ร่างกายของเด็กหนุ่มกระตุกแรงจนกระดูกแทบแตก เสียงเืสูบฉีดดังอื้ออึงในหัว ทุกเส้นประสาทส่งสัญญาณเ็ปราวไฟลวก เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะะเิออกมาในวินาทีนั้น
และแล้ว
ปัง!
เสียงเหมือนบางสิ่งแตกหักดังลั่นภายในร่าง ความร้อนที่หมุนวนพลันสลาย เหลือเพียงความหนาวเย็นวูบไหวไหลย้อนกลับทั่วร่างกาย
เด็กหนุ่มทรุดลงไปกองบนพื้น เทียนไขดับสนิท ควันจางๆ ลอยขึ้นเหมือนเย้ยหยันความพยายามอันโง่เขลา
“แค่ครั้งเดียว...เกือบเอาชีวิตไม่รอด...”
เขาไอเป็เื ร่างกายสั่นระริก ลมหายใจติดขัดราวกับปอดจะหยุดทำงาน เขาแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะขยับนิ้วมือ ความกลัวกลับมาหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมไม่ใช่เพราะเสียงคำรามนอกห้อง
แต่เพราะเขารู้แล้วว่า ความตาย ไม่ได้มาจากสัตว์ประหลาดข้างนอกเท่านั้น แต่มันซ่อนอยู่ในความทะเยอทะยานของเขาเอง
เวลาผ่านไปไม่รู้กี่นาที เขากลับมานอนหงาย สายตาจ้องเพดานมืดสนิท ความคิดอื้ออึงในหัว
“ข้าบ่มเพาะตามขั้นตอนในหนังสือ ทำไมมันถึงเกือบฆ่าข้า?”
“หรือขั้นตอนนั้นไม่สมบูรณ์?”
“หรือร่างกายข้าไม่เหมาะสม?”
“ไม่… ข้าไม่มีสิทธิ์พึ่งคำสอนที่ไม่รู้แหล่งที่มาอีกแล้ว”
เขากำหมัดแน่น แม้เจ็บจนแทบร้อง แต่สายตากลับเริ่มนิ่งขึ้น — เป็ครั้งแรกที่ความใจร้อนถูกบีบให้สงบด้วยภัยแห่งความตาย
“ข้ามีแค่ชีวิตเดียว… ถ้าพลาดอีกครั้ง ไม่มีโอกาสแก้ตัว”
“ถ้าจะเดินบนเส้นทางบ่มเพาะ…ข้าต้องสร้างมันด้วยมือของข้าเอง”
เด็กหนุ่มยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หยิบเศษกระดาษสีน้ำเงินขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มองด้วยความหวัง หากแต่มองด้วยสายตาของผู้ที่พร้อมจะแกะรอย หาข้อผิดพลาดทุกตัวอักษร
“ทุกถ้อยคำ ทุกสัญลักษณ์ ต้องเข้าใจให้ทะลุ… ไม่ใช่แค่จำแล้วทำตาม”
“ก่อนบ่มเพาะ ข้าต้องรู้ร่างกายตัวเองให้ชัด ต้องเข้าใจว่าพลังนั้นคืออะไร ไหลจากไหน ไปที่ใด”
“ข้าจะไม่ยอมเป็แค่ผู้ตามที่ตายไปพร้อมความเขลา”
เสียงคำรามนอกห้องยังดังอยู่ แต่ตอนนี้ในหัวใจของเด็กหนุ่มกลับเงียบสงัด ราวกับหุบเหวที่มืดสนิท แต่มีประกายไฟเล็กๆ เริ่มจุดขึ้นในก้นบึ้ง
เขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด ไม่รู้ว่าความพยายามจะล้มเหลวอีกกี่ครั้ง
แต่เขารู้แล้วว่า เส้นทางบ่มเพาะที่แท้จริง… ต้องถูกสร้าง ไม่ใช่ลอกเลียน