ภายใต้แสงไฟหมอ: คำร้องที่ไม่ได้ยิน
วันจันทร์ที่โรงงาน, อาการกรดไหลย้อนทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีไฟลุกท่วมท้อง ฉันร้องขอพบหมอเพราะอาการทรมานนี้ แต่พยาบาลบอกว่าสามารถร้องขอได้เพียงอาการเดียวต่อสัปดาห์ ฉันจำเป็ต้องเลือกเน้นเื่โรคกรดไหลย้อนเป็หลัก
วันอังคาร, หลังจากถูกเรียกชื่อที่โรงงานเพื่อเตรียมไปหาหมอ, ฉันสื่อสารอาการของฉันผ่านล่าม แต่หมอเพียงแจ้งว่าฉันต้องนอนโรงพยาบาลเป็เวลาสามวันโดยห้ามรับประทานอาหาร ฉันบอกว่านั่นไม่ยุติธรรมเพราะฉัน้ายา ไม่ใช่การถูกจำกัดอาหาร! แต่ผู้ช่วยหมอแจ้งว่าฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง และความพยายามใดๆ อาจนำไปสู่การถูกขังเดี่ยว ฉันเดินออกจากห้องหมอทั้งน้ำตาแล้วก็นั่งร้องไห้ที่หน้าห้องตรวจนั้นแบบไม่อายใครเลย แล้วก็ร้องไห้อยู่ยังงั้นจนถึงที่พัก
นั่นทำให้ฉันรู้สึกถูกทอดทิ้งในห้องที่เงียบสงบและโดดเดี่ยว ไม่มีใครเข้าใจความทุกข์ทรมานของฉัน การถูกห้ามกินข้าวทำให้ฉันหิวโหยและสิ้นหวัง ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งอยู่คนเดียวในความทุกข์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ความหวังในการรักษากรดไหลย้อนกลายเป็ความทุกข์ทรมาน เมื่อไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ฉันรู้สึกว่าทุกวันที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังไปสู่ความทรมานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ท้องของฉันเริ่มแสบร้อน ฉันหิวจนทนไม่ไหว และทุกครั้งที่น้ำตาไหลเพราะความเ็ป ฉันรู้สึกถูกละทิ้งในโลกที่ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีเพื่อน ไม่มีความเมตตา และไม่มีความหวัง ถึงจะหิวแค่ไหนฉันก็มุ่งมั่นที่จะอดข้าวประท้วงเพราะฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับชีวิต
ทุกๆ วัน ในเรือนจำเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เมื่อความช่วยเหลือที่ฉันรอคอยไม่เคยมาถึง การต่อสู้กับอาการท้องเสียและความเ็ปของฉันกลายเป็การต่อสู้ที่ฉันรู้สึกแพ้ทุกขณะที่ผ่านไป.
ความทรงจำของคืนที่สาหัส ยืนหยัดเหนือความเ็ป
ในเรือนจำชั้นสองที่เงียบสนิทนั้น, ฉัน ตัดสินใจอดอาหารแปดมื้อเพื่อประท้วงการรักษาที่ขาดแคลน ใช่ค่ะเค้าไม่ได้ให้ฉันอดอาหารแต่ฉันตั้งใจที่จะอดอาหารเพื่อประท้วงหมอ แต่ละวันเ้าหน้าที่มาพร้อมกับนมถั่วเหลือง 400 แคลอรี พยายามโน้มน้าวให้ฉันทานเพื่อเพิ่มพลังงาน แต่ฉันปฏิเสธทุกครั้ง พร้อมน้ำตาลที่ไหลริน จนกระทั่งมื้อที่เก้า, ความอดทนของฉันหมดลง ฉันจำใจกินเพื่อคลายความหิว และพักผ่อนเพื่อเตรียมตัว สำหรับการต่อสู้วันรุ่งขึ้น
หลังจากทนทุกข์กับการอดอาหารยาวนานสามวัน ร่างกายของฉันก็อ่อนแรงจนทรุดโทรม แม้จะรู้สึกหมดแรง แต่ฉันก็ตระหนักดีถึงความจำเป็ที่ต้องกลับไปทำงาน การหาเงินเป็สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ฉันมีเงินเพียงพอซื้อของจำเป็และดำรงชีวิตต่อไปได้ ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ฉันจึงได้แจ้งพยาบาลั้แ่ตอนเช้าว่าฉันจำเป็ต้องพบแพทย์ เพื่อขออนุญาตให้กลับไปทำงาน เพราะหากขาดงานต่อไป ฉันจะไม่มีทางมีเงินเพียงพอที่จะซื้อของใช้ส่วนตัว ฉันต้องพยายามยืนหยัดเพื่อความอยู่รอดในวันที่ทรัพยากรขาดแคลน.
หลังจากฉันทานนมถั่วเหลืองในมื้อที่สิบแล้ว หมอก็อนุญาตให้ฉันกลับไปทำงานได้ ต่อมาเ้าหน้าที่ได้พาฉันไปสู่ห้องอาบน้ำ ซึ่งสร้างความทรมานให้ฉันมากที่สุด การที่ต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลโดยที่ไม่มีโอกาสได้อาบน้ำสักครั้ง ทำให้ฉันรู้สึกสกปรกและไม่สบายตัวอย่างมาก รอยแผลที่หนังศีรษะจากการเกาแสบและมีเืซึมออกมาจนติดที่นิ้วมือ แม้ว่าฉันจะได้ทำความสะอาดตัวเองโดยการเช็ดตัว, แปรงฟัน, และล้างหน้า แต่สิ่งเ่าั้ก็ไม่สามารถทดแทนการอาบน้ำได้จริงๆ ใน่หน้าร้อน ฉันได้รับอนุญาตให้อาบน้ำเพียงสามครั้งต่อสัปดาห์ และในหน้าหนาวเป็สองครั้ง การจำกัดการอาบน้ำนี้ได้เพิ่มความทุกข์ทรมานในชีวิตคุกของฉันอย่างไม่อาจประมาณ
ในเดือนสิงหาคม, หลังจากที่ฉันเข้ารับการฝึกอบรมสองสัปดาห์และได้ย้ายไปอยู่ในห้องรวม, ฉันเริ่มสังเกตเห็นความสงสัยในสายตาของทุกคนที่โรงงาน ทุกคนต่างถามฉันว่าทำไมป้ายชื่อของฉันถึงได้ติดสติกเกอร์สีเขียวอีกดวงั้แ่เริ่มงาน เพราะปกติแล้วสีเขียวนี้จะถูกติดให้กับนักโทษที่อยู่ในเรือนจำครบหกเดือนเท่านั้น ฉันจึงอธิบายว่าฉันได้ทำงานที่โตเกียวมาหกเดือนก่อนที่จะถูกย้ายมาที่นี่
เมื่อถูกย้ายไปอยู่ห้องรวม, ฉันประสบกับความท้าทายที่ยากกว่าที่คาดไว้มาก ไม่เพียงแต่ต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับความเป็ปรปักษ์จากนักโทษชาวญี่ปุ่นที่มีทัศนคติไม่ดีต่อฉัน ฉันเข้าใจดีว่าเ้าหน้าที่มักจะเข้าข้างคนของตัวเอง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันยอมแพ้ ฉันได้สร้างความแข็งแกร่งในตัวเองและไม่ยอมให้ใครลดทอนศักดิ์ศรีของฉันไปได้ ถึงแม้ว่าจะมีรุ่นน้องคนไทยจากห้องตรงข้ามเตือนฉันให้ใจเย็น เพราะการเข้าไปพัวพันอาจทำให้โดนลงโทษและทำให้การกลับบ้านล่าช้า แต่ฉันก็รักษาความอดทน ไม่ปล่อยให้ความไม่เป็ธรรมเ่าั้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ฉันเรียนรู้ว่าการต่อสู้ที่แท้จริงคือการรักษาความมั่นคงทางอารมณ์และการไม่ยอมให้ใครสามารถทำลายจิติญญาของตนได้.
ในวันที่ 17 ของเดือนสิงหาคม, ่บ่าย, ฉันได้รับคู่มือแพทย์จากสถานทูตไทย ที่พิมพ์เป็ภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย คู่มือนี้เป็เครื่องมือที่มีค่าในการชี้แจงอาการของฉันให้กับพยาบาลและเ้าหน้าที่ประจำโรงงานทราบอย่างชัดเจน แม้ว่าล่ามภาษาไทยจะมีบทบาทสำคัญในโรงพยาบาล แต่พวกเขาก็ไม่ได้มาทุกวัน ทำให้ฉันต้องพึ่งพาการแปลภาษาอังกฤษที่มีให้บริการอยู่เสมอ ฉันรู้สึกถูกเลือกปฏิบัติ เพราะดูเหมือนว่าทุกภาษาจะมีการให้บริการที่เท่าเทียมกัน ยกเว้นภาษาไทยที่ไม่ได้รับการเข้าถึงเท่าที่ควรในฐานะล่ามในเรือนจำ.
ในเดือนแรกที่ฉันทำงานในเรือนจำ, ฉันได้รับเงินเดือนเพียง 930 เยน จำนวนนี้ไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่เรือนจำได้จัดหาสิ่งจำเป็บางอย่างให้แก่นักโทษ สบู่ก้อนหนึ่งมีให้ใช้เป็เวลาหนึ่งเดือน, ยาสระผมขวดหนึ่งต่อเดือน, ครีม Nivea หลอดเล็กใช้ได้สามเดือน, และหวี และกิ๊บหนีบผมมีให้ยืม รองเท้าและเสื้อผ้าก็ได้รับจัดหาให้ยืม, รวมถึงผ้าอนามัยที่ให้เดือนละหนึ่งห่อ แต่หากไม่เพียงพอก็สามารถขอเบิกเพิ่มได้ ยาสีฟันหนึ่งหลอดใช้ได้สามเดือน, และแปรงสีฟันเปลี่ยนได้เดือนละครั้ง ทิชชู่มีให้ใช้วันละ 30 แผ่น, หากใช้มากกว่านั้นก็ต้องขอเบิกเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม, ความเศร้าและความผิดหวังเกิดขึ้นเมื่อฉันรู้ว่าเงินที่ฉันสมควรได้รับคืนจากศุลกากรยังไม่ถูกส่งมา ทุกคนในเรือนจำบอกว่าพวกเขาได้รับเงินคืนหมดแล้วหลังจากที่ศาลตัดสิน แต่เงินของฉันล่ะ? ไม่มีคำตอบจากเ้าหน้าที่ และฉันรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เงินที่ศาลไม่ได้ยึดเป็เงินที่ฉันแลกเป็ดอลลาร์สหรัฐมาจากประเทศไทย
ฉันรู้สึกโง่มากที่หลงรักผู้ชายคนนั้นและไม่ได้รับอะไรเลยจากเขา ฉันต้องคอยบอกตัวเองว่าพระเ้าคงมีเหตุผลที่ทำให้ฉันมาที่นี่ และฉันเชื่อว่าพระเ้ายังรักฉัน ถ้าฉันไม่ได้มาญี่ปุ่น ฉันอาจจะตายไปแล้วเพราะผู้ชายคนนั้นบีบบังคับให้ฉันไปประเทศมาเลเซีย.
ความทรงจำของคืนที่เ็ปนั้นยังคงตราตรึงในใจฉันไม่เสื่อมคลาย ฉันเคยบอกเขาว่าอยากไปชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ผู้ชายคนนั้นกลับบอกว่าเราควรไปมาเลเซียเพราะเขามีเพื่อนที่นั่นที่จะไปรับเราที่สนามบิน ฉันต่อว่าเขาว่าทำไมต้องเป็มาเลเซียที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น สุดท้ายเขาก็ยืนยันว่าเพื่อนของเขาที่กวางโจจะช่วยจองตั๋วเครื่องบินให้เรา
ทุกครั้งที่คิดถึงคำพูดนั้น มันทำให้หัวใจฉันแสบร้อน ทำให้ฉันเ็ปลึกๆ ทุกคืนฉันกอดหมอนที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา นอนไม่หลับ และตื่นนอนแต่ละคืนฉันนอนได้เพียงสามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น ฉันจำได้ว่าในวันแรกที่ฉันย้ายเข้าห้องรวม ฉันไม่ได้หลับตลอดทั้งคืนและมันเป็เช่นนั้นอยู่หลายวันจนกระทั่งฉันหมดแรงและหลับไม่รู้เื่ ฉันกรนจนเพื่อนร่วมห้องต้องมาบ่น ชีวิตในเรือนจำนี้ช่างเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเ็ปที่สะสมมาไม่รู้จบ.
หางกะทิในเงื้อมมือกฎหมาย
ในวันสุดท้ายก่อนที่ฉันจะออกจากฮ่องกงไปยังประเทศญี่ปุ่น, ผู้ชายคนนั้นได้เข้ามาหาฉันในห้อง พร้อมกับคำพูดเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าฉันควรจะรู้สึกขอบคุณเขาที่ช่วยจัดการให้ฉันได้มายังญี่ปุ่น คำพูดของเขาว่า “ขอให้สนุก” ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหว แต่ฉันไม่มีความมั่นใจเพียงพอที่จะเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเอง เขายังบอกต่อว่าเขากำลังจะออกจากฮ่องกงไปทำวีซ่าที่ต่างประเทศ ฉันสังเกตเห็นว่าเขาไม่เคยยกหน้าขึ้นมามองฉันเลยสักครั้งในระหว่างการสนทนานั้น
ในขณะเดียวกัน, ฉันกำลังเผชิญหน้ากับการถูกอัยการกล่าวหาว่าเป็หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดที่ได้รับผลประโยชน์จากมัน ฉันรู้สึกท้อแท้เพราะความจริงคือฉันไม่เคยได้รับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ จากการกระทำดังกล่าว—สิ่งที่ฉันได้มาเพียงอย่างเดียวคือตั๋วเครื่องบินมาญี่ปุ่น การมาที่นี่ของฉันเพื่อชื่นชมดอกซากุระบานเป็เพียงความปรารถนาส่วนตัว ฉันหวังเพียงว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่นำพาฉันไปสู่ความหายนะที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้.
ฉันยังจำได้วันนั้นที่ทนายมาหาฉันที่ตำรวจพร้อมกับล่ามภาษาไทยเป็คนญี่ปุ่น. ทนายบอกฉันว่ายาเสพติด 840 กว่ากรัมที่ศาลนำเสนอไม่เข้มข้นนัก—เปรียบเสมือนกะทิที่ไม่ใช่หัวกะทิ. ฉันถามทนายว่าหมายความว่าอาจมีส่วนผสมอื่นที่เจือจางมันลงหรือ? ฉันจึงขอให้ทนายขออนุญาตไปตรวจสอบหาสารเสพติดของแท้ก่อนที่จะลงโทษฉัน.
ไม่นานหลังจากนั้น, ทนายก็ยืนยันกับฉันว่าตามกฎหมายของญี่ปุ่น, การตรวจสอบสารเสพติดอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสารบริสุทธิ์ไม่ได้รับการสนับสนุน. กฎหมายบังคับให้พิจารณาจากปริมาณที่พบเท่านั้น, ไม่ว่าจะมีสารอื่นผสมอยู่หรือไม่. ความจริงนี้ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจอย่างมาก—หากในยาเสพติดที่ถูกกล่าวหานั้นมีเบกกิ้งโซดา 300 กรัม, มันหมายความว่าฉันจะต้องรับโทษสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่ยาเสพติดอย่างแท้จริง. นี่คือความไม่ยุติธรรมที่ฉันต้องเผชิญ, ต้องติดคุกเพราะเบกกิ้งโซดาภายใต้น้ำหนักของข้อกล่าวหาทั้งหมด 840 กว่ากรัม.
การเปิดเผยทุกอย่างดูเหมือนจะไม่ส่งผลใดๆ ผู้ชายคนนั้นกำลังจะออกจากฮ่องกงและไม่ว่าฉันจะพูดอะไรดูเหมือน ตำรวจจะไม่สามารถตามจับเขาได้ ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ ฉันตัดสินใจเงียบพูดกับตำรวจให้น้อยที่สุดพูดมากไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพื่อปกป้องตัวเองและอนาคตของลูก แม้ว่าฉันจะรู้สึกโดดเดี่ยวในการต่อสู้นี้ แต่ฉันก็ยังรู้สึกภูมิใจในความกล้าหาญของตัวเองที่ยังคงยืนหยัดและเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไรก็ตาม.