ตอนที่ 38 : ข้อเสนอสุดพิเศษ
“คนแน่นจังวะ งี้รอนานแน่เลย” เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ
จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนเสียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้ ยังมีใครอีกหลายคนที่มีความคิดแบบเดียวกันเมื่อเดินเข้ามาในร้านของมิน
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของร้านที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อได้ยินดังนั้นทำได้ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ที่เหล่าลูกค้าของเขาจะต้องรอคิวในการเข้าดันเจี้ยน
ถึงแม้เขาจะรู้ก็เถอะว่าดันเจี้ยนของสตูดิโอของตนนั้นมีความพิเศษและสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้แต่ลึกๆ ในใจก็แอบกลัวว่าลูกค้าหลายๆ คนจะทนรอไม่ไหวและเดินออกจากร้านไป
ถึงในความเป็นจริงแล้วลูกค้าในสตูดิโอของเขาจะไม่ได้เยอะอะไรมากมายก็ตาม อย่างมากก็ห้าสิบกว่าคนเมื่อนับรวมๆ แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้าของเขาต้องต่อคิวหน้าก็เพราะพวกเขารอเข้าดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถนี่สิ
เนื่องจากดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถนั้นเป็นดันเจี้ยนระดับจี ดันเจี้ยนระดับต่ำสุดและง่ายสุด อีกทั้งลูกค้าส่วนมากของเขามีระดับพลังอยู่ที่เทียร์หนึ่งแรงก์จีเช่นกัน ทำให้ลูกค้าเกือบทั้งหมดในสตูดิโอของมินเลือกเข้าดันเจี้ยนนี้กัน
จากความง่ายของดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถที่หลังจากเหล่าลูกค้าของเขารู้วิธีหลีกเลี่ยงการโดนสารพิษที่ถูกปล่อยมาจากด้วงสว่านเมื่อโดนฆ่าครบสามร้อยตัวได้
ทำให้การเข้าดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถนั้นไม่ต่างจากการเข้าไปฟาร์มค่าประสบการณ์แบบง่ายๆ ขอแค่พวกเขาระวังตัวพอ ไม่ประมาท
และด้วยความที่พลังชีวิตที่ได้จากเหล่าด้วงสว่านทั้งสามร้อยตัว ตะขาบยักษ์สองตัวและคุณยายวรนาถไม่ได้มากมายขนาดนั้น
ทำให้ลูกค้าที่เข้าดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถนั้น เข้าไปคนเดียวตามที่ทางสตูดิโอได้แนะนำเอาไว้
และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ห้องสเตชันทั้งสิบห้าห้องในออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอเต็มและคิวแน่น
ส่วนดันเจี้ยนป่าดิบชื้นแห่งก็อบลินนะหรือ นอกจากปาร์ตี้ของบอย จอห์นและปาร์ตี้ที่กล้าลองดีกับเจ้าดีเอโก้สองสามปาร์ตี้แล้ว ก็ไม่มีลูกค้าคนไหนตัดสินใจเลือกใช้บริการดันเจี้ยนแห่งนี้เลย
เพราะทุกคนต่างล้วนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าดันเจี้ยนแห่งนี้นั้นระดับความยากยากเกินไปสำหรับปาร์ตี้ระดับพลังเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟที่มีสมาชิกครบหกคน
อย่างที่รู้ๆ กันว่าดันเจี้ยนป่าดิบชื้นแห่งก็อบลินนั้นเป็นดันเจี้ยนที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้วิเศษฝึกทักษะการผสานงานกันในกลุ่ม
ซึ่งตรงนี้นี่แหละที่เป็นประเด็นสำคัญอีกหนึ่งอันที่ทำให้ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
มันก็คือคำว่า ‘ปาร์ตี้’
เพราะไม่ใช่ผู้วิเศษทุกคนจะมีเพื่อนเยอะแยะที่สามารถรวมเป็นกลุ่มคอยเข้าดันเจี้ยนสตูดิโอเพื่อฝึกด้วยกันได้
คงต้องแยกคนเหล่านี้เป็นสองประเภทถ้าหากต้องการให้เห็นภาพ หนึ่งก็คือผู้วิเศษที่มีฐานะปานกลางถึงดีขึ้นไป
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมีดันเจี้ยนสร้างไว้ที่บ้านอยู่แล้วจึงเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นพวกเขาเหล่านี้ออกมาเข้าดันเจี้ยนสตูดิโอตามทางเหมือนกับอันและอุงหรือสองและสาม
ส่วนประเภทที่สองก็คือ ผู้วิเศษที่เป็นคนธรรมดา เรียนวิชาจากโรงเรียนรัฐบาลที่ที่บ้านของพวกเขาไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร
ผู้วิเศษประเภทนี้แม้จะมีเพื่อนและสามารถรวมกลุ่มเป็นปาร์ตี้ได้แต่พวกเขานั้นไม่ได้มีวิชาแกร่งกล้าพอที่จะสามารถโค่นล้มดีเอโก้ได้อย่างใจนึกหากพวกเขาไม่ฝึก
และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ดันเจี้ยนป่าดิบชื้นแห่งก็อบลินแทบไม่มีลูกค้าเลือกใช้บริการเลย
‘ซิสเตม หาทางช่วยหน่อยไม่ได้เหรอ คนแน่นอีกแล้ว’ ถามออกไปในใจเพราะหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เขารู้ว่าซิสเตมไม่ได้เคร่งอย่างที่คิด
เขาสามารถต่อรองและขอรองบางอย่างกับอีกฝ่ายได้หากมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรโดยต้องมีการแลกเปลี่ยนนิดหน่อยซึ่งนั้นเขาก็รู้ดี
เจ้าซิสเตมนี่ที่สร้างดันเจี้ยนให้เขาแล้วให้กำไรเพียงห้าเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางทำอะไรให้เขาฟรีๆ แน่
แต่เพื่อรักษาลูกค้าไว้เขาก็ต้องยอมทำตามไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นอะไรเพราะถ้าไม่มีลูกค้าก็เท่ากับเขาไม่มีเงินยังไงล่ะ
[ซิสเตมสามารถเปิดฟังก์ชันทางเข้าลัดให้แก่ยูสเซอร์ได้หากท่านสามารถยอมรับเงื่อนไขที่กำหนดได้]
เสียงของซิสเตมตอบกลับมาตามที่คาดไว้ว่าอีกฝ่ายสามารถหาทางช่วยเขาได้จริงๆ
‘เงื่อนไขอะไร’ ชายหนุ่มถามกลับไปในใจ
[มอบเงินห้าเปอร์เซ็นต์ที่จะได้จากดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้กับซิสเตม]
คิ้วหนาเลิกขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว อดเดาะลิ้นเสียไม่ได้ที่ได้ยินเงื่อนไขอันสุดโต่งของเจ้าเสียงในใจของตน
‘กะจะเอาทุกเม็ดเลยใช่ไหมเนี่ย!’ ก่นด่าอีกฝ่ายในใจอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำได้เพียงแค่เอ่ยถาม “เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้เหรอ”
[ขอปฏิเสธ]
“ไม่ช่วยก็ไม่ช่วย ชิ” กล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหที่อีกฝ่ายไม่เปลี่ยนเงื่อนไขให้
เพราะไม่คิดที่จะแลกเงินของเขากับเงื่อนไขบ้าๆ ของซิสเตม มินจึงเลิกตื๊อเจ้าเสียงหุ่นยนต์ในหัว ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์สมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาและกดเข้าแอปพลิเคชันของสตูดิโอทันทีและกดเข้าไปที่หน้าสร้างดันเจี้ยนทันที
ตั้งแต่เช้าหลังจากที่เขากลับมาจากวิ่งจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มเปิดเข้าแอปพลิเคชันดังกล่าวและปิดมันลงเป็นจำนวนหลายครั้ง
เหตุเพราะตัวเองไม่รู้ว่าจะสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลที่เป็นเทศกาลสงกรานต์อย่างไรให้น่าสนใจนี่สิ
“ซิสเตมไม่มีปืนฉีดน้ำเหรอ” ถามออกไปเมื่อลองเลื่อนหาดูในไอเทมช็อปแล้วกลับไม่มี
เสียงในหัวของเขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่จะตอบกลับมา
[อัปเดตเรียบร้อย]
“เจ๋ง!”
ชมอีกฝ่ายก่อนจะรีบเปิดหน้าต่างไอเทมช็อปเพื่อหาปืนฉีดน้ำที่เพิ่งจะอัปเดตเข้ามาแต่เมื่อชายหนุ่มเห็นราคาก็ต้องตะลึงจนต้องตะโกนดังๆ ในใจ ‘สามร้อย!!!’
“ไอ้ฉิบหายแพงอะไรขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงติดในเซิร์กลิ่งสี่ร้อยกว่าตัว แค่ให้เตรียมให้ลูกค้าในร้านอย่างต่ำก็หมื่นอัพแล้ว ตูจะไปเอาตั้งที่ไหนมาซื้อฟะ”
บ่นออกมาด้วยความโมโหเมื่อเห็นราคาขั้นต่ำของปืนฉีดน้ำกระบอกเล็กที่ถ้าไปซื้อข้างน้ำล่ะก็ แพงสุดก็แค่ห้าสิบบาทเท่านั้น
“นี่ซิสเตม ราคามันแพงไปปะ โกงกันขนาดนี้ต้องแจ้งสคป. ไหมอะ ตูจะแจ้ง!!” มินกล่าว
[สินค้าทุกชิ้นในไอเทอมช็อปของซิสเตมรับประกันคุณภาพกับราคาที่เหมาะสม]
เมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะเบะปากอย่างรำคาญพลางคิดในใจ ‘ราคาเหมาะสมกับผีบ้านเอ็งสิ!’
“ทีงี้เอาไงดีล่ะเนี่ย เงินก็ไม่มีอะไรก็ไม่มี” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“หรือจะเก็บเงินให้ถึงวันที่ห้าดีแล้วค่อยทำหลังจากฝึกกับเรนะเสร็จ อย่างน้อยๆ ตอนนั้นเงินของเราก็คงถึงปริมาณหมื่นต้นๆ” วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายออกมาด้วยเสียงอันเคร่งเครียด
“โว้ย!!” สบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อคิดไม่ออกว่าตนจะหาทางสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลในธีมสงกรานต์ยังไงด้วยเงินอันน้อยนิด
“พี่มินเป็นไรอะ”
บอยที่เพิ่งจะเดินเข้ามาร้านถามขึ้นเมื่อเห็นภาพของชายผู้เป็นเจ้าของดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งนี้กำลังใช้มือทั้งสองข้างยีหัวตัวเองจนยุ่งเหยิง
มินรีบหันไปโบกมือไปมาเป็นเชิงว่าไม่ได้เป็นอะไรทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขายังนั่งอยู่ในสตูดิโอของตน
บอยที่เห็นดังนั้นก็พลันเลิกสนใจเขาและเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ซึ่งมีมายยืนรับลูกค้าอยู่เพื่อทำการจ่ายเงินเข้าดันเจี้ยน
“เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาพร้อมกับทำใจปลงในตอนนี้
“เออว่าแต่ฉันมีเรื่องสงสัยน่ะซิสเตม” ถามขึ้นเมื่อนึกบางสิ่งขึ้นได้หลังจากก่อนหน้านี้ที่คิดถึงเซิร์กลิ่งขึ้นมาในหัว
[ซิสเตมกำลังรอคำถามจากยูสเซอร์อยู่]
ไม่รอช้า เมื่อได้ยินดังขึ้นเขาจึงถามคำถามที่สงสัยขึ้นในใจทันที ‘ทำไมพวกเซิร์กไม่ให้พลังชีวิตกับฉันอะ ไม่ใช่พวกถ้าเราฆ่ามอนสเตอร์แล้วจะได้พลังชีวิตหรอกเหรอ’
[โดยปกติแล้วใช่]
คิ้วขมวดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบที่ดังขึ้นในใจ ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ อดไม่ได้ที่จะถามต่อ “ฮะ ปกติ? แสดงว่าแบบนี้ไม่ปกติอะดิ แล้วมันไม่ปกติยังไง”
[ในตอนที่ยูสเซอร์กำจัดเหล่าเซิร์กนั้น ซิสเตมได้ทำการจับเซิร์กที่โดนยูสเซอร์ฆ่าไปด้วย]
[ยูสเซอร์ไม่ได้ทำการฆ่าพวกเซิร์กจริงๆ]
[เลยทำให้ยูสเซอร์ไม่ได้พลังชีวิตจากเซิร์กทั้งหมด]
ร้องอ๋อออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของซิสเตม ก่อนจะเอ่ยกับตัวเอง “อ่า ถึงว่าล่ะว่าทำไมทั้งที่ฉันไม่ได้แตะตัวเซิร์กเลย ตอนเงื่อนไขสำเร็จถึงมีจำนวนเซิร์กในครอบครองได้”
หลังจากจบประโยคที่ตนพูด ชายหนุ่มก็เอนตัวพิงโซฟาที่ตนกำลังนั่งอยู่ก่อนจะมองไปยังโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ที่ฝาผนัง
“ตอนนี้ชิลๆ ไปก่อนละกัน ยังมีเวลาอีกตั้งหลายวัน” เขาคิดในใจ
และเวลาก็ผ่านล่วงเลยไปจนเข้าคืนวันที่ห้าซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่มินจะต้องสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลขึ้นมา
หลังจากล็อกประตูกระจกใสและโบกมือลาลูกค้าที่น่ารักของเขาแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเข้าดันเจี้ยนโรงฝึกเพื่อเข้าไปฝึกกับเรนะทันที
และหลังที่เขาฝึกเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็ออกมานั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิมที่เป็นที่นั่งประจำของเขาด้วยการทิ้งตัวลงพิงพนักพิงของโซฟาสุดแรงพร้อมกับเผยสีหน้าเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เอาไงดีวะ” ถามกับตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลายวันมานี้เขาเฝ้าภาวนาให้วันนี้มาถึงช้าที่สุด เฝ้าภาวนาให้วันเพิ่มขึ้นเพื่อที่เขาจะได้เงินจากกำไรมาเก็บเอาเยอะๆ และเอามาซื้อของสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลได้
แต่ความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย เขาไม่ใช่พระเจ้าที่จะทำให้เวลาเดินช้าลงหรือสร้างปาฏิหาริย์เพิ่มวันได้
ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของสัปดาห์นี้แล้วก็ไม่ทราบ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งโบกไปกลางอากาศเพื่อเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมใสออกมา
เพราะไม่ได้มีลูกค้าแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ของตนเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา เขาสามารถเรียกมันขึ้นมากลางอากาศได้เลยด้วยอำนาจของซิสเตม
“ของอะไรที่พอจะซื้อเอามาใส่ดันเจี้ยนได้มั้งวะ” จับคางตัวเองพลางทำท่าครุ่นคิดพร้อมกับเลื่อนดูรายการสินค้าต่างๆ ในไอเทมช็อป
“สงกรานต์นอกจากเล่นน้ำแล้วมีอะไรน่าสนใจอีกไหมนะ ดำหัวก็ไม่น่าทำให้ลูกค้าสนใจหรือจะขนทรายสร้างเจดีย์ดี อันนี้ถ้าสร้างเนื้อเรื่องดีๆ ก็น่าจะไหว้นะแต่ประเด็นคือจะใช้เนื้อเรื่องยังไง” ร่ายออกมายาวเหยียดโดยไม่สนใจหญิงสาวที่กำลังเดินมาหาเขา
มายมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะมองไปยังหน้าจอที่ปรากฏหน้าต่างของไอเทมช็อป
“ลดสเกลของเนื้อเรื่องที่นายคิดไว้ก็ได้นะ” เธอกล่าว
“ทำงั้นไม่ได้สิ ถ้าทำงั้นคงไม่มีอะไรน่าดึงดูด” ชายหนุ่มตอบ
เมื่อได้ยินมินพูดแบบนั้น หญิงสาวก็ยักไหล่และจะเลิกสนใจสีหน้าอันเคร่งเครียดของมิน
“ตามใจ ฉันไปนอนละ อย่าลืมสร้างดันเจี้ยนให้เสร็จภายในคืนนี้นะ” หญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวกล่าวก่อนจะก้าวเท่าเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย
“ยัยผู้ช่วยอู้งาน มาแนะนำอะไรนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็หนีไปนอน” พูดขึ้นหลังจากที่เห็นแผ่นหลังหายไปแล้ว
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เลื่อนหน้าจอขึ้นลงอยู่พักใหญ่เพื่อหาไอเทมที่ราคาถูกและเข้ากับธีมสงกรานต์แต่ของเหล่านั้นก็ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเขาได้
และในขณะที่กำลังรู้สึกวิตกกังวลที่ตนจะไม่สามารถทำเงื่อนไขที่สองในการสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลได้อยู่นั้นเอง เสียงหุ่นยนต์ก็พลันดังขึ้นในหัวของเขา
[จะกังวลไปทำไมในเมื่อยูสเซอร์มีซิสเตมอยู่]
[ท่านสามารถผ่านเงื่อนไขที่สองของมิชชันเลื่อนระดับได้อย่างง่ายดายของยูสเซอร์ตอบรับข้อเสนอด้านล่าง]
[หากยูสเซอร์มอบกำไรห้าเปอร์เซ็นต์จากดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้กับซิสเตม]
[ยูสเซอร์สามารถใช้ไอเทมชิ้นใดก็ตามจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการโดยซิสเตมจะเป็นคนออกให้เอง]
[อีกทั้งยูสเซอร์ยังจะได้รับการปลดล็อกฟังก์ชันของดันเจี้ยนสตูดิโอระดับสองชั่วคราวในการสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลอีก]
[ฟังก์ชันที่สามารถปลดล็อกชั่วคราวได้ได้แก่]
[หนึ่ง: ปลดล็อกสินค้าในไอเทมประเภทฟาซิลิตี้อย่างเช่นตึกและสิ่งก่อสร้างรูปทรงต่างๆ]
[สอง: ปลดล็อกดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์ระดับสองซึ่งมีคุณสมบัติคือ - ดันเจี้ยนรวม โดยสามารถบรรจุเพลเยอร์ที่เดียวได้ครั้งละพันคนต่อเซิร์ฟเวอร์]
[สาม: ปลดล็อกฟังก์ชันทางเข้าลัดชั่วคราวเพื่อลดปริมาณของเพลเยอร์ที่ต้องต่อคิวเข้าดันเจี้ยนในออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ]
[สี่: ในระหว่างที่ออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอกำลังเปิดให้บริการดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์อยู่ ยูสเซอร์ไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งเพื่อให้เงื่อนไขในการเปิดดันเจี้ยนโรงฝึกสำเร็จ]
หลังจากได้ยินข้อเสนออันยาวเหยียดในหัว ชายหนุ่มก็พลันพูดออกมาเสียไม่ได้ “ข้อสี่มาจริงๆ ด้วยสินะ”
สาเหตุที่มินพูดประโยคดังกล่าวออกมาก็เพราะหลายวันมานี้นั้นซิสเตมมีอาการแปลกๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนเขาเริ่มสงสัย
เริ่มแรกนั้นอีกฝ่ายเสนอปลดล็อกฟังก์ชันทางเข้าลัดชั่วคราวเพื่อแลกกับกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ของดันเจี้ยนเฟสติวัลซึ่งไม่มีทางที่เขาจะยอมแลกมันอยู่แล้ว
แต่เขาไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมแพ้และไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้นเพราะหลังจากวันนั้น
ซิสเตมก็เริ่มเพื่อข้อเสนอให้เขาผ่านมิชชันในการสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลโดยมีข้อแลกเปลี่ยนเหมือนเดิมซึ่งก็คือแลกกับกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ที่เขาจะได้
เนื่องจากซิสเตมเสนอข้อเสนอมาให้เขาจนเริ่มผิดสังเกต มินจึงไม่ได้ตอบตกลงไปเพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะเพิ่มข้อเสนออีกไหม
และก็เป็นไปได้ที่ชายหนุ่มได้คาดการณ์ไว้ จากข้อเสนอเพียงสองเพิ่มเป็นสามจนมาถึงวันนี้วันสุดท้าย ยังมีข้อเสนอข้อที่สี่เพิ่มขึ้นมาอีกจนทำให้เขาเริ่มคิดว่าเหตุใดซิสเตมถึงพยายามที่จะเอากำไรห้าเปอร์เซ็นต์ของเขาจนถึงเพียงนี้
“ไม่เอาอะ” เขาปฏิเสธข้อเสนอทั้งสี่ไป
[…]
ไม่มีเสียงตอบกลับจากซิสเตมไปชั่วขณะหนึ่งจนทำให้มินประหลาดใจเล็กน้อยแต่วินาทีต่อมาเขาก็ต้องหลุดขำเมื่อเสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง
[พิเศษ: หากยูสเซอร์มอบกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ที่ท่านจะได้จากดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้ซิสเตม]
[นอกจากข้อเสนอทั้งสี่ก่อนหน้านี้แล้ว]
[ยูสเซอร์ยังจะได้รับ ‘โฮมุนครุส’ ที่ท่านสามารถออกแบบเองได้ตามต้องการอีกด้วย]
เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจทันทีเมื่อชายหนุ่มได้ยินข้อเสนอสุดพิเศษดังกล่าวโดยที่ตนไม่นึกไม่ฝันว่าซิสเตมจะจริงจังกับกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ของเขาจนสามารถเอาของเหล่านี้มาแลก
“อันสุดท้ายนี่น่าสนใจแฮะ โฮมุนครุสนี้เป็นแบบไหน แบบไหนเกมแร็คหรือแบบในฟูลเมทัล” ถามออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
[พิเศษ: หากยูสเซอร์มอบกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ที่ท่านจะได้จากดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้ซิสเตม]
[นอกจากข้อเสนอทั้งสี่ก่อนหน้านี้แล้ว]
[ยูสเซอร์ยังจะได้รับ ‘โฮมุนครุส’ ที่ท่านสามารถออกแบบเองได้ตามต้องการอีกด้วย]
ราวกับว่าอีกฝ่ายรู้สึกรำคาญที่เหมือนว่าเขาไม่ยอมฟังมันให้ดีๆ ซิสเตมจึงเริ่มบอกข้อมูลอันเดิมอีกครั้งด้วยมีการเน้นยำประโยคหนึ่งด้วยเสียงหนักๆ ว่า
[***ท่านสามารถออกแบบเองได้ตามต้องการอีกด้วย***]
“เหมือนโกรธเลยนะ” อดถามออกไปไม่ได้เมื่อรู้สึกว่าซิสเตมที่ปกติจะนิ่งๆ วันนี้กลับดูเหมือนมีความรู้สึก
[ซิสเตมแค่ต้องการให้ยูสเซอร์ได้รับข้อมูลที่แน่ชัดเท่านั้น]
กลอกตามองบนทันทีที่ได้ยินคำตอบจากเสียงหุ่นยนต์ในหัวของตน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะตอนนี้มินนั้นกำลังคิดถึงเรื่องโฮมุนครุสที่ซิสเตมเสนอมาอยู่
“ออกแบบเองได้ตามต้องการเหรอ โฮมุนครุสแบบไหนดี” เอ่ยเสียงแผ่วกับตัวเองแต่ก็ไม่วายอดรำคาญใจเมื่อเสียงของซิสเตมดังขึ้นอีกครั้ง
[ก่อนที่ยูสเซอร์จะคิดเรื่องโฮมุนครุส ซิสเตมแนะนำให้ท่านตกลงรับข้อเสนอทั้งห้าก่อน]
“ชอบขัดใจซะจริง!”
บ่นออกมาอย่างอารมณ์เสียแต่ก็ไม่วายต้องกลับมาไตร่ตรองอีกครั้งว่าจะรับข้อเสนอของอีกฝ่ายไว้ดีหรือไหม
‘ที่ซิสเตมเสนอมาทั้งหมดมันดูดีไปหมดเลย ทั้งปลดล็อกของให้ใช้ฟรี ไม่ว่าจะเป็นตึก ดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์หรือจะฟังก์ชัน รวมไปถึงโฮมุนครุสนี่ด้วย’
เพราะว่าข้อเสนอทั้งห้านั้นดีจนเกินไปจนทำให้มินรู้สึกระแวงเนื่องจากไม่รู้ถึงสาเหตุที่ซิสเตมพยายามแลกกำไรห้าเปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นเงินอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับของอย่างโฮมุนครุส
แม้มินเจ้าของร่างนี้จะแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกของผู้วิเศษแต่ของดังอย่างโฮมุนครุสนั้นก็ได้ผ่านหูของเขามาบ้าง
โฮมุนครุส สิ่งมีชีวิตเทียมที่พวกซอสเซอร์เรอร์ผู้มีระดับพลังอยู่ที่เทียร์แปดสามารถสร้างได้เท่านั้น
แม้เขาจะไม่เคยได้ยินว่ามีโฮมุนครุสรูปร่างมนุษย์ในโลกนี้ก็ตามแต่เจ้าโฮมุนครุสที่มีรูปร่างเป็นสัตว์และมอนสเตอร์นั้น เขาได้ยินมาว่าพวกมันมีความฉลาดเทียบเท่ากับมนุษย์เลยก็ว่าได้และนี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกสนใจที่อยากจะรับข้อเสนอของซิสเตม
“แต่ว่ามันน่าสงสัยจริงๆ นะว่าทำไมถึงเอาของพรรค์นี้มาแลกกับกำไรห้าเปอร์เซ็นต์”
ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังชั่งใจอยู่นั้นเอง อยู่ๆ ที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขาก็มีมนุษย์ตัวเล็กสองคนปรากฏออกมายืนอยู่ที่ไหล่ทั้งสองข้างของเขา
พวกมันมีหน้าตาเหมือนกับเขาเปี๊ยบแต่ต่างกันที่คนหนึ่งอยู่ในชุดผ้าขาวพลิ้วไสว ส่วนอีกคนนั้นอยู่ในชุดสูทและเพิ่งจะหยิบแว่นตาที่เหน็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อมาใส่
“มิน นายก็น่าจะคิดได้นะว่ามันมีอะไรทะแม่งๆ กับการกระทำของซิสเตม ถ้านายยอมรับข้อเสนอนายอาจจะขาดทุนและมาเสียใจภายหลังก็ได้นะ” ตัวเขาที่สวมชุดพลิ้วกล่าวเสียน้ำเสียงกังวล
แต่ไม่ทันทีมินจะได้ตอบกลับอีกฝ่ายไป เจ้าตัวที่ใส่สูทดำก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“เฮ้ยไอ้มิน อย่าไปฟังมัน เอ็งจะไปสนใจทำไมว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ของดีมาเสิร์ฟถึงตรงหน้า โฮมุนครุสนะ โฮมุนครุสเลยนะเว้ย ฟูลเมทัลอัลเคมิสอะ สร้างพี่สาวน้องสาวสวยๆ ให้มาเอาใจอยู่ข้างกายได้”
ตัวเขาในชุดสูทที่ยืนอยู่บนไหล่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนจะทำหน้าตาหื่นกามออกมา
เมื่อชายหนุ่มได้ยินทั้งสองพูดจบเขาก็เข้าใจทันทีว่าไอ้สองคนนี้คือจิตใต้สำนึกดีชั่วของเขาแต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ที่เขาถึงขั้นเห็นภาพหลอนว่าสองคนนี้มีตัวเขาเป็นรูปธรรมโผล่ออกมาให้ได้เห็น
“มิน อย่ายอมแพ้นะ แม้จะไม่มีเงินก็อย่ายอมแพ้ เกิดเป็นมนุษย์ต้องพยายามสิ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น นายสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัลเจ๋งๆ ด้วยเงินแค่เท่านั้นได้แน่ๆ” เขาในชุดผ้าพลิ้วสีขาวพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
‘สร้างได้บ้านเอ็งสิ!’ มินได้แต่สบถออกไปในใจเมื่อได้ยินประโยคของอีกฝ่าย
“เฮ้ยมินอย่าไปสนใจที่ไอ้หน้าจืดนั่นพูด ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นอะไร ไร้สาระ ความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามก็อยู่ที่ไหน มันจะไปสำเร็จทุกคนได้ไง ไม่ต้องไปเสี่ยงหรอก ในเมื่อมีของดีมากองตรงหน้าให้แล้ว ทำไมไม่ใช้วะมิน” ตัวเขาในชุดสูทสีดำเถียงกลับ
เมื่อได้ยินประโยคของอีกฝ่ายเขาก็อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยและเริ่มเอียนเอียงไปทางนั้น จริงอยู่ที่เขาต้องการเงินกำไรห้าเปอร์เซ็นต์จากดันเจี้ยนเฟสติวัล
แต่เขาจะได้มันก็ต่อเมื่อเขาสามารถสร้างมันได้และสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวตัดสินว่าเขาจะได้เงินเยอะเท่าไหร่ก็คือจำนวนคนเขาดันเจี้ยน
ถ้าหากเขาสร้างมันแบบลวกๆ และลูกค้าของเขาไม่สนใจล่ะก็ ชายหนุ่มคิดว่าเขาจะต้องขาดทุนแน่ๆ
แม้ในขาดทุนในที่นี้จะไม่ได้หมายถึงเสียเงินแต่เขาอาจจะทำมิชชันเลื่อนระดับสตูดิโอไม่ผ่านและต้องรอเก็บเงินให้ครบห้าหมื่นซึ่งกินเวลาไปเป็นเดือนแน่ๆ
“นายว่าใครหน้าจืด ชายชุดดำ นายอย่าทำให้มินไขว้เขวสิ ถ้ามินเลือกรับข้อเสนอของดันเจี้ยน มินจะต้องเสียใจแน่ๆ ดูก็รู้ไม่ใช่เหรอ” ตัวเขาในชุดผ้าพลิ้วพูดกับตัวเขาอีกคนที่ยืนอยู่บนไหล่อีกฟาก
“มันจะไปเสียผลประโยชน์ได้ยังไง กะอีแค่เงินห้าเปอร์เซ็นต์ เอ็งดูราคาค่าเข้าดันเจี้ยนปกติซะก่อน อย่างมากเงินค่าเข้าดันเจี้ยนเฟสติวัลก็แค่สองร้อยหรือไม่ก็สองร้อยห้าสิบ ไม่ได้กำไรเท่ากับได้โฮมุนครุสมาหรอก!” ชายชุดดำเถียง
‘ใช่ เขาเห็นด้วย’ มินคิดในใจ
และในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังพยายามตัดสินใจว่าจะเลือกอะไรดีอยู่นั้นเอง เสียงของซิสเตมก็ดังขึ้น
[ยูสเซอร์โปรดตัดสินใจภายในหนึ่งนาที หากท่านไม่รับข้อเสนอในตอนนี้ ซิสเตมจะถือว่าท่านปฏิเสธข้อเสนอจากซิสเตม]
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวมินก็กัดฟันกรอดทันทีพร้อมกับตอบอีกฝ่ายกลับไปเสียงแข็ง
“รับ!”
______________________
อ่านตอนล่วงหน้าได้ที่ : https://writer.dek-d.com/DungeonCreator/writer/view.php?id=2050019