก
ประมุขพรรคที่พุ่งตัวมาถึงได้แต่มองดูศพของชายชราแยกส่วนอยู่บนพื้นด้วยสายตาเคียดแค้น
"อ้าก! ไปตายซะ!!"
"คลื่นหมาป่าทมิฬ!"
"ผ่าอเวจี!"
เคร้ง! เคร้ง!
เทียนฉินพุ่งเข้าปะทะกับประมุขพรรคอย่างไม่เกรงกลัว หนึ่งดาบหนึ่งกระบี่ฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ถึงแม้ระดับพลังเทียนฉินจะต่ำกว่าประมุขพรรคหมาป่าทมิฬอยู่หนึ่งขั้น แต่ด้วยเคล็ดวิชาที่เขามีอยู่กลับช่วยลดความต่างตรงนั้นได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะทักษะผ่าอเวจี ซึ่งเป็ทักษะที่สองของทักษะดับตะวัน
ทักษะดับตะวันแบ่งเป็ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย
ทักษะดับตะวันขั้นต้นก็คือท่าดับตะวัน ส่วนทักษะดับตะวันขั้นกลางก็คือท่าผ่าอเวจีนั่นเอง
จบตอนที่ 9