“ข้าขอให้ท่านโชคดีมีชีวิตรอดกลับมานะขอร้าบ ท่านเต้าหู้.. ฮ่ะๆๆๆๆ~”
.........................................................................................................................................................................................
เต้าหู้เดินกลับมาตามถนนสายเดิมเพื่อกลับไปยังรถเมล์พร้อมกับภาวนาในใจไปด้วยว่าให้มีคนขับรถและกระเป๋ารถเมล์นั้นกลับมาที่รถของตัวเองอีกรอบ
สายลมสงบไปทั่วทั้งบริเวณเช่นเคยแม้เข้าสู่่เช้าของวันใหม่….
คนตัวเล็กได้แต่ขมวดคิ้วใระคนประหลาดใจที่แถวนี้ไม่มีผู้คนออกมาใช้ชีวิตกันเลยแม้แต่คนเดียว ไม่มีรถวิ่งเข้าออกในตรอกซอกซอยนี้เลยสักคัน แถมไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นนอกจากคนอาศัยอยู่เลยสักตัวเดียวเช่นกัน
คล้ายกับเมืองร้างแต่ก็ไม่ใช่...
กึก!!!
ทันทีที่เต้าหู้เดินมาถึงจุดที่รถเมล์นั้นจอดอยู่ บรรยากาศรอบตัวก็ได้เย็นลงมากกว่าเดิมไปมากสายลมก็สงบลดฮวบลงไปจนรู้สึกใจหาย พลันหมอกหนาก็เริ่มลอยตัวขึ้นมาจากพื้นดินในลักษณะคล้ายกับเมฆสเตรตัสที่ปกคลุมอยู่เหนือยอดเขาในตอนนี้ แต่มันต่างออกไปที่หมอกหนาเ่าั้มันกำลังปกคลุมไปทั่วทั้งผืนดินที่เต้าหู้นั้นยืนอยู่จนมองไม่เห็นอะไรเลย
เต้าหู้เบิกตาโพรงหน้าเหวอใจนสุดขีดอีกครั้ง ร่างบางกำลังจะพยายามเอามือทั้งสองข้างนั้นปัดกลุ่มหมอกที่ลอยคลุ้งรอบตัวจนเผลอทำหม้อจิ้มจุ่มดินเผาที่อุ้มไว้อยู่นั้นหลุดมือตกลงพื้นจนมันแตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง
โป้ะ!!!!!!!!!!
“ใครก็ได้ช่วยด้วยยย อ๊ากกกกกกกกก!!!!! หู้อยากกลับบ้านนนนนนนน!!!”
..............................................................................................................................................................................................
“น้องๆๆ!! ตื่นได้แล้วค่ะน้อง! ตื่นๆๆ!!.. รถเมล์จะวิ่งสุดสายละนะ จะลงตรงไหนอ่ะน้องชายตื่นได้แล้ว”
“เฮือกก!!!!” เต้าหู้สะดุ้งตื่นสุดตัวก่อนจะสบตาเข้ากับหญิงสาววัยกลางคนที่เป็กระเป๋ารถเมล์ด้วยท่าทางงุนงง
“จะลงไหนน้อง..”กระเป๋ารถเมล์ถามผู้โดยสารที่ยังคงทำหน้าตาเหล่อหลาขึ้นอีกครั้งเมื่อตัวเองยังไม่ได้รับคำตอบ
เต้าหู้เกาหัวตัวเองด้วยความงุงงงพร้อมกับพยายามขยี้ตาทั้งสองข้างเพื่อปรับแสงไปด้วย ก่อนจะกวาดสายตามองดูรอบๆในขณะที่รถเมล์นั้นยังคงวิ่งบนถนนใน่ที่ตะวันนั้นเริ่มจะลาลับขอบฟ้า ซึ่งตอนนี้ยังมีผู้โดยสารหลงเหลืออยู่บนรถไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำรวมไปถึงเต้าหู้เองด้วยแล้ว
เต้าหู้บอกจุดป้ายรถเมล์ที่ตัวเองจะลง.. และโชคดีหน่อยที่จุดนั้นรถเมล์ยังไม่ได้วิ่งเลยผ่านไปอีกรอบพอดี พอคนตัวเล็กแจ้งจุดที่จะลงกับกระเป๋ารถเมล์แล้วก็กลับมานั่งสำรวจเนื้อตัวของตัวเองอยู่คนเดียวด้วยความมึนงงต่อเงียบๆ
และสิ่งที่ทำให้เต้าหู้นั้นสะดุดตาคิดว่าตัวเองนั้นฝันซ้อนฝันซ้อนฝันอีกทีนั่นก็คือ….
บนตักของเต้าหู้ได้มีชุดจิ้มจุ่มหม้อดินเผาพร้อมชุดเครื่องเคียงนั้นห่อหุ้มด้วยผ้าสีชมพูวางอยู่!!! แถมหม้อดินเผายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่ได้เเตกร้าวจากการตกลงพื้นเลยสักนิดเดียว!!!
เต้าหู้นั่งชะงักค้างไปนานก่อนจะใช้ปลายนิ้วสวยของตัวเองนั้นค่อยๆคลี่ผ้าสีชมพูนั้นดูให้ชัดเต็มสองตาอีกรอบ..
หม้อดินเผา ชุดเนื้อ ชุดผัก ชุดน้ำซุปสูตรเข้มข้นพิเศษ พร้อมกับใบโหระพาั์สีม่วง และบนฝาของหม้อดินเผายังมีสัญลักษณ์รูปวาดด้วยหมึกสีดำพอเห็นลางๆ คล้ายๆกับรูปลักษณ์ของเทพีมอร์นาโรสและนกเพทมอร์โรซีเบิร์ดที่ปรากฏอยู่นั้น กำลังทำให้เต้าหู้ยิ่งขมวดคิ้วเรียวบางของตัวเองขึ้นเป็ปมยุ่งเหยิงและรู้สึกขนหัวลุกไปกันใหญ่
ชัดเลย!! หลักฐานชัดขนาดนี้!! หรือนี่อาจจะไม่ใช่ความฝัน!!!!
เต้าหู้มัดหม้อจิ้มจุ่มดินเผาไว้อย่างดีตามเดิมก่อนจะมองซ้ายทีขวาที เพื่อสังเกตผู้คนโดยรอบว่าเป็มนุษย์โลกธรรมดาเหมือนกับตัวเอง หรือเป็ทวยเทพพญาดาท่าทางเพี้ยนๆแบบที่ตัวเองนั้นเคยเห็นมาก่อนหน้านั้นกันแน่
ซึ่งผู้โดยสารที่ยังอยู่บนรถคันนี้นั้น บางคนก็กำลังนั่งอ่านนิยาย บางคนกำลังนั่งใส่หูฟังแล้วฮัมเพลงเบาๆ และบางคนกำลังนั่งแคะจมูกตัวเองไปด้วย ซึ่งพฤติกรรมการใช้ชีวิตค่อนไปทางมนุษย์มากกว่าจะเป็สิ่งมหัศจรรย์อย่างอื่นได้
เต้าหู้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไปเปราะนึง ก่อนจะลองหยิกแขนตัวเองดูเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองนั้นกำลังฝันไปไหม แต่ความเจ็บแสบบนิัที่รู้สึกนั้นก็ทำให้เต้าหู้มั่นใจว่าตัวเองนั้นไม่ได้ฝันไป ก่อนเต้าหู้จะควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมาแล้วรีบแตะหน้าจอดูทันที
คนตัวเล็กเบิกตาโตอ้าปากค้างอีกครั้งด้วยความประหลาดใจเมื่อโทรศัพท์ยังใช้งานได้ปกติ แถมระดับแบตเตอรี่ยังเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ตามที่เขานั้นเห็นก่อนจะก้าวขึ้นรถเมล์สายนี้อีกด้วย
แล้วที่เขาพยายามจะเปิดก่อนหน้านั้นแต่เปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ติดหล่ะ.. มันคืออะไรกัน.. มันจะเป็อย่างอื่นไปได้อย่างไร นอกจากว่าเื่ราวก่อนหน้านั้นมันคือความฝันของเต้าหู้เอง
แต่หม้อดินเผาที่ตั้งอยู่โทนโท่บนตักนี่ก็ยังเป็สิ่งที่ทำให้เต้าหู้นั้นรู้สึกสับสน ว่าสรุปแล้วเทพีและนกเทพกับสถานที่ที่น่ากลัวจนขนหัวลุกนั้นมีจริงหรือไม่มีจริงกันแน่!!
เต้าหู้สะบัดหัวตัวเองแรงๆไปมาอยู่หลายทีเพราะนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าได้ไปเอาเ้าหม้อดินใบนี้มาจากไหนหรือเปล่า แต่เท่าที่จำเหตุการณ์ล่าสุดที่ตัวเองจะหลุดเข้าไปในสถานที่ที่เปล่าเปลี่ยวบนรถเมล์ก่อนหน้านั้นคือเขาเพิ่งจะออกมาจากโรงหนังกับเพื่อนและไม่ได้ซื้ออะไรในห้างฯออกมาด้วยเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!!
คนตัวเล็กก้มมองวันที่ในโทรศัพท์อีกรอบก็ยังคงเห็นว่ามันเป็วันที่ปัจจุบันอยู่ เขาจึงกดโทรออกหาเบอร์โปรดของตัวเองทันทีเพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่โลกแห่งความฝันซ้อนฝันและซ้อนฝัน…
ตรู้ดดด~ ตรู้ดดด~
[ว่า..] วินเซนต์กดรับสายพร้อมกับกรอกน้ำเสียงหงุดหงิดตามมาด้วย
“พี่วินไพร์ฮ่ะ.. วันนี้วันอะไรฮ่ะ”
[ตลกมากมั้ยว่ะ! โทรมาถามอะไรปัญญาอ่อนขนาดนี้ไอ้เกี๊ยว! วันนี้วันเสาร์ มีอะไร!!] เสียงะโดังลั่นด้วยความหงุดหงิดของวินเซนต์ทำให้เต้าหู้สะดุ้งด้วยความใเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามถามเขาออกไปต่อ
“วันนี้วันที่เท่าไหร่ฮ่ะ”
[เอาจริงหรอเกี๊ยว! จะไม่หยุดอ๊องใส่พี่จริงๆใช่มั้ยฮ่ะ!!]
“วันนี้วันที่เท่าไหร่ฮ่ะ”
[วันที่เก้า!! จะเอาเดือนด้วยมั้ย!!]
“เดือนนี้เดือนอะไรหรอฮ่ะ..”
[ไอ้เกี๊ยว!! อยากตายรึไงฮ่ะ!!]
“เดือนนี้เดือนอะไรหรอฮ่ะพี่วินไพร์”
[เฮ้อออออออออ…] เสียงถอนหายใจยาวหลายกิโลเมตรของวินเซนต์บ่งบอกทุกร้อยล้านความรู้สึกในตอนนี้ได้เป็อย่างดี
“พี่วินไพร์ฮ่ะ เดือนนี้เดือนอะไร ปีอะไรหรอฮ่ะ”
[เฮ้อ… นี่่นี้เอ็งเรียนหนักจนเพี้ยนไปแล้วใช่มั้ยว่ะ.. แล้วที่บ้านรู้ยังว่าป่วยจิตอยู่.. ไปหาหมอมั้ยพี่บอกไอ้โก๋ให้]
“พี่วินไพร์ฮ่ะ เดือนนี้เดือนอะไร ปีอะไรหรอฮ่ะ”
[อ้อว!!! กูจะบ้าตาย!! ขยันถามไม่หยุดซะด้วยไอ้เหี้ย!! วันนี้วันเสาร์วันที่เก้าเดือนสิงหาคมสองพันห้าร้อยหกสิบแปด!! พอใจรึยังฮ่ะ!!]
“ขอบคุณมากฮ่ะ..” เต้าหู้พูดจบก่อนจะวางสายไปโดยไม่ได้บอกลาวินเซนต์สักคำ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วก้มมองหม้อดินเผาบนตักตัวเองอีกรอบ
“เ้าอยากเข้าไปในความฝันของตัวเองและเพื่อนๆของเ้าไหม...”
เสียงของเทพีมอร์นาโรสดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของเต้าหู้อีกครั้ง สลับทับซ้อนกับภาพความฝันของเต้าหู้ที่มีวินเซนต์อยู่ในนั้นไปด้วย
‘ไม่ได้พี่วินไพร์ด้วยเล่ห์หู้ก็จะเอาด้วยกล.. ไม่ได้พี่วินไพร์ด้วยมนต์หู้ก็เอาด้วยคาถา.. และแม้จะไม่ได้ด้วยคาถา.. แต่ถ้าเราทั้งสองคนนั้นได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น.. มันก็อาจจะมีวันที่พี่วินไพร์นั้นเปลี่ยนใจมาชอบหู้บ้างสักนิดก็ได้..’
เต้าหู้กดกริ่งบนรถเมื่อใกล้จะถึงป้ายรถเมล์ที่ตัวเองนั้นจะลงอีกไม่กี่เมตรข้างหน้า ร่างเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระชับอุ้มห่อหม้อจิ้มจุ่มดินเผาไว้แนบอกแน่นด้วยความทนุถนอม ก่อนจะตัดสินใจหอบเ้าสิ่งนี้กลับบ้านไปด้วย…
..............................................................................................................................................................................................
ฟี้วววววววว~~
สายลมเย็นได้พัดพาเอาฝุ่นผงและเศษหินไปกระทบตัวของกลุ่มวัยรุ่นทั้งหกคนที่ทะลุมาจากอีกมิติแล้วนอนหลับกองกันอยู่บนหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ ก่อนทุกคนจะรู้สึกตัวตื่นแล้วรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนกันอย่างกุลีกุจออุตลุด
ทุกคนกวาดสายตาไปมองโดยรอบอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกตัวกันว่าที่แห่งนี้มันไม่ใช่พื้นผิวของโลกแต่เป็พื้นผิวของ 'ดวงจันทร์' เลยพากันแหกปากะโขึ้นมาด้วยความใโดยพร้อมเพรียงเสียงดังลั่น จนวินเซนต์ที่ยืนนิ่งอยู่คนเดียวนั้นรีบยกมือขึ้นมาปิดหูแทบไม่ทัน ให้กับการประสานเสียงเกินหนึ่งร้อยเดซิเบลของทุกคน
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!” >> กุยช่าย ฮันนี่
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!” >> เต้าหู้ เบียร์วุ้น ปาโก๋
"หูกูจะแตกแล้วไอ้เหี้ย!! มึงพากันเงียบก่อนนน!!" > วินเซนต์
..............................................................................................................................................................................................
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~