บทที่ 106
เรื่องที่ดิน
“ คือว่าที่ข้าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เป็นเพราะว่าได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของท่าน ” ชายวัยสามสิบปีอยู่เบื้องหน้าเริ่มพูด
ซูฉีแสดงแววตาจริงจัง เมื่อคนพวกนี้กล่าวถึงเจตนาของตนที่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
“ ที่ดินของข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ” แม้ว่าจะไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัด แต่ว่าการที่คนพวกนี้เกิดถึงที่ดินของนาง แสดงว่าต้องมีบางอย่างอย่างแน่นอน
มู่เฉียวแสดงใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่เขาจะเริ่มพูดออกมา “ ใช่แล้วขอรับค่าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ เพราะว่าที่ดินของท่าน ”
“ ท่านเดินทางมาเพราะที่ดินของข้าด้วยเหตุอันใด? ”
“ ข้าอาศัยอยู่ที่เมืองข้างๆห่างออกไปประมาณสองเมือง ”
“ เมื่อหลายวันก่อนมีพ่อค้าจากเมืองแห่งนี้เดินทางไปที่เมืองของข้า ”
“ ข้าได้ยินพวกเขาพูดเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของท่าน ที่เป็นที่ดินที่สามารถเพาะปลูกพืชผักได้ ข้าเลยเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพื่อดูให้เห็นกับตาขอรับ ”
“ ในยามนี้ข้าได้มองเห็นที่ดินของท่านแล้วมันช่างน่าตกตะลึง มันสามารถเพาะปลูกพืชผักได้จริงๆ ” มู่เฉียวกล่าวด้วยแววตาเปล่งประกาย
คนผู้นี้ดูเหมือนจะทึ่งกับการที่นางสามารถเพาะปลูกผักได้เป็นอย่างมาก นางเองก็สงสัยเหตุใดคนพวกนี้จึงแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
อันที่จริงแล้วซูฉีไม่ได้รู้จักอันใดกับคนผู้นี้เลย พบเจอครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเท่านั้น
“ เหตุใดจึงแสดงท่าทางตกตะลึงเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ? ”
“ ก็น่าตกตะลึงจริงๆนะขอรับ เดือนที่แล้วท่านเองก็น่าจะรู้ดี ว่าเมืองที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ไม่ใช่มีเพียงแค่เมืองแห่งนี้เท่านั้น ”
“ อันที่จริงแล้วเมืองบริเวณรอบๆ ทางชายแดนทางทิศตะวันออกแห่งนี้ก็แทบจะไม่มีเมืองใดเพาะปลูกได้เลย ”
“ เป็นเพราะว่าที่ดินที่แห้งแล้งมาเป็นเวลานาน เลยทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชภายในสถานที่แห่งนี้ได้ ”
“ ข้าเองก็เคยมาสำรวจที่เมืองแห่งนี้แล้วหนึ่งครั้ง ”
“ แต่ว่าในยามนั้นที่เดินทางมา ข้าเองก็มองเห็นว่าเมืองแห่งนี้ก็ไม่ต่างกัน ที่ดินแทบจะทั้งหมดภายในเมืองไม่สามารถเพาะปลูกผักได้ ”
“ แต่ว่าหลังจากที่ไม่ได้เดินทางมาหลายปี เมื่อเดินทางมาอีกครั้งกับพบเจอว่าท่านกลับสามารถเพาะปลูกผักภายในสถานที่แห่งนั้นได้ ”
“ ข้าอยากจะรู้ขอรับว่าท่านทำอย่างไร ท่านถึงสามารถแปรเปลี่ยนที่ดินที่แห้งแล้งพวกนั้นกลายเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ” ชายวัยเลขสามพูดอย่างสนอกสนใจ
เขาดูสนใจเกี่ยวกับเรื่อง แปลงผักของนางเป็นอย่างมาก แต่เมื่อพูดถึงเรื่องที่ดินพวกนั้นซูฉีเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร
เพราะว่าอย่างไรเสียที่ดินผืนนั้นที่มันเปลี่ยนแปลงไปได้ มันเองก็เป็นเพราะว่าของวิเศษที่ได้รับมา
ความสามารถของนางมันไม่สามารถทำให้ที่ดินที่แห้งแล้งผืนนึงแปรเปลี่ยนกลายเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เช่นนั้นได้หรอก
ซูฉีเบนหน้าไปอีกทางนึงเพราะไม่อยากจะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ คือว่าเกี่ยวกับเรื่องนั้น… ”
“ จะพูดอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ”
“ ข้าเองก็ไม่ได้มีความสามารถมากขนาดนั้น แต่เป็นเพียงเพราะว่าโชคดีเท่านั้นเลยทำให้ที่ดินผืนนั้นอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ”
“ ว่าแต่ตัวของท่านมาพบข้าเพราะเรื่องที่ดินผืนนั้นแค่นั้นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ ถึงแม้ว่าจะตั้งคำถามมาแต่ข้าเองก็คงจะไม่มีคำตอบอะไรให้กับท่าน เพราะแบบนั้นถ้ามีเรื่องอยากจะสนทนาเพียงแค่นั้นพวกเราเองก็คงจะต้องจบบทสนทนาลงในตอนนี้ ” ซูฉีแสดงใบหน้จริงจัง
ถ้าคนผู้นี้มาเพื่อถามความลับเกี่ยวกับเรื่องการแปรเปลี่ยนที่ดิน แน่นอนว่านางคงจะไม่มีอะไรคุยกับคนพวกนี้อีกแล้ว
ซูฉีเมื่อจบบทสนทนานางรีบลุกขึ้นพร้อมกับจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง มันยกมือของตนเองขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณหนูผู้อยู่เบื้องหน้ากำลังจะลุกออกไปจากจุดนี้ “ เดี๋ยวก่อนขอรับ!!! ”
มู่เฉียวยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันกล่าวกับคุณหนูซู “ ขอกล่าวตามตรงถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบและคลั่งไคลเกี่ยวกับเรื่อง การเพาะปลูกเป็นอย่างมาก ”
“ ภายในชายแดนแห่งนี้แทบจะไม่มีเมืองใดเลยที่สามารถเพาะปลูกได้ ”
“ แต่ว่าสถานที่แห่งนี้กับสามารถเพาะปลูกได้ข้าเลยอยากจะมาทำงานกับท่าน ”
มู่เฉียวกล่าวเช่นนั้นซูฉีค่อยๆนั่งลง นางกลับมานั่งอยู่ในท่าทางสงบนิ่งเช่นเดิมมองตรงไปที่มู่เฉียว
ชายวัยเลขสามผู้นี้ ดูแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ เขากล่าวว่าอยากจะมาทำงานกับนางอย่างงั้นรึ
“ ทำงานกับข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ” ซูฉีแววตาฉงน
“ ใช่แล้วขอรับถือว่าข้ามาสมัครงานเป็นคนงานภายในสวนของท่านก็ได้ ”คนผู้นั้นยืนยันจุดประสงค์ของตน
เมื่อได้ยินเกี่ยวกับจุดประสงค์ของอีกฝ่าย ซูฉีนิ่งเงียบแล้วก็คิดไปอีกสักพักใหญ่ๆ ในขณะที่กำลังครุ่นคิดในใจ ดวงตาของซูฉีก็สังเกตผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างเป็นระยะ
‘ มันก็น่าแปลก คนพวกนี้บอกว่าอยากจะมาทำงานภายในสวนของข้า แต่ว่าคนผู้นี้ก็เป็นคนที่เดินทางมาจากต่างเมือง ’
‘ เขาบอกว่าเป็นคนที่คลั่งไคล้เกี่ยวกับเรื่องการเพาะปลูก บางทีอาจจะมีความสามารถพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้’
‘ ไม่สิจะมองถึงในเรื่องความสามารถพิเศษอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นจะต้องตรวจสอบอีกหลายๆอย่าง ’
หลังจากครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่อยู่ด้านหน้าสักพัก เดี๋ยวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่นางจะเริ่มพูด
“ ข้าเองก็มีคำถามเจ้าค่ะ ”
“ เชิญคุณหนูถามมาขอรับ ”
“ ข้ากำลังสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงเลือกเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ บริเวณใจกลางอาณาจักร ”
“ การเพาะปลูกเจริญรุ่งเรืองถ้าท่านกล่าวว่าเป็นคนที่ชื่นชอบในด้านการเพาะปลูกจริงๆ ฐานะและการแต่งตัวแบบท่านก็ดูไม่ได้ยากจนบางทีการเดินทางไปที่ใจกลางหรือไปที่เมืองที่เจริญรุ่งเรืองท่านเองอาจจะได้รู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกมากกว่านี้ก็ได้ ”
นี่คือตามความจริง ซูฉีคิดว่าภายในเมืองต่างๆที่อยู่บริเวณใจกลางของแคว้นหรือว่าอาณาจักรแห่งนี้ สถานที่พวกนั้นมีการเพาะปลูกที่เจริญรุ่งเรือง
อย่างเช่นเมืองหลวงเองก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีการเพาะปลูก เมืองหลวงสามารถผลิตผลผลิตในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมหาศาล
การเพาะปลูกภายในสถานที่แห่งนั้น มันก้าวหน้ากว่าภายในสถานที่แห่งนี้ไปมาก
ในเมื่อคนผู้นี้กล่าวว่าตนนั้นคลั่งไคล้เกี่ยวกับเรื่องการเพาะปลูก เหตุใดจึงไม่เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นกันเล่า
นางรู้สึกสงสัยในใจ จึงยิงคำถามไปกับคนผู้หนีหวังว่าจะได้คำตอบที่ตนต้องการ
มู่เฉียวสายใบน่าไปมาด้วยรอยยิ้ม “ ขอกล่าวตามตรงนะขอรับ ”
“ ข้าเองก็เคยเดินทางไปที่เมืองหลวงมา ”
“ การเพาะปลูกภายในสถานที่แห่งนั้นจริงอยู่ที่ว่ามันก้าวหน้ากว่าภายในสถานที่แห่งนี้ ”
“ แต่ล้วนแล้วถูกทำกันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ท่านลองมองดูที่ชายแดนแห่งนี้สิขอรับ ภายในชายแดนแห่งนี้ไร้ซึ่งผู้คนที่เพาะปลูก ”
“ เมืองหลวงแห่งนั้นที่สามารถเพาะปลูกได้เป็นเพราะว่าที่ดินอุดมสมบูรณ์ไม่ได้แห้งแล้งเหมือนภายในสถานที่แห่งนี้ ”
“ พวกเขาสามารถเพาะปลูกกันได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ข้าอยากจะทำคืออยากจะทำให้ที่ดินที่แห้งแล้งภายในชายแดนแห่งนี้ กลายเป็นที่ดินที่สามารถเพาะปลูกได้ต่างหาก”
“ มันคือความท้าทายใหม่ขอรับ ” มู่เฉียวใช้ชีวิตมาจนถึงเลขสาม เขาพบเจอเรื่องราวต่างๆมามากมาย
แน่นอนว่าสิ่งที่ตนเองนั้นอยากจะทำไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปที่เมืองหลวง ก็เคยเคยทำมาหมดแล้ว
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่ชายแดนแห่งนี้ เขาศึกษาแล้วก็คิดค้นมาหลายปี คิดว่าตัวเองนั้นจะสามารถชุบชีวิตที่ดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้
แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ จนเมื่อหลายวันก่อนได้ยินข่าวเกี่ยวกับที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ จึงเดินทางมามองกับตาของตนเอง
หลังจากที่เดินทางมาถึงได้มองที่ดินที่สามารถเพาะปลูกพืชผักได้ มันทำให้จิตใจของมู่เฉียวในวัยเลขสามเต้นรัว
“ ถ้าเช่นนั้นท่านมีความสามารถอันใดบ้างเจ้าคะ ”
จบบท