อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 76

                   เมื่อเป็นเช่นนี้แม่รูปจันทร์จึงไม่ยอมและขังตัวเองพร้อมกับอดข้าวประท้วงคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลอยู่ในห้องนอนของเธอและความลับอันเป็นที่สุดที่แม่รูปจันทร์มิได้บอกใครนั่นคือแม่รูปจันทร์แอบเลี้ยงผีมอญซึ่งอยู่ในตะกร้าอันเล็กแม่รูปจันทร์ได้มาจากคนแก่คนหนึ่งเมื่อครั้งไปเที่ยวงานวัดผีมอญตนนี้คอยช่วยเหลือแม่รูปจันทร์เรื่องการเป็นนางรำ โดยทำให้แม่รูปจันทร์มีเสน่ห์แพรวพรายกว่านางละครทั่วไป

                    แม่รูปจันทร์กักขังตัวเองอยู่ในห้องนอนแต่แม่รูปจันทร์ก็หาได้อยู่ในห้องตลอดเวลาไม่ หญิงสาวแอบลอบออกจากเรือนไปหาแม่เขียนปรากฏว่าแม่รูปจันทร์ไปเห็นแม่เขียนกำลังสวมบทบาทนางละครตัวนางอันเป็นบทนำซึ่งอันที่จริงบทนี้จะต้องเป็นของแม่รูปจันทร์

                   แม่เขียนแสดงบทบาทได้อ่อนช้อยน่าเอ็นดูซึ่งอันที่จริงแม่เขียนไม่น่าทำได้แต่เพราะแม่เขียนอยากแสดงฝีมือการรำต่อหน้าพระพักตร์ของเจ้านายซึ่งเป็นเจ้าของตำหนักที่แม่เขียนฝากตัวเป็นข้าหลวงพร้อมกับแม่รูปจันทร์แม่เขียนจึงซุ่มซ้อมรำคนเดียวบ่อยๆ ในช่วงที่ทุกคนพักผ่อนหลับนอนกันหมดแล้ว

                    ความพยายามของแม่เขียนครั้งนี้ก็ไม่ได้สูญเปล่าแต่อย่างใดปรากฏว่าเจ้านายพระองค์นั้นทรงโปรดการแสดงของแม่เขียนยิ่งนักถึงกับบำเหน็จรางวัลให้อย่างงามพร้อมทั้งรับสั่งให้แม่เขียนรับบทนำประจำตำหนักแห่งนี้จนกว่าจะมีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลง

                   เมื่อแม่รูปจันทร์ได้ยินดังนั้นก็แทนที่จะแสดงความยินดีกับแม่เขียนคนที่ตัวเองเข้าใจว่ารักแต่เปล่าเลย แม่รูปจันทร์ยืนนิ่งกำมือแน่นน้ำตาไหลริน แม่เขียนได้ดีกว่าทุกอย่างทั้งคนรัก ทั้งงานละครทั้งพระองค์หญิงยังทรงโปรดการแสดงอีกด้วย แล้วเธอเล่าเธอต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างนั้นหรือนั่นคือสิ่งที่แม่รูปจันทร์ไม่ได้รู้ใจตัวเองเลยว่า

                   แท้จริงแล้ว หล่อนไม่ได้รักแม่เขียนแบบคนรักแต่หล่อนรักแม่เขียนแบบต้องการครอบครอง เมื่อผู้ครอบครองน้อยหน้ากว่าผู้อยู่ในปกครอง มันก็ย่อมต้องเสียหน้าเป็นธรรมดาแม่รูปจันทร์เพียงแต่หวงมิอยากให้แม่เขียนไปอยู่นอกปกครองของตนด้วยความที่ถ้าเทียบกับยุคปัจจุบันแม่รูปจันทร์กับแม่เขียนก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นด้วยกันทั้งคู่ดังนั้นก็ย่อมมีความรู้สึก รักแรง เกลียดแรง หวงเพื่อนไม่อยากให้เพื่อนไปคุยไปคบหากับใคร คล้ายๆกับว่าตัวเองกำลังจะเสียของรักของเล่นชิ้นสำคัญไป

                   แม่รูปจันทร์ยืนมองเหตุการณ์เบื้องหน้า จนกระทั่งเวลาผ่านเข้าสู่ช่วงค่ำแม่เขียนเตรียมจะเข้านอน แม่รูปจันทร์ก็เข้ามาหาแม่เขียนในห้องก่อนจะสารภาพรักกับแม่เขียน นั่นทำให้แม่เขียนตกใจยิ่งนักและบอกว่าหล่อนมิได้ชอบพอแม่รูปจันทร์ฉันท์ชู้สาวหากแต่ว่าเห็นเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง ซึ่งแม่เขียนยังยืนยันหนักแน่นอีกด้วยว่าหล่อนรักขุนตรีเทศทั้งยังย้ำว่าวันแต่งงานแม่เขียนอยากให้แม่รูปจันทร์มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้หล่อนอีกด้วย

                   แม่เขียนไม่รู้ตัวเลยว่าคำกล่าวพวกนั้นจะนำพาเธอไปสู่หายนะแห่งความตาย!!แม่รูปจันทร์มองหน้าแม่เขียนนิ่งไร้ความรู้สึกก่อนจะค่อยๆ เดินออกไปแม่เขียนก็คิดว่าแม่รูปจันทร์คงเข้าใจที่ตนพูด จึงไม่ได้คิดอะไรแต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่

                     แม่รูปจันทร์ตัดสินใจเอามีดมากรีดที่แขนของตัวเองให้ผีมอญได้ดื่มเลือดสดๆจากเธอ จากนั้นก็ออกคำสั่งให้ผีมอญไปฆ่าขุนตรีเทศ และเพียงไม่กี่วันข่าวการจมน้ำตายของขุนตรีเทศก็กระฉ่อนไปทั้งบางขณะเดียวกันแม่เขียนที่อยู่ในตำหนักเมื่อรู้ข่าวการตายของว่าที่สามีหญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไปในทันทีแต่ทว่า เมื่อฟื้นขึ้นมาแม่เขียนก็เดินตัวแข็งทื่อเข้าห้องนอนเพราะผีมอญของแม่รูปจันทร์เข้าสิงร่างจากนั้นแม่เขียนก็ได้หยิบยาพิษที่แม่รูปจันทร์นำมาซ่อนเอาไว้ก่อนแล้วกรอกเข้าปากตนจนกระทั่งแม่เขียนสิ้นใจตายไปในที่สุด

                   เวลาผ่านไปไม่นานแม่รูปจันทร์ก็ตัดสินใจรับหมั้นหมื่นตรีทบน้องชายของขุนตรีเทศท่ามกลางความงุนงงของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลแม่รูปจันทร์มิได้อนาทรร้อนใจกับการจากไปของคนทั้งสอง นอกจากกล่าวเพียงสั้นๆ

                   “ฉิบหายกันให้หมด!กูจะได้เจริญรุ่งเรืองแต่ผู้เดียว!” แต่ทว่า..คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลกลับนำข่าวมาแจ้งแก่แม่รูปจันทร์ว่าหมื่นตรีทบขอยกเลิกงานหมั้นและการแต่งงานทั้งหมดเนื่องจากทางนั้นฝันว่าขุนตรีเทศมาห้ามมิให้น้องชายตนเองมาแต่งงานกับแม่รูปจันทร์ทั้งยังบอกอีกด้วยว่ารูปจันทร์คือคนที่ฆ่าเขาและแม่เขียนซึ่งถ้าจะหาหลักฐานก็ไม่ยาก ซองยาพิษยังอยู่ในห้องของแม่เขียน

                   แม่รูปจันทร์ได้ยินถึงกับถลึงตาใส่พ่อของตนราวกับคนบ้าก่อนจะถามซ้ำๆจนในที่สุดก็เผลอพูดเรื่องผีมอญออกมา นั่นทำให้คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลโมโหเป็นอย่างยิ่งเข้าไปขว้างปาตะกร้าที่ใส่ผีมอญจนกระเด็นกระจายไปทั่วห้องเมื่อแม่รูปจันทร์เห็นดังนั้นก็เกิดสติขาดผึงที่ผู้เป็นพ่อบังอาจรุกล้ำเรื่องส่วนตัวและยังทำลายข้าวของของเธออีกด้วย

                    ท้ายที่สุดแม่รูปจันทร์ก็สติขาดผึงสิ่งที่หวังไว้ไม่เป็นอย่างที่หวัง แม่รูปจันทร์เริ่มคุ้มคลั่งทุบกระจกจนแตกแล้วกำกระจกแตกพวกนั้นเข้าทำร้ายคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลไม่ทำร้ายลูกสาวคนเดียวของตัวเอง คุณหลวงรีบหนีกระเจิงออกจากบ้านไปแต่แม่รูปจันทร์ดูท่าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนางรำก็ไม่ได้เป็นผู้นำเนื่องจากมีข้าหลวงจากทางเหนือสมัครเข้ามาและมีความสามารถมากกว่าแม่เขียนและแม่รูปจันทร์ยิ่งนักแม้แต่คนที่เธอคิดว่าจะต้องอยู่กับเธอไปตลอดอย่างแม่เขียนก็ต้องตายจากไป

                    เมื่อคิดได้เช่นนั้นแม่รูปจันทร์ก็นั่งนิ่งน้ำตารินก่อนจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดรำที่ตนเคยใส่รำต่อหน้าทุกคนและได้รับคำชมมากมาย จากนั้นแม่รูปจันทร์ก็ใช้เศษกระจกที่ทุบแตกกับมือกรีดลงไปตามเนื้อตามตัวของตัวเองจนเลือดไหลรินไม่หยุดในที่สุดแม่รูปจันทร์ก็ถึงแก่ความตาย

                    แต่ทว่าความเลวร้ายที่มีอยู่ในกมลสันดานของแม่รูปจันทร์ก็ยังมิหยุดเพียงแค่นั้นเพราะว่าแม่รูปจันทร์เมื่อตายไปแล้วก็เป็นวิญญาณที่มีแต่ความอาฆาตแค้นและหวงเรือนอันเป็นที่อยู่ของตนในวาระสุดท้ายอย่างถึงที่สุดทางด้านคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลเมื่อทราบว่าบุตรสาวของตนได้ตายจากไปแล้วก็เสียใจอย่างสุดซึ้งจึงกลับมาที่เรือนเพื่อจัดการกับศพของบุตรสาวตนเอง

                    แต่หลังจากงานศพของแม่รูปจันทร์คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลกลับล้มป่วยลงและการล้มป่วยในครั้งนี้ก็มีแม่รูปจันทร์เป็นเหตุด้วยความที่แม่รูปจันทร์เคยดูแลเลี้ยงดูผีมอญแต่เมื่อแม่รูปจันทร์ตายไปก็ไม่ได้ดูแลผีมอญอีก จึงทำให้ผีมอญตนหิวและกินเลือดของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลทีละนิดทีละนิด จนเป็นเหตุให้คุณหลวงล้มป่วยและป่วยหนักขึ้นทุกวัน ทุกวัน..

     

                   นั่นก็เพราะผีแม่รูปจันทร์ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูอนุญาตให้ผีมอญจัดการพ่อของตนได้อย่างที่อยากจะทำเพราะถ้าผีแม่รูปจันทร์ไม่อนุญาตผีมอญ ผีมอญตนนั้นมันก็จะหันมากินวิญญาณของแม่รูปจันทร์ซึ่งก็จะทำให้วิญญาณของแม่รูปจันทร์สลายย่อยยับหาที่เกิดไม่ได้นอกจากจะเป็นสัตว์เดรัจฉานชั่วกาลนานเมื่อเป็นเช่นนี้ ผีแม่รูปจันทร์ก็ไม่มีทางเลือก

                    จึงเป็นเหตุให้ผีมอญกินเลือดและเครื่องในตับไตไส้พุงของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลจนสิ้นและแม่รูปจันทร์ก็ได้ขังวิญญาณของคุณหลวงเอาไว้ในห้องที่มีผีมอญตนนั้นอาศัยอยู่ด้วยโดยผีมอญก็ได้บังคับให้วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลเป็นทาสรับใช้ของมันแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปคาถากักขังผีมอญก็เสื่อมทำให้ผีมอญกลายเป็นวิญญาณหิวโซติดตะกร้าไม่ต่างจากวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลที่ถูกกักขังอยู่ในห้องไม่สามารถไปไหนได้เพราะมีอำนาจความเฮี้ยนของผีแม่รูปจันทร์คุมเอาไว้

                    นั่นคือเรื่องราวที่ผีแม่รูปจันทร์ซ่อนเอาไว้ในห้องที่ถูกปิดมานานแต่กระนั้นเรื่องราวต่างๆที่ถูกปิดบังไว้ก็ไม่สามารถเล็ดลอดสายญาณอันเข้มขลังของอลินตาไปได้อลินตารับรู้เรื่องราวทั้งหมดด้วยความรังเกียจในตัวแม่รูปจันทร์ยิ่งนัก หญิงสาวเอ่ยสียงดุ

                   “แม่รูปจันทร์! นี่หล่อนฆ่าพ่อแท้ๆ ของตัวเองเลยเหรอ?!” 

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน